- หน้าแรก
- จักรพรรดิมังกรแดง : ยิ่งมีลูกยิ่งแข็งแกร่ง
- ตอนที่ 42 เฝ้ามองเมืองมนุษย์!
ตอนที่ 42 เฝ้ามองเมืองมนุษย์!
ตอนที่ 42 เฝ้ามองเมืองมนุษย์!
สำหรับซีมู่แล้ว เรื่องที่อาณาจักรมนุษย์ส่งทูตมาขอขมา ไม่ได้ช่วยให้คลายความระแวดระวังลงเลยแม้แต่น้อย
ไม่ใช่คิดว่าพวกมนุษย์อ่อนแอ แต่เพราะ “เข้าใจดีเกินไป” ต่างหาก
ในชาติก่อน เขาเองก็เคยเป็น “มนุษย์” และตามที่เขารู้จักนิสัยของมนุษย์ดี หากพวกนั้นยอมศิโรราบอย่างง่ายดายเช่นนี้
ย่อมหมายความว่า “กำลังวางหมากใหญ่กว่านั้นอยู่อย่างแน่นอน
เขาเคยคิดจะส่งพญาอินทรีแห่งพงไพรไปสอดแนมการสร้างเมืองใหม่ของมนุษย์ แต่เมื่อคิดถึงขนาดตัวของพวกมันและความระมัดระวังของมนุษย์ เขาก็ล้มเลิกแผนนี้ และเปลี่ยนไปให้นกฟินช์ของดาร์กเอลฟ์สอดแนมแทน
นกฟินช์มีขนาดตัวเล็กคล้ายกับนกกระจิบทั่วไป แม้จะไม่ฉลาดมากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะสอดแนมการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้ หากมนุษย์มีการเคลื่อนไหวใด ๆ นกฟินช์ก็จะกลับมารายงานซีมู่ได้ทันที จากนั้นซีมู่จึงค่อยส่งพญาอินทรีแห่งพงไพรไปสำรวจอย่างละเอียดใหม่อีกครั้ง
"ท่านพ่อ! ข้ากลับมาแล้ว!"
ในขณะที่ซีมู่กำลังครุ่นคิดถึงอนาคต เกวนโดลินก็วิ่งเข้ามาหาเขา
ใบหน้าน่ารักของเกวนโดลินเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ มือข้างหนึ่งถือดาบไม้ที่เหมาะกับขนาดตัวของนาง
การฝึกฝนของเกวนโดลินไม่เคยหยุดนิ่ง
วันหนึ่งฝึกเวทมนตร์ อีกวันหนึ่งฝึกวิชาดาบ ไม่เคยละเลยแม้แต่อย่างเดียว ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมของนาง
ตอนนี้ นอกจากจะเป็นจอมเวทระดับกลางแล้ว นางยังเป็นนักดาบสำนักกวงมู่ระดับล่างอีกด้วย
เนื่องจากมีสายเลือดมังกรแดง เกวนโดลินจึงสูงใหญ่กว่าเด็กในวัยเดียวกันมาก
มีใครเคยเห็นเด็กหญิงวัยครึ่งขวบ เติบโตราวกับเด็กอายุสามสี่ขวบบ้างหรือไม่?
"วันนี้ฝึกเป็นอย่างไรบ้าง?" ซีมู่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
"ด้านวิชาดาบข้าได้เรียนรู้อะไรมากมายเลยเจ้าค่ะ ท่านป้าไอนีเวนชมว่าข้าเป็นอัจฉริยะด้วยนะ"
เกวนโดลินโยนดาบไม้ในมือ เท้าสะเอวพลางพูดอย่างภาคภูมิใจ
ในฐานะนักดาบระดับล่าง นางสามารถต่อสู้กับอสูรทั่วไปบางตนได้โดยไม่เสียเปรียบใคร ไม่ใช่ว่าเหล่าอสูรจงใจอ่อนข้อให้องค์หญิงเกวนโดลิน แต่เป็นเพราะความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเกวนโดลินจริง ๆ
วิชาดาบของสำนักกวงมู่ทำให้พวกเขาไม่สามารถทำลายการป้องกันของเกวนโดลินได้ และถูกเกวนโดลินหาช่องโหว่จนเอาชนะได้ในที่สุด
ซีมู่เคยคิดที่จะให้เหล่าอสูรเรียนวิชาดาบของมนุษย์เช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
อสูรที่สามารถเรียนวิชาดาบได้มีน้อยมาก ในเผ่าซีมู่ทั้งหมดมีเพียงสามตนที่เรียนรู้ได้เพียงผิวเผิน
แม้แต่คริสซึ่งเป็นโนลล์ที่มีศักยภาพสูงก็ยังไม่สามารถเรียนรู้ได้
โลกนี้ช่างมีความยุติธรรมเสียจริง เมื่อมอบร่างกายอันแข็งแกร่งให้แก่อสูร ก็ย่อมไม่สามารถเรียนวิชาดาบที่ทำให้มนุษย์แข็งแกร่งขึ้นได้
"ทำได้ดีมาก เกวนโดลิน แต่เจ้าต้องจำไว้ว่าอย่าหยิ่งผยองเกินไปนัก แม้ว่าพรสวรรค์ของเจ้าจะแข็งแกร่งมาก แต่ก็ยังมีคนที่สามารถเหนือกว่าเจ้าได้เสมอ"
ซีมู่รู้ดีถึงพรสวรรค์ของลูกที่ไอนีเวนอุ้มท้องอยู่
ทางด้านเวทมนตร์ ลูกของไอนีเวนอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเกวนโดลิน แต่ด้านวิชาดาบ จะต้องเหนือกว่าเกวนโดลินอย่างแน่นอน
พรสวรรค์การต่อสู้ระดับ S+ คู่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
"แหม~ ข้ารู้แล้วน่า ท่านพ่อ"
เกวนโดลินทำแก้มป่อง ทุกครั้งที่พ่อชมเชยตัวเอง ก็ต้องตามด้วยการเหน็บแนมตัวเองอีกหนึ่งประโยคเสมอ
นางยังไม่เคยเห็นใครที่สามารถเหนือกว่าตัวเองได้เลย แม้แต่แม่ซิลเวียเองก็ยังบอกว่า หากนางได้อยู่ในอาณาจักรเยลในอดีตก็ยังสามารถเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่ง
"อย่ารอให้เจ็บตัวก่อนถึงจะเข้าใจ" ซีมู่ถอนหายใจ เขาดูออกว่าเกวนโดลินไม่ได้ฟังเข้าหัวเลยสักนิด
ตอนนี้ก็รอแค่ลูกของไอนีเวนเกิดมาก่อน ถึงตอนนั้นเกวนโดลินก็จะเข้าใจความหมายในคำพูดของเขาเอง
"ข้านึกอะไรขึ้นมาได้! ท่านพ่อ ข้าต้องไปหาท่านป้าไอนีเวนเพื่อเปลี่ยนดาบ ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ!"
เกวนโดลินรีบหาข้ออ้าง กลบเสียงสั่งสอนของพ่ออย่างส่งเดช ก่อนหยิบดาบไม้ขึ้นมาแล้ววิ่งหนีไป
เลือดของมังกรแดงในตัวเริ่มแสดงให้เห็นแล้ว... หยิ่งทระนง ดื้อรั้น และทะเยอทะยาน ลักษณะนิสัยแบบนี้ สอดคล้องกับนิสัยของมังกรแดงอย่างยิ่ง เกรงว่าหากไม่ใช่ยีนที่อ่อนโยนของซิลเวียคอยกดไว้ เกวนโดลินคงไร้มาดเด็กดีเป็นแน่แท้
"เกวนโดลินนี่ล่ะก็... ขออภัยเพคะฝ่าบาท หวังว่าท่านจะเข้าใจ ตั้งแต่นางเติบโตมาจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยพบเจอกับความพ่ายแพ้ใด ๆ เลยเพคะ"
ซิลเวียที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในรังมังกร ได้ยินบทสนทนาของสองพ่อลูกก็อดถอนหายใจไม่ได้
เด็กคนนี้เอาอีกแล้ว ไปหาพี่ไอนีเวนอีกแล้ว
"ข้ารู้ดี ปล่อยนางไปเถอะ สักวันนางก็จะเข้าใจเอง ซิลเวีย เจ้าเหนื่อยมามากแล้วไม่ใช่หรือ" ซีมู่กล่าว
"นี่เป็นสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้วเพคะ ฝ่าบาท"
ซิลเวียยิ้มบาง ลูบผมตัวเองอย่างเก้อเขิน
...
นอกรัง
บางทีซิลเวียอาจจะไม่คาดคิดว่าครั้งนี้เกวนโดลินวิ่งออกจากรังไม่ใช่ไปหาไอนีเวนตามที่พูด แต่ไปหาโนลล์คริส
"คริส!"
เสียงแหลมสดใสดังขึ้นในเผ่าทุบกระดูก
คริสกำลังจะเล่าแผนการของวันนี้ให้ลูกน้องของตนฟังรีบหันมองตาม
"หืม? ที่แท้ก็เป็นองค์หญิงเกวนโดลินนี่เอง!" คริสเปลี่ยนสีหน้า รีบยิ้มเตรียมประจบประแจงทันที
"พวกเจ้าจะออกไปล่าสัตว์กันหรือ?"
เกวนโดลินถาม
"ใช่แล้วองค์หญิงเกวนโดลิน พวกเราจะออกเดินทางจากเทือกเขาดอร์คาฟาร์ในตอนกลางคืนเพื่อไปล่าสัตว์ข้างนอก แล้วกลับมาในตอนรุ่งสาง"
คริสพยักหน้า
พวกอสูรมักชอบออกล่าตอนกลางคืน มันมืดพอจะซ่อนกลิ่นและเงา
"ดีเลย ครั้งนี้เจ้าพาข้าไปด้วยสิ"
ดวงตาสีฟ้าบริสุทธิ์ของเกวนโดลินแวววับเมื่อคิดแผนการดี ๆ ขึ้นมาได้
นางเติบโตมาจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยออกจากรังมังกรเลยสักครั้ง อีกทั้งยังไม่เคยต่อสู้กับศัตรูภายนอกมาก่อน นางอยากจะทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเองว่าอยู่ในระดับไหน
"อะไร...อะไรกัน?! ไม่ ๆ ๆ องค์หญิงเกวนโดลิน เรื่องแบบนี้ให้พวกเราเหล่าสุนัขรับใช้ทำก็พอแล้ว ท่านจะมากับเราได้อย่างไร"
คริสโบกมือปฏิเสธอย่างตื่นตระหนก
นี่เป็นสิ่งที่เหล่าอสูรควรทำอยู่แล้ว ให้องค์หญิงเกวนโดลินไปด้วยได้อย่างไร!
ในฐานะสุนัขรับใช้ที่ภักดีของฝ่าบาท เขาไม่มีทางยอมรับคำขอขององค์หญิงเกวนโดลินอย่างแน่นอน
"ทำไม?! เจ้าไม่ได้บอกเองหรอกหรือว่าไม่ว่าข้าจะพูดอะไรเจ้าก็จะทำให้ข้า?!"
เกวนโดลินทำแก้มป่อง ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน
"ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะองค์หญิง แต่เรื่องนี้มันซับซ้อนยิ่งนัก เว้นแต่..."
"เว้นแต่อะไร?!"
"เว้นแต่ท่านจะได้รับความเห็นชอบจากฝ่าบาท หากฝ่าบาทอนุญาตให้ท่านไปล่าสัตว์กับเรา ข้าก็จะพาท่านไป"
แม้คริสจะนับถือและรักใคร่เกวนโดลินมากเพียงใด แต่คนที่เขาสาบานจะภักดีด้วยหัวใจมีเพียงหนึ่งเดียว คือ “ฝ่าบาทซีมู่”
หากไม่มีคำสั่งของฝ่าบาท เขาไม่มีทางเชื่อฟังเกวนโดลินเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน
"ต้องได้รับความเห็นชอบจากท่านพ่อด้วยหรือ? ไม่ได้ ๆ เรื่องแบบนี้จะให้ท่านพ่อรู้ไม่ได้"
เกวนโดลินตั้งใจจะทำให้ท่านพ่อประหลาดใจ เพื่อบอกว่าตัวเองก็สามารถทำได้
ถ้าบอกพ่อไปก็ไม่มีความหมายอะไรน่ะสิ
"เช่นนั้นก็ขออภัยขอรับองค์หญิงเกวนโดลิน ข้าไม่สามารถตอบตกลงได้"
คริสยกมือสองข้างขึ้นยอมจำนน เขาก็ไม่ยอมละเมิดหลักการของตนเช่นกัน
"ให้เกวนโดลินน้อยไปเถอะ"
เสียงของหญิงสาวดังขึ้นด้านหลัง สงบแต่เฉียบชัด
"นายหญิงซิลเวีย / ท่านแม่?!"