เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 การกล่าวโทษโรงเตี๊ยมหลงไหลกลิ่นหอม

บทที่ 27 การกล่าวโทษโรงเตี๊ยมหลงไหลกลิ่นหอม

บทที่ 27 การกล่าวโทษโรงเตี๊ยมหลงไหลกลิ่นหอม


บทที่ 27 การกล่าวโทษโรงเตี๊ยมหลงไหลกลิ่นหอม

เสียงตูมดังขึ้นต่อเนื่อง

หลายคนกระโจนลงทะเล มุดดำน้ำลึก

พวกเขาต้องฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวกรากพลางแบ่งจิตเพ่งหามณีมังกร

มิอาจใช้พลังวิญญาณได้ พวกเขาจึงเหนือกว่าคนธรรมดาเพียงเล็กน้อย

หากไม่ใช้เชือกป่านเส้นใหญ่ผูกที่เอว เกรงว่าคงถูกคลื่นพัดหายไปนานแล้ว จนต้องจำใจดึงพลังวิญญาณมาใช้

แต่ถึงจะระวังเพียงใด การค้นหาก็แทบไม่ต่างจากงมหาเข็มในทะเล

ด้วยแรงศรัทธาอันแน่วแน่ พวกเขามิได้ยอมแพ้แม้เพียงครู่เดียว

แต่แล้ว

หลังผ่านไปหลายวัน

ใจพวกเขาก็เย็นเยียบ หวาดหวั่นยิ่งนัก

มณีมังกรยังไม่พบ

แต่พบสิ่งที่น่าสะพรึงยิ่งกว่านั่นคือมังกรอสูร

มังกรอสูรตนหนึ่งถูกผนึกไว้ใต้ทะเลลึก

ในผืนน้ำใต้มหาสมุทรแห่งหนึ่ง

มีเสาศักดิ์สิทธิ์ตรึงทะเลสิบเก้าต้นตั้งตระหง่าน บนเสาแผ่สายโซ่สีดำขนาดเท่าต้นขาแต่ละเส้น มัดรัดร่างมังกรอสูรยาวเกือบพันเมตรไว้แน่นหนา

น่าสะพรึงยิ่งนัก

มังกรตนนั้นยังไม่ตาย

ไม่เพียงมีชีวิตอยู่ มันยังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ทุกครั้งที่มันดิ้นน้ำทะเลก็โหมกระหน่ำลมพายุพัดกึกก้อง

โซ่สีดำหลายเส้นถูกมันกระชากขาด

ทุกคนไม่กล้าอยู่ต่อหันหลังวิ่งหนีทันที พอขึ้นฝั่งได้ก็ยังอกสั่นขวัญแขวน

หญิงสาวคนหนึ่งขาอ่อนทรุดนั่งลงกับพื้น เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก

มังกรอสูร

แม้ในยุคพลังวิญญาณรุ่งเรืองก็หาพบได้ยากยิ่ง

นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นกับตาจะไม่ตกใจได้อย่างไร

“อะไรกัน ไม่ใช่ว่ามังกรอสูรถูกปราบหมดแล้วหรอกหรือ?” ชายชราผู้หนึ่งสีหน้าบิดเบี้ยว

“ข่าวลือผิดพลาด” ชายวัยกลางคนหน้าตาเคร่งขรึมเอ่ย “ข้านึกขึ้นได้ถึงข่าวลับเมื่อก่อน”

“ลือกันว่าในดินแดนนี้เคยมีมังกรอสูรอยู่เก้าตน ผู้ปราบมังกรฆ่าทิ้งไปแปดเหลือเพียงตนสุดท้าย แม้พลังจะเหนือกว่ากลับฆ่าไม่ลง”

“เพราะเจ้าตนนั้นเป็นอัจฉริยะในหมู่มังกรอสูร มีโอกาสสูงยิ่งที่จะผ่านด่านอัสนีกลายเป็นมังกรแท้”

“ผู้อปราบมังกรจึงไม่มีทางเลือกต้องผนึกมันเอาไว้”

เมื่อสิ้นคำ ชายผู้นั้นหันมองสหายรอบตัว เห็นแต่ละคนสีหน้าเปลี่ยนไปไม่หยุด

พวกเขามาที่นี่เพื่อเสาะหามณีมังกร หาใช่มาเผชิญมังกรอสูรไม่

หญิงสาวผู้หนึ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ข้าอาจรู้ที่มาของมังกรตนนั้นแล้ว”

สิ้นเสียง ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่นาง

นางพูดต่อว่า “พวกเจ้ารู้จักบัญชีอันดับดาวหรือไม่?”

“ย่อมรู้ดี”

ฟู่เหรินหน้าตาหม่นหมอง “เมื่อครั้งพลังวิญญาณเฟื่องฟู ยอดคนดุจดวงดาวเต็มฟ้า ดินแดนฝูเยาจึงจัดอันดับรวมรวมสุดยอดทั้งหล้าไว้ในบัญชีเดียว”

“ใครติดอันดับ ไม่เพียงได้ชื่อเสียงยังได้ครอบครองดวงดาวบนฟากฟ้าหนึ่งดวง”

พูดพลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

ครั้งนั้นท้องนภาเต็มไปด้วยดาวระยิบระยับงดงามตระการตา

เขาเคยสาบานว่าจะต้องได้ดาวเป็นของตนเองให้จงได้

คนอื่นก็เช่นกัน

หญิงสาวกล่าวต่อ “เล่าว่าในทะเลใต้เคยมีมังกรอสูรตนหนึ่งติดอันดับด้วยและติดอยู่ในลำดับสูง”

“ดาวอสูรร้าย เจ้าแห่งอสูรมังกร”

“ในบัญชีอันดับดาวจัดอยู่ในขั้นดาวใหญ่”

“เสียดายที่สร้างกรรมไว้มากมาย ไม่รู้ทำไมจึงหายตัวไปดื้อ ๆ”

มีคนอุทาน “ถึงขั้นดาวใหญ่เชียวหรือ”

ผู้คนในดินแดนฝูเยา มักใช้น้ำหนักของดวงดาวเปรียบกับความยิ่งใหญ่ของยอดคน

ยอดคนขั้นดาวใหญ่มีเพียงหนึ่งในพันล้าน

แต่เมื่อนึกถึงตรงนี้ ทุกคนก็รู้สึกหนาวเยือกในอก มังกรอสูรที่ใต้ทะเลตนนั้นฉีกโซ่ได้หลายเส้นเข้าให้แล้ว

“ต้องกลับไปแจ้งเจ้าเมืองหวงถิงเซิง” ฟู่เหรินตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้

หวงถิงเซิงได้รับจดหมายลับฉบับหนึ่ง

ช่วงนี้เขายุ่งวุ่นวายกับเรื่องน้ำทะเลหนุน

ด้านหนึ่งคือโครงการใหญ่ต้องใช้ทั้งเงินและอาหารสำทับด้วยงบประมาณจากราชสำนักที่ยังไม่ส่งมาเสียที

อีกด้านหนึ่งคือผู้คนพลัดถิ่นหลั่งไหลเข้าเมือง การจัดการก็เป็นปัญหาใหญ่เช่นกัน

พอได้หยุดพักไม่กี่อึดใจ จู่ ๆ ก็มีจดหมายอีกฉบับวางบนโต๊ะ

เขาถอนใจเปิดอ่าน

คิ้วค่อย ๆ ขมวดแน่น

จั่วชิวเยี่ยนางมีสมญานามกระบี่ใบไม้แดงและโด่งดังในยุทธภพ นับตั้งแต่มาเมืองหลงก็ได้รับการดูแลอย่างดี

ในยามที่ชาวบ้านเดือดร้อนเพราะข้าวของแพง นางกลับได้รับเบี้ยจากตระกูลเซี่ยเพียงแค่ตั้งใจฝึกฝนเพลงกระบี่

ไม่นานมานี้ ฝีมือกระบี่แดงของนางก็พัฒนาไปอีกขั้น

คลื่นกระบี่ฟาดได้ไกลถึงห้าเมตร

ตระกูลเซี่ยจึงมั่นคงในเมืองหลง

ช่วงนี้ขุนนางและเศรษฐีใหญ่ในเมืองต่างจัดงานเลี้ยง หาเรื่องชวนจั่วชิวเยี่ยไปร่วมงานอยู่เสมอ

โดยมากนางปฏิเสธ แต่บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

เช่นในเช้าวันนี้

ตระกูลเจี่ยจัดงานเลี้ยงฉลองรับฤดูใบไม้ผลิ เชิญผู้มีหน้ามีตาทั้งขุนนาง ขุนนางบ้านนอก จอมยุทธ์และบัณฑิต

ตระกูลเซี่ยก็อยู่ในรายชื่อด้วย

ทว่าเซี่ยเมยติดธุระจึงส่งจั่วชิวเยี่ยไปแทน

ในงาน ตระกูลเจี่ยจ้างพ่อครัวจากฮู่ไหลเซียงมาปรุงอาหารเลิศรส

ขณะบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีกวีจิบสุราแต่งโคลง

ช่วงท้ายก็ยกเหล้าชั้นดีออกมา

ทุกคนต่างกล่าวว่าสนุกครื้นเครงนัก

ดูเผิน ๆ เป็นงานเลี้ยงธรรมดา

ใครจะรู้ว่าพ่อครัวจากฮู่ไหลเซียงอยู่ ๆ ก็ร่ำไห้เสียงดัง

แขกเหรื่อต่างพากันถามไถ่

พ่อครัวฉวยโอกาสนั้นรำพันความคับแค้น

บอกว่าเดิมทีฮู่ไหลเซียงคือร้านเก่าแก่ของเมืองหลง ค้าขายดีมานานหลายปี หากแต่เมื่อหลายปีก่อน มีหญิงหนึ่งเข้ามาใกล้เขาด้วยความเสแสร้ง หลอกลวงความรัก แล้วยังขโมยสูตรลับของตระกูลไป

พอพูดถึงจุดสะเทือนใจ ชายผู้นั้นก็โฮขึ้นมาอย่างอัดอั้นในวันเหมันต์

ว่าถ้าแค่เรื่องรักคงพออภัย

แต่สูตรหมักเหล้าเก่าแก่หลายชั่วคนก็ถูกขโมยไปด้วย

ว่าแล้วก็คิดจะฆ่าตัวตาย

ดีที่เหล่าจอมยุทธ์ในงานช่วยกันห้ามไว้ทัน

จอมยุทธ์เมื่อดื่มเหล้าก็เลือดร้อน

มีคนตะโกนด่าทอหญิงผู้นั้นว่าเลวร้ายนัก ควรพากันไปพังร้านของนางให้รู้แล้วรู้รอด

พ่อครัวอิดเอื้อนไม่ยอมบอกว่าคือร้านไหน

ไม่นานก็มีคนเอ่ยชื่อออกมาว่า น่าจะเป็นโรงเตี๊ยมหลงไหลกลิ่นหอม

ความบันเทิงจึงกลายเป็นศาลเตี้ย

จั่วชิวเยี่ยมีชื่อเสียงในยุทธภพไม่ใช่แค่เพราะเพลงกระบี่ แต่รูปร่างหน้าตาก็งามเป็นเลิศ

ตั้งแต่เริ่มงาน เจี่ยเหล่าเย่ก็ยื่นอั่งเปาให้หนึ่งซองใหญ่ยกย่องว่านางเป็นสตรีผู้ผดุงธรรม การมางานนี้ทำให้ตระกูลเจี่ยรุ่งเรืองขึ้นมาก

เมื่อได้ยินว่าพ่อครัวถูกกระทำอัปยศเช่นนี้ นางก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้

เหล่าจอมยุทธ์ฮึกเหิม

พากันมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมหลงไหลกลิ่นหอม

จบบทที่ บทที่ 27 การกล่าวโทษโรงเตี๊ยมหลงไหลกลิ่นหอม

คัดลอกลิงก์แล้ว