เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 ฉลามกิ้งก่า

ตอนที่ 14 ฉลามกิ้งก่า

ตอนที่ 14 ฉลามกิ้งก่า


เพิ่งหันเปลี่ยนทิศวิ่งหนีไปได้ไม่ทันไร อสูรยักษ์ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินก็เคลื่อนไหวจนทรายบนพื้นพุ่งกระเด็นเข้าใส่คริสและพวกดาร์กเอลฟ์โดยตรง

ครืน~

ต้นไม้ใหญ่ตามทางราวกับถูกเขย่าลึกถึงราก ไล่ล้มระเนระนาดเป็นแถว ๆ พัดพาฝุ่นทรายหนาเตอะยิ่งขึ้น

คริสเหลือบมองด้านหลังพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่

เจ้าดาร์กเอลฟ์พวกนี้ไปยั่วยุอสูรอะไรนี่มา!

บนท้องฟ้า

"หัวหน้าดามาร์ เราควรทำอย่างไรดี?"

พญาอินทรีแห่งพงไพรโถมตัวมารวมกันรอบดามาร์ ในอากาศพวกมันรอดพ้นจากภัยจึงไม่จำเป็นต้องวิ่งหนีเหมือนสิ่งมีชีวิตบนพื้น

ต่อให้อสูรเบื้องล่างจะน่ากลัวเพียงใด ก็ไม่สามารถทำร้ายพวกมันที่บินอยู่บนท้องฟ้าได้

"สถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะแก้ไขได้ พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะรีบไปแจ้งฝ่าบาทซีมู่"

พญาอินทรีแห่งพงไพรมีความเร็วสูงมาก หากไม่ใช่เพราะต้องคอยติดตามคริส คงมาถึงที่นี่นานโข

"รับทราบ หัวหน้าดามาร์" เหล่าอินทรีย์ป่าพยักหน้า

จากนั้นดามาร์พลันกลายเป็นสายลมหายไปจากที่เดิม มันบินกลับไปยังรังมังกรด้วยความเร็วสูงสุด

บนพื้นดิน

"โฮก!"

อสูรตนนั้นโผล่หัวขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่เพียงแต่กลืนกินดาร์กเอลฟ์เท่านั้น แต่ยังกลืนโนลล์ที่ขาไม่ค่อยดีไปหนึ่งหรือสองตัวด้วย

จากนั้นอสูรตนนั้นก็กลับลงไปใต้ดินอีกครั้ง

"นี่มันอสูรอะไรกัน ทำไมมันถึงโผล่มาได้ที่นี่!” คริสอดไม่ได้ที่จะสบถ

เหลือบมองไปยังดาร์กเอลฟ์ที่กำลังที่กำลังกระจัดกระจายวิ่งหนีก็ยิ่งโกรธขึ้นมา

ยังไม่ทันได้เจรจากับดาร์กเอลฟ์ ก็ต้องมาเจอกับเรื่องบ้าบอแบบนี้เสียก่อน ช่างเฮงซวยเสียจริง

หรือว่าการได้เป็นบริวารของมังกร ทำให้โชคทั้งชีวิตของเขาถูกใช้ไปหมดแล้ว?

"แกร๊ก~ หัวหน้าคริส อย่าวิ่งไปทางนั้นเลย ข้างหน้าเป็นทางตัน!"

พญาอินทรีแห่งพงไพรตัวหนึ่งรีบบินมาเหนือศีรษะของคริสเพื่อกล่าวเตือนเขา

"ทำไมเจ้าไม่บอกให้เร็วกว่านี้!"

ไม่ต้องรอพญาอินทรีแห่งพงไพรเตือน คริสที่นั่งอยู่บนวอร์กก็เห็นแล้วว่าข้างหน้าเป็นหน้าผา ไม่มีทางให้ไปต่อ!

หากบอกเร็วกว่านี้คงยังพอเปลี่ยนทิศทางได้ แต่ตอนนี้มันสายไปเสียแล้ว

"ข้า...ข้าเพิ่งนึกออก" พญาอินทรีแห่งพงไพรพูดอย่างตื่นตระหนก

มันเองก็เพิ่งนึกออกหลังจากที่สหายเตือนว่าควรต้องบอกคริส

ไม่นาน เหล่าอสูรที่กำลังหนีอยู่ทั้งหมดก็หยุดฝีเท้า ไม่มีทางข้างหน้าให้ไปต่อ นอกจากต้องกระโดดหน้าผา

"ใครคือหัวหน้าโนลล์!"

ในขณะที่ถูกต้อนให้จนมุม ในฐานะราชินีแห่งดาร์กเอลฟ์ ไอนีเวนจึงลุกขึ้นกล่าวออกมา

"ข้าเอง! เจ้าดาร์กเอลฟ์สารเลว พวกเจ้าไปยั่วยุอะไรมันมา! ตอนนี้ไม่มีใครหนีรอดมันได้แล้ว!"

คริสเห็นดาร์กเอลฟ์ที่กระโดดออกมาตรงหน้าก็ยิ่งโกรธจนควันออกหู

เขายังอยากติดตามฝ่าบาทไปพิชิตทั่วหล้า จะมาตายในที่แบบนี้ได้อย่างไร หรือหากจะตาย ก็ควรตายในสมรภูมิรบกับศัตรู ไม่ใช่ถูกอสูรกินเข้าไปในท้องเฉย ๆ เช่นนี้

"นั่นคือฉลามกิ้งก่า เรื่องอื่นข้าไม่มีเวลาอธิบาย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เราต้องร่วมมือกัน มิฉะนั้นเราจะถูกมันจับกินกันหมด!"

เมื่อเห็นฉลามกิ้งก่าไม่เคลื่อนไหว นางรู้ได้ทันทีว่าฉลามกิ้งก่ากำลังย่อยอาหารที่เพิ่งกินเข้าไป จึงรีบเสนอให้คริสร่วมมือกัน

"ไม่ต้องบอกก็รู้! นักรบแห่งเผ่าทุบกระดูก! หันกลับมา ข้างหน้าเป็นทางตัน ข้างหลังก็เช่นกัน! ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจงเป็นนักรบที่แข็งแกร่ง สู้กับไอ้สารเลวนั่นเอาให้ตาย!"

คริสไม่ปฏิเสธข้อเสนอของไอนีเวนที่จะร่วมมือกันในตอนนี้ ณ ชั่วโมงนี้ไม่มีเวลามาเกลียดชังเอลฟ์อีกแล้ว สิ่งสำคัญคือการเอาชีวิตให้รอดกลับไปต่างหาก

"นักรบแห่งเผ่าดาร์กมูน! ออกมา!" ไอนีเวนดึงดาบโค้งสองเล่มที่หลังออกมา

บนดาบโค้งซ้ายขวามีรูปพระจันทร์เต็มดวงและพระจันทร์เสี้ยวสลักไว้ตามลำดับ

"พวกเราอยู่ที่นี่แล้ว! ราชินีไอนีเวน!"

ดาร์กเอลฟ์รู้ว่าไม่สามารถหนีได้อีกแล้ว จึงต่างหยิบอาวุธของตนออกมาเตรียมพร้อมสู้รบ

คริสได้ยินที่เรียกว่าราชินีไอนีเวน ก็เหลือบมองไอนีเวนอีกครั้ง เมื่อสักครู่คนที่พูดกับเขาคือผู้นำเผ่าดาร์กเอลฟ์นี่เอง ไม่แปลกใจที่พอเปิดปากก็ถามหาหัวหน้าเผ่าก่อนเลย

ฉลามกิ้งก่า? เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

หยาดเหงื่อแห่งความตึงเครียดไหลลงมาจากหน้าผากของทุกคนอย่างช้า ๆ

จนถึงตอนนี้อสูรตนนั้นก็ยังไม่เคลื่อนไหว ไม่รู้ว่าจากไปแล้วหรือยัง แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าอย่าเคลื่อนไหวอะไรโดยไม่จำเป็น

"ยิงธนูไปทางนั้นสักสองสามดอก" ไอนีเวนพูดเบา ๆ กับนักธนูดาร์กเอลฟ์ข้าง ๆ

"เจ้าค่ะ~ ราชินีไอนีเวน"

นักธนูดาร์กเอลฟ์หยิบลูกธนูออกมาอย่างเชื่อฟัง ง้างสายธนูเต็มที่เพื่อส่งลูกธนูพุ่งไป

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ลูกธนูบินออกไปทีละดอก ตกบนพื้นดินที่ไม่ไกลนัก

วินาทีต่อมา

ปัง!!!

ฝุ่นทรายฟุ้งกระจายอีกครั้ง! ฉลามกิ้งก่าโผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน งับลูกธนูที่ปักอยู่บนพื้นไป

จากนั้นร่างที่ใหญ่โตของมันก็ปรากฏต่อสายตาทุกตน

ลำตัวมันคล้ายฉลามขาวขนาดใหญ่แต่หุ้มด้วยเกราะสีเทาอมน้ำเงิน มีก้ามขาแข็งแรงคล้ายกีบมือ กรงเล็บแบบพังพอนใหญาที่ทั้งยาวและหนา ซึ่งมันเอาไว้ใช้ในการขุดดิน

ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองมายังทุกตน มันไม่มีฟันเหมือนสัตว์ทั่วไป แต่มีเกราะบนขากรรไกรบนล่างเรียงเป็นร่องสามเหลี่ยมแหลมคมซึ่งทำหน้าที่เป็นฟันของมันแทน

ร่างที่ใหญ่โตของมันมีความยาวถึงยี่สิบเมตร ไม่แปลกใจที่สามารถกลืนดาร์กเอลฟ์และโนลล์ได้หลายตัวในคำเดียว

"นี่...นี่หรือฉลามกิ้งก่า?!" คริสตกใจจนอ้าปากค้าง

โลกใบนี้มีสัตว์ร้ายที่น่ากลัวขนาดนี้อยู่เชียวหรือ? เขาไม่เคยพบเห็นมันมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับรู้ถึงสิ่งมีชีวิตนี้

คิดดูดี ๆ ขนาดตัวของมันก็ใกล้เคียงกับฝ่าบาทในปัจจุบันเสียด้วยซ้ำ

"อย่ามัวแต่เหม่อ! โจมตีมันซะ ไม่อย่างนั้นหากรอให้มันกลับลงไปใต้ดินอีก เราจะทำอะไรมันไม่ได้!"

ไอนีเวนเห็นคริสกำลังอึ้งอยู่ ก็รีบเตือนเขา

"รู้แล้ว! จู้จี้นัก! นักรบแห่งเผ่าซีมู่! จงให้เจ้าสัตว์นรกนี้รู้จักฝีมือของนักรบแห่งเผ่าซีมู่!"

คริสพูดกับไอนีเวนอย่างหงุดหงิด จากนั้นเขาก็เป็นผู้นำขี่วอร์กพุ่งเข้าหาฉลามกิ้งก่าเป็นคนแรก

"ฆ่ามัน!"

"เผ่าซีมู่จงเจริญ!"

"เอลฟ์ทั้งหลาย! เพื่อเผ่าเรา!"

ในขณะนี้ ทุกคนต่างลืมความขัดแย้งและกลายเป็นสหายร่วมรบ

ทุกคนต่างล้อมรอบฉลามกิ้งก่าตัวใหญ่ไว้ตรงกลาง

"โฮก!"

ฉลามกิ้งก่าเห็นอาหารพวกนี้กล้าเข้ามาใกล้ จึงอ้าปากกว้างคำราม

เสียงคำรามที่ทรงพลังดังสนั่นหวั่นไหว ขณะที่เสียงทะลุผ่านร่างกายของทุกคน พวกเขาถึงกับรู้สึกได้ว่าอวัยวะภายในกำลังสั่นสะเทือน

ดาร์กเอลฟ์กระโดดขึ้นสูง หวังตัดหัวฉลามกิ้งก่าด้วยดาบเล่มเดียว

ใครจะไปรู้ว่าฉลามกิ้งก่าแค่เงยหน้าอ้าปาก ก็กลืนดาร์กเอลฟ์คนนั้นลงท้องไปอย่างง่ายดาย

อึก~

"...นี่มันเป็นใครวะเนี่ย?"

คริสไม่เคยเห็นคนโง่ขนาดนี้มาก่อน กล้ากระโดดเข้าปากฉลามกิ้งก่าโดยตรงเพื่อส่งชีวิตตัวเองไป

"โฮก!"

จบบทที่ ตอนที่ 14 ฉลามกิ้งก่า

คัดลอกลิงก์แล้ว