- หน้าแรก
- จักรพรรดิมังกรแดง : ยิ่งมีลูกยิ่งแข็งแกร่ง
- ตอนที่ 26 เกวนโดลินเรียนเวท
ตอนที่ 26 เกวนโดลินเรียนเวท
ตอนที่ 26 เกวนโดลินเรียนเวท
ครึ่งเดือนต่อมา
ณ ลานกว้างใกล้รังมังกร
ซิลเวียจูงมือน้อย ๆ ของเกวนโดลินขณะยืนอยู่ตรงหน้าหุ่นฟางรูปคนที่เรียงราย
เสื้อผ้าของเกวนโดลินไม่ได้ขาดรุ่งริ่งเหมือนเมื่อครึ่งเดือนก่อนอีกต่อไป นางสวมชุดกระโปรงเจ้าหญิงสีชมพูอ่อนแสนสวย อีกทั้งบนศีรษะยังมีมงกุฎเล็ก ๆ เจ้าหญิงสวมอยู่เพื่อบ่งบอกถึงฐานะของนาง
"เกวนโดลินจ๊ะ พรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ของเจ้าแข็งแกร่งกว่าแม่มากนัก จากการทดสอบในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ พบว่าเจ้ามีพรสวรรค์ทั้งด้านเวทเพลิง เวทสายฟ้า และเวทลม ... เจ้ามีโอกาสที่จะกลายเป็นจอมเวทสามสาย"
ซิลเวียกำลังอธิบายเรื่องพรสวรรค์ให้เกวนโดลินฟัง เกวนโดลินก็ยืนฟังอย่างว่าง่าย พลางพยักหน้าหงึก ๆ
"จอมเวทสามสาย? จอมเวทสามสายคืออะไรหรือท่านแม่?" เกวนโดลินถามอย่างสงสัยใคร่รู้
"อืม คืออย่างนี้นะ จอมเวทส่วนใหญ่ในช่วงเริ่มต้นจะลองใช้เวททุกธาตุดูก่อน เพื่อค้นหาเวทธาตุใดที่ตนถนัดที่สุดและฝึกเวทธาตุนั้นจนเชี่ยวชาญ ... โดยทั่วไปแล้ว ด้วยพรสวรรค์และพลังของจอมเวททั่วไป จะเชี่ยวชาญได้เต็มที่แค่ธาตุเดียว แต่แม่ของเจ้าเป็นจอมเวทสองสาย เชี่ยวชาญทั้งเวทลมและเวทสายฟ้า ส่วนเจ้าก็เป็นจอมเวทสามสาย"
ซิลเวียอธิบายอย่างใจเย็น ความรู้เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่อาจารย์เวทมนตร์เคยสอนนางมา ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้มาถ่ายทอดให้ลูกสาวของตัวเอง ชวนให้ความรู้สึกภูมิใจประหลาดอยู่ไม่น้อย
ผืนทวีปนี้มีเวทธาตุทั้งหมดแปดสาย ได้แก่: เวทเพลิง เวทดิน เวทไม้ เวทลม เวทน้ำ เวทสายฟ้า และเวทพิเศษคือเวทแสงและเวทมืด
ยังมีเวทพิเศษอื่น ๆ ที่ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มเวทธาตุ เช่น เวทหุบเหว
"อืม...ท่านแม่ เช่นนั้นก็หมายความว่าข้าสามารถเรียนได้แค่เวทสามธาตุนี้หรือ?" เกวนโดลินใช้นิ้วชี้จิ้มที่ริมฝีปากเล็ก ๆ พลางถามอีกครั้ง
"ไม่ใช่จ้ะ เวทพื้นฐานของธาตุอื่น ๆ เกวนโดลินก็สามารถเรียนรู้ได้เช่นกัน อย่างเช่นเวทกระสุนน้ำ เวทกระสุนดิน เวทง่าย ๆ เหล่านี้ที่จอมเวททุกคนทำได้ แต่ถ้าอยากเก่งขึ้นหรือเชี่ยวชาญก็จะยากมาก บางทีอาจจะทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ มีแต่จะเสียแรงเปล่า"
ซิลเวียต้องอธิบายเรื่องนี้ให้ลูกสาวฟังอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ลูกสาวของนางเสียแรงเปล่าไปกับเวทธาตุที่ตนไร้พรสวรรค์
"ท่านแม่ ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นตอนนี้ท่านแม่พอจะสอนเวทให้ข้าได้บ้างหรือไม่?"
เกวนโดลินกระพริบตาปริบ ๆ อย่างน่ารัก ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ซิลเวียทำแค่สอนให้นางสื่อสารกับอนุภาคธาตุในโลก หรือไม่ก็เล่าความรู้เกี่ยวกับจอมเวทมนตร์ให้ฟังเท่านั้น ยังไม่เคยได้ลองใช้เวทมนตร์จริง ๆ จัง ๆ เสียที
"อย่าเพิ่งใจร้อนสิจ๊ะ เกวนโดลินน้อย หากยังไม่เข้าใจความรู้พื้นฐานของเวทมนตร์ดี เรียนไปก็มีแต่จะไร้ประโยชน์" ซิลเวียเตือนเบา ๆ
ตอนที่อาจารย์สอนความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์นางก็มีท่าทีเบื่อหน่ายเช่นนี้เหมือนกัน คิดแค่ว่าต่อให้เรียนทฤษฎีมากมายก็ไม่ช่วยให้เก่งเวทเท่าการได้ปฏิบัติ จนภายหลังถึงได้รู้ว่า...มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนักจริง ๆ นั่นแหละ
แต่ไม่ว่าอย่างไร นางที่เคยผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อน ลูกสาวของนางจะพลาดได้อย่างไรกัน นี่ถือเป็นการหยอกล้อเล็ก ๆ น้อย ๆ จากผู้เป็นแม่
"เป็นจอมเวทไปจะมีดีอะไรเล่าเกวนโดลิน มาเรียนเป็นนักดาบกับป้าดีกว่า"
ในขณะนั้นเอง ไอนีเวนก็เดินเข้ามาในลานฝึกเวท ที่เอวของนางมีดาบคมกริบแขวนอยู่
"ท่านป้าไอนีเวน! มาได้อย่างไรหรือคะ เอ๋...ก่อนหน้านี้ข้าเห็นอาวุธของท่านป้าเป็นดาบโค้งสองเล่มนี่นา?"
เกวนโดลินเห็นไอนีเวนก็ปีนป่ายพรวดพราดไปโอบกอดอย่างสนิทสนม
"เด็กดี เกวนโดลินน้อย" ไอนีเวนลูบหัวเกวนโดลินพลางจงใจลูบเขามังกรคู่นั้นอย่างเพลินมือ
สัมผัสของเขามังกรนี่มันดีจริง ๆ ...
เขามังกรบนศีรษะของฝ่าบาท นอกจากการทำในเรื่องนั้นแล้ว นางก็ไม่มีโอกาสได้สัมผัสมันอีกเลย
"พี่ไอนีเวน มีธุระเร่งด่วนอะไรหรือไม่เจ้าคะ?" ซิลเวียหันมาถาม
"อ๋อ ฝ่าบาทบอกว่าเกวนโดลินมีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ระยะประชิด เลยอยากให้ข้ามาดูว่าจะสอนอะไรแก่นางได้บ้าง ข้าก็เลยคิดว่าจะสอนวิชาดาบให้เกวนโดลินน้อยเสียหน่อย"
อย่าดูถูกว่าไอนีเวนจะใช้อาวุธดาบโค้งเป้นอย่างเดียว ความจริงแล้วนางเป็นนักดาบที่สืบทอดมาจากสำนักเจิ้งหนาน
ในทวีปนี้มีสำนักดาบที่รู้จักกันดีสี่สำนัก ได้แก่ สำนักเจิ้งหนาน สำนักกวงมู่ สำนักเสวี่ยเป่ย และสำนักมู่เฉิน
โดยพื้นฐานแล้วนักดาบส่วนใหญ่จะเติบโตขึ้นมาจากการเรียนรู้จากสี่สำนักนี้ เนื่องจากสี่สำนักนี้ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ แม้ว่าความแข็งแกร่งของศิษย์จะเหนือกว่าผู้ก่อตั้งสำนัก ก็ยังสามารถดัดแปลงวิชาดาบนี้เพื่อเติบโตต่อไปได้
จึงเป็น “สำนักดาบสายเติบโต” ที่ได้รับการยอมรับจากนักดาบส่วนใหญ่ แม้แต่เทพดาบของบางอาณาจักร วิชาดาบที่ใช้ก็ยังมาจากหนึ่งในสี่สำนักนี้
วิชาดาบของไอนีเวนมาจากสำนักเจิ้งหนาน ส่วนวิชาดาบโค้งคือวิชาดาบดาร์กมูนที่สืบทอดมาจากเผ่าดาร์กมูน
"เย้! วิชาดาบ! ข้าอยากเรียนเจ้าค่ะ!"
ดวงตาสีฟ้าของเกวนโดลินเปล่งประกาย เด็กน้อยเกิดมาพร้อมกับพลังงานที่ล้นเหลือ ความสามารถในการเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง และความอยากรู้อยากเห็นที่มากมาย
นางยังไม่เข้าใจว่าการเรียนวิชาดาบและเวทมนตร์พร้อมกันนั้นยากเพียงใด มิฉะนั้นมนุษย์ในทวีปก็คงเรียนพร้อมกันไปนานแล้ว ... พวกเขาไม่ได้โง่กันเสียหน่อย
"เกวนโดลินน้อย~ แล้วเจ้าอยากเรียนเวทมนตร์หรือวิชาดาบก่อนล่ะ?"
ซิลเวียเห็นพี่ไอนีเวนมาแย่งเกวนโดลินน้อย ก็กอดอกถามเสียงเรียบ
หากเป็นเมื่อก่อน ตอนที่ตนยังเป็นเด็ก ไปทำท่าทีแบบนี้ต่อหน้าอาจารย์ ถึงจะเป็นเจ้าหญิงก็ไม่รอด
อาจารย์ของเจ้าหญิงจะไม่เห็นแก่หน้าเจ้าหญิงซิลเวียเลยแม้แต่น้อย จะดุด่านางอย่างไม่ลังเลว่าใจโลเล สองจิตสองใจ ไม่มีทางประสบความสำเร็จ
แต่พอเป็นลูกสาวของตัวเอง ซิลเวียก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อน ไม่กล้าพูดแรงๆ กับนาง
ท้ายที่สุดแล้ว เกวนโดลินยังอายุไม่ถึงเดือนดีด้วยซ้ำ
"อืม..." เกวนโดลินเลียนแบบท่าทางของแม่ กอดอกเล็กๆ ของนาง พยายามคิดอย่างหนัก
"แน่นอนว่าต้องเรียนวิชาดาบก่อนสิ เกวนโดลินน้อย เจ้าว่าหรือไม่?" ไอนีเวนพูดพลางย่อตัวลงกระซิบข้างหูเกวนโดลิน
"เกวนโดลิน~" ซิลเวียเสียงเย็น
"ขอโทษเจ้าค่ะท่านป้าไอนีเวน ข้าขอเรียนเวทมนตร์กับแม่ก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ"
อยู่ ๆ เกวนโดลินก็รู้สึกว่าสายตาของแม่น่ากลัวขึ้นมาทันใด เพื่อรักษาชีวิตน้อย ๆ ของตน จึงตัดสินใจเลือกเรียนเวทมนตร์กับแม่ก่อนดีกว่า
"ถูกต้องแล้วจ้ะ เกวนโดลินน้อย แบบนี้สิถึงจะเป็นลูกสาวที่น่ารักของแม่"
สีหน้าของซิลเวียพลันเปลี่ยนจากมืดครึ้มเป็นสดใส เผยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและอบอุ่น