เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 เกวนโดลินเรียนเวท

ตอนที่ 26 เกวนโดลินเรียนเวท

ตอนที่ 26 เกวนโดลินเรียนเวท


ครึ่งเดือนต่อมา

ณ ลานกว้างใกล้รังมังกร

ซิลเวียจูงมือน้อย ๆ ของเกวนโดลินขณะยืนอยู่ตรงหน้าหุ่นฟางรูปคนที่เรียงราย

เสื้อผ้าของเกวนโดลินไม่ได้ขาดรุ่งริ่งเหมือนเมื่อครึ่งเดือนก่อนอีกต่อไป นางสวมชุดกระโปรงเจ้าหญิงสีชมพูอ่อนแสนสวย อีกทั้งบนศีรษะยังมีมงกุฎเล็ก ๆ เจ้าหญิงสวมอยู่เพื่อบ่งบอกถึงฐานะของนาง

"เกวนโดลินจ๊ะ พรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ของเจ้าแข็งแกร่งกว่าแม่มากนัก จากการทดสอบในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ พบว่าเจ้ามีพรสวรรค์ทั้งด้านเวทเพลิง เวทสายฟ้า และเวทลม ... เจ้ามีโอกาสที่จะกลายเป็นจอมเวทสามสาย"

ซิลเวียกำลังอธิบายเรื่องพรสวรรค์ให้เกวนโดลินฟัง เกวนโดลินก็ยืนฟังอย่างว่าง่าย พลางพยักหน้าหงึก ๆ

"จอมเวทสามสาย? จอมเวทสามสายคืออะไรหรือท่านแม่?" เกวนโดลินถามอย่างสงสัยใคร่รู้

"อืม คืออย่างนี้นะ จอมเวทส่วนใหญ่ในช่วงเริ่มต้นจะลองใช้เวททุกธาตุดูก่อน เพื่อค้นหาเวทธาตุใดที่ตนถนัดที่สุดและฝึกเวทธาตุนั้นจนเชี่ยวชาญ ... โดยทั่วไปแล้ว ด้วยพรสวรรค์และพลังของจอมเวททั่วไป จะเชี่ยวชาญได้เต็มที่แค่ธาตุเดียว แต่แม่ของเจ้าเป็นจอมเวทสองสาย เชี่ยวชาญทั้งเวทลมและเวทสายฟ้า ส่วนเจ้าก็เป็นจอมเวทสามสาย"

ซิลเวียอธิบายอย่างใจเย็น ความรู้เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่อาจารย์เวทมนตร์เคยสอนนางมา ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้มาถ่ายทอดให้ลูกสาวของตัวเอง ชวนให้ความรู้สึกภูมิใจประหลาดอยู่ไม่น้อย

ผืนทวีปนี้มีเวทธาตุทั้งหมดแปดสาย ได้แก่: เวทเพลิง เวทดิน เวทไม้ เวทลม เวทน้ำ เวทสายฟ้า และเวทพิเศษคือเวทแสงและเวทมืด

ยังมีเวทพิเศษอื่น ๆ ที่ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มเวทธาตุ เช่น เวทหุบเหว

"อืม...ท่านแม่ เช่นนั้นก็หมายความว่าข้าสามารถเรียนได้แค่เวทสามธาตุนี้หรือ?" เกวนโดลินใช้นิ้วชี้จิ้มที่ริมฝีปากเล็ก ๆ พลางถามอีกครั้ง

"ไม่ใช่จ้ะ เวทพื้นฐานของธาตุอื่น ๆ เกวนโดลินก็สามารถเรียนรู้ได้เช่นกัน อย่างเช่นเวทกระสุนน้ำ เวทกระสุนดิน เวทง่าย ๆ เหล่านี้ที่จอมเวททุกคนทำได้ แต่ถ้าอยากเก่งขึ้นหรือเชี่ยวชาญก็จะยากมาก บางทีอาจจะทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ มีแต่จะเสียแรงเปล่า"

ซิลเวียต้องอธิบายเรื่องนี้ให้ลูกสาวฟังอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ลูกสาวของนางเสียแรงเปล่าไปกับเวทธาตุที่ตนไร้พรสวรรค์

"ท่านแม่ ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นตอนนี้ท่านแม่พอจะสอนเวทให้ข้าได้บ้างหรือไม่?"

เกวนโดลินกระพริบตาปริบ ๆ อย่างน่ารัก ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ซิลเวียทำแค่สอนให้นางสื่อสารกับอนุภาคธาตุในโลก หรือไม่ก็เล่าความรู้เกี่ยวกับจอมเวทมนตร์ให้ฟังเท่านั้น ยังไม่เคยได้ลองใช้เวทมนตร์จริง ๆ จัง ๆ เสียที

"อย่าเพิ่งใจร้อนสิจ๊ะ เกวนโดลินน้อย หากยังไม่เข้าใจความรู้พื้นฐานของเวทมนตร์ดี เรียนไปก็มีแต่จะไร้ประโยชน์" ซิลเวียเตือนเบา ๆ

ตอนที่อาจารย์สอนความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์นางก็มีท่าทีเบื่อหน่ายเช่นนี้เหมือนกัน คิดแค่ว่าต่อให้เรียนทฤษฎีมากมายก็ไม่ช่วยให้เก่งเวทเท่าการได้ปฏิบัติ จนภายหลังถึงได้รู้ว่า...มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนักจริง ๆ นั่นแหละ

แต่ไม่ว่าอย่างไร นางที่เคยผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อน ลูกสาวของนางจะพลาดได้อย่างไรกัน นี่ถือเป็นการหยอกล้อเล็ก ๆ น้อย ๆ จากผู้เป็นแม่

"เป็นจอมเวทไปจะมีดีอะไรเล่าเกวนโดลิน มาเรียนเป็นนักดาบกับป้าดีกว่า"

ในขณะนั้นเอง ไอนีเวนก็เดินเข้ามาในลานฝึกเวท ที่เอวของนางมีดาบคมกริบแขวนอยู่

"ท่านป้าไอนีเวน! มาได้อย่างไรหรือคะ เอ๋...ก่อนหน้านี้ข้าเห็นอาวุธของท่านป้าเป็นดาบโค้งสองเล่มนี่นา?"

เกวนโดลินเห็นไอนีเวนก็ปีนป่ายพรวดพราดไปโอบกอดอย่างสนิทสนม

"เด็กดี เกวนโดลินน้อย" ไอนีเวนลูบหัวเกวนโดลินพลางจงใจลูบเขามังกรคู่นั้นอย่างเพลินมือ

สัมผัสของเขามังกรนี่มันดีจริง ๆ ...

เขามังกรบนศีรษะของฝ่าบาท นอกจากการทำในเรื่องนั้นแล้ว นางก็ไม่มีโอกาสได้สัมผัสมันอีกเลย

"พี่ไอนีเวน มีธุระเร่งด่วนอะไรหรือไม่เจ้าคะ?" ซิลเวียหันมาถาม

"อ๋อ ฝ่าบาทบอกว่าเกวนโดลินมีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ระยะประชิด เลยอยากให้ข้ามาดูว่าจะสอนอะไรแก่นางได้บ้าง ข้าก็เลยคิดว่าจะสอนวิชาดาบให้เกวนโดลินน้อยเสียหน่อย"

อย่าดูถูกว่าไอนีเวนจะใช้อาวุธดาบโค้งเป้นอย่างเดียว ความจริงแล้วนางเป็นนักดาบที่สืบทอดมาจากสำนักเจิ้งหนาน

ในทวีปนี้มีสำนักดาบที่รู้จักกันดีสี่สำนัก ได้แก่ สำนักเจิ้งหนาน สำนักกวงมู่ สำนักเสวี่ยเป่ย และสำนักมู่เฉิน

โดยพื้นฐานแล้วนักดาบส่วนใหญ่จะเติบโตขึ้นมาจากการเรียนรู้จากสี่สำนักนี้ เนื่องจากสี่สำนักนี้ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ แม้ว่าความแข็งแกร่งของศิษย์จะเหนือกว่าผู้ก่อตั้งสำนัก ก็ยังสามารถดัดแปลงวิชาดาบนี้เพื่อเติบโตต่อไปได้

จึงเป็น “สำนักดาบสายเติบโต” ที่ได้รับการยอมรับจากนักดาบส่วนใหญ่ แม้แต่เทพดาบของบางอาณาจักร วิชาดาบที่ใช้ก็ยังมาจากหนึ่งในสี่สำนักนี้

วิชาดาบของไอนีเวนมาจากสำนักเจิ้งหนาน ส่วนวิชาดาบโค้งคือวิชาดาบดาร์กมูนที่สืบทอดมาจากเผ่าดาร์กมูน

"เย้! วิชาดาบ! ข้าอยากเรียนเจ้าค่ะ!"

ดวงตาสีฟ้าของเกวนโดลินเปล่งประกาย เด็กน้อยเกิดมาพร้อมกับพลังงานที่ล้นเหลือ ความสามารถในการเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง และความอยากรู้อยากเห็นที่มากมาย

นางยังไม่เข้าใจว่าการเรียนวิชาดาบและเวทมนตร์พร้อมกันนั้นยากเพียงใด มิฉะนั้นมนุษย์ในทวีปก็คงเรียนพร้อมกันไปนานแล้ว ... พวกเขาไม่ได้โง่กันเสียหน่อย

"เกวนโดลินน้อย~ แล้วเจ้าอยากเรียนเวทมนตร์หรือวิชาดาบก่อนล่ะ?"

ซิลเวียเห็นพี่ไอนีเวนมาแย่งเกวนโดลินน้อย ก็กอดอกถามเสียงเรียบ

หากเป็นเมื่อก่อน ตอนที่ตนยังเป็นเด็ก ไปทำท่าทีแบบนี้ต่อหน้าอาจารย์ ถึงจะเป็นเจ้าหญิงก็ไม่รอด

อาจารย์ของเจ้าหญิงจะไม่เห็นแก่หน้าเจ้าหญิงซิลเวียเลยแม้แต่น้อย จะดุด่านางอย่างไม่ลังเลว่าใจโลเล สองจิตสองใจ ไม่มีทางประสบความสำเร็จ

แต่พอเป็นลูกสาวของตัวเอง ซิลเวียก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อน ไม่กล้าพูดแรงๆ กับนาง

ท้ายที่สุดแล้ว เกวนโดลินยังอายุไม่ถึงเดือนดีด้วยซ้ำ

"อืม..." เกวนโดลินเลียนแบบท่าทางของแม่ กอดอกเล็กๆ ของนาง พยายามคิดอย่างหนัก

"แน่นอนว่าต้องเรียนวิชาดาบก่อนสิ เกวนโดลินน้อย เจ้าว่าหรือไม่?" ไอนีเวนพูดพลางย่อตัวลงกระซิบข้างหูเกวนโดลิน

"เกวนโดลิน~" ซิลเวียเสียงเย็น

"ขอโทษเจ้าค่ะท่านป้าไอนีเวน ข้าขอเรียนเวทมนตร์กับแม่ก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ"

อยู่ ๆ เกวนโดลินก็รู้สึกว่าสายตาของแม่น่ากลัวขึ้นมาทันใด เพื่อรักษาชีวิตน้อย ๆ ของตน จึงตัดสินใจเลือกเรียนเวทมนตร์กับแม่ก่อนดีกว่า

"ถูกต้องแล้วจ้ะ เกวนโดลินน้อย แบบนี้สิถึงจะเป็นลูกสาวที่น่ารักของแม่"

สีหน้าของซิลเวียพลันเปลี่ยนจากมืดครึ้มเป็นสดใส เผยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและอบอุ่น

จบบทที่ ตอนที่ 26 เกวนโดลินเรียนเวท

คัดลอกลิงก์แล้ว