เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47 เด็กๆก็ต้องซนเป็นธรรมดา

ตอนที่ 47 เด็กๆก็ต้องซนเป็นธรรมดา

ตอนที่ 47 เด็กๆก็ต้องซนเป็นธรรมดา


หาคู่ครองต่างเผ่าพันธุ์เพื่อมีลูก...

ซีมู่ครุ่นคิดถึงเรื่องหนึ่ง นอกจากเชื้อชาติแล้ว พวกมนุษย์โดยทั่วไปก็แทบไม่มีความแตกต่างกันมากนัก แต่หากเป็นเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ล่ะ เช่น เอลฟ์ ดาร์กเอลฟ์กับฟอเรสต์เอลฟ์ จะถูกนับเป็นเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันหรือไม่?

แม้ว่าโดยเนื้อแท้ต่างเป็นเอลฟ์เหมือนกัน แต่ก็แยกจากกันมานาน ยังนับเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันได้อยู่หรือ?

ซีมู่ส่ายหัวไล่ความคิดพวกนี้ทิ้งก่อนจะนึกในใจ .. ช่างมันเถอะ ค่อยหาฟอเรสต์เอลฟ์มาเป็นคู่ครองอีกคนก็แล้วกัน ต่อให้ระบบนับเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน อย่างไรตนเองก็ไม่เสียหายอยู่แล้ว

...

นอกรังมังกร

"ว้าว นี่คือน้อง ๆ หรือเจ้าคะ? น่ารักจัง"

เกวนโดลินยืนอยู่ต่อหน้าน้า ๆ ทั้งสาม พลางมองเด็กทารกในอ้อมแขนของพวกนางตาแป๋ว

เพราะเด็กพวกนี้มีสายเลือดมังกรแดงเช่นเดียวกันกับนาง ตอนเกิดมาหน้าตาจึงไม่ได้เหี่ยวย่น แต่กลับดูเรียบเนียน

แม้จะไม่ฉลาดเท่าเกวนโดลินที่สามารถพูดได้ในวันที่สองหลังเกิด แต่พอผ่านไปมาหลายวันก็เริ่มพูดคำง่าย ๆ ได้บ้างแล้ว

ซีมู่คิดว่าความแข็งแกร่งของพรสวรรค์น่าจะส่งผลต่อเรื่องนี้ด้วย

"ใช่แล้วจ้ะ เกวนโดลินน้อย ต่อไปข้าขอฝากพี่สาวอย่างเจ้าช่วยดูแลและปกป้องน้องๆ ด้วยนะ"

ซีล่ายิ้มอย่างอ่อนโยน

"พี่สาว..."

วาเลนตินคว้าชายกระโปรงของแม่ตัวเอง ขณะมองเกวนโดลินด้วยความกล้าๆ กลัว ๆ

แตกต่างจากเกวนโดลิน ลักษณะมังกรของวาเลนตินไม่ชัดเจนนัก หากมองดูดีๆ จะพบว่ามีเกล็ดมังกรสีแดงเพียงหนึ่งหรือสองเกล็ดบนหลังมือ ไม่มีเขาหรือหางมังกร ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้รับยีนของซีมู่มาน้อยกว่าฝั่งผู้เป็นแม่ นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาไม่มีพรสวรรค์ระดับ S

"อืม พี่สาวได้ยินแล้ว ไม่ต้องห่วง ต่อไปไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรให้ตะโกนชื่อพี่นะ แล้วพี่จะรีบไปช่วยทันที"

เมื่อเห็นว่าตัวเองมีน้องๆ แล้ว เกวนโดลินก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูก เพียงแต่น้องอีกสองคนไม่กล้าทักทายนางเลย เอาแต่เฝ้ามองอย่างกล้าๆ กลัวๆ อยู่หลังแม่ตัวเอง ตัวสั่นเป็นลูกนก

ทั้งๆ ที่กล้าไปพบท่านพ่อ ทำไมถึงไม่กล้าพบพี่สาวคนนี้กันเล่า?

ตั้งแต่ได้สัมผัสอำนาจมังกรจากซีมู่ เกวนโดลินก็รู้สึกว่าท่านพ่อนั้นช่างน่าเกรงขามและน่ากลัว หากไม่มีเรื่องจำเป็นใด นางก็ไม่กล้าไปรบกวน

"เอาล่ะๆ เกวนโดลิน อย่าได้ไปกวนน้องๆ อีกเลย รีบไปซ้อมเวทของวันนี้ได้แล้ว อย่าลืมนะว่าเจ้าเคยสาบานว่าจะเป็นจอมเวทระดับสูงเหมือนแม่ให้ได้ก่อนอายุสองขวบ" ซิลเวียเดินเข้ามาลูบหัวเกวนโดลินเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณให้เกวนโดลินไปที่ลานฝึกและเลิกรบกวนน้อง ๆ เสียที

"โธ่ แค่จอมเวทระดับสูงเอง ข้าเพิ่งจะหนึ่งขวบ ยังมีเวลาเหลืออีกตั้งเป็นปี ไม่ต้องรีบ ๆ เรื่องสำคัญตอนนี้คือน้อง ๆ ต่างหาก” เกวนโดลินหัวเราะเบา ๆ เท้าสะเอวอย่างมั่นใจ

แค่หนึ่งขวบก็ได้เป็นจอมเวทระดับกลางแล้ว การเป็นจอมเวทระดับสูงคงไม่ไกลเกินเอื้อม

"เจ้าเด็กคนนี้นะ จะทำอะไรก็ดีไปหมด ยกเว้นแต่ความมั่นใจที่เกินไปนี่แหละ ช่าง..."

ซิลเวียกำลังจะพูดว่าช่างได้รับสืบทอดมาจากมังกรแดงเสียจริง แต่ก็นึกถึงฐานะของฝ่าบาทขึ้นมาได้ จึงหยุดพูดกลางคัน

นอกเหนือจากพรสวรรค์แล้ว เกวนโดลินยังเป็นเด็กที่ได้รับสืบทอดนิสัยของมังกรแดงของซีมู่มามากที่สุด

ดูน้องๆ ของนางสิ ทุกคนต่างหลบอยู่หลังแม่ด้วยความกลัว ไม่เห็นเค้าโครง “ลูกมังกร” ตรงไหนเลย

"พี่ซิลเวีย อย่าว่าเกวนโดลินน้อยเลยเจ้าค่ะ พวกเราเชื่อว่าอย่างไรเกวนโดลินน้อยก็ต้องทำได้แน่"

น้าๆ ทั้งสามต่างเห็นด้วยกับพรสวรรค์ของเกวนโดลิน

ถ้าลูกของพวกนางมีพรสวรรค์แบบนี้ จะหยิ่งผยองบ้างก็ไม่เป็นไร

"เห็นไหมเจ้าคะท่านแม่ พวกน้าๆ ยังเข้าใจข้ามากกว่าท่านอีก ท่านเป็นแม่ของข้าแท้ๆ ทำไมถึงดูถูกลูกตัวเองล่ะ"

เกวนโดลินได้ยินคำพูดจากเหล่าน้าๆ ก็ดีใจอย่างมาก

ตอนนี้ท่านแม่ขี้บ่นเกินไปแล้ว ว่ากล่าวตัวเองทั้งวัน มีแต่จะทำลายความมั่นใจของเด็กนะรู้ไหม

"เกวนโดลินน้อย..." สายตาของซิลเวียเริ่มน่ากลัวขึ้น

"เอ่อ...ขอโทษเจ้าค่ะท่านแม่! ข้าจะรีบไปฝึกเวทมนตร์เดี๋ยวนี้เลย!"

แม้เกวนโดลินจะซุกซนเพียงใดแต่หากเห็นแม่ซิลเวียโกรธขึ้นมาจริง ๆ นางจะเป็นคนแรกที่หดคอด้วยความกลัว

ใครจะกล้าไปยั่วโมโหพ่อแม่ที่กำลังโกรธกันเล่า!

เมื่อเห็นเกวนโดลินวิ่งหนีไปอย่างรีบร้อน ทุกคนก็ยิ้มให้กัน

...

อีกด้านหนึ่ง

ดามาร์ร่อนลงมาอยู่ต่อหน้าคริส

"ดามาร์ ข้ามีเรื่องจะถามเจ้าหน่อย" คริสเอ่ยเสียงเรียบ

"ว่ามาเลย หัวหน้าคริส" ดามาร์ตอบรับขณะจัดระเบียบขนนกของตัวเอง

"ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา พวกเจ้าเผ่าพญาอินทรีแห่งพงไพรเคยพบเห็นการเคลื่อนไหวของแมนติคอร์บินผ่านบริเวณเทือกเขาดอร์คาฟาร์บ้างหรือไม่?"

หลังจากพบฝูงแมนติคอร์ไปเมื่อครึ่งปีก่อน ซีมู่ก็มอบภารกิจให้คริสกำชับกลุ่มลาดตระเวนบนฟ้าเป็นพิเศษ หากมีอะไรให้รีบมารายงาน เพราะซีมู่คาดเดาไว้ว่าแมนติคอร์ฝูงนี้น่าจะเป็นพวกที่มาจากที่อื่น

"ไม่เลย พวกเราบินตรวจการณ์รอบ ๆ เทือกเขาดอร์คาฟาร์ทุกวัน แต่ไม่เคยพบเห็นแมนติคอร์เลยแม้แต่ตัวเดียว แม้แต่ขนสักเส้นก็ไม่เคย" ดามาร์ส่ายหน้า

ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ เขาจะต้องเป็นคนแรกที่ไปแจ้งฝ่าบาทซีมู่ ไม่รอให้คริสมาถามเช่นนี้หรอก

"อย่างนั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็ไปทำธุระของเจ้าต่อเถอะ จำไว้ว่าถ้าตอนตรวจการณ์พบฝูงแมนติคอร์ เรื่องแรกที่ต้องทำคือแจ้งฝ่าบาทซีมู่" คริสเตือน

"เรื่องนี้เจ้าวางใจได้เลย หัวหน้าคริส"

หลังจากคุยกับคริสสั้น ๆ แลกเปลี่ยนความรู้สึกกันเล็กน้อย ดามาร์ก็บินจากไปและเริ่มการตรวจการณ์ของตัวเอง

คริสยืนอยู่บนพื้น มองตามหลังดามาร์ที่บินไป "ให้ตายสิ ถ้าพวกเราชาวโนลล์บินได้บ้างก็คงดี ผู้สร้างผู้ยิ่งใหญ่ ตอนสร้างพวกเราจะเพิ่มปีกให้สักคู่มาหน่อยไม่ได้เชียวหรือ?" คริสบ่นผู้สร้างอย่างไม่เกรงใจ

เขาบ่นใส่ “ผู้สร้าง” อย่างไม่เกรงใจ อย่างไรซะ พระเจ้าก็ไม่ได้ยินอยู่ดี แถมยังไม่ได้เอ่ยชื่อด้วย เช่นนั้นทวยเทพจะไปรู้ได้อย่างไรว่าใครด่า

หลังวีบหาวหนึ่งที คริสก็หันหลังกลับไปยังที่พักของเผ่าทุบกระดูก

ที่พักของแต่ละเผ่าพันธุ์ในเผ่าซีมู่มีการแบ่งเขตกันอย่างชัดเจน โดยเขตของเผ่าทุบกระดูกใหญ่ที่สุด

เหตุผลก็คือเผ่าทุบกระดูกทำประโยชน์มากที่สุด และแข็งแกร่งที่สุด

และคริสก็ยังเป็นสุนัขรับใช้ที่ซีมู่เชื่อใจและใช้งานง่ายที่สุด การได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าย่อมเป็นเรื่องธรรมดา

จบบทที่ ตอนที่ 47 เด็กๆก็ต้องซนเป็นธรรมดา

คัดลอกลิงก์แล้ว