- หน้าแรก
- ฉันมองเห็นไอเทมดรอปของมอนสเตอร์ทุกตัว
- บทที่ 72: กิจกรรมเริ่มต้น
บทที่ 72: กิจกรรมเริ่มต้น
บทที่ 72: กิจกรรมเริ่มต้น
บทที่ 72: กิจกรรมเริ่มต้น
ในห้องพิเศษห้องหนึ่งในหมู่บ้านเอลฟ์ หลินอี้มองดูอุปกรณ์ที่ผู้เฒ่าสูงสุดแกมโปลฟยื่นมาให้
“ท่านแน่ใจนะว่านี่ให้ฉัน?”
“เจ้าไม่เอารึ?”
“มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่เอา” หลินอี้คว้ามันมาจากมือของแกมโปลฟที่กำลังทำหน้าล้อเลียน
เมื่อถืออุปกรณ์ชิ้นนั้นไว้ในมือ มันคือผ้าคลุมสีทองเข้ม หลินอี้จึงมองดูคุณสมบัติของมัน:
[ผ้าคลุมซ่อนเร้นแห่งราชันย์เอลฟ์]
ประเภท: เกราะ
เจ้าของ: [เฟิงหัว]
พลังป้องกันกายภาพ: 113
พลังป้องกันเวทมนตร์: 89
ค่ากาย: +20
ค่าปัญญา: +20
ค่าความว่องไว: +20
ค่าความแข็งแกร่ง: +20
เลเวลที่ต้องการ: 0
ในฐานะราชันย์แห่งเผ่าเอลฟ์ ไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งมาก แต่ต้องหล่อไว้ก่อน
….
เมื่อเห็นคำอธิบายสุดท้ายของอุปกรณ์ หลินอี้ก็ถึงกับต้องตกตะลึง
ยังไม่ต้องพูดถึงค่าสถานะว่าเป็นอย่างไร แค่คำอธิบายอุปกรณ์…มันจะกวนขนาดนี้เลยเหรอ?
ในตอนนั้นเอง เสียงของแกมโปลฟก็ดังขึ้นข้างๆ
“นี่คือสิ่งที่อดีตราชันย์เอลฟ์ทิ้งไว้ เมื่อเจ้าสวมใส่มัน รูปลักษณ์ภายนอกของเจ้าจะเปลี่ยนไป มีเพียงผู้ที่อยู่ระดับเปลี่ยนอาชีพครั้งที่หกขึ้นไปเท่านั้นที่จะมองทะลุการปลอมตัวของเจ้าได้”
“เมื่อถอดออกก็จะกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิม”
ในตอนนี้ หลินอี้ได้ถอดผ้าคลุมซิลเวอร์ของเขาออกและเปลี่ยนเป็นชิ้นใหม่แล้ว
เมื่อหลินอี้เดินมาอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เขาก็ถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นในกระจก
“นี่มัน...”
ณ เวลานี้ สิ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจกไม่ใช่รูปลักษณ์ในเกมของหลินอี้อีกต่อไป แต่เป็นรูปลักษณ์ของเอลฟ์ชายผู้หนึ่งที่ทุกอริยาบถล้วนแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์ และมีใบหน้างดงามล่มเมือง!
และฉายาบนหัวของหลินอี้ก็ได้เปลี่ยนเป็น:
[ราชันย์เอลฟ์]Lv.???
ประมุขแห่งเผ่าเอลฟ์
หลินอี้หันไปมองแกมโปลฟด้วยความงุนงงอย่างยิ่ง
“ทำไมถึงเลือกฉัน?”
ให้ผู้เล่นมาเป็นผู้ปกครองเผ่าเอลฟ์ ถ้าไม่ใช่เขาบ้าไปแล้ว ก็ต้องเป็นเกมนี้ที่บ้าไปแล้ว
จนถึงตอนนี้ หลินอี้ยังคงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันอยู่
มันช่างเหลือเชื่อเกินไป…นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
หลินอี้ต้องการคำอธิบายที่สมเหตุสมผลว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับเขา
แกมโปลฟยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูเหล่าเอลฟ์เบื้องล่างที่ต่างก็ส่งสายตาแปลกๆมาทางนี้
“ไม่ใช่ข้าที่เลือกเจ้า แต่เป็นเทพคาร์ลซาที่เลือกเจ้า”
“ข้าเพียงแค่ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับเทพคาร์ลซาเมื่อครั้งก่อน”
แกมโปลฟมองหลินอี้อย่างมีความนัย
“การเป็นราชันย์เอลฟ์ไม่ใช่เกียรติยศ หากแต่เป็นความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง”
“และการจะยอมรับความรับผิดชอบนี้หรือไม่ สิทธิ์ในการเลือกอยู่ที่เจ้า”
หลังจากที่แกมโปลฟพูดจบ เขาก็ค่อยๆถอยไปที่ประตูห้อง
“ถ้าเจ้ายินดีที่จะยอมรับฐานะนี้และพร้อมที่จะรับผลที่ตามมาทั้งหมด งั้นก็จงสวมผ้าคลุมราชันย์เอลฟ์นี้แล้วจากไป”
“แต่ถ้าเจ้าเลือกที่จะปฏิเสธ งั้นก็จงวางผ้าคลุมราชันย์เอลฟ์ไว้บนโต๊ะในห้องแล้วค่อยจากไป”
ประตูห้องถูกปิดลงอย่างช้าๆเสียงของแกมโปลฟดังมาจากข้างนอก
“ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์สามารถคงพลังงานไว้ได้เพียงเจ็ดวัน นั่นหมายความว่าเจ้ามีเวลาเพียงเจ็ดวันในการช่วยนาง นี่คือโอกาสเดียวของนางแล้ว”
โครม!
แกมโปลฟยืนรออยู่หน้าประตูอย่างนอบน้อม หลังจากนั้นครู่หนึ่ง แสงสว่างจ้าก็สว่างวาบขึ้นในห้อง
เมื่อแกมโปลฟเปิดประตูเข้าไปอีกครั้ง ก็ไม่เห็นร่างของหลินอี้อยู่ข้างในแล้ว
แกมโปลฟมองไปยังโต๊ะข้างๆที่ว่างเปล่า พลางเผยรอยยิ้มที่ทั้งขมขื่นและซับซ้อนออกมา ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า
“หวังว่าเจ้าจะสามารถนำพาเผ่าเอลฟ์กลับสู่ความรุ่งโรจน์ได้อีกครั้ง ดังเช่นที่คำทำนายได้กล่าวไว้จริงๆ”
“ผู้นำพาร้อยเผ่าพันธุ์ ผู้ที่จะคว้าชัยชนะในสงครามต่อต้านปีศาจครั้งใหม่”
…..
ในเกม
หลังจากที่กิลด์วิหารทะนงฟ้าสร้างฐานที่มั่นได้สำเร็จเป็นกิลด์แรก ก็ทำให้ชื่อเสียงของกิลด์โด่งดังไปทั่วเกมในชั่วข้ามคืน
ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างหลั่งไหลไปยังฐานที่มั่นที่ทะนงฟ้าท่านขุนตั้งชื่อว่า ‘นครวิหารทะนงฟ้า’ เพื่อขอเข้าร่วม
นั่นทำให้โควต้าสมาชิก 1,700 คนของกิลด์วิหารทะนงฟ้าเต็มในทันที
ด้วยความจำเป็น ทะนงฟ้าท่านขุนจึงต้องยื่นขอสร้างกิลด์สาขาอีกห้าแห่ง ถึงจะสามารถรับคนที่มาขอเข้าร่วมทั้งหมดได้
สำหรับกิลด์วิหารทะนงฟ้าในตอนนี้ จำนวนคนไม่ถือเป็นปัญหาอีกต่อไปแล้ว
ตอนนี้เพียงแค่ยกระดับฐานที่มั่นและเลเวลกิลด์หลักขึ้นไป แล้วค่อยๆดึงคนจากกิลด์สาขาเข้ามายังกิลด์หลักก็พอใจ
เมื่อเห็นภาพความสำเร็จของกิลด์วิหารทะนงฟ้า แม้ว่าพวกราชวงศ์และลั่วเสินจะอิจฉาตาร้อนแค่ไหน ก็ทำอะไรไม่ได้…ทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทน
เเละถ้าเรื่องนี้ทำให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจ เช่นนั้นแล้วประกาศจากระบบต่อมาก็ยิ่งทำให้สีหน้าของพวกเขาย่ำแย่ถึงขีดสุด
[ประกาศทั่วโลก]: ขณะนี้จำนวนกิลด์ที่ก่อตั้งขึ้นครบ 500 กิลด์แล้ว ระบบจัดอันดับความแข็งแกร่งของกิลด์ได้ถูกเปิดใช้งาน ผู้เล่นสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ในหน้าต่างจัดอันดับ
หลังจากที่ระบบประกาศออกไป ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็รีบกดเข้าไปดูอันดับ
[อันดับความแข็งแกร่งของกิลด์]
«วิหารทะนงฟ้า» ฉายาทั่วกิลด์: ผู้ใดหาญกล้าท้าชิง
«ราชวงศ์» ฉายาทั่วกิลด์: ตระกูลเลื่องชื่อ
«ลั่วเสิน» ฉายาทั่วกิลด์: ศิษย์สี่คาบสมุทร
«ตระกูลดัง»
«เมืองมายาเหมันต์»
«ฉิงอี้เก๋อ»
...
ผู้เล่นคนหนึ่งที่เพิ่งจะได้เป็นสมาชิกกิลด์หลักของวิหารทะนงฟ้า พอได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ก็ได้รับข้อความจากระบบทันที
“ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับฉายา: ผู้ใดหาญกล้าท้าชิง ต้องการแสดงฉายาหรือไม่: [ยืนยัน][ยกเลิก]”
เห็นข้อความแบบนี้ แน่นอนว่าต้องเลือก [ยืนยัน] อยู่แล้ว!
ในตอนนั้นเอง เสียงร้องอุทานก็ดังขึ้นรอบๆ
“เชี่ยเอ๊ย ฉายาโคตรเท่เลยว่ะ!”
“คนนี้อยู่กิลด์วิหารทะนงฟ้านี่นา อิจฉาชะมัด”
“เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะปฏิเสธคำเชิญเข้ากิลด์ของวิหารทะนงฟ้าไปเพราะพี่ชายฉันแท้ๆเสียใจอ่ะ ฮือๆๆ”
ผู้เล่นคนนั้นเงยหน้าขึ้นไปมอง และเห็นว่าเหนือชื่อของตัวเอง มีฉายาที่ส่องประกายสีทองปรากฏอยู่
[ผู้ใดหาญกล้าท้าชิง]
ในวินาทีนั้น ผู้เล่นคนนี้ตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ออกมา
“โคตรเท่!”
ภาพเหตุการณ์เช่นนี้กำลังเกิดขึ้นในทุกมุมของเกม และนี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ปรากฏฉายาขึ้นมาเป็นวงกว้างขนาดนี้
ในทันใดนั้น สมาชิกกิลด์วิหารทะนงฟ้านับไม่ถ้วนต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิลด์
ความรู้สึกที่เรียกว่า ‘ความเป็นส่วนหนึ่ง’ ได้ถูกปลุกขึ้นมาเพียงเพราะฉายาเดียว
นอกเหนือจากนี้ ฉายาของกิลด์อันดับสองและสามดูด้อยกว่ามาก ถึงขนาดที่ว่าบางคนไม่ต้องการที่จะแสดงฉายาออกมาด้วยซ้ำ
ซึ่งในบรรดานี้ สมาชิกกิลด์ราชวงศ์คือผู้ที่ไม่พอใจที่สุด
เพราะไม่ว่าจะในเกมไหน กิลด์ราชวงศ์ก็เป็นกิลด์ที่โดดเด่นที่สุดเสมอมา เคยต้องมาตามหลังคนอื่นแบบนี้ที่ไหนกัน?
ในใจของสมาชิกกิลด์ราชวงศ์ทุกคน มีเพียงอันดับหนึ่งเท่านั้นที่คือเกียรติยศที่พวกเขาควรจะได้รับ
ในขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์อันดับเหล่านี้กันอยู่ ข้อความจากระบบอีกหนึ่งฉบับก็ตามมา
[คำสั่งเจ้าเมืองมังกรคราม]: เมื่อเร็วๆนี้ มอนสเตอร์กลายพันธุ์นอกเมืองมังกรครามได้อาละวาดอย่างหนัก ซึ่งรบกวนความสงบสุขของเมืองมังกรครามอย่างยิ่ง
คำสั่งเจ้าเมือง: ภายใน 24 ชั่วโมง ผู้ถูกเลือกจะได้รับรางวัลตามจำนวนมอนสเตอร์กลายพันธุ์ที่สังหารได้; ผู้รับผิดชอบกิลด์สามารถยื่นขอต่อเจ้าเมืองเพื่อเข้าร่วมในนามของกิลด์ได้ โดยจะได้รับรางวัลตามอันดับของกิลด์ในท้ายที่สุด
(หมายเหตุ: สมาชิกกิลด์ที่เข้าร่วมในนามของกิลด์ จะไม่ถูกนับรวมในรางวัลการสังหารส่วนบุคคล; เป้าหมายที่สังหารต้องมีเลเวล ≥ 10)
รายละเอียดรางวัล:
[อันดับการสังหารส่วนบุคคล]
รางวัลอันดับที่ 1 : อาชาเทพเพลิง 1 ตัว (สัตว์ขี่); อุปกรณ์ระดับมหากาพย์ตามอาชีพ 1 ชิ้น (เลเวลเท่ากัน); 100 เหรียญทอง
รางวัลอันดับที่ 2 : อาชาไล่ลม 1 ตัว (สัตว์ขี่); 50 เหรียญทอง
อันดับ 3-10. รางวัล: ป้ายม้าศึกสีน้ำตาล 1 อัน; 50 เหรียญทอง
อันดับ 11-50. รางวัล: 50 เหรียญทอง
...
[อันดับการสังหารของกิลด์]
รางวัลอันดับที่ 1 : หัวหน้ากิลด์จะได้รับ ป้ายก่อตั้งกิลด์ 1 อัน, เสือดาวหิมะ 1 ตัว (สัตว์ขี่), อุปกรณ์ระดับมหากาพย์ตามอาชีพ 1 ชิ้น, 1000 เหรียญทอง. สมาชิกจะได้รับ ป้ายม้าศึกสีขาว 1 อัน, 100 เหรียญทอง
รางวัลอันดับที่ 2 : หัวหน้ากิลด์จะได้รับ ป้ายก่อตั้งกิลด์ 1 อัน, กระทิงป่า 1 ตัว (สัตว์ขี่), 500 เหรียญทอง. สมาชิกจะได้รับ 50 เหรียญทอง
อันดับที่ 3-5. รางวัล: หัวหน้ากิลด์จะได้รับ ป้ายก่อตั้งกิลด์ 1 อัน, ป้ายม้าศึกสีดำ 1 อัน, 300 เหรียญทอง. สมาชิกจะได้รับ 30 เหรียญทอง
...
นับถอยหลังเริ่มกิจกรรม: 23:59:40
ทันทีที่ระบบประกาศออกไป ก็เกิดกระแสความฮือฮาไปทั่วทั้งเกม
สายตาของทุกคนแทบทั้งหมดถูกดึงดูดด้วยสิ่งหนึ่ง นั่นก็คือ: สัตว์ขี่!
และจักรพรรดินักดื่มที่อยู่ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกิลด์ ก็พูดด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมว่า
“ครั้งนี้ ฉันจะดูสิว่ายังมีใครหน้าไหนจะมาหยุดยั้งการผงาดขึ้นของพวกเราราชวงศ์ได้อีก!”
ป้ายก่อตั้งกิลด์ที่เคยหายากยิ่งนัก ในตอนนี้กลับปรากฏขึ้นมาพร้อมกันถึง 5 อัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
การปรากฏตัวของสัตว์ขี่แม้จะน่าดึงดูด แต่สำหรับจักรพรรดินักดื่มแล้ว ป้ายก่อตั้งกิลด์คือสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้
ไม่มีใครคาดคิดว่า เพียงแค่เกมเปิดมาได้ไม่กี่วัน การแข่งขันเพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
ในขณะที่หัวหน้ากิลด์ที่มีชื่อเสียงในอันดับความแข็งแกร่งของกิลด์ต่างพากันเดินทางไปยังจวนเจ้าเมืองเพื่อยื่นขอเข้าร่วมกิจกรรมในนามของกิลด์
ณ วาร์ปของเมืองมังกรคราม กลับปรากฏร่างหนึ่งที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง
“นั่น นั่นมันราชันย์เอลฟ์!”
…………………