เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17: ชี้เป้าหมายสู่การพิชิตดันเจี้ยนครั้งแรก

บทที่ 17: ชี้เป้าหมายสู่การพิชิตดันเจี้ยนครั้งแรก

บทที่ 17: ชี้เป้าหมายสู่การพิชิตดันเจี้ยนครั้งแรก


บทที่ 17: ชี้เป้าหมายสู่การพิชิตดันเจี้ยนครั้งแรก

“ท่านจะยอมรับเจตนารมณ์สุดท้ายของเทพคาร์ซา เพื่อต่อสู้ปกป้องสันติภาพแห่งทวีปลาฟาร์มหรือไม่”

หลินอี้ยังคงดื่มด่ำอยู่กับภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งได้เห็นเมื่อครู่ด้วยหัวใจที่ร้อนระอุและใบหน้าที่แดงก่ำ

ในตอนนี้ สมองของหลินอี้ไม่สามารถขบคิดได้อีกต่อไปแล้วว่าเหตุใดในชาติที่แล้วถึงไม่เคยปรากฏนิมิตอันน่าอัศจรรย์เช่นนี้มาก่อน

เขาทอดสายตามองชายชราในอาภรณ์ขาดรุ่งริ่งที่อยู่เบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่ยิ่งกว่าครั้งไหนๆในชีวิต: “ผม...ยินดี!”

สิ้นเสียงนั้น แสงสีทองสว่างวาบก็ระเบิดออกจากร่างของหลินอี้ และในวินาทีต่อมา เขาก็รีบเปิดหน้าต่างสถานะของตนเองขึ้นมาดูด้วยความร้อนรนใจ

ตัวละคร: เฟิงหัว

เลเวล: 10

ค่าประสบการณ์: 2041/6000

อาชีพ: ผู้อัญเชิญวิญญาณขั้นต้น

พลังชีวิต: 490/490

พลังเวท: 610/610

ค่ากาย: +21

ค่าพละกำลัง: +11

ค่าสติปัญญา: +107

ค่าความว่องไว: +16

ค่าความแม่นยำ: +5

พลังโจมตีกายภาพ: 26-59

พลังโจมตีเวทมนตร์: 147-254

พลังป้องกันกายภาพ: 117

พลังป้องกันเวทมนตร์: 89

ค่าโชค: 5

ค่าเกียรติยศ: 100

….

และแล้ว ทักษะเดิมทั้งหมดของเขาก็ถูกแทนที่ด้วยทักษะใหม่ยกชุด

ทักษะอัญเชิญวิญญาณ (ใช้งาน): สุ่มอัญเชิญสิ่งมีชีวิตจากขุมนรกทั้งเก้าออกมาต่อสู้เพื่อตนเอง โดยเลเวลของสิ่งที่ถูกอัญเชิญจะไม่สูงกว่าตัวผู้อัญเชิญเกิน 3 เลเวล สิ่งที่ถูกอัญเชิญจะไม่หายไปจนกว่าจะตายหรือผู้อัญเชิญยกเลิกการอัญเชิญด้วยตนเอง ใช้พลังเวท: 500 คูลดาวน์: 24 ชั่วโมง

ขีปนาวุธอาร์เคน (ใช้งาน): โจมตีเป้าหมายที่กำหนดด้วยพลังอาร์เคน สร้างความเสียหายเวทอาร์เคน ใช้พลังเวท: 50 คูลดาวน์: 5 วินาที

เคลื่อนย้ายในพริบตา (ใช้งาน): ปรากฏตัวในตำแหน่งที่กำหนดในระยะไม่เกิน 3 หลาในทันที ใช้พลังเวท: 68 คูลดาวน์: 30 วินาที

ระเบิดอาร์เคน (ใช้งาน): สร้างความเสียหายหมู่ 45-67 ในพื้นที่ไม่เกิน 2 หลารอบเป้าหมาย ใช้พลังเวท: 150 คูลดาวน์: 10 วินาที

ความชำนาญอาร์เคน (ติดตัว): เวทมนตร์สายอาร์เคนทั้งหมดใช้เวลาร่าย: 0

……

เมื่อเห็นทักษะติดตัวอันสุดท้าย ดวงตาของหลินอี้ก็พลันเปล่งประกายขึ้นมา

“ร่ายเวทได้ทันทีจริงๆด้วย!”

แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินอี้ประหลาดใจมากที่สุดกลับเป็นการที่เขาสำเร็จการสืบทอดโดยตรงเลย แทนที่จะได้รับเป็นตำราสืบทอดมาก่อน

ถึงอย่างนั้น ความสงสัยนี้ก็คงอยู่ในใจเขาได้ไม่นานนักก่อนจะถูกหลินอี้ปัดทิ้งไป เพราะอย่างไรเสียเป้าหมายของเขาก็คือการรับสืบทอดอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงคิดเสียว่ามันคงเป็นผลพวงที่เกิดจากค่าความสนิทสนมก็แล้วกัน

ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หลินอี้จึงรีบเปิดกระเป๋าสัมภาระของตนเองขึ้นมาทันที

และในวินาทีที่เขาเห็นลูกแก้วที่ส่องประกายแสงสีม่วงลอยอยู่เบื้องหน้า หัวใจของหลินอี้ก็รู้สึกสดชื่นราวกับได้ดื่มน้ำเย็นจัดในวันอากาศร้อน

นึกไม่ถึงเลยจริงๆว่าลูกแก้วนี้จะเป็นอาวุธประเภทที่ไม่ต้องถือครองซึ่งหาได้ยากยิ่ง!

ณ ตอนนี้ ลูกแก้วลอยนิ่งอยู่ตรงหน้าของหลินอี้ ไม่ว่าเขาจะเดินไปทางไหน มันก็จะลอยติดตามไปทุกที่

เท่เป็นบ้าเลยเว้ย!

และในขณะที่หลินอี้กำลังจะเดินออกจากกิลด์นักเวทเพื่อไปทดลองใช้ทักษะใหม่ เขากลับบังเอิญเดินไปชนเข้ากับชายคนหนึ่งที่คาดว่าคงจะเดินทางมาเพื่อเปลี่ยนอาชีพ

หลินอี้พอจะเดาได้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมีคนไปถึงเลเวลสิบอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้

เเละในขณะที่เขากำลังจะเดินจากไป ชายคนนั้นก็พลันเรียกเขาไว้เสียก่อน

“เฟิงหัว?”

หลินอี้หันกลับไปเพ่งมอง “เทพวิหารคลั่ง!”

เมื่อมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจน ร่างกายของหลินอี้ก็พลันชะงักงันไปอย่างเห็นได้ชัด

เทพวิหารคลั่งมองบุคคลผู้เป็นตำนานตรงหน้าด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสนใจ

“นายรู้จักฉันงั้นรึ?”

นามของเทพวิหารคลั่ง...มีหรือที่เขาจะไม่รู้จัก?

เพียงแต่ว่า...มันเป็นชื่อเสียงในทางฉาวโฉ่เสียมากกว่า

“หัวหน้ากิลด์เทพวิหารนามว่าเทพวิหารคลั่ง...ชื่อเสียงเลื่องลือสมคำร่ำลือจริงๆ”

หลินอี้เองก็นึกไม่ถึงเช่นกันว่าตนเองจะต้องมาพบกับคนผู้นี้ที่นี่

ดูเหมือนเทพวิหารคลั่งจะสังเกตเห็นแววตาแห่งความรังเกียจที่ฉายวาบผ่านดวงตาของหลินอี้ เขาจึงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มว่า

“ดูท่าว่าภาพลักษณ์ของฉันในสายตานาย ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยสินะ”

“ฉันเองก็ไม่อยากจะอ้อมค้อมให้เสียเวลา ฉันอยากจะเชิญนายเข้าร่วมกิลด์เทพวิหารของฉันในตำแหน่งผู้อาวุโส ไม่ทราบว่านายจะว่าอย่างไร?”

หลินอี้จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเทพวิหารคลั่ง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยท่าทีที่สงบนิ่งไม่เจียมตนหรือหยิ่งผยองเกินไปนัก

“ต้องขอขอบคุณหัวหน้ากิลด์คลั่งที่มองเห็นคุณค่าในตัวฉัน แต่ทว่าวิหารใหญ่อย่างกิลด์เทพวิหารนั้น…ฉันคงมิอาจเอื้อมถึงได้ ลาก่อน”

กล่าวจบ หลินอี้ก็หันหลังแล้วเดินจากไปทันที

ส่วนทางด้านเทพวิหารคลั่งเองก็ไม่ได้พยายามจะเอ่ยปากรั้งเขาไว้แต่อย่างใด ตรงกันข้ามเขากลับยืนมองแผ่นหลังของหลินอี้ที่เดินจากไปพร้อมกับสีหน้าที่ครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

ครู่ต่อมา เทพวิหารคลั่งก็เปิดรายชื่อผู้ติดต่อขึ้นมา ก่อนจะค้นหาชื่อนักบวชชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า ‘เทพวิหารคนเถื่อน’

“ช่วยฉันไปสืบประวัติของนายเฟิงหัวนี่หน่อย ว่ามันเป็นใครมาจากไหน”

….

ในขณะเดียวกัน ณ หมู่บ้านเริ่มต้นแห่งหนึ่ง นักเวทคนหนึ่งได้เดินเข้ามาเอ่ยถามว่า:

“ท่านที่ปรึกษา มีปัญหาอะไรรึเปล่าขอรับ?”

“ไม่มีอะไร พวกนายลากมอนสเตอร์ต่อไปเถอะ”

“รีบช่วยฉันอัปเลเวลให้ถึง 10 ไวๆหัวหน้ากิลด์เตรียมจะพิชิตดันเจี้ยนเป็นกลุ่มแรกให้ได้ภายในวันนี้แล้ว”

นักเวทคนนั้นไม่ได้พูดอะไรต่อ เขารีบจัดแจงให้คนสองสามคนเริ่มลากมอนสเตอร์ทันที

เทพวิหารคนเถื่อนมองข้อความที่เทพวิหารคลั่งส่งมา พลางครุ่นคิดในใจอย่างเข้าใจกระจ่างแจ้ง

ดูท่าว่าคราวนี้หัวหน้ากิลด์คงจะตั้งใจลงมือกับนายเฟิงหัวที่กำลังโด่งดังเป็นพลุแตกอยู่เป็นแน่

……

อีกด้านหนึ่ง

ณ กิลด์นักรบแห่งเมืองเต่าดำ จักรพรรดินักดื่มที่เพิ่งจะเปลี่ยนอาชีพเสร็จกำลังสั่งการเหล่าแกนนำของกิลด์ตนเองอยู่:

“วันนี้ก่อนสิบโมงเช้า ไม่ว่าพวกนายจะใช้วิธีไหนก็ตาม ทั้งซูเปอร์ฮีล สังหารโลหิต และนครอุดรเดียวดาย พวกนายสามคนต้องอัปเลเวลให้ถึงสิบให้ได้”

“การพิชิตดันเจี้ยนแบบทีมครั้งแรก จะต้องเป็นของ ‘ราชวงศ์รุ่งโรจน์’ ของเราเท่านั้น เข้าใจกันแล้วใช่ไหม?”

ราชวงศ์ซูเปอร์ฮีล (นักบวชฝึกหัด): “ถ้าดูจากความเร็วในตอนนี้แล้ว ฝั่งผมไม่มีปัญหาแน่นอน”

“แต่ว่าหัวหน้าครับ ตอนนี้พวกกิลด์ตระกูลดังกำลังทุ่มเงินดึงตัวคนจากทีมชั้นยอดของเราไปอย่างหนักเลย มีพี่น้องของเราหลายคนถูกพวกมันซื้อตัวไปด้วยราคาสูงแล้ว เรื่องนี้จะจัดการยังไงดีครับ?”

ราชวงศ์สังหารโลหิต (นักรบฝึกหัด): “พวกตระกูลดังมันถึงขั้นมาตั้งโต๊ะซื้อตัวกันอย่างเปิดเผยที่ลานกว้างในหมู่บ้านหลิวหนานของเราแล้ว พวกคุณหนูเศรษฐีเวรนี่มันน่ารำคาญชะมัด พอมีเงินหน่อยก็ทำลายกลไกตลาดมั่วซั่วไปหมด ฉันรู้มาว่ามีคนในทีมชั้นยอดของเราหลายคนเริ่มใจอ่อนแล้วด้วย”

ราชวงศ์นครอุดรเดียวดาย (โจรฝึกหัด): “จะไปจัดการอะไรมัน? ใครอยากไปก็ปล่อยให้มันไสหัวไปเลย พวกหมาป่าอกตัญญูที่เลี้ยงไม่เชื่อง เก็บไว้ก็มีแต่จะเป็นภัย”

“ฉันขวางหูขวางตาไอ้พวกทีมชั้นยอดมานานแล้ว พอมีฝีมือนิดหน่อยก็ไม่รู้แล้วว่าตัวเองเป็นใคร”

“ถือโอกาสนี้จัดการกวาดล้างพวกที่มีใจสองฝักสองฝ่ายออกไปให้หมดเลยก็ดี”

ราชวงศ์วสันต์อัสดง (นักเวทฝึกหัด): “ฉันเห็นด้วยกับที่นครอุดรเดียวดายพูด ทีมชั้นยอดของเราถึงเวลาต้องถ่ายเลือดใหม่แล้วเหมือนกัน”

“อีกอย่าง เกม ‘เกียรติยศแห่งทวยเทพ’ ในตอนนี้มันไม่เหมือนกับเกมออนไลน์เก่าๆแล้วนะ ถ้าหากพวกเราอยากจะสร้างความสำเร็จในเกมนี้ให้ได้ ก็จำเป็นต้องร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว ต่อสู้กับศัตรูภายนอกเท่านั้น”

“ฉันว่าเน้นคุณภาพดีกว่าปริมาณน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดนะ”

จักรพรรดินักดื่ม (นักรบฝึกหัด): “เรื่องนี้ก็ทำตามที่นครอุดรบอกนั่นแหละ ไม่ต้องไปสนใจมัน ตราบใดที่สมาชิกหลักของเรายังอยู่ ต่อให้ทีมชั้นยอดจะหายไปก็สร้างขึ้นมาใหม่ได้”

“ตอนนี้พวกนายรีบไปอัปเลเวลซะ ฉันจะไปสำรวจสถานการณ์ที่ดันเจี้ยนก่อน”

“รับทราบ!”

………

อีก​ด้าน

“หัวหน้า ท่านว่าถ้าเราทำแบบนี้ มันจะไม่เป็นการสร้างศัตรูกับทุกคนไปเลยเหรอ?”

บนเนินเขาแห่งหนึ่ง ตระกูลดังฉันไม่ร้องไห้เอ่ยถามตระกูลดังหล่อบรรลัย

ตระกูลดังหล่อบรรลัยมองเหล่าผู้เล่นที่กำลัง ‘ต่อสู้อย่างนองเลือด’ อยู่เบื้องล่างเนินเขา ก่อนจะเผยรอยยิ้มอันมั่นใจออกมา

“กิลด์ตระกูลดังของเราเคยกลัวการสร้างศัตรูตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตระกูลดังหล่อบรรลัยก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้: “กิลด์ตระกูลดังของเราเพิ่งจะก่อตั้งมาได้แค่สองปีเท่านั้น”

“ถ้าเทียบกับพวกกิลด์เก่าแก่พวกนั้นแล้ว รากฐานของเรายังอ่อนกว่ามาก”

“ถ้าหากไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าช่วยบ้าง ในช่วงแรกของเกมพวกเราจะเสียเปรียบอย่างมากเลยนะ”

“ได้ยินมาว่าตอนนี้กิลด์ใหญ่ๆหลายกิลด์กำลังทุ่มสุดตัวเพื่อแย่งชิงตำแหน่งพิชิตดันเจี้ยน ‘ดินแดนลับแห่งพงไพร’ เป็นกลุ่มแรก บอกตามตรงว่าเรื่องสนุกขนาดนี้ จะขาดกิลด์ตระกูลดังของเราไปได้อย่างไรกัน”

“นายยังขาดอีกเท่าไหร่ถึงจะเลเวลอัป?”

ตระกูลดังฉันไม่ร้องไห้: “ฉันยังขาดอีกหนึ่งเลเวลนิดๆ”

“พวกเยียนหรานเองก็เลเวล 8 กันหมดแล้ว วันนี้น่าจะอัปถึงเลเวล 10 กันได้ทุกคนสินะ”

“ไป ลุยเก็บเลเวลกันต่อ”

ตระกูลดังหล่อบรรลัยเปิดรายชื่อผู้ติดต่อของตนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว สายตาของเขาจับจ้องไปยังชื่อ ‘เฟิงหัว’ ทั้งสองคำนั้นก่อนจะจมดิ่งลงสู่ภวังค์ความคิด

ครู่ต่อมา ตระกูลดังหล่อบรรลัยก็อดไม่ได้ที่จะเปิดหน้าต่างสนทนาขึ้นมา

“พี่เฟิง สนใจมาล่าบอสดันเจี้ยนเป็นกลุ่มแรกด้วยกันไหมครับ?”

……

หลินอี้ที่กำลังยืนอยู่หน้าทางเข้าดันเจี้ยน ‘ดินแดนลับแห่งพงไพร’ พลันได้รับข้อความจากตระกูลดังหล่อบรรลัยด้วยความงุนงงอยู่บ้าง

พิชิตเป็นกลุ่มแรกรึ?

เขาเกือบลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย

“ท่านผู้กล้าที่เคารพ ท่านแน่ใจหรือว่าจะท้าทาย ‘ดินแดนลับแห่งพงไพร’ เพียงลำพัง?”

“โอ้ ไม่ล่ะ ฉันขอคิดดูก่อน”

เฟิงหัว (ผู้อัญเชิญวิญญาณขั้นต้น): “นายเตรียมจะจ่ายเท่าไหร่?” (รีดไถ​อีกเเล้วววว)​

……………….

จบบทที่ บทที่ 17: ชี้เป้าหมายสู่การพิชิตดันเจี้ยนครั้งแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว