- หน้าแรก
- จักรพรรดิมังกรแดง : ยิ่งมีลูกยิ่งแข็งแกร่ง
- ตอนที่ 29 ล่าคาราวาน
ตอนที่ 29 ล่าคาราวาน
ตอนที่ 29 ล่าคาราวาน
ปัง!
แกร็ก!
"อ๊าก!"
คริสนำทัพ ควบวอร์กบุกเดี่ยว เหวี่ยงขวานเหล็กใส่ทหารม้าที่อยู่ตรงหน้าอย่างแรง ข้อเข่าม้าถูกเฉือนขาด ผ่างเดียวทรุดฮวบลงกับพื้น ฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย
อัศวินที่อยู่บนหลังม้ากลิ้งกระแทกพื้นหลายตลบ ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นคว้าอาวุธ คริสก็กระโดดลงจากหลังวอร์ทิ่มเท้าลงบนอกของอัศวิน ยื่นกรงเล็บหมาไฮยีน่าออกไปฉีกหมวกเกราะ เผยให้เห็นใบหน้าที่อาบไปด้วยเลือด
แม้เกราะของมนุษย์จะแข็งแกร่ง แต่เมื่อเผชิญกับแรงกระแทกที่รุนแรงก็ยังสามารถสร้างความเสียหายให้พวกเขาได้
"ใครมอบความกล้าแก่เจ้า ถึงได้มาเหยียบเส้นแดงของเราครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้?"
คริสแยกเขี้ยว ปลายขวานชุ่มเลือดจ่อไปยังนิค หัวหน้าคุ้มกันคาราวาน
เลือดร้อนไหลตามสันคมกระเซ็นกระทบหน้าอีกฝ่ายจนแดงฉาน
"ไม่...ไม่เกี่ยวกับข้า! เป็น...เป็นเจ้าเมืองที่สั่งให้ทำ! โปรด...โปรดเมตตาไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!"
นิคมองขวานเหล็กที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมตัวสั่นเทาด้วยความกลัว น้ำสีเหลืองฉุนกึกไหลออกมาจากรอยต่อของเกราะเปียกชุ่มดินเบื้องล่าง
"ไว้ชีวิตเจ้างั้นหรือ? ฮ่า ๆ ๆ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าใครสั่งให้ข้ามาฆ่าเจ้า?"
คริสค่อย ๆ โน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของนิค "ฝ่าบาทมังกรแดงผู้ยิ่งใหญ่"
"หือ!" นิคตาเบิกโพลง
มังกรแดง! ผู้นำแห่งมังกรห้าสี!
บ้าเอ๊ย! ทำไม! ทำไมเจ้าเมืองถึงสั่งให้พวกเขามารบกวนมังกรแบบนี้ด้วย...! นี่เองคือเหตุผลแท้จริงของการลองเชิงซ้ำ ๆ
ในวินาทีนั้นนิคก็รู้ได้ทันทีว่าตนเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งในกระดานของเจ้าเมือง
ฉึก!
คริสบอกความจริงเสร็จก็สะบัดขวานบั่นศีรษะนิคขาด ในเมื่อฝ่าบาทไม่ประสงค์เปิดเผยฐานะมังกร เขาจึงปิดปากทุกอย่างด้วยคมเหล็ก ก่อนจะหยิบหัวที่เปื้อนเลือดของนิคขึ้นมาเปิดกะโหลกออก และเริ่มกินไขกระดูกและสมองข้างในอย่างตะกละตะกลาม
หากซิลเวียอยู่ที่นี่ด้วยคงต้องตกใจเป็นแน่แท้ เพราะไม่คิดว่าคริสที่ดูนอบน้อมอยู่เสมอ จะแสดงด้านที่โหดร้ายได้ถึงเพียงนี้
ศึกครั้งนี้ มนุษย์ทุกคนถูกโนลล์ฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะนอนราบกับพื้นเพื่อเสพสุขกับชัยชนะของตน
หลังจากกินส่วนที่ตนโปรดปรานเสร็จ คริสก็เช็ดเลือดที่มุมปาก เก็บขวานเหล็กขึ้นมาแล้วเดินอ้อยอิ่งไปยังเกวียนสินค้า ยกผ้าดำขึ้นเผยให้เห็น "สินค้า" ที่อยู่ข้างใน
นั่นคือกองหินไร้ค่า
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะเตรียมรับมือกับการโจมตีของอสูร และนี่ก็เป็นเพียงเหยื่อล่อเท่านั้น
"หัวหน้าคริส เกิดอะไรขึ้น?"
โนลล์ตนอื่น ๆ กรูกันเข้ามาดูตาม เมื่อเห็นกองหินต่างตกตะลึง
มนุษย์พวกนี้เสี่ยงชีวิตแค่เพื่อกองหินงั้นหรือ? ช่างโง่เขลาเสียจริง
"หึ" คริสแค่นเสียงเบา ๆ เตะก้อนหินตรงหน้าไปทีหนึ่ง หันไปมองรอบ ๆ "พวกมันไม่ได้ตั้งใจจะขนส่งสินค้าใกล้ดินแดนของเราแต่แรก"
คริสไม่ได้ประหลาดใจกับสิ่งนี้นัก เขารู้ดีว่ามนุษย์นั้นฉลาด ถ้าหากเป็นเขา เขาก็คงจะทำเช่นเดียวกัน จงใจใช้ของไร้ค่า พร้อมกับคนที่พร้อมจะสละชีวิตมาทดสอบขีดจำกัดของศัตรู
หากศัตรูอ่อนแอก็จะยิ่งรุกคืบ แต่ถ้าศัตรูแข็งแกร่ง ก็ยังไม่มีอะไรเสียหาย อย่างมากก็แค่เลิกมา
"ไอ้มนนุษย์พวกนี้…น่าฆ่าให้ตายนัก หัวหน้าคริส เอาอย่างไรต่อดีขอรับ? ตามรอยเท้าของพวกมันไปฆ่าให้สิ้นซากเลยดีหรือไม่?" โนลล์ตนหนึ่งเสนอ
"สมองเจ้ามีปัญหาหรือไง? แค่โนลล์อย่างเราจะไปถล่มฐานมนุษย์ได้หรือ โง่สิ้น" คริสซัดเท้าใส่โนลล์ตนนั้นไปทีหนึ่ง
ทำไมเขาถึงมีลูกน้องโง่แบบนี้ได้นะ พวกมันฆ่าได้เพียงมนุษย์ยี่สิบกว่าคน และยังเป็นพวกที่พร้อมจะถูกฆ่าตายได้ทุกเมื่อ แต่กองทัพมนุษย์ที่แท้จริง ไม่ใช่กลุ่มที่แค่เผ่าทุบกระดูกจะจัดการได้
ต้องรวมเผ่าอื่น ๆ เข้าด้วยกันถึงจะมีโอกาสเอาชนะ
แต่ถึงอย่างไรก็ต้องถามความเห็นของฝ่าบาทซีมู่ก่อน
จะมีข้าราชบริพารคนไหนไม่ถามความเห็นของฝ่าบาทแล้วไปบุกรุกประเทศอื่นกัน? เช่นนั้นใครกันแน่ที่ราชาตัวจริง?
"ขอรับ หัวหน้าคริสพูดถูก"
โนลล์ตนนั้นหัวเราะแห้ง ๆ ลูบก้นที่ถูกเตะ รีบถอยกลับไปข้างหลัง กลัวว่าถ้ายังอยู่ตรงนี้จะโดนเตะอีก
"ไป กลับรังมังกร"
ไร้ของมีค่าให้ยึด แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่คริสก็ยังรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หากยังพอมีสักหน่อย ก็น่านำไปถวายฝ่าบาทเผื่อได้รับคำชมได้บ้าง
"ขอรับ" โนลล์ขี่วอร์กขึ้น ออกจากชายแดนอย่างรวดเร็ว
โนลล์บนหอสังเกตการณ์ปีนลงมา เก็บของกินที่เหลือเพื่อเป็นอาหารว่าง
...
ณ รังมังกร ลานฝึก
"ท่านแม่! ข้าเก่งหรือไม่เจ้าคะ!"
"อืม เกวนโดลินเก่งที่สุดเลย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฝ่าบาทถึงบอกว่าพรสวรรค์ด้านเวทของเจ้าโดดเด่น ตอนที่แม่เรียนเวทลูกไฟใหม่ ๆ ยังใช้เวลาตั้งสามสี่วันถึงจะทำได้"
เกวนโดลินถือคทาเวทที่ยาวเกินส่วนสูงตัวเอง กระโดดโลดเต้นขอคำชมจากแม่ซิลเวีย
ตลอดบ่ายทั้งคู่ปักหลักเพื่อฝึกเวทลูกไฟ ทำให้ซิลเวียได้เห็นพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ที่น่าทึ่งของเกวนโดลิน
ไม่ว่าจะเป็นเวทมนตร์แขนงใด เพียงแค่บอกนาง นางก็สามารถเข้าใจและใช้ได้อย่างรวดเร็ว
ไม่เพียงเท่านั้น มิหนำซ้ำปริมาณมานาในกายยังมหาศาล มากกว่าจอมเวทขั้นต้นทั่วไปถึงสิบเท่า ในอนาคต เกวนโดลินจะต้องเป็นจอมเวทที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน
"จริงหรือเจ้าคะ?!" เกวนโดลินกอดคทาเวทยาว ๆ โผกอดด้วยความดีใจ
ไอนีเวนที่อยู่ข้าง ๆ เบื่อจนหาวหวอด ไหนบอกว่าเรียนเวทมนตร์ก่อนแล้วค่อยเรียนวิชาดาบ แต่จนจะถึงตอนเย็นแล้วยังไม่ได้จับดาบกันเสียเลย
"ราชินีไอนีเวน นายหญิงซิลเวีย และองค์หญิงเกวนโดลิน มีฟาขอถวายความเคารพ" มีฟาโค้งคำนับเล็กน้อย
"มีฟา? เจ้ามาทำไม?" ไอนีเวนถามอย่างสงสัย
ราชินีไอนีเวน ฝ่าบาทเตรียมจะโจมตีเมืองมนุษย์ หัวหน้าเผ่าทุกคนต้องเข้าร่วม ข้ามาเพื่อเรียกท่าน" มีฟาอธิบาย
"โจมตีเมืองมนุษย์หรือ? เข้าใจแล้ว" ไอนีเวนโบกมือ มีฟาพยักหน้าแล้วหันหลังกลับไป
"พี่ไอนีเวน เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?" ซิลเวียถามอย่างกังวล
"ไม่มีอะไรหรอก ฝ่าบาทมีแผนขยายอาณาเขตใหม่ก็เท่านั้น อย่าทำหน้าเศร้านักเลยน้องซิลเวีย เผ่าซีมู่ของเราไม่ใช่หมูในอวยหรอกนะ"
ไอนีเวนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ แล้วหันไปมองเกวนโดลิน "น่าเสียดายนะเกวนโดลินน้อย ดูเหมือนว่าคงต้องรออีกหลายวันถึงจะได้สอนวิชาดาบให้เจ้า"
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านป้าไอนีเวน ข้าอดทนรอได้"