- หน้าแรก
- จักรพรรดิมังกรแดง : ยิ่งมีลูกยิ่งแข็งแกร่ง
- ตอนที่ 32 มุ่งหน้าสู่เมืองมนุษย์
ตอนที่ 32 มุ่งหน้าสู่เมืองมนุษย์
ตอนที่ 32 มุ่งหน้าสู่เมืองมนุษย์
เช้าตรู่ เมื่อแสงอาทิตย์อาบผ่านยอดไม้ลงสู่ผืนดิน เหล่าอสูรแห่งเผ่าซีมู่ก็เริ่มขยับตัววุ่นวายอึกทึก
ดาร์กเอลฟ์จูงม้าศึกออกจากคอก มันคือสัตว์พาหนะแต่เดิมของพวกเขา
ม้าป่าในป่าดงพงไพรทั้งตัวสูงใหญ่และแข็งแรงกว่าม้าที่มนุษย์เลี้ยงมากนัก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นสัตว์ขี่ของดาร์กเอลฟ์และอสูรที่มีรูปร่างส่วนใหญ่คล้ายมนุษย์
แม้จะไม่ดุร้ายเท่ากับวอร์ก แต่มีความเร็วสูงและเหมาะสำหรับการพุ่งชนทหารแนวราบ ซึ่งดีกว่าวอร์กในบางแง่
"เวลานี้ฝ่าบาทคงจะยังไม่ตื่น "
"ต้องรอรับคำสั่งก่อนออกเดินทางไหม?"
"แน่นอนสิ ไม่มีคำสั่ง ใครกล้าออกจากรังมังกรเล่า?!"
"ไม่ต้องรอ ฝ่าบาทกำลังพักผ่อน"
ในขณะที่เหล่าอสูรกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น คริสก็ขี่วอร์กมาอยู่ตรงหน้าทุกคน
"หัวหน้าคริสหมายความว่าอย่างไรหรือ?" บาดา หัวหน้าเผ่าก็อบลินบั๊คแบร์ขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ
ปกติแล้ว คริสคือผู้ที่นอบน้อมที่สุดต่อฝ่าบาท วันนี้กลับทำตัวแปลก ๆ พูดราวกับมีอำนาจเหนือกว่า... หรือเขาจะคิดกบฏกัน?
หัวหน้าเผ่าอสูรทุกตนต่างพากันจับจ้องมองมาที่คริส
"อย่าคิดมาก นับแต่ฟ้าสางวันนี้ ฝ่าบาทได้สั่งการต่อข้าไว้แล้วว่า...การบุกเมืองมนุษย์ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งของพระองค์ ข้าจะเป็นผู้บัญชาการทัพทั้งหมด" คริสกล่าวเสียงชัดขณะขี่วอร์กมองลงมาอย่างสง่างาม
ปกติฝ่าบาทไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน การตัดสินใจเช่นนี้ในวันนี้จะต้องเป็นสัญญาณบางอย่างแน่นอน แต่สัญญาณอะไร คริสเองก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้
"เอลฟ์แห่งเผ่าดาร์กมูน เตรียมพร้อมแล้วหรือยัง?" ไอนีเวนหันหลังกลับไปตะโกน
"พร้อมแล้วเพคะ ราชินีไอนีเวน เราพร้อมออกเดินทางได้ทุกเมื่อ" มีฟาเดินขึ้นมารายงาน
หัวหน้าเผ่าอสูรอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็เริ่มจัดระเบียบเผ่าตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย
คริสเฝ้ารออย่างใจเย็น จนกระทั่งเหล่าอสูรทุกตนหันมามองเขา
"ไอ้มนุษย์สารเลวพวกนั้น เหยียบย่ำดินแดนของฝ่าบาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครั้งก่อน ๆ ฝ่าบาททรงเมตตาพวกมันแต่กลับไม่สำนึก! ครั้งนี้ ฝ่าบาทตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ให้โอกาสพวกมันอีก!" คริสคำราม
"ถึงเวลาแล้วที่เผ่าซีมู่จะมอบบทเรียนอันหนักหน่วงและฝันร้ายที่ไม่อาจลืมเลือนได้ให้แก่พวกมัน เหล่านักรบทั้งหลาย! จงฉีกกระชากพวกมันเป็นชิ้น ๆ!" คริสยกกำปั้นขึ้นตะโกน
"ฉีกกระชากพวกมัน! ฉีกกระชากพวกมัน!"
"ฉีกกระชากพวกมัน! ฉีกกระชากพวกมัน!"
"ฉีกกระชากพวกมัน! ฉีกกระชากพวกมัน!"
เหล่าอสูรต่างพร้อมใจกันตะโกนตาม แม้แต่ดาร์กเอลฟ์ก็ยังถูกกระตุ้นให้มีส่วนร่วมไปด้วย
"เปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นของเผ่าซีมู่จงลุกโชน! มุ่งหน้าสู่เมืองมนุษย์! แล้วช่วงชิงทุกสิ่งที่เป็นของเรา..."
“หืม? คริส... พวกพี่ ๆ ทำอะไรกันเหรอ? เสียงดังจัง~”
คริสยังไม่ทันพูดจบ เสียงเล็ก ๆ ใส ๆ ของเกวนโดลินดังแทรกขึ้นมาขณะขยี้ตางัวเงียเดินออกจากถ้ำมาช้า ๆ
ในอ้อมแขนของนางยังมีตุ๊กตาหมีน่ารัก ๆ ตัวหนึ่งอยู่ นี่คือของที่พวกโนลล์ที่แปลงร่างได้แอบไปขโมยมาจากเมืองมนุษย์มาเพื่อมอบให้เกวนโดลิน
"องค์หญิงเกวนโดลิน ท่านมาได้อย่างไรกัน?!" คริสตกตะลึง
"เกวนโดลินน้อย เจ้ามาทำอะไรที่นี่ พ่อกับแม่เจ้าล่ะ?" ไอนีเวนรีบกระโดดลงจากหลังม้า วิ่งไปอยู่ตรงหน้าเกวนโดลิน
"ท่านพ่อท่านแม่ยังหลับอยู่ ข้าได้ยินเสียงดังก็เลยออกมาดู...ท่านป้าไอนีเวน เมื่อกี้พวกท่านพูดว่าจะไปปล้นอะไรกันหรือเจ้าคะ?" เกวนโดลินที่ตื่นเต็มตา เอียงคอถามด้วยความอยากรู้ พราะเมื่อกี้ตอนเดินออกมา นางได้ยินคริสพูดว่าจะไปปล้นอะไรบางอย่าง
"องค์...องค์หญิงเกวนโดลิน เราจะไปปล้นของเล่นสนุก ๆ กับเสื้อผ้าสวย ๆ มาให้ท่านนะขอรับ
คริสคิดข้ออ้างขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ถ้าพูดกับองค์หญิงเกวนโดลินเรื่องการปล้นสมบัติเมืองมนุษย์ นางคงไม่เข้าใจแน่นอน อีกทั้งเขาก็ไม่คิดว่าการพูดคำว่าปล้นจะทำให้เกวนโดลินเสียคน เพราะในรังนี้...ความชั่วคือธรรมชาติ
ฝ่าบาทเองก็เป็นมังกรแดงผู้ชั่วร้าย เหล่าอสูรในเผ่าซีมู่ก็เป็นตัวแทนของความวุ่นวายและความโกลาหล
"ของเล่นกับเสื้อผ้างั้นหรือ?! เย้! ถ้าอย่างนั้นพวกท่านรีบไปเถอะ"
เป็นไปตามคาด เกวนโดลินไม่ได้สนใจคำว่าปล้นเลยแม้แต่น้อย เพราะให้ความสำคัญกับของเล่นและเสื้อผ้าที่คริสพูดถึงมากกว่า
นางเข้าใจความหมายของคำว่าปล้น แต่นั่นไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับนาง
"ฮ่า ๆ ๆ วางใจเถอะขอรับองค์หญิงเกวนโดลิน เราจะนำกลับมาให้ท่านเพียบแน่นอน!" คริสหัวเราะเสียงดัง ขอเพียงองค์หญิงมีความสุขก็พอแล้ว
ในครึ่งเดือนนี้ องค์หญิงเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน้อยก็ไม่กลัวเขาอีกต่อไปแล้ว
"จริงสิ คริส ช่วยไปปล้นคทาเวทมนตร์กลับมาเยอะ ๆ หน่อยได้หรือไม่ ข้ากับแม่ต้องใช้คทาเวทอันเดียวกันตลอด...ทุกครั้งต้องรอให้ท่านแม่ใช้เสร็จก่อน ข้าถึงจะได้ใช้บ้าง" เกวนโดลินพูดอย่างน้อยใจ
"คทาเวทมนตร์หรือ? แน่นอนขอรับ! ไม่มีปัญหาเพื่อองค์หญิงเกวนโดลิน" คริสรับคำทันที
เมืองมนุษย์ไหนเลยจะขาดคทาเวท? เขาจะขนมาเป็นกระสอบเลยก็ยังได้ ส่วนคุณภาพจะดีหรือไม่นั้น คริสไม่อาจสามารถรับประกันได้
"เอาล่ะ เกวนโดลินน้อย รีบกลับไปนอนต่อเถอะนะ" ไอนีเวนแอบพ่นลมถอนหายใจเบา ๆ
แม้จะอยู่ในเผ่าซีมู่มาครึ่งปี แต่นางก็ยังรู้สึกว่าการสอนให้เด็กเล็กรู้จักปล้นของเช่นนี้ มันดีแล้วจริงหรือ?
ถึงดาร์กเอลฟ์จะเป็นเผ่าพันธุ์ที่วุ่นวายแต่ก็มีเมตตา ย่อมไม่คุ้นเคยกับการกระทำชั่วอยู่บ้าง
"เจ้าค่ะ ท่านป้าไอนีเวน ถ้าอย่างนั้นข้ากลับไปนอนแล้วนะ คริสเองก็เบา ๆ หน่อยนะ ถ้าปลุกท่านพ่อท่านแม่ขึ้นมา เดี๋ยวจะเดือดร้อนเอา" เกวนโดลินทิ้งท้าย ก่อนจะวิ่งกลับเข้าถ้ำไปอย่างร่าเริง
คริสมองตามหลังเกวนโดลินที่จากไป อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก
"ไปเถอะ" ไอนีเวนกลับขึ้นหลังม้าอีกครั้ง
"ทั้งหมด...แค่ก แค่ก"
คริสเตรียมที่จะตะโกนใหม่ แต่เมื่อนึกถึงคำพูดขององค์หญิงเกวนโดลิน ก็รีบลดเสียงลง
"ออกเดินทาง"
อสูรทั้งหลายสบตากันอย่างงง ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเริ่มเคลื่อนพลแบบ “ย่องเบา” ส่วนตนใดที่ขี่สัตว์ก็พยายามขี่ตามหลังอย่างช้า ๆ
“มีเด็กเล็กอยู่ในบ้านก็ต้องระวังแบบนี้นี่เอง”
ไอนีเวนมุมปากยกขึ้นอย่างขบขันขณะเดินตามอยู่ข้างหลัง เห็นฉากนี้ นางก็อดที่จะหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้
ช่างน่าสนใจ...เหล่าอสูรที่วุ่นวายและชั่วร้าย แตกต่างจากในตำนานอยู่บ้าง
อย่างน้อยในครอบครัวใหญ่ ทุกคนก็อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ใครถูกรังแกก็จะช่วยกันรังแกกลับ ดีกว่าพวกที่แสร้งทำเป็นผู้ดีมีคุณธรรมมากมาย
"เคลื่อนตัว~" แม้แต่การเคลื่อนไหวของไอนีเวนก็เบาลง
เหล่าสัตว์พาหนะต่างก็รู้ความไม่มีตัวไหนทำเสียงดัง กองทัพอสูรของเผ่าซีมู่ทยอยออกจากรังมังกรกันอย่างเงียบ ๆ
จนกระทั่งห่างจากรังมังกรพอสมควร การเคลื่อนไหวของทุกตนก็เริ่มเร็วขึ้น
ฝุ่นทรายพัดคลุ้ง ลมป่าพาเสียงโห่ก้องไปทั่วหุบเขา...