- หน้าแรก
- จักรพรรดิมังกรแดง : ยิ่งมีลูกยิ่งแข็งแกร่ง
- ตอนที่ 48 ผู้แทนมนุษย์เยือนเทือกเขาดอร์คาฟาร์
ตอนที่ 48 ผู้แทนมนุษย์เยือนเทือกเขาดอร์คาฟาร์
ตอนที่ 48 ผู้แทนมนุษย์เยือนเทือกเขาดอร์คาฟาร์
"การก่อสร้างไปถึงไหนแล้ว?"
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีเจ้าค่ะ ราชินีไอนีเวน"
"ด้วยความช่วยเหลือของเหล่าอสูร ทุกอย่างจึงเป็นไปอย่างราบรื่น"
"ทั้งหมดนี้เพื่อฝ่าบาทซีมู่ เพื่อเผ่าซีมู่อันยิ่งใหญ่"
...
เหล่าดาร์กเอลฟ์กำลังถือแบบแปลน บัญชาเหล่าอสูรและพวกพ้องให้สร้างกำแพงขนาดใหญ่ล้อมรอบรังมังกร โดยบนกำแพงติดตั้งหนามแหลมคมเป็นแถวยาวเพื่อป้องกันผู้บุกรุกปีนข้ามมา
เผ่าซีมู่จะตั้งรกรากอยู่ที่เทือกเขาดอร์คาฟาร์อย่างถาวร ดังนั้นดาร์กเอลฟ์แห่งเผ่าดาร์กมูนจึงเสนอให้สร้างกำแพงและเครื่องมือป้องกันการบุกรุกต่าง ๆ และเมื่อข้อเสนอนี้ไปถึงหูซีมู่ เขาก็เห็นชอบโดยทันที
เทือกเขาดอร์คาฟาร์มีทรัพยากรไม้เหลือเฟือ จะสร้างเท่าไหร่ก็ได้ แถมยังทำให้ดูดีขึ้นด้วย อย่างน้อยถ้ามีศัตรูบุกเข้ามา ก็ไม่ต้องกังวลว่าการโจมตีจะมาจากทุกทิศทุกทางพร้อมกัน
ไอนีเวนอุ้มท้องโต ๆ ของนางคุมงานสร้างกำแพงด้วยตนเอง หากส่วนไหนไม่ได้มาตรฐานก็จะถูกนางตำหนิทันที
อีกครึ่งปีลูกในท้องของนางก็จะคลอดแล้ว นางเป็นแม่ที่ตั้งครรภ์นานที่สุดในเผ่าซีมู่
ไอนีเวนเองก็จนปัญญา น้องสาวที่มาทีหลังนางครึ่งปียังคลอดลูกกันไปแล้ว เหลือเพียงแค่นางคนเดียว
"นายหญิงไอนีเวน!" คริสวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ
"เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดจึงรีบร้อนเช่นนี้" ไอนีเวนวางแบบแปลนลงพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"พวกมนุษย์มาขอรับ" คริสรีบแจ้งข่าว
"มนุษย์หรือ? มาส่งของอีกแล้วงั้นรึ?"
อุปกรณ์ของเผ่าซีมู่ได้รับการอัพเกรดก็เพราะทรัพยากรจากมนุษย์พวกนั้น หากไม่มีของที่ยึดมาและของที่มนุษย์นำมาส่งให้เพื่อการแลกเปลี่ยน อสูรในเผ่าซีมู่คงไม่มีทางได้เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่กันทุกตนเช่นนี้
"ใช่ขอรับ แต่...ครั้งนี้พวกมันพาองครักษ์มามากกว่าปกติ ข้าคิดว่าพวกมันอาจไม่มาดี ข้าจึงอยากรบกวนนายหญิงไอนีเวนไปแจ้งสถานการณ์ให้ฝ่าบาทซีมู่ทราบก่อน ส่วนข้าจะออกไปชะลอเวลาดูท่าทีพวกมันก่อนว่าแท้จริงมีจุดประสงค์อะไร”
คริสบอกความคิดของตนด้วยความระแวดระวัง
พวกมนุษย์ใกล้มาถึงรังมังกรเต็มทีแล้ว ในฐานะเจ้าของเทือกเขาดอร์คาฟาร์ แน่นอนว่าเขาต้องไปต้อนรับพวกมนุษย์สักหน่อย
"ไม่มีปัญหา เจ้ารีบไปเถอะ" ไอนีเวนพยักหน้าก่อนรีบเก็บแบบแปลน
...
นอกรังมังกร
เพื่อความสมจริง คริสจงใจนำเผ่าทุบกระดูกของโนลล์มาสร้างรังโนลล์ปลอมๆ ไว้ที่นี่เพื่อหลอกลวงพวกมนุษย์โดยเฉพาะ
"หัวหน้าคริส! เราได้พบกันอีกแล้ว"
และที่นั่น ทันทีที่คริสย่างเท้าเข้ามา ผู้นำกลุ่มมนุษย์ก็รีบเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม
"เท็ด? เจ้าชื่อนี้ใช่หรือไม่?" คริสนั่งลงบนที่นั่งของตน ไขว่ห้าง วางมาดตามประสาเจ้าของบ้าน
เขาพบกับเท็ดครั้งล่าสุดเมื่อหนึ่งปีก่อน
“ช่างเป็นเกียรตินักที่ท่านยังจำข้าได้หลังจากผ่านไปหนึ่งปี” เท็ดยิ้มกว้าง
อาวุธทั้งหมดของเหล่าองครักษ์ถูกพวกโนลล์ยึดไว้แล้ว นี่คือกฎของการเข้าเทือกเขาดอร์คาฟาร์
"ความจำของข้าก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น เท็ด ดูจากท่าทางของพวกเจ้าแล้ว ครั้งนี้นอกจากจะมาส่งของ คงมีเรื่องอื่นอีกสินะ?" คริสเลิกคิ้วเข้าประเด็น
เขาไม่อยากจะพูดคุยกับมนุษย์ตรงหน้ามากนัก
"หัวหน้าคริสช่างเฉลียวฉลาด ไม่ทราบว่าท่านได้สังเกตบ้างหรือไม่ว่าปีนี้ทรัพยากรที่อาณาจักรเรดของเราส่งมานั้น มีมากกว่าปีก่อน ๆ ตั้งหลายเท่า" เท็ดพูดด้วยสีหน้าประจบประแจง
มนุษย์ที่กำลังประจบอสูรที่ทำลายเมืองของตนเอง ใครเห็นก็คงต้องตกตะลึง
คริสกลอกตา ในใจรู้ทันทีว่าอีกฝ่าย “มีเรื่องร้องขอ”
"เจ้ามีเรื่องจะขอร้องข้าใช่หรือไม่?" คริสถามกลับอย่างรวดเร็ว
มองมนุษย์ตรงหน้าแล้วก็รู้สึกคลื่นไส้ หากไม่คิดว่าเบื้องหลังของอีกฝ่ายคืออาณาจักรเรด เขาคงอดใจไม่ไหวที่จะกินอีกฝ่ายซะเดี๋ยวนี้
"อันที่จริงนี่ถือเป็นการแลกเปลี่ยน หัวหน้าคริส เมื่อเร็ว ๆ นี้ เมืองเจคาโดของอาณาจักรเรดของเราถูกฝูงแมนติคอร์รบกวน..."
เมื่อเท็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาที่เบื่อหน่ายของคริสพลันส่องประกาย เขานั่งตัวตรง "เจ้าว่าอย่างไร? แมนติคอร์หรือ?!"
"ใช่แล้ว ดูจากท่าทีตื่นเต้นของหัวหน้าคริสแล้ว หรือว่าท่านเคยเห็นฝูงแมนติคอร์ฝูงนั้น?"
เท็ดเห็นคริสตื่นเต้นขนาดนี้ ในใจก็เดาได้บางอย่าง
ทั้งคู่ต่างก็ฉลาดหลักแหลม เพียงแค่เผยช่องโหว่เล็กน้อย ก็ง่ายที่จะถูกอีกฝ่ายเดาทางได้
"ใช่แล้ว แมนติคอร์ฝูงนั้น ข้าย่อมเคยเห็นมาก่อน แต่ที่ข้าไม่เข้าใจคือ พวกมนุษย์ก็มีหน้าไม้ไม่ใช่หรือ? หากลงอาคมเวทแล้วยิงใส่มันเพียงดอกเดียวก็ไม่มีปัญหาแล้วไม่ใช่หรือ?" คริสยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
เรื่องนี้ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังมนุษย์ตรงหน้า และเขายังตั้งคำถามกลับด้วย
ที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ตราบใดที่เป็นระดับเมือง โดยทั่วไปแล้วจะมีสิ่งที่เรียกว่าหน้าไม้
หากลงอาคมเวทไว้แล้ว พลังการยิงจะสูงมาก แม้แต่มังกรที่ยังไม่โตเต็มวัยหากถูกยิงเข้าก็มีความเสี่ยงที่จะตายได้
หน้าไม้คือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับอสูรที่บินบนท้องฟ้าได้โดยเฉพาะ
คริสรู้เรื่องนี้ดีแต่เผ่าซีมู่ไม่ได้สร้างมันขึ้นมา นั่นเพราะเผ่าซีมู่ขาดนักลงอาคม และข้อเสียของหน้าไม้คือสามารถวางไว้ได้แค่ที่เดิม เคลื่อนย้ายยาก มีข้อจำกัดสูง ดังนั้นซีมู่จึงไม่ได้คิดที่จะให้เผ่าซีมู่สร้างหน้าไม้
อย่างน้อยก็ต้องรอให้เผ่าซีมู่มีนักลงอาคมเก่ง ๆ หลายคนเสียก่อน เพราะนักลงอาคมไม่ใช่นักเวท แต่เป็นอาชีพเสริมประเภทอื่น อุปกรณ์อาวุธทุกชนิดสามารถผ่านการลงอาคมจากนักลงอาคมเพื่อให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
"ง่ายก็จริง แต่แมนติคอร์ฝูงนั้นก็ฉลาดมาก พวกมันจงใจซุ่มโจมตีรถบรรทุกสินค้าของเราที่ผ่านเส้นทางการค้านอกเมือง ทำให้หน้าไม้ของเราไม่มีประโยชน์เลย" เท็ดบอกถึงปัญหาของพวกมนุษย์
หน้าไม้สามารถวางได้แค่บนกำแพงเมือง แต่การโจมตีของแมนติคอร์อยู่บนเส้นทางการค้านอกเมือง ป้องกันได้ยากยิ่ง
"พวกมนุษย์ไม่มีทางรับมือกับแมนติคอร์บนท้องฟ้าเลยหรือ?" คริสถามกลับ
เขาไม่เชื่อว่ามนุษย์จะไม่มีทางรับมือเลย อีกอย่าง การรับมือกับแมนติคอร์เป็นเรื่องที่กินแรงไม่คุ้มค่า ทำไมเขาต้องให้การช่วยเหลือด้วยเล่า?
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ใช่เจ้าของเทือกเขาดอร์คาฟาร์ เจ้าของที่แท้จริงคือฝ่าบาทซีมู่
"เป็นเช่นนี้ขอรับ ราชวงศ์ของอาณาจักรเรดได้ส่งทหารม้าบินมาให้เราแล้ว แต่ต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนกว่าจะถึง ความสูญเสียที่เกิดขึ้น...หวังว่าท่านคงเข้าใจเรา"
"ดังนั้นข้าจึงคิดที่จะมาปรึกษาท่าน หวังว่าหัวหน้าคริสจะสามารถใช้กรงเล็บแหลมคมของพญาอินทรีแห่งพงไพรของท่าน ฉีกกระชากสิงโตสกปรกบนท้องฟ้านั้นได้"
คำพูดจบลงพร้อมรอยยิ้มเจือหวัง ส่วนในใจคริสนั้นกลับกำลังคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง…