- หน้าแรก
- จักรพรรดิมังกรแดง : ยิ่งมีลูกยิ่งแข็งแกร่ง
- ตอนที่ 27 ความเห็นแก่ตัวของทวยเทพ
ตอนที่ 27 ความเห็นแก่ตัวของทวยเทพ
ตอนที่ 27 ความเห็นแก่ตัวของทวยเทพ
"เชอะ! จะข่มขู่เด็กตัวเล็กๆ ไปทำไมกันนะ" ไอนีเวนบ่นอุบอิบเบา ๆ
นางเห็นอย่างชัดเจนว่าเกวนโดลินอยากเรียนวิชาดาบมากเพียงใด แต่เป็นเพราะสายตาที่น่ากลัวของน้องซิลเวียต่างหากที่ทำให้เกวนโดลินเปลี่ยนใจ
"พี่ไอนีเวน พูดอะไรอยู่คนเดียวหรือเจ้าคะ?" ซิลเวียถามด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
"ไม่มีอะไร ๆ เจ้าสอนหลานไปเถอะ ข้าจะนั่งดูอยู่ข้าง ๆ รอจนสอนเวทเสร็จ ข้าค่อยไปสอนวิชาดาบให้"
ไอนีเวนรีบโบกมือปฏิเสธ จากนั้นก็นั่งลงบนก้อนหินใกล้ ๆ
ถึงอย่างไรฝ่าบาทก็ได้รับสั่งไว้แล้ว ให้เกวนโดลินเรียนวิชาดาบควบคู่ไปกับการเรียนเวทมนตร์ เพราะซีมู่ไม่ต้องการให้ลูกสาวของตนเป็นจอมเวทที่อ่อนแอในการต่อสู้ระยะประชิด
จอมเวทมนุษย์ส่วนใหญ่ล้วนมีจุดอ่อนเหมือนกันหมด นั่นคือเมื่อถูกเข้าใกล้ก็จะทำอะไรไม่ถูก
แต่นี่ก็ถือเป็นความยุติธรรมอย่างหนึ่ง เพราะความเสียหายที่จอมเวทสร้างย่อมสูงกว่าการต่อสู้ระยะประชิดอย่างนักดาบมากนัก จึงต้องแลกมาด้วยการร่ายเวทที่ซับซ้อนและความอ่อนแอในการต่อสู้ระยะประชิด
ดังนั้นจอมเวทที่มีพรสวรรค์ด้านร่างกายบางคนจึงเรียนรู้วิธีการต่อสู้ระยะประชิดไว้เพื่อป้องกันตัว สามารถรักษาระยะห่างได้อย่างรวดเร็วเมื่อศัตรูพุ่งเข้ามา
"เกวนโดลิน อย่าให้ท่านป้าไอนีเวนดึงความสนใจไปนัก ต่อไปแม่จะสอนเวทลูกไฟที่ง่ายที่สุดให้เจ้า ดูแล้วเรียนตามนะ"
ซิลเวียหยิบคทาเวทที่ไม่ได้ใช้มานานออกมา
นางใช้มือลูบลวดลายบนคทาเบา ๆ อักขระเวทที่สลักอยู่บนคทาสามารถช่วยให้จอมเวทสื่อสารกับอนุภาคธาตุได้ยิ่งขึ้น และยังช่วยเพิ่มพลังของเวทให้รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
แน่นอนว่าต่อให้ไม่มีคทา จอมเวทก็ยังสามารถใช้เวทมนตร์ได้ แต่ข้อเสียคือเวลาในการร่ายจะนานขึ้น และพลังก็จะอ่อนแรงกว่า เพราะกระบวนการร่ายเวท คือกระบวนการสื่อสารและดูดซับอนุภาคธาตุนั่นเอง
"เทพแห่งเพลิงเอ๋ย โปรดจุติเปลวเพลิงแรกแห่งปฐมภาค สลายความมืดที่ปกคลุมผืนดิน- เวทลูกไฟ!"
ปลายคทาเปล่งประกายสีแดงฉาน อนุภาคไฟจากทั่วทุกทิศหลั่งไหลมารวมกัน จนก่อตัวเป็นลูกไฟร้อนแรงลอยอยู่กลางอากาศ
"ว้าว..."
เกวนโดลินมองตาเป็นประกาย เต็มไปด้วยความชื่นชม
เมื่อสังเกตเห็นสายตาของลูกสาว มุมปากของซิลเวียก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกที่ถูกลูกน้อยมองด้วยความชื่นชมช่างอบอุ่นเหลือเกิน
หลังจากเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ซิลเวียก็ชี้คทาเวทไปยังหุ่นไม้ที่อยู่ไม่ไกล
"ไป!"
ตูม!
ลูกไฟที่ร้อนระอุพุ่งดั่งอาชาทะยานกลางฟ้า ทิ้งร่องรอยเปลวไฟยาวไว้กลางอากาศ
ปัง!!!
ก่อนจะกระแทกใส่เสาไม้จนระเบิดเปลวไฟกระจายเป็นฝุ่นควัน เศษไม้ปลิวว่อน เสียงแตกดังสะท้อนก้อง
"ท่านแม่เก่งจังเลย!"
แปะ ๆ ๆ
เกวนโดลินปรบมือน้อย ๆ อย่างตื่นเต้นเพื่อแสดงความชื่นชมแม่ซิลเวีย
"อันที่จริงแล้วมันง่ายมากจ๊ะ เกวนโดลินเพียงฝึกฝนอีกหน่อย ก็คงจะเรียนรู้และควบคุมได้ในไม่ช้า"
แม้ว่าจะมีลูกสาวแล้ว ซิลเวียก็ยังคงเหมือนเด็กน้อย เมื่อถูกลูกสาวชมเชยก็ยังคงเขินอายเล็กน้อย จนต้องเอามือปิดแก้มที่แดงระเรื่อ
"เก่งจังเลยน้องซิลเวีย ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นเจ้าลงมือ ไม่คิดว่าเวทมนตร์ของเจ้าจะแข็งแกร่งขนาดนี้"
ไอนีเวนที่นั่งดูการเรียนเบื้องหน้าถึงกับตกใจ เพราะนับแต่เข้ามาอยู่ในเผ่าซีมู่ได้ครึ่งปี ยังไม่เคยเห็นซิลเวียแสดงพลังมาก่อน
หรือหากจะพูดให้ไม่น่าฟัง ในสายตาของไอนีเวนก่อนหน้านี้ ซิลเวียเป็นแค่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบสวย ๆ เท่านั้น
"ไม่หรอกเจ้าค่ะ ว่าแต่พี่ไอนีเวน ดาร์กเอลฟ์ของท่านไม่มีใครเรียนเวทมนตร์เลยหรือเจ้าคะ?" ซิลเวียถามอย่างสงสัย
"อันนี้...พวกเราชาวดาร์กเอลฟ์แตกต่างจากเอลฟ์เผ่าอื่น ๆ เราชื่นชมความรู้สึกของเหงื่อที่ไหลรินบนร่างกายขณะต่อสู้มากกว่า” ไอนีเวนใช้นิ้วเกาแก้ม ใบหน้าดูอึดอัดเล็กน้อย เหมือนมีบางสิ่งไม่อยากเอ่ย
ซิลเวียเป็นคนฉลาด เห็นดังนั้นจึงไม่ซักต่อ เพียงพยักหน้าอย่างเข้าใจไป
"เฮ้อ~ เอาเถอะ ๆ ในเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เรื่องพวกนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่พูดไม่ได้ขนาดนั้น บอกเจ้าไปคงไม่เป็นไร"
เมื่อเห็นดังนั้น ไอนีเวนก็จำใจต้องเปิดเผยความจริง
อันที่จริงแล้ว นับตั้งแต่ที่ดาร์กเอลฟ์ทรยศต่อเทพีผู้เป็นที่พึ่ง และเปลี่ยนเป็นผู้ไร้ศรัทธา เทพธิดาแห่งธรรมชาติผู้ควบคุมพลังธาตุธรรมชาติย่อมต้องแก้แค้นพวกเขา
สิ่งนี้ทำให้การสื่อสารกับพลังธาตุของดาร์กเอลฟ์เกือบจะเป็นศูนย์ โดยทั่วไปแล้ว ในดาร์กเอลฟ์หนึ่งหมื่นคน จะมีเพียงคนเดียวที่สามารถสื่อสารกับพลังธาตุและกลายเป็นจอมเวทดาร์กเอลฟ์ได้ นับเป็นราคาของการหันหลังให้เทพ
ในโลกที่เทพเจ้ามีอยู่จริง การทรยศต่อศรัทธาย่อมต้องชดใช้
แม้แต่มังกรห้าสีผู้ยิ่งใหญ่ หากกล้าทรยศต่อความเชื่อของเทียแมท มารดาแห่งมังกร ก็จะถูกคำพิพากษาแห่งความตายเช่นกัน
หากต้องการอิสรภาพที่แท้จริง ก้าวข้ามเหล่าทวยเทพก็ต้องกลายเป็นเทพเสียอีก
เป็นเทพที่แข็งแกร่งกว่าเทพที่ต้องศรัทธา!
แต่การที่สิ่งมีชีวิตบนดินจะก้าวขึ้นเป็นเทพ…นั้นยากเสียยิ่งกว่าอะไร
"พี่ไอนีเวน...ขอโทษนะเจ้าคะ ข้าไม่รู้เลยว่าเผ่าพี่ต้องเจอเรื่องแบบนี้”
ซิลเวียรู้สึกเศร้าใจแทนไอนีเวนและชาวเผ่าของนาง น่าเสียดายที่นางไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใด ๆ ได้
"ไม่เป็นไร พวกเราดาร์กเอลฟ์ชินแล้วล่ะ เรื่องคำสาปของเทพธิดานั่นก็ผ่านมาหลายหมื่นปีแล้ว”
ไอนีเวนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
เวลาผ่านไปเกือบหลายหมื่นปี ดาร์กเอลฟ์รุ่นหลัง ๆ เช่นพวกนาง สำหรับเทพธิดาผู้นั้นก็จางหายไปเกือบหมด เหลือเพียงความเคยชินกับชีวิตแบบนี้เท่านั้น
แต่ถ้ามีโอกาสให้ฆ่าเทพธิดาแห่งธรรมชาติได้ เพื่อดาร์กเอลฟ์ทุกคน นางจะไม่ลังเลลงดาบแม้แต่น้อย
"ท่านแม่ แล้วก็ท่านป้าไอนีเวน เราจะเรียนกันต่อหรือไม่เจ้าคะ" เกวนโดลินที่ไม่ได้สนใจเลยว่าผู้ใหญ่สองคนกำลังพูดถึงเรื่องอะไรเอ่ยถาม
ความสนใจทั้งหมดของนางอยู่ที่คทาเวทในมือของซิลเวีย ของที่ส่องแสงระยิบระยับ ทำให้เกวนโดลินชอบมาก
นี่อาจจะเป็นจิตใต้สำนึกของสายเลือดมังกรแดงที่กำลังทำงานอยู่ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา มังกรมักชอบของที่ส่องแสงระยิบระยับ
"ขอโทษนะจ๊ะ เกวนโดลินน้อย แม่เผลอคุยเพลินไปหน่อย เอาล่ะ ๆ เรามาเริ่มฝึกกันใหม่ เริ่มจากความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเวทมนตร์กันก่อนเลยละกันนะ"
"อ๊า~ ไม่เอา~ ท่านแม่!"
...
ภายในรังมังกร
"ฝ่าบาทซีมู่ผู้ยิ่งใหญ่ มนุษย์พวกนั้นเริ่มล้ำเส้นเขตแดนแล้วขอรับ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านี่คือดินแดนของท่าน แต่ยังกล้าเหยียบย่ำชายแดนของเราเพื่อขนส่งสินค้ากันอยู่บ่อย ๆ ราวกับต้องการท้าทายอำนาจของท่าน!”
คริสรายงานสิ่งที่กองลาดตระเวนของพวกโนลล์พบเมื่อเร็ว ๆ นี้
ตั้งแต่ครึ่งปีก่อน เหล่าอสูรได้สร้างหอสังเกตการณ์ไว้ตามแนวชายแดนเทือกเขาดอร์คาฟาร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีล่วงล้ำเข้ามาในดินแดนของมังกร
แต่ระยะนี้กลับมีพวกมนุษย์บางกลุ่มจงใจขนสินค้าผ่านแนวหวงห้ามเสมือนเหยียบย่ำเกียรติแห่งมังกรอยู่บ่อย ๆ
หากไม่ใช่เพราะคิดว่าฝ่าบาทของเขาจะต้องจำศีลในเร็ว ๆ นี้ คริสคงอดไม่ได้ที่จะลงมือจัดการพวกนั้นไปแล้ว
"หึ…ไอ้พวกมดปลวกชั้นต่ำ กล้ากระโดดโลดเต้นบนหัวมังกรงั้นหรือ! คริส พวกมันเหยียบเท้าไหนเข้ามาในดินแดนของเรา ก็ตัดเท้าข้างนั้นของพวกมันทิ้งซะ!"
"ขอรับ!"