เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50: การล้อมสังหาร!

บทที่ 50: การล้อมสังหาร!

บทที่ 50: การล้อมสังหาร!


บทที่ 50: การล้อมสังหาร!

“พี่ใหญ่ ผมได้ยินมาว่าไอ้เจ้าเทพวิหารคลั่งมันพาลูกน้องไปดักรอเฟิงหัวแล้วนะ ได้ข่าวว่าจะไปเอาไอเทมระดับตำนานบนตัวมัน พวกเราจะไปแจมด้วยหน่อยไหม?”

ณ บริเวณเก็บเลเวลของหมาป่าลมปีศาจ…สังหารโลหิตแห่งกิลด์ราชวงศ์เอ่ยถามจักรพรรดินักดื่มขึ้นมาในทันที

จักรพรรดินักดื่มที่กำลังจัดการมอนสเตอร์อย่างชำนาญก็ตอบกลับไปทันที

“คนของกิลด์เทพวิหารมันไร้สมอง แล้วนี่เเกยังจะตามไปไร้สมองกับพวกมันด้วยอีกคนรึไง? จะดักรอใครไม่ดัก ดันไปดักรอเฟิงหัว”

สังหารโลหิตยังคงไม่เข้าใจนัก “ต่อให้นายเฟิงหัวนี่จะเก่งกาจแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วมันก็มาแค่ตัวคนเดียว กิลด์เราใหญ่โตขนาดนี้ยังจะต้องกลัวมันอีกเหรอ?”

ตอนนั้นเอง นครอุดรเดียวดายที่อยู่ด้านข้างก็เอ่ยขึ้น

“ก็เพราะไอ้พวกปัญญานิ่มแห่งเทพวิหารมันคิดแบบแกนี่แหละ ถึงได้ทำเรื่องโง่ๆแบบนี้ลงไป”

“หาเรื่องใครไม่หา ดันไปหาเรื่องเฟิงหัว แบบนี้มันหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ”

สังหารโลหิตแห่งเทพวิหารถึงกับตกตะลึง “นายเฟิงหัวนี่มันเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ? เก่งซะจนกิลด์ใหญ่อย่างเรายังต้องเกรงกลัวน่ะ”

“กลัวมัน?” นครอุดรเดียวดายถึงกับพูดไม่ออก

“ความแข็งแกร่งของเฟิงหัวเป็นเรื่องที่ไม่มีใครกังขาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าสำหรับกิลด์ของเรา การผูกมิตรกับผู้เล่นอิสระอย่างเฟิงหัวมันมีค่ามากกว่าการเป็นศัตรูกับเขาเยอะ”

“แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะอยู่เหนือผลประโยชน์ของกิลด์เราได้ เข้าใจไหม?”

เมื่อเห็นสีหน้ากึ่งเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจของสังหารโลหิต นครอุดรเดียวดายก็ได้แต่ยกมือกุมขมับ

“ช่างเถอะ แกไปลากมอนสเตอร์ต่อเถอะไป”

….

ทันใดนั้นจักรพรรดินักดื่มก็เอ่ยปากถามขึ้นมา “แล้วเจ้าเทพวิหารคลั่งมันพาคนไปเท่าไหร่?”

นครอุดรเดียวดายครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ดูเหมือนว่าจะยกหน่วยรบชั้นยอดของเทพวิหารที่ออกจากหมู่บ้านมือใหม่ไปทั้งหมดเลยนะ”

หลังจากจัดการมอนสเตอร์ตรงหน้าเสร็จ จักรพรรดินักดื่มก็ทอดสายตามองไปยังทิศทางของเทือกเขาเอาก์ลิน ในใจไม่รู้กำลังครุ่นคิดเรื่องอะไรอยู่ เขาจึงนิ่งเงียบไปนาน

………………

ในขณะเดียวกัน ไม่ใช่แค่กิลด์ราชวงศ์เท่านั้นที่คิดเช่นนี้

ไม่ว่าจะเป็นกิลด์ลั่วเสินหรือกิลด์อื่นๆที่รองลงมา พอได้ข่าวว่าเทพวิหารกำลังจะลงมือกับเฟิงหัว แทบทุกกิลด์ต่างก็พร้อมใจกันเลือกที่จะนิ่งเงียบ

หรืออาจจะเรียกว่านั่งบนภูดูเสือกัดกันเสียมากกว่า เพราะพวกเขาก็อยากจะใช้โอกาสนี้หยั่งเชิงความสามารถของผู้เล่นอันดับหนึ่งของเกมคนนี้ดูสักหน่อย

แล้วทางด้านหลินอี้ล่ะ?

เมื่อเห็นว่าตัวเองโดนคน “ดักซุ่ม” เข้าให้แล้ว บอกตามตรงว่าเขาก็คาดไม่ถึงอยู่เหมือนกัน

คงต้องโทษที่ตัวเองประมาทเกินไป

ทันทีที่เทพวิหารคลั่งออกคำสั่ง หลินอี้ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่แผ่นหลัง

...เป็นพวกโจรนี่เอง!

“-89”

“-78”

“-114” คริติคอล!

ตัวเลขค่าความเสียหายสามค่าลอยขึ้นเหนือศีรษะของหลินอี้ในพริบตา พลังชีวิตของเขาลดฮวบราวกับเขื่อนแตก หายไปเกือบครึ่งหลอดในชั่วอึดใจ

ทว่าในวินาทีถัดมา สกิลรักษาของเอฟร่าก็ร่ายลงมาในจังหวะเดียวกันพอดี

“+357”

“+10”

“+10”

“+10”

พลังชีวิตที่หายไปถูกฟื้นฟูกลับมาเต็มหลอดในทันที

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตานี้ทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึง

เรื่องแรกที่น่าตกใจก็คือพลังป้องกันของเฟิงหัวนั้นสูงอย่างไม่น่าเชื่อ

ขนาดโจรยังทำความเสียหายให้เขาได้ไม่ถึงร้อยเลยด้วยซ้ำ นี่มันยังเป็นอาชีพสายเวทมนตร์ที่เปราะบางอยู่จริงหรือ?

แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือจังหวะการรักษาที่แม่นยำราวจับวางของเอฟร่า รวมไปถึงปริมาณการฟื้นฟูที่น่าสะพรึงกลัวนั่น!

เทพวิหารหยิงหยิงที่อยู่ด้านข้างวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างรวดเร็ว

“นักรบทั้งหมดบุกเข้าไป! พยายามจัดการเขาทีเดียวให้จบ อย่าให้สัตว์เลี้ยงของมันมีโอกาสฮีล!”

“ส่วนพวกโจรก็คอยโจมตีอิสระอยู่รอบนอก คอยกันไม่ให้เขาหนีไปได้ด้วย!”

“นักบวชก็คอยดูเลือดของพวกนักรบไว้ พร้อมกับระวังการสวนกลับของเฟิงหัวให้ดี!”

ยังไม่ทันที่เทพวิหารหยิงหยิงจะพูดจบ นักรบทั้งสี่จากสี่ทิศทางก็ใช้สกิล “พุ่งชน” เข้าใส่หลินอี้พร้อมกัน!

หากหลินอี้โดน “โล่กระแทก” ทั้งสี่ครั้งนี้เข้า ขอเพียงแค่คนใดคนหนึ่งติดสถานะมึนงง รับรองได้เลยว่าในวินาทีถัดไป ร่างของหลินอี้จะต้องจมหายไปใต้ห่าเวทมนตร์จากเหล่านักเวทที่รายล้อมอยู่อย่างแน่นอน

นับตั้งแต่ที่ได้กลับมาเกิดใหม่ หลินอี้ก็ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างสงบเสงี่ยมมาโดยตลอด ไม่เคยคิดจะไปหาเรื่องใคร และที่สำคัญคือไม่เคยคิดที่จะเป็นศัตรูกับกิลด์ใหญ่เหล่านี้เลยแม้แต่น้อย

ในความคิดของหลินอี้แล้ว สภาวะที่ดีที่สุดคือต่างคนต่างอยู่ ถ้ามีโอกาสก็ร่วมมือกัน ถ้าไม่ก็แยกย้ายกันไปเล่นตามทางของตัวเอง

ด้วยนิสัยของหลินอี้ ปกติแล้วเขาจะเป็นพวก ‘ถ้าไม่มีใครมายุ่งก่อน เขาก็จะไม่ไปยุ่งกับใคร’

ดังนั้นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

แต่ว่า...หากมีใครกล้าเหยียบขึ้นมาบนหัวของเขาจริงๆล่ะก็

เหอะ!

เป็นคน มันก็ต้องมีขีดจำกัดกันบ้าง!

“เทเลพอร์ต!”

สกิล “โล่กระแทก” ของนักรบทั้งสี่คนพลาดเป้าเป้าทั้งหมด พวกเขาทั้งสี่ได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

การโจมตีที่เหล่านักเวทเตรียมการกันมาอย่างดิบดีก็พลาดเป้าเป้าไปตามๆกัน เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงระเบิดดังกึกก้องของเวทมนตร์

คนล่ะ?

หายไปไหน?

หรือว่าจะออฟไลน์ไปแล้ว?

แต่เดี๋ยวนะ เมื่อเข้าสู่สถานะต่อสู้แล้วจะออฟไลน์ไม่ได้นี่นา!

นี่คือความคิดแรกที่ผุดขึ้นในหัวของทุกคนหลังจากที่หลินอี้หายตัวไปอย่างกะทันหัน

ทว่าในวินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้น...ซึ่งนั่นก็คือเสียงของรองหัวหน้ากิลด์เทพวิหาร...เทพวิหารหยิงหยิง!

เทพวิหารหยิงหยิงมองเฟิงหัวที่ปรากฏตัวตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก: “นายจะทำอะไร!”

หลินอี้ขี้เกียจเกินกว่าจะตอบคำถามปัญญาอ่อนเช่นนั้น เพราะในฐานะแกนหลักและผู้บัญชาการของทีม คนแบบนี้ต้องตายเป็นคนแรก!

“ขีปนาวุธอาเคน!”

“-401” คริติคอล!

สังหารทันที!

ร่างของเทพวิหารหยิงหยิงกลายเป็นแสงสีขาวสลายไปต่อหน้าต่อตาทุกคน

พอเทพวิหารคลั่งเห็นภาพนั้นเข้า ใจของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง: “เเก!”

อาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง หลินอี้หันไปยิ้มให้เทพวิหารคลั่ง: “ใจเย็นๆเดี๋ยวก็ถึงตานายแล้ว”

ณ ตอนนั้นเอง เทพวิหารคลั่งก็ได้สติจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เขาระเบิดโทสะออกมา

“ยังจะมัวยืนบื้ออะไรกันอยู่! ลุยมัน!”

เป็นโจรอีกแล้ว!

หลินอี้ม้วนตัวหนึ่งตลบ หลบคมมีดสั้นที่ส่องประกายเย็นเยียบได้อย่างหวุดหวิด

นักรบทั้งสี่คนกลับมารวมกลุ่มจัดกระบวนทัพอีกครั้ง แล้วโถมเเข้า มาล้อมกรอบหลินอี้

เทพวิหารคลั่งคำราม: “คราวนี้ฉันจะดูซิว่าเเกจะหนีไปไหนได้อีก”

หลังจากที่หลินอี้ม้วนตัวหลบ แม้จะหลบการลอบโจมตีของโจรได้สำเร็จ แต่ทว่าเขากลับต้องรับการโจมตีด้วยเวทมนตร์ไปเต็มๆสามชุดรวด ซึ่งรวมถึงของเทพวิหารคลั่งด้วย

“-105”

“-69”

“-67”

พลังชีวิตกว่า 600 หน่วยของหลินอี้ ลดฮวบไปกว่าหนึ่งในสามในชั่วพริบตา

หลินอี้เพิ่งจะตั้งหลักได้ นักรบคนหนึ่งก็ยกโล่พุ่งเข้าใส่

“ทุบกระแทก!”

“-41”

หลินอี้เซถลาจนเกือบจะล้มลง

พอนักรบคนถัดไปใช้สกิล “ทุบกระแทก” เเข้า มาอีกครั้ง หลินอี้ที่ตั้งหลักได้มั่นคงแล้วก็ขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อหลบการโจมตีนั้นไปได้อย่างสวยงาม

และในจังหวะนั้นเอง สกิลขีปนาวุธอาเคนก็คูลดาวน์เสร็จพอดี

หลินอี้ฉวยโอกาสช่วงเวลาสั้นๆนั้น ยิงสกิลใส่จอมเวทไฟคนหนึ่งในกลุ่มนักเวท

“ขีปนาวุธอาเคน”

“-396”

สังหารทันทีอีกครั้ง!

….

“ดาเมจสูงชะมัด!”

ทุกคนต่างตกตะลึงกับพลังโจมตีของหลินอี้

เเละมีคนหนึ่งตั้งสติได้

“เวทมนตร์ของเขาเหมือนจะร่ายทันทีเลยนี่หว่า!”

เมื่อเห็นว่ามีคนถูกหลินอี้สังหารไปอีกหนึ่งคน สีหน้าของเทพวิหารคลั่งในตอนนี้ก็บูดเบี้ยวถึงขีดสุด

พาคนมาเป็นสิบเพื่อดักฆ่านักเวทคนเดียว ไม่เพียงแต่จะฆ่าไม่สำเร็จ แต่กลับโดนสวนกลับจนตายไปถึงสองคน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรองหัวหน้ากิลด์!

แค่คิดว่าถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป กิลด์เทพวิหารจะถูกหัวเราะเยาะขนาดไหน สีหน้าของเทพวิหารคลั่งก็มืดครึ้มจนแทบจะมีน้ำหยดออกมา

เขามองไปยังร่างที่กำลังตกอยู่ในวงล้อมและสถานการณ์คับขันนั้น แล้วก็ต้องยอมรับแต่โดยดีว่าเฟิงหัวคนนี้แข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มากจริงๆ

หลังจากเพิ่งหลบสกิล “ทุบกระแทก” ของนักรบได้ ลูกศรน้ำแข็งลูกหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของเฟิงหัว

[ระบบ]: ท่านถูกโจมตีด้วยลูกศรน้ำแข็งและติดสถานะ ความเร็วเคลื่อนที่ลดลง 30% เป็นเวลา 3 วินาที

“บัดซบ!” หลินอี้สบถในใจ

นี่มันเคราะห์ซ้ำกรรมซัดชัดๆ!

และในตอนนั้นเอง สกิลโล่กระแทกของนักรบคนหนึ่งก็คูลดาวน์เสร็จพอดี เขาพุ่งเข้าโจมตีหลินอี้ที่หลบไม่ทันในทันที

“โล่กระแทก!”

“-31”

[ระบบ]: ท่านถูกโจมตีด้วยโล่กระแทกและติดสถานะ มึนงง 1 วินาที

[ระบบ]: ท่านถูกจำกัดการเคลื่อนไหว เหลือเวลาอีก 51ms

[ระบบ]: ท่านถูกจำกัดการเคลื่อนไหว เหลือเวลาอีก 39ms

ในชั่ววินาทีที่หลินอี้ติดสถานะมึนงง เวทมนตร์ห้าสายก็ร่ายเสร็จสมบูรณ์ แล้วระดมยิงเข้าใส่ร่างของเขาพร้อมกัน

เทพวิหารคลั่งตะโกนอย่างบ้าคลั่ง: “ตายซะ!”

“-89”

“-75”

“-79”

“-68”

“-115” คริติคอล!

[ระบบ]: ผลของ [พรแห่งเอฟร่า] ทำงาน ท่านจะได้รับสถานะอมตะต่อความเสียหายทั้งหมด เป็นเวลา 3 วินาที

“ฮีล”

“+349”

“+10”

“+10”

[ระบบ]: สถานะมึนงงสิ้นสุดลง

อาคาฮิโตมิ (เพื่อน): “ขอโทษที พอดีมาช้าไปหน่อย”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 50: การล้อมสังหาร!

คัดลอกลิงก์แล้ว