- หน้าแรก
- มหามรรคดับสูญ แต่ข้ามิได้ดับ พลังวิญญาณร่วงโรย แต่ข้ายืนยงนิรันดร์
- บทที่ 31 เลือดและน้ำตาของเจ้าแม่แห่งสายน้ำ
บทที่ 31 เลือดและน้ำตาของเจ้าแม่แห่งสายน้ำ
บทที่ 31 เลือดและน้ำตาของเจ้าแม่แห่งสายน้ำ
บทที่ 31 เลือดและน้ำตาของเจ้าแม่แห่งสายน้ำ
เทศกาลตรุษจีนเวียนมาอีกครา
โรงเตี๊ยมหลงไหลกลิ่นหอมปิดกิจการชั่วคราวหลายวัน ทว่าทุกเช้ายังคงแจกจ่ายน้ำข้าวร้อนตามปกติ
ไม่รู้ว่ามีคนไร้บ้านเท่าใดที่ฝากความหวังไว้กับน้ำข้าวถ้วยนี้เพื่อประทังชีวิต
หลี่ชางเสี้ยวหลังถูกไล่ออกมาอย่างกึ่งบังคับพร้อมกับวันหยุดสามวันเต็มก็หยิบเหรียญทองแดงจากถุงผ้าไหม หันหลังตรงไปยังหอเริงรมย์เพื่อฟังเพลงฟังขับขาน
หากจะเอ่ยถึงสถานที่ที่งดงามที่สุดในโลกแห่งธุลีดินนี้ สถานที่ซึ่งทำให้ผู้คนหลงใหลจนลืมคืนวัน
ก็เห็นจะเป็นที่นั่นที่ซ่องโสเภณีอันงามวิจิตร
หลี่ชางเสี้ยวชอบดอกไม้ยิ่งฉูดฉาดยิ่งเปล่งประกายก็ยิ่งตราตรึงในใจ
ไม่ว่าเบ่งบานนานหรือชั่วครู่ ทุกดอกล้วนเป็นหนึ่งเดียวในห้วงเวลานั้น
เขาไม่เคยมองว่าเป็นเรื่องต่ำทราม
ตลอดสามวันเต็ม เขาพำนักอยู่ในหอเริงรมย์ สนทนาธรรมกับหญิงงามผู้หนึ่ง นางเคยเป็นบุตรีตระกูลพ่อค้าใหญ่ในเมืองหลง แต่เมื่อบ้านล่มสลายก็จำต้องกล้ำกลืนกลายเป็นหญิงหอนางโลม
ในสายตาผู้คนคงคิดกันไปไกล
แต่ทั้งสองกลับไม่ได้มีสัมพันธ์ทางกาย
เพียงแต่สนทนาเรื่องบทเพลงและทำนอง หลี่ชางเสี้ยวตั้งใจเรียนรู้ศาสตร์แห่งเสียงอย่างจริงจัง
เมื่อเบื่อหน่ายก็ดื่มด่ำเรื่องราวของนาง
หญิงผู้นั้นผ่านชีวิตในหอโลกีย์มานานปี เป็นครั้งแรกที่พบลูกค้าประหลาดเช่นนี้
นางจึงเล่าชีวิตของตนให้เขาฟัง
เล่าว่าบิดาเคยเป็นหนึ่งในพ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลง มีเรือค้ากว่าสามสิบลำ
ทุกฤดูใบไม้ผลิ เรือเหล่านั้นจะเคลื่อนพลออกเหนือและลงใต้ ผ่านทุกหัวเมืองที่มีลำน้ำไหลเวียน ย่อมมีร่องรอยของพวกเขา
แต่ไม่นานก็ล่มจม บิดามารดาฆ่าตัวตาย ทรัพย์สมบัติสิ้นซากย่อยยับ ไม่พอยังมีหนี้สินมหาศาลที่อยู่ดี ๆ ก็มาอยู่บนศีรษะของนาง
โชคดีที่นางร่ำเรียนกวีนิพนธ์ ดนตรี กระดานหมากรุกและวรรณกรรมตั้งแต่วัยเยาว์ อีกทั้งโฉมงดงามลือชื่อไปไกล
คุณชายมากมายหวังชุบมือเปิบ รับนางเป็นภรรยาน้อย
แต่นางปฏิเสธทุกคน เลือกเข้าหอนางโลมดีกว่าเป็นเมียรอง
แม้จะอ้างว่าขายศิลป์ไม่ขายตัว แต่การรับแขกและรินสุราก็เลี่ยงไม่ได้และเพราะฐานะพิเศษของนางทำให้เป็นที่ต้องตาต้องใจยิ่งนัก
อย่างไรก็ดี ชีวิตมิใช่มีแต่สิ่งเลวร้าย
นางจับตาดูชายประหลาดผู้นี้ รู้สึกว่าแตกต่างจากบุรุษหื่นราคะทั้งหลาย
ยามไร้คนปรับทุกข์จึงเล่าความในใจ
นางเคยพบชายคนหนึ่งที่ตั้งใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่รังเกียจอดีตของนางและสัญญาจะทำงานหนัก หาเงินไถ่นางออกจากหอ
หลายปีผ่านไป
ทั้งสองช่วยกันใช้หนี้จนใกล้หมด ปีใหม่นี้นางก็จะได้ปลดปล่อยจากตราบาป ออกไปใช้ชีวิตอย่างสงบเสียที
กล่าวถึงตรงนี้ ใบหน้านางพลันแปรเปลี่ยน สีหน้าเต็มไปด้วยกังวล เหลียวมองไปทางทิศใต้ของเมือง
“ระดับน้ำไม่อาจควบคุมได้อีกแล้ว กระแสน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอน”
“ท่านเจ้าเมืองได้เรียกระดมพลชาวเมืองแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเดินทางไปยังหัวเมืองทางใต้เพื่อขุดร่องระบายน้ำ อีกกลุ่มตั้งแนวป้องกันนอกเมืองหลง”
“เขาอยู่ในกลุ่มนั้น ขอให้ปลอดภัย ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้พบกันอีก”
นางภาวนาในใจ ผ่านชีวิตแปรเปลี่ยนมามากนักจึงเข้าใจดีว่าการได้พบคนหนึ่งที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างตลอดชีวิตนั้นช่างยากเย็นเพียงใด
หลี่ชางเสี้ยวยิ้ม “บางทีคืนนี้ในความฝันอาจได้พบกันก็ได้”
“เจ้าค่ะ” นางหลุดหัวเราะเบา ๆ “คุณชายช่างพูดขำ”
หลี่ชางเสี้ยวมองไปทางทิศใต้เช่นกัน
เขาชอบฟังเรื่องราว
นอกจากเพื่อผ่อนคลาย
ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะร่างนิรันดร์แห่งมหาฝันของเขา
ร่างนิรันดร์แห่งมหาฝันนั้นสามารถถักทอความฝันได้
แต่ความฝันทั้งหลายในใต้หล้าไม่ได้เกิดขึ้นโดยไร้ที่มา
ล้วนมีรากจากโลกความจริง เริ่มต้นจากความปรารถนา แล้วจึงเบ่งบานในโลกแห่งจินตนา
กล่าวอีกนัย
เรื่องเล่าและประสบการณ์ทั้งปวงล้วนกลายเป็นวัตถุดิบในการทอฝันของหลี่ชางเสี้ยว
เป็นเสมือนก้อนอิฐปูทางบนหนทางแห่งเต๋าที่เขาเดินอยู่
อดีตที่ผ่านมา เขาไม่เคยมีเวลานั่งฟังใครพูดคุยเล่นและไม่มีใครอยากพูดคุยกับผู้ที่ไม่มีพรสวรรค์อย่างเขา
แต่เมื่อพลังวิญญาณเหือดแห้ง ตอนนี้เขากลับมีเวลาว่างเหลือเฟือขึ้นมา ผู้คนที่พร้อมจะเล่าเรื่องก็คงจะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
แม้เขาจะเป็นผู้ใฝ่หานิรันดร์ แต่ชีวิตตนเองยังเข้าใจไม่หมดด้วยซ้ำ
ทันใดนั้น หลี่ชางเสี้ยวรู้สึกถึงบางสิ่ง ขมวดคิ้วเล็กน้อย เหลียวมองไปยังจุดหนึ่ง
“คุณชาย? คุณชาย?”
นางเรียกเขาเบา ๆ สองครั้ง เห็นไม่มีการตอบสนองจึงเอื้อมมือมาโบกต่อหน้า
หลี่ชางเสี้ยวได้สติกลับมา
ประกายแสงสีฟ้าวาบผ่านดวงตา
หญิงสาวพลันรู้สึกง่วงงัน ซบหน้าลงกับโต๊ะหลับไปเริ่มกรนเบา ๆ
ร่างของหลี่ชางเสี้ยวค่อย ๆ เลือนรางแล้วหายตัวไป
...
รุ่งอรุณวันใหม่ ชาวเมืองหลงพบว่าองค์เจ้าแม่แห่งสายน้ำผู้เป็นที่เคารพบูชากำลังหลั่งน้ำตาสองสายเป็นโลหิต
ที่แท้สองสายโลหิตนี้ปรากฏขึ้นนานแล้ว
เพียงแต่ควันธูปที่อบอวลบดบังสายตาผู้คน
ยิ่งไปกว่านั้นการแหงนหน้าจ้ององค์เจ้าแม่ถือเป็นการลบหลู่จึงแทบไม่มีใครกล้าเพ่งมองใบหน้าทองคำของท่าน
มีเพียงเด็ก ๆ ที่ติดตามผู้ใหญ่ไปไหว้เจ้าแม่ซึ่งชอบชำเลืองไปรอบด้าน บางทีอาจเคยเห็นเข้าบ้าง
แต่ทุกครั้งที่พวกเขาชี้มือกลับถูกมารดาตำหนิ ตวาดเอาเสียงดังจนไม่กล้าเอ่ยอีกเลย
เมื่อข่าวแพร่ไปว่าเจ้าแม่แห่งสายน้ำหลั่งน้ำตาเลือด
เมืองหลงก็ปั่นป่วนไปทั่ว ถือเป็นลางร้ายยิ่งนัก
ไม่นานหมอดูตาบอดในย่านชุมชนก็ออกมาแปลความว่านี่คือความเสียใจของเจ้าแม่ที่เห็นประชาราษฎร์เมืองหลงกำลังจะพบภัย
เมืองหลงจะเกิดหายนะใหญ่หลวง
เมื่อเชื่อมโยงกับกระแสน้ำหลากที่กำลังมุ่งหน้ามาอย่างรวดเร็ว
ความหวาดหวั่นจึงแพร่กระจายไปทั่ว
ทว่าเมืองหลงเป็นนครใหญ่ มีผู้คนไม่น้อยที่ไม่เชื่อ
ยิ่งกว่านั้นนักปราชญ์บางคนยังออกมาต่อต้าน บอกว่าน้ำตาเลือดของเจ้าแม่อาจเป็นลางดีด้วยซ้ำ
ในโลกใบนี้ เรื่องเดียวกันย่อมมีหลากหลายมุมมอง
เจ้าเมืองหลงหวงถิงเซิงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
ไม่สนใจเสียงค้านจากตระกูลขุนนางประจำเมือง แต่งตั้งข้าราชการจากชนชั้นสามัญสองคนให้เป็นเจ้าหน้าที่ระบายน้ำ
สองคนนี้มีอำนาจรองลงมาจากหวงถิงเซิง ในเรื่องป้องกันน้ำท่วมโดยเฉพาะ
ในหายนะครั้งนี้
เรื่องผลประโยชน์และความสัมพันธ์ต้องหลีกทางให้แก่ความอยู่รอด
เช้าวันถัดมาหลังเจ้าแม่หลั่งน้ำตา
หวงถิงเซิงออกประกาศให้ชาวเมืองที่อ่อนแอ หญิงชรา เด็กและคนไร้แรงงานอพยพออกจากเมืองหลงก่อน
พร้อมประกาศไปทั่วแผ่นดิน
เมืองหลงกำลังจะถูกน้ำหลากถล่ม
เมื่อข่าวแพร่สะพัด เมืองหลงถึงกับสั่นสะเทือน
แต่กลับทำให้หวงถิงเซิงแปลกใจเพราะประชาชนดูเหมือนไม่เต็มใจจะอพยพ
หนึ่งคือเมืองหลงอยู่มายาวนานกว่า 300 ปี ไม่เคยเกิดอุทกภัยมาก่อน
ถึงหวงถิงเซิงจะเป็นเจ้าเมืองก็ใช่ว่าคำพูดจะถูกต้องเสมอไป
สองคือหากออกจากเมืองแล้วไม่มีการจดทะเบียนจากเมืองอื่นก็จะกลายเป็นคนไร้รัฐ
นอกจากสองเหตุนี้ยังมีเหตุผลลับอีกอย่างนั่นคือการขัดขวางของตระกูลใหญ่บางตระกูล
มีข่าวลือแพร่สะพัด
ว่าหวงถิงเซิงเจตนาสร้างสถานการณ์เพื่อทำให้ประชากรในเมืองลดลง
เมื่อหวงถิงเซิงรู้เรื่องข่าวลือพาลให้คิ้วกระตุก หน้าอกสะท้าน ก่อนจะฟาดโต๊ะไม้แดงลายดอกสาลูแหลกเป็นเสี่ยง
แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้
เขาไปเยี่ยมเยียนตระกูลผู้มีอำนาจในเมืองหลงทุกตระกูล ขอร้องให้พวกเขาอพยพก่อน หากพวกเขายอมจากไป ชาวบ้านทั่วไปก็จะเชื่อว่า น้ำท่วมจะมาแน่นอน
แต่กลับพบว่าคำตอบของทุกตระกูลนั้นคล้ายคลึงกันอย่างประหลาด ไม่มีใครคิดจะย้ายออก พูดเพียงว่าหากเกิดน้ำท่วมจริงก็จะอยู่ตายไปพร้อมกับเมืองหลง
อกหวงถิงเซิงแทบลุกเป็นไฟ มองดูหน้าซื่อตาใสเหล่านี้แล้ว อยากจะสังหารให้หมดด้วยฝ่ามือเดียว
อยู่ตายกับเมืองหลง?
หากเป็นเช่นนั้นก็คงดี แต่พวกเขากลับเตรียมรถม้ามานานแล้ว เตรียมลอบหลบหนีในยามวิกาล
พวกเขาเพียงไม่อยากให้ประชาชนรู้
เป็นความชั่วร้ายโดยแท้
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเพราะเรื่องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระบายน้ำสองคนนั้นที่หวงถิงเซิงทำให้พวกเขาเสียหน้า พวกเขาจึงใช้วิธีนี้สั่งสอนเขา
เจ้าหน้าที่มาแล้วก็ไป แต่ตระกูลขุนนางมั่นคงยิ่งนัก หากไร้การสนับสนุนจากพวกเขา แม้เป็นถึงเจ้าเมืองก็ลำบากลำบนยิ่งนัก
ยามราตรี
ภายใต้แสงโคม หวงถิงเซิงจ้องแสงไฟนิ่งนานเหมือนกำลังตัดสินใจบางสิ่ง
ครู่หนึ่งจึงค่อยสงบใจลง
เขียนจดหมายฉบับหนึ่งฝากไว้แล้วผลักประตูออกไปยังคอกม้า ตบแผงคออาชาคู่ใจเบา ๆ
เขาจะมุ่งขึ้นเหนือ
หากใช้ทางการเร่งด่วน สองวันก็ถึง