- หน้าแรก
- ฉันมองเห็นไอเทมดรอปของมอนสเตอร์ทุกตัว
- บทที่ 18: อุปกรณ์สวมใส่ [เฉพาะตัว]
บทที่ 18: อุปกรณ์สวมใส่ [เฉพาะตัว]
บทที่ 18: อุปกรณ์สวมใส่ [เฉพาะตัว]
บทที่ 18: อุปกรณ์สวมใส่ [เฉพาะตัว]
เมื่อเห็นคำตอบของหลินอี้ สมองของตระกูลดังหล่อบรรลัยก็ถึงกับประมวลผลตามไม่ทันไปชั่วขณะ
“หมายความว่ายังไง?”
“นายไม่ได้อยากจะพิชิตดันเจี้ยน ‘ดินแดนลับแห่งพงไพร’ เป็นกลุ่มแรกหรอกรึ? นายเตรียมจะจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อซื้อมันล่ะ?”
คราวนี้ตระกูลดังหล่อบรรลัยถึงได้เข้าใจกระจ่างแจ้ง แต่ทว่าบนใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างถึงขีดสุด
“พี่จะบอกว่า พี่สามารถช่วยพวกเราพิชิตดันเจี้ยนนี้เป็นกลุ่มแรกได้งั้นรึ?”
หลินอี้ไม่ได้ใส่ใจกับความกังขาของตระกูลดังหล่อบรรลัยแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเขากลับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจเต็มเปี่ยมว่า: “ตราบใดที่ราคาเหมาะสม ฉันรับประกันได้เลยว่าการพิชิตครั้งแรกนี้จะเป็นของกิลด์ตระกูลดังของนายแต่เพียงผู้เดียว”
สำหรับเงินที่ลอยมาหาถึงที่ แน่นอนว่าหลินอี้ย่อมไม่โง่พอที่จะปฏิเสธมันออกไป
ตระกูลดังหล่อบรรลัยพยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านของตนเอง
“ดี! พ​ี่บอกราคามาเลย ตราบใดที่สามารถพิชิตดันเจี้ยนนี้เป็นกลุ่มแรกได้ ไม่ว่าจะเท่าไหร่ฉันก็จ่ายไหว”
เพียงแค่คิดว่าจะสามารถตบหน้าพวกกิลด์เก่าแก่เหล่านั้นได้อย่างฉาดใหญ่ ตระกูลดังหล่อบรรลัยก็อดที่จะรู้สึกสะใจอยู่ลึกๆไม่ได้
และดูเหมือนว่าตั้งแต่แรกเริ่ม ตระกูลดังหล่อบรรลัยจะไม่เคยสงสัยในความสัตย์จริงของคำพูดหลินอี้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้ตัวเขาเองรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ไม่น้อยเช่นกัน
และในขณะเดียวกันนั้นเอง หลินอี้กลับกำลังกลุ้มใจว่าจะเรียกราคาเท่าไหร่ดี
ก็แค่การพิชิตดันเจี้ยนระดับเริ่มต้นครั้งแรกเท่านั้นเอง ถ้าเรียกไปหนึ่งแสนมันจะมากเกินไปหรือเปล่านะ?
แต่คิดดูอีกที...ก็ไม่น่าจะมากไปหรอกมั้ง
เพราะอย่างไรเสียแค่พวกนั้นซื้ออุปกรณ์สวมใส่ชิ้นเดียวก็ใช้เงินไปหลายหมื่นแล้ว
และในขณะที่หลินอี้กำลังลังเลอยู่ว่าราคาหนึ่งแสนนั้นจะมากเกินไปหรือไม่ ทางด้านตระกูลดังหล่อบรรลัยที่รอคำตอบจากหลินอี้อยู่นานสองนานก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาตัดสินใจกัดฟันพูดออกไปว่า
“ห้าแสนเป็นยังไง?”
“แค่ก!”
นี่มันปล้นกันชัดๆ!
ถึงแม้ว่าคนที่ถูกปล้นจะไม่ใช่ตัวเขาเอง แต่มันก็ทำให้หัวใจของหลินอี้ถึงกับเต้นระรัวขึ้นมา
โลกของคนรวยนี่มันช่างเป็นอะไรที่คนธรรมดาสามัญอย่างเขาไม่อาจจะหยั่งถึงได้จริงๆ
หลินอี้ค่อยๆลบข้อความ ‘งั้นก็เอาแค่หนึ่งแสนแล้วกัน’ ที่พิมพ์ค้างไว้ในช่องสนทนาออกทีละตัวอักษรอย่างเงียบๆ
และในตอนนั้นเอง ตระกูลดังหล่อบรรลัยก็ส่งข้อความมาอีกประโยคหนึ่ง
“เอางี้แล้วกัน ราคาเดียวจบไปเลย หนึ่งล้าน!”
“ถ้าพี่ชายคิดว่าโอเค ก็โอนเงินกันได้เลย แต่ถ้ายังไม่พอใจ ฉันจะเพิ่มให้อีก”
โอ้...ระบบทุนนิยมอันชั่วร้าย!
“ก็เอาตามที่นายว่านั่นแหละ หนึ่งล้าน พอเลเวลสิบแล้วค่อยติดต่อข้ามาอีกที นี่เป็นดันเจี้ยนห้าคน นายตัดสินใจเองได้เลยว่าจะพาใครไปบ้าง”
ตระกูลดังหล่อบรรลัย: “เข้าใจแล้วครับๆเงินผมโอนเข้าบัญชีพี่แล้วนะ พี่เฟิงลองตรวจสอบดูได้เลย”
เฟิงหัว: “ได้ งั้นฉันรอข่าวจากนายแล้วกัน”
…………
หลังจากที่วางสายจากตระกูลดังหล่อบรรลัยไปแล้ว นั่นแหละหลินอี้ถึงได้ประจักษ์แก่ใจว่าคนรวยที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร!
หลินอี้ที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะเข้าไปลุยดันเจี้ยนคนเดียว ในตอนนี้ก็จำต้องล้มเลิกความคิดนั้นไป
เนื่องด้วยดันเจี้ยนส่วนตัวนั้นอยู่อีกฟากหนึ่ง ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางกว่าครึ่งค่อนวัน หลินอี้จึงขี้เกียจที่จะต้องวิ่งไปวิ่งมา
ในเมื่อตอนนี้ก็ว่างอยู่แล้วไม่มีอะไรทำ งั้นก็ไปฟาร์มมอนสเตอร์เก็บเลเวลก็แล้วกัน
พอดีกับที่รอบๆดันเจี้ยนแห่งนี้เต็มไปด้วย ‘เสือดาวเมฆาอาคม’ เลเวล 13
ตั้งแต่เลเวลสิบเป็นต้นไป มอนสเตอร์ไม่เพียงแต่จะดรอปเงินในจำนวนที่แตกต่างกันไปเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสดรอปอุปกรณ์สวมใส่ประเภท [เฉพาะตัว] อีกด้วย
อุปกรณ์สวมใส่ประเภท [เฉพาะตัว] นี้จัดเป็นอุปกรณ์ประเภทพิเศษ ซึ่งมีช่องสำหรับสวมใส่โดยเฉพาะ
ยกตัวอย่างเช่นพวกเสือดาวเมฆาอาคมที่อยู่ตรงหน้านี้
หลินอี้เริ่มสอดส่ายสายตาค้นหาในหมู่เสือดาวทันที
ต้องบอกเลยว่าเสือดาวพวกนี้แทบทุกตัวจะดรอปอุปกรณ์สวมใส่ระดับสีขาวหนึ่งถึงสองชิ้น และนานๆครั้งก็จะมีบางตัวที่ดรอปอุปกรณ์หายากระดับสีน้ำเงินด้วย
แต่ทว่าทั้งหมดนั้นกลับถูกหลินอี้มองข้ามไป และเมื่อสายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับร่างที่ไม่โดดเด่นร่างหนึ่งในฝูงเสือดาว นั่นก็ทำให้ดวงตาของหลินอี้เปล่งประกายขึ้นมาในทันที
“เอานายนี่แหละ”
“ขีปนาวุธอาร์เคน!”
“ปัง!”
“-367”
ช่างเป็นพลังทำลายที่น่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้
ต้องไม่ลืมว่าในตอนนี้หลินอี้เพิ่งจะเลเวลสิบเต็มหมาดๆเท่านั้น!
ตามปกติแล้ว สำหรับนักเวทเลเวลสิบที่สามารถสร้างความเสียหายแก่เสือดาวเมฆาได้เกินร้อย ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
และที่เป็นเช่นนี้ได้ ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับคุณสมบัติเพิ่มเติมจากอุปกรณ์สวมใส่ระดับมหากาพย์หลายชิ้นบนตัวของหลินอี้ ซึ่งเรียกได้ว่าโกงระดับเทพเลยทีเดียว
เสือดาวเมฆาที่ถูกโจมตีอย่างกะทันหันคำรามลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าใส่หลินอี้ในทันที
“ขีปนาวุธอาร์เคน”
“ปัง!”
“-341”
ตัวเลขความเสียหายที่สูงลิ่วปรากฏขึ้นอีกครั้ง พลังชีวิตของเสือดาวเมฆาเริ่มเข้าสู่ขีดอันตรายแล้ว
หลินอี้อดที่จะทอดถอนใจไม่ได้ ให้ตายสิ การร่ายเวทได้ทันทีนี่มันช่างสบายอะไรเช่นนี้
นี่สิถึงจะสมกับเป็นนักเวทตัวจริง!
การร่ายเวทที่ไร้ซึ่งการหน่วงเวลา นั่นหมายถึงความเป็นไปได้และอิสระในการเคลื่อนไหวที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง
และในชั่วพริบตาที่กรงเล็บอันแหลมคมของเสือดาวเมฆากำลังจะตะปบถึงตัวหลินอี้
“เคลื่อนย้ายในพริบตา”
ร่างของหลินอี้พลันหายวับไปจากจุดเดิม ก่อนจะปรากฏขึ้นอีกครั้งในที่ไม่ไกลนัก และในจังหวะที่เสือดาวเมฆาชะงักงัน เขาก็ซัดขีปนาวุธอาร์เคนอีกหนึ่งนัดส่งมันไปสู่ปรโลก พลังชีวิตของมันลดลงจนเหลือศูนย์
เสือดาวเมฆาร้องโหยหวนก่อนจะล้มลงสิ้นใจ บนพื้นรอบซากศพของมันปรากฏอุปกรณ์สวมใส่สองชิ้น เหรียญจำนวนหนึ่ง และสิ่งที่หลินอี้ต้องการ
กรงเล็บวายุคลั่ง [เฉพาะตัว]
ความเร็ว +5
เลเวลที่ต้องการ: 10
คุณสมบัติเพิ่มเติม: เมื่อใช้อาวุธประเภทโจมตีระยะประชิดสร้างความเสียหายแก่เป้าหมาย มีโอกาส 30% ที่จะเกิดผล ‘ฉีกกระชาก’ ซึ่งไม่สนค่าพลังป้องกัน ทำให้เป้าหมายสูญเสียพลังชีวิต 10 หน่วยต่อวินาที เป็นเวลา 10 วินาที
…
เห็นได้ชัดว่าอุปกรณ์สวมใส่เฉพาะตัวชิ้นนี้เป็นของอาชีพสายโจมตีระยะประชิด ถึงอย่างนั้นการที่หลินอี้สวมใส่มันก็ยังช่วยเพิ่มค่าความเร็วให้เขาได้ถึง 5 หน่วย ซึ่งก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
จากนั้นหลินอี้ก็เริ่มออกค้นหาเสือดาวเมฆาตัวอื่นในบริเวณโดยรอบอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีตัวไหนเลยที่มีโอกาสดรอปอุปกรณ์เฉพาะตัว
สมกับคำร่ำลือที่ว่าโอกาสดรอปอุปกรณ์เฉพาะตัวนั้นต่ำมากเสียจริงๆ
เมื่อเหลือบมองอุปกรณ์สวมใส่ที่ได้มาจากหมู่บ้านเริ่มต้นซึ่งยังอยู่บนตัวเขาอีกหลายชิ้น และในเมื่อตอนนี้ก็ว่างอยู่แล้วไม่มีอะไรทำ หลินอี้จึงตัดสินใจปักหลักฟาร์มมอนสเตอร์อยู่ที่นี่อย่างสบายใจ
ก็ถือซะว่าเป็นการอัปเลเวลและหาของไปในตัว
….
หนึ่งชั่วโมงกว่าผ่านไป
ไม่เพียงแต่หลินอี้จะอัปเลเวลเป็น 11 ได้สำเร็จเท่านั้น แต่อุปกรณ์สวมใส่บนตัวของเขาก็ถูกเปลี่ยนใหม่ยกชุดจนหมดจด
ชุดคลุมยาวแห่งปราชญ์ Lv.10 – หายาก
ผ้าคลุมแห่งซิลวี่ Lv.3 – หายาก
กางเกงยาวเวทมนตร์ Lv.5 – หายาก
ลูกแก้วลงทัณฑ์ (ผนึก) Lv.10 – มหากาพย์
ถุงมืออันประณีต Lv.9 – หายาก
เข็มขัดอันหรูหรา Lv.8 – หายาก
หมวกคลุมแห่งปราชญ์ Lv.10 – หายาก
รองเท้าบูทวายุสวรรค์ Lv.4 – มหากาพย์
หัวใจเมตตาแห่งเฟนาม Lv.5 – มหากาพย์
สร้อยคอทับทิม Lv.11 – ธรรมดา
กรงเล็บวายุคลั่ง Lv.10 – [เฉพาะตัว]
และในขณะที่หลินอี้กำลังจะตรวจสอบค่าสถานะของตนเองหลังจากเปลี่ยนอุปกรณ์สวมใส่ชุดใหม่ เขาก็พลันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
“มีโจร!”
หลินอี้ปิดหน้าต่างสถานะลง ก่อนจะกลั้นหายใจและตั้งสมาธิ
ในไม่ช้า เขาก็สัมผัสได้ถึงร่างเงาหนึ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้สถานะลอบเร้น
ถึงแม้ว่าในชาติก่อนหลินอี้อาจจะไม่ได้เก่งกาจในทุกๆด้านเป็นพิเศษ และบางทีฝีมือของเขาอาจจะสู้ได้ไม่เท่าสมาชิกทีมชั้นยอดบางคนด้วยซ้ำ
แต่ทว่าอย่าลืมเป็นอันขาด ว่านี่คือช่วงเริ่มต้นของเกม ‘เกียติยศแห่งทวยเทพ’...ผู้เล่นส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนกรอบความคิดที่ตายตัวมาจากเกมออนไลน์แบบดั้งเดิมได้
ในทางกลับกัน หากเทียบกับผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งจะเคยสัมผัสเกม ‘เกียรติยศแห่งทวยเทพ’ เป็นครั้งแรกแล้วนั้น หลินอี้กลับมีประสบการณ์และความรู้ที่มากกว่าถึงสามปีเต็ม
คิดว่าแค่ลอบเร้นแล้วจะกลายเป็นการล่องหนรึยังไง?
ต้องไม่ลืมสิว่านี่คือเกมที่โฆษณาว่าจำลองโลกเสมือนจริงได้ถึง 99%!
การลอบเร้นเป็นเพียงการใช้หลักการของแสงเพื่อหลอกลวงสายตาของมนุษย์เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของผู้ใช้ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆเลย
ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่เกิดจากการเคลื่อนไหว เสียงลมหายใจเมื่อรู้สึกตื่นเต้น หรือแม้กระทั่งเสียงลม ก็สามารถเปิดโปงตำแหน่งที่ซ่อนอยู่ได้ทั้งสิ้น
และไม่ต้องสงสัยเลยว่าโจรคนนี้ก็คือพวกมือใหม่หัดขับประเภทนั้น ที่คิดว่าแค่เปิดใช้การลอบเร้นแล้วคนอื่นก็จะมองไม่เห็นตนเอง
ตอนเคลื่อนไหวก็ไม่มีจิตสำนึกที่จะพยายามซ่อนเร้นตัวเองเลยแม้แต่น้อย สองเท้าที่ย่ำไปบนพื้นหญ้ายังคงส่งเสียงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
หลินอี้แสยะยิ้มอย่างขบขัน นายตั๊กแตนที่คิดว่าตนเองเป็นผู้ล่า เกรงว่าคงยังไม่รู้ตัวกระมัง ว่าตนเองได้กลายเป็น ‘เหยื่อ’ ของนกขมิ้นไปเสียแล้ว
…………
เทพวิหารจิ้งจอกแดง: “หัวหน้า ฉันเจอเฟิงหัวที่นี่แล้ว จะให้ลงมือเลยไหม?”
เทพวิหารคลั่ง: “มั่นใจรึเปล่า?”
เทพวิหารจิ้งจอกแดง: “เหอะ ก็แค่นักเวทกระจอกๆคนหนึ่ง อยู่ต่อหน้าฉันก็เปราะบางยิ่งกว่ากระดาษเสียอีก จัดการได้ในไม่กี่นาที”
เทพวิหารคลั่ง: “งั้นนายก็ระวังตัวด้วยแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะตามไป”
เทพวิหารจิ้งจอกแดง: “ได้เลย คอยดูฉันเล่นงานมันให้ตายคามือก็แล้วกัน”
………………..