- หน้าแรก
- จักรพรรดิมังกรแดง : ยิ่งมีลูกยิ่งแข็งแกร่ง
- ตอนที่ 35 การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น
ตอนที่ 35 การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น
ตอนที่ 35 การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น
"ฆ่ามัน!"
ทหารม้าอสูรนำทัพ ควบพุ่งชนเป็นดาบหน้า
โนลล์ที่แอบเข้าไปเปิดประตูเมืองปะทะกับทหารมนุษย์เป็นกลุ่มแรก สกัดกั้นไม่ให้พวกมนุษย์ปิดประตูได้สำเร็จ
"อยากปิดประตูหรือ? ฝันไปเถอะ!"
โนลล์เหวี่ยงค้อนและขวานเหล็กในมือ เปิดฉากปะทะกับมนุษย์อย่างเป็นทางการ
โนลล์ผู้ห้าวหาญเมื่อเผชิญหน้าทหารมนุษย์ร่างเล็กย่อมเหนือกว่า บีบคั้นจนทหารมนุษย์พวกนี้ไม่กล้าเข้าใกล้ ชั่วครู่เดียว ทหารมนุษย์ก็ไม่อาจฝ่าถึงหน้าประตูเพื่อปิดลงได้อีก
วู้วววว!!!!
เสียงแตรเตือนภัยดังลั่นไปทั้งเมืองท่ามกลางความเงียบของราตรี
ข้าศึกบุก!
ข้าศึกบุก!
"โฮก!"
ถัดมาไม่นาน คริสได้นำทัพม้าบุกเข้าเมืองเป็นกลุ่มแรก
เขาเหวี่ยงขวานเหล็กที่หนักอึ้งผสานเข้ากับแรงกระแทกของวอร์ก ฟาดฟันตัดศีรษะทหารมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าหลุดลอยกลางอากาศ ทิ้งรอยเลือดร้อน ๆ สาดกระเซ็น
สงครามเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!
คมดาบประสาน เสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เปลวเพลิงแห่งสงครามลุกโชน
เลือดหลั่งนองย้อมชุ่มหน้าประตู กลิ่นคาวตีจมูกฉุน
"ดาร์กเอลฟ์?! ทำไมดาร์กเอลฟ์ถึงอยู่ในกองทัพอสูรได้!"
ทหารคนหนึ่งตกตะลึงเมื่อเห็นดาร์กเอลฟ์
ดาร์กเอลฟ์ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่แม้จะโกลาหลแต่มีเมตตาหรอกหรือ? ทำไมถึงเข้าร่วมกับเหล่าอสูรที่โกลาหลและชั่วร้ายบุกโจมตีเมืองมนุษย์เช่นนี้?
เขาจำไม่ได้เลยว่าเคยมีความขัดแย้งใดกับดาร์กเอลฟ์มาก่อน
แต่ก่อนที่เขาจะได้คิดมากไปกว่านั้น ดาบโค้งที่คมกริบของไอนีเวนก็พุ่งสาดเข้าใส่
ทหารคนนั้นตวัดดาบขึ้นรับฉับไว
เคร้ง!
ประกายไฟสว่างวาบขึ้น
ทหารคนนั้นถูกแรงกระแทกอันมหาศาลซัดร่างเขาไปไกลจนกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรงจนรู้สึกเหมือนแผ่นหลังแตกเป็นเสี่ยง ๆ
แต่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้น ไอนีเวนก็กระโดดลงจากหลังสัตว์พาหนะ ใช้ด้านคมของดาบโค้งแทงเข้าที่คอเปลือยเปล่าของทหารคนนั้น ปลิดชีพอีกฝ่ายในดาบเดียว
"เพื่อเกียรติของฝ่าบาท!"
ไอนีเวนชักคมดาบชุ่มเลือดออก พร้อมปลุกขวัญกำลังใจเผ่าดาร์กมูนของตน
นางรู้ดีว่าดาร์กเอลฟ์ในเผ่าของนางส่วนใหญ่ไม่เคยต่อสู้กับมนุษย์มาก่อน และอาจจะไม่คุ้นเคยกับภาพฉากที่โหดร้ายเช่นนี้
ดังนั้นในฐานะราชินีแห่งเผ่าดาร์กมูน จึงต้องนำหน้าเป็นแบบอย่างให้ทุกคนได้เห็น ว่าดาร์กเอลฟ์ก็มีสายเลือดนักรบเช่นกัน
ระหว่างอสูรปะทะทหารมนุษย์อยู่ไม่ขาดสาย กำลังเสริมมนุษย์ก็หลั่งไหลมามากขึ้น มองดูคร่าว ๆ มีทหารประมาณสองพันกว่าคน...ดูเหมือนว่าดามาร์จะประเมินไม่ผิด
แค่ทหารสองพันคนนี้ ย่อมไม่สามารถต้านทานเหล่าอสูรที่น่ากลัวและดุร้ายขนาดนี้ได้
ในขณะฝ่ายมนุษย์เริ่มเป็นรอง
ปัง!!!
ลูกไฟร้อนระอุลูกหนึ่งพุ่งเข้าใส่กลางกลุ่มอสูร
อสูรสิบกว่าตนถูกแรงระเบิดจนแขนขาขาด ผิวหนังถูกไฟเผาจนไหม้เกรียม กลิ้งเกลือกกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
“มีจอมเวท!”
คริสสังหารศัตรูตรงหน้า สายตากวาดมองไปทางฝ่ายมนุษย์เพื่อตามหาจอมเวทคนนั้น
เขาต้องหาจอมเวทให้เจอให้ได้ ไม่อย่างนั้นความสูญเสียของฝ่ายตนจะต้องมหาศาลแน่นอน
"ให้ดามาร์ลงมือ!" ไอนีเวนตะโกน
"ขอรับ นายหญิงไอนีเวน!"
คริสเอามือข้างหนึ่งเข้าปาก เป่าปากหวีดคำสั่งสู่ท้องฟ้า
พญาอินทรีแห่งพงไพรที่โผวนอยู่ในอากาศรับสัญญาณทันที “ถึงคราวเราแล้ว พวกเจ้า!”
ดามาร์นำทัพพญาอินทรีแห่งพงไพรโฉบลงมาโจมตีทหารมนุษย์อย่างกะทันหัน
"แย่แล้ว! บนท้องฟ้าก็ยังมีอีก!"
"ทหารทำอะไรกันอยู่!"
"บ้าเอ๊ย! บ้าเอ๊ย!"
กรงเล็บและพลังของพญาอินทรีแห่งพงไพรสามารถจับทหารมนุษย์ขึ้นไปบนท้องฟ้าได้อย่างง่ายดาย ก่อนปล่อยตกจากที่สูง แม้ทหารจะสวมเกราะเต็มยศ แต่หากตกลงมาจากที่สูงก็ยากที่จะรอดชีวิต
นักธนูฝ่ายมนุษย์รีบยิงธนูขึ้นฟ้า ทำให้พญาอินทรีแห่งพงไพรเสียชีวิตไปบ้าง
ปัง!!!
เสียงระเบิดของเปลวไฟดังขึ้นในกลุ่มอสูรอีกครั้ง
"เจ้าพวกสารเลว! ข้าเห็นเจ้าแล้ว!"
คราวนี้คริสสังเกตเห็นที่มาของเปลวไฟได้ในที่สุด สายตาของเขามุ่งไปที่ด้านหลังสุดของกองทหารมนุษย์
ที่นั่นมีชายสวมอาภรณ์นักเวทกว่ายี่สิบคน จำนวนเท่านี้ ยังพอ ‘จัดการได้’
"นายหญิงไอนีเวน พวกจอมเวทมนุษย์อยู่ด้านหลังนั่น ระวังด้วย"
คริสฉวยโอกาสซ่อนตัวอยู่หลังเสาหิน พลางบอกไอนีเวนที่อยู่ไม่ไกล
"คริส การต่อสู้แบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อเรา ต้องจัดการจอมเวทให้ได้ก่อน"
เห็นได้ชัดว่าดามาร์และพญาอินทรีแห่งพงไพรคนอื่น ๆ ไม่เข้าใจความหมายของคริส
พวกเขารู้เพียงแค่ต้องโจมตีทหารที่อยู่ข้างหน้า ไม่นึกจะถล่มจุดสังหารที่แท้จริงอย่างพวกจอมเวทด้านหลัง
"หมายความว่าอย่างไร?" คริสถามกลับ
"แค่เข้าใกล้ให้ได้ พวกจอมเวทก็หมดปัญญาแล้ว”
ทันทีที่สิ้นเสียง ไอนีเวนทะยานราวนักลอบสังหาร เคลื่อนไหวไปมาในหมู่คน สังหารชีวิตศัตรูพร้อมกับเข้าใกล้จอมเวทอย่างต่อเนื่อง
"น...นี่มันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว รอข้าด้วย! นายหญิงไอนีเวน! บาดา เจ้าพาพวกก็อบลินบั๊คแบร์บุกปีกซ้าย! ทูคส์ เจ้าพาพวกไลแคนบุกปีกขวา! อสูรที่เหลือบุกตรงไปข้างหน้า!"
คริสไม่สามารถปล่อยให้ไอนีเวนไปคนเดียวได้ หน้าที่ของเขาคือปกป้องนายหญิงไอนีเวน
เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมนายหญิงไอนีเวนถึงบ้าบิ่นเช่นนี้
...
ณ แนวหน้า
ไอนีเวนทิ้งดาบโค้งที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษเผ่าดาร์กมูนไว้เบื้องหลัง ก่อนหยิบดาบที่อยู่ข้างเอวออกมา
อาวุธสั่งตีโดยเฉพาะจากก็อบลิน
“สำนักเจิ้งหนาน! ชางจิ่ง!”
“ฉึก!!!
"อ๊าก!"
กระแสดาบสีม่วงเข้มถูกไอนีเวนฟันออกมา
เมื่อกระแสดาบสัมผัสกับทหารที่อยู่ข้างหน้า เกราะของพวกเขาก็เหมือนกับเต้าหู้ ที่ถูกคมดาบฉีกขาดอย่างง่ายดาย
เสียงกรีดร้องระงม ทหารทั้งแถวถูกผ่าขาดเอว เลือดพุ่งกระเซ็น
"นั่นนักดาบระดับสูง!"
"นักดาบจากสำนักเจิ้งหนาน!"
"เป้าหมายของนางคือจอมเวท! อย่าให้นางเข้าใกล้ได้!"
การโจมตีฉับพลันทำเหล่าทหารชะงัก ก่อนจะจำแนกสำนักเพลงวิชาดาบของไอนีเวนได้ว่ามาจากสำนักไหน
สี่สำนักใหญ่ใครเล่าจะไม่รู้จัก!
เมื่อรู้ว่าเป้าหมายของไอนีเวนคือจอมเวท เหล่าทหารก็รีบจัดกระบวนทัพ ตั้งโล่มนุษย์เป็นกำแพงหน้าพวกนักเวทอย่างแน่นหนา
“สายลมเอ๋ย! จงสดับคำข้า! กวาดล้างปีศาจเบื้องหน้า—ศรพายุ!”
ฟิ้ว!
ลูกศรที่เกิดจากธาตุลมยิงออกมาจากคทาของจอมเวท พุ่งเข้าหาไอนีเวนด้วยความเร็วสูง
"ข้าจะทำให้เจ้าสลายไปเอง!"
ปัง!!!
ลมแรงโหมฝุ่นทรายปกคลุมร่างไอนีเวน
"นายหญิงไอนีเวน!"
คริสตะโกนด้วยความเป็นห่วง
วินาทีต่อมา เมื่อกระแสลมพัดฝุ่นจางหาย ไอนีเวนยังคงนิ่งงัน ไร้รอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
"พวกเจ้ามีดีแค่นี้เองหรือ?"