- หน้าแรก
- จักรพรรดิมังกรแดง : ยิ่งมีลูกยิ่งแข็งแกร่ง
- ตอนที่ 49 ทำข้อตกลง
ตอนที่ 49 ทำข้อตกลง
ตอนที่ 49 ทำข้อตกลง
คำพูดของเท็ดไม่ได้เป็นเพียงการตอบคำถามของคริส แต่ยังเป็นการเตือนคริสด้วยว่าทหารม้าบินของพวกเขากำลังจะมาถึงเมืองเจคาโดในไม่ช้า ครั้งหน้าหากพญาอินทรีแห่งพงไพรของเจ้ายังกล้าบินผ่านหัวพวกข้า ก็จงระวังตัวให้ดี
"เหอะ! ในเมื่อทหารม้าบินของพวกเจ้าใกล้จะมาถึงแล้ว เผ่าทุบกระดูกของข้าก็คงไม่จำเป็นต้องออกหน้า อีกอย่าง แค่ของที่เจ้าเอามาส่งนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านี้ อยากจะให้ข้าไปสู้กับแมนติคอร์เชียวหรือ? ฝันไปเถอะ"
คริสปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ได้ทราบข่าวพวกแมนติคอร์แล้วก็เพียงพอ ที่เหลือไม่ใช่เรื่องที่เขาจะตัดสินใจได้
"ไม่ ๆ ๆ หัวหน้าคริส ท่านเข้าใจผิดแล้ว ของที่ส่งมาไม่ได้มีแค่นี้แน่นอน เราสามารถทำข้อตกลงกันได้ ข้ารู้ว่าพวกท่านเหล่าโนลล์และอสูรพวกนั้นล้วนหลงใหลในเลือดเนื้อของมนุษย์...ดังนั้น...ข้าขอรับประกันเลยว่า ตราบใดที่พวกท่านช่วยกำจัดแมนติคอร์ฝูงนั้นได้ ปลายเดือนทุกเดือน ข้าจะส่งมนุษย์ให้แก่เผ่าทุบกระดูกของท่านสิบคนขึ้นไป"
เท็ดเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี เขารู้ว่าโนลล์ไม่มีทางยอมตกลงสู้กับแมนติคอร์ง่าย ๆ จึงยื่น “ของล่อ” ที่อสูรยากปฏิเสธ...เนื้อมนุษย์
ในฐานะที่เป็นเมืองชายขอบที่สุดของอาณาจักรเยล ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่อาชญากรจำนวนมากถูกเนรเทศมา
เท็ดสามารถจับนักโทษประหารส่งให้คริสได้สบาย ๆ มันไม่มีอะไรเสียหายเพราะถึงอย่างไรคนพวกนั้นก็ต้องถูกฆ่าอยู่แล้ว เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์เสียจะดีกว่า
"ก็ถึงได้ว่ากันว่าพวกมนุษย์น่ะเหี้ยมโหดที่สุด คำพูดนี้มันไม่ได้ผิดเลยแม้แต่น้อย”
คริสถึงกับตกใจกับคำพูดของเท็ด แม้แต่เขาซึ่งเป็นอสูรชั่วร้ายแต่ก็ไม่มีทางโยนพวกพ้องของตนเองให้มนุษย์กินเป็นอาหารได้แน่ ต่อให้เป็นผู้ทรยศก็ควรจะถูกตนเองสังหารด้วยคมดาบ
"อย่าเพิ่งไปสนใจว่าพวกเรามนุษย์เป็นอย่างไร สรุปแล้วหัวหน้าคริสจะตกลงทำข้อตกลงนี้หรือไม่?"
เท็ดไม่อยากอธิบายความให้ยืดยาวว่าเขาแค่จะใช้ประโยชน์จากนักโทษประหารไม่กี่ชีวิตเท่านั้น
"...ข้าไม่ต้องการมนุษย์ เอาอย่างนี้ดีกว่า หากเจ้ายอมส่งของเพิ่มมาเป็นสองเท่า ข้าก็จะตกลงตามคำขอของเจ้า แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าข้าไม่รับประกันว่าจะสามารถฆ่าแมนติคอร์ฝูงนั้นได้”
จะทำอย่างไรต่อไปนั้นขึ้นอยู่กับความเห็นของฝ่าบาทซีมู่ คริสไม่สามารถรับประกันอะไรได้
ต่อให้ฝ่าบาทไม่เห็นด้วย พวกมนุษย์ก็ไม่รู้หรอกว่าเขาได้ไปจัดการกับแมนติคอร์จริงหรือไม่ นี่เรียกว่าการเจรจาเปล่า ๆ ปลี้ ๆ โดยไม่ต้องเสียอะไร
"ตกลง!"
ไม่นานนัก เท็ดและคริสก็บรรลุข้อตกลง เท็ดพาองครักษ์ของตนเตรียมจากไป แต่เมื่อถึงประตู เขาก็หยุดฝีเท้าลง
"ว่าแต่หัวหน้าคริส พวกท่านสร้างกำแพงหลังรังทำไมกัน? ทำไมไม่สร้างกำแพงที่มันล้อมรังตัวเอง?"
เท็ดหันกลับไปมองด้านหลัง
"ข้าพอใจจะสร้างล้อมอย่างไรก็แล้วแต่ข้า เจ้ามีความเห็นด้วยหรือ?"
คริสนึกข้ออ้างไม่ออก จึงขี้เกียจอธิบายให้เท็ดฟัง
"ไม่ ๆ ๆ นี่เป็นเรื่องของหัวหน้าคริส ข้าจะไปมีความเห็นได้อย่างไร แค่ถามเฉย ๆ เท่านั้น ไปล่ะ! ของที่จะส่งเพิ่มอีกสองเท่าจะถูกส่งมาให้ท่านในอีกสองสามวัน"
เท็ดโบกมือ พาองครักษ์ของตนจากไป
เมื่อเห็นว่าเท็ดและพวกพ้องจากไปแล้ว คริสจึงรีบวิ่งกลับเข้ารังมังกรเพื่อไปรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฝ่าบาทซีมู่ทราบโดยทันที
...
อีกด้านหนึ่ง
"ท่านเท็ด ทำไมท่านถึงยอมตกลงเงื่อนไขของพวกโนลล์ง่าย ๆ เช่นนั้น? ของที่ต้องส่งเพิ่มเป็นสองเท่า สำหรับเมืองเจคาโดของเราแล้วถือว่าหนักหนาสาหัสมากนะขอรับ" องครักษ์นายหนึ่งอดไม่ได้ที่จะถาม
เดิมทีเมืองเจคาโดก็เป็นเมืองที่ห่างไกลอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ยังถูกพวกอสูรปล้นทำลายอีก การที่จะต้องให้ทรัพยากรเพิ่มแก่พวกอสูรอีกเท่าตัว สำหรับเมืองเจคาโดที่กำลังจะพัฒนาแล้ว ถือว่าเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัด
"ก็แค่ทรัพยากรเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พวกมันไปเถอะ ปล่อยให้หมาพวกนั้นไปลองลิ้มรสความโหดร้ายของแมนติคอร์ดูหน่อยจะเป็นไร"
เท็ดเปลี่ยนท่าทีจากที่เคยอ่อนน้อมเป็นเย็นชา ราวกับเป็นคนละคน
"แต่ถ้าพวกมันไม่ไปจัดการกับแมนติคอร์จริง ๆ เล่าขอรับ?"
องครักษ์กังวลว่าคริสและพวกพ้องจะผิดสัญญา รับของไปแล้วแต่ไม่ทำตามข้อตกลง
"เจ้าคิดว่าข้าไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้หรือ? วางใจได้เลย พวกนั้นมันไปแน่" เท็ดพูดอย่างมั่นใจ
"เอ่อ...ท่านเท็ด ท่านแน่ใจขนาดนั้นเลยหรือ?"
องครักษ์คิดว่าอสูรส่วนใหญ่ไม่รักษาคำพูด โดยเฉพาะอสูรที่โกลาหลและชั่วร้าย คำพูดและคำสัญญาของพวกมันเหมือนกับเสียงลมผายลม มีแต่เสียงแต่จับจ้องไม่ได้
"แมนติคอร์มันโจมตีเส้นทางการค้าของเราซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเทือกเขาดอร์คาฟาร์ ย่อมต้องเกิดความขัดแย้งกับพวกโนลล์อย่างแน่นอน รอดูก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นเมื่อพวกมันทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บล้มตายกันไป ก็จะเป็นเวลาที่พวกเราจะยกทัพไปกำจัดพวกมัน และทวงคืนเกียรติยศและทรัพยากรของเราคืน!"
ในที่สุดเท็ดก็เผยธาตุแท้ นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของเขา
พวกหมาหน้าโง่เอ๊ย! ไปตายซะ!
...
รังมังกร
"เรื่องราวเป็นเช่นนี้ขอรับฝ่าบาท มนุษย์มาหาเราก็เพื่อจะให้จัดการกับฝูงแมนติคอร์"
คริสรายงานตามความจริง เล่าบทสนทนาทั้งหมดอย่างละเอียด ไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
"แมนติคอร์ฝูงนั้นยังไม่หนีไปไกลอีกหรือ?" ซีมู่ออกจะแปลกใจเล็กน้อย คิดว่าแมนติคอร์จะเลือกจากไปไกลหลังจากได้กลิ่นอายมังกรแดงแล้วเสียอีก
"ฝ่าบาท ข้าคิดว่าเหตุผลที่อสูรฝูงนั้นยังไม่จากไปง่าย ๆ นั้นง่ายมาก ลองคิดดูสิขอรับ ตอนนั้นข้ากับองค์หญิงเกวนโดลินไปเจอแมนติคอร์ตอนล่าสัตว์นอกเขตรัง แมนติคอร์ฝูงนั้นคงจะคิดว่าอาณาเขตของเราอยู่แถวนั้น โดยหารู้ไม่ว่าอาณาเขตที่แท้จริงของเราคือทั้งเทือกเขาดอร์คาฟาร์" คริสลองคาดเดาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
มีเพียงความเป็นไปได้นี้เท่านั้นที่จะอธิบายเหตุผลที่แมนติคอร์ยังปรากฏตัวอยู่ใกล้ ๆ นี้ได้ คริสคิดว่าแมนติคอร์คงไม่โง่พอที่จะคิดต่อกรกับมังกร...
"มนุษย์คนนั้นบอกว่าแมนติคอร์ปรากฏตัวใกล้เทือกเขาดอร์คาฟาร์หรือ?"
กรงเล็บแหลมคมเคาะลงบนก้อนหินที่อยู่ข้างใต้ สะเก็ดหินเล็ก ๆ แตกกระจาย
"ใช่แล้วขอรับ ฝ่าบาทท่านคิดจะจัดการกับแมนติคอร์ฝูงนั้นหรือไม่ขอรับ?"
สายตาของคริสดูตื่นเต้นเล็กน้อย เขาอยากจะแก้แค้นแมนติคอร์ฝูงนั้นมานานแล้ว
ตอนนั้นไม่ใช่แค่ทำให้เขาตกใจ แต่ยังทำให้องค์หญิงเกวนโดลินตกใจอีกด้วย พวกมันสมควรตาย!
"ไปดูก่อนสักหน่อย ในเผ่าซีมู่ตอนนี้มีเพียงพญาอินทรีแห่งพงไพรเป็นหน่วยบินเดียวเท่านั้น"
ซีมู่คิดที่จะลองสยบแมนติคอร์ฝูงนี้ พญาอินทรีแห่งพงไพรยังคงมีประโยชน์อยู่ แต่เมื่อเผ่าซีมู่พัฒนาไปเรื่อย ๆ แค่พญาอินทรีแห่งพงไพรอย่างเดียวย่อมไม่เพียงพอ มันจำเป็นต้องมีอสูรบินได้ชนิดอื่น ๆ อีก
สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งอย่างแมนติคอร์จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง
"ข้าเข้าใจความหมายของท่านแล้วขอรับฝ่าบาท! โปรดอนุญาตให้ข้าคนนี้..."
"ไม่ คริส ครั้งนี้เจ้าจงอยู่ที่นี่ ข้าจะนำพญาอินทรีแห่งพงไพรไปดูแมนติคอร์ฝูงนั้นเอง"
ซีมู่ขัดจังหวะคำพูดของคริส เขารู้ว่าคริสอยากจะตามไปด้วย แต่เขาปฏิเสธ
เหตุผลนั้นก็ง่าย ๆ คริสเป็นโนลล์ที่บินไม่ได้ ไปด้วยก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะทำให้เขาเดินทางช้าลงเท่านั้น
เรื่องนี้มีแค่พญาอินทรีแห่งพงไพรติดตามไปพร้อมกับเขาก็เพียงพอแล้ว