เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - ระลอกคลื่น

บทที่ 20 - ระลอกคลื่น

บทที่ 20 - ระลอกคลื่น


บทที่ 20 - ระลอกคลื่น

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"เอ่อ พี่เสี่ยวเถา ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นผมขอตัวก่อนนะ" เย่หนานเซียวหันหน้าไปทางอื่นพลางเอ่ยถาม

เสื้อผ้าบนร่างของหม่าเสี่ยวเถาตอนนี้กลายเป็นเศษผ้าไปหมดแล้ว แทบจะปกปิดอะไรไม่ได้ ผิวขาวผ่องผุดผาดส่วนใหญ่ทำเอาเย่หนานเซียวไม่รู้จะมองไปทางไหนดี สู้หันหลังกลับไปเลยดีกว่า

หม่าเสี่ยวเถาหน้าแดงก่ำ พูดอย่างเขินอาย "นะ นี่นายหันหลังไปเลยนะ ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้ามแอบดูนะ"

เมื่อได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากด้านหลัง เย่หนานเซียวก็พยายามอย่างสุดชีวิตที่จะสะกดกลั้นความอยากที่จะหันกลับไปมอง "ถ้าหันไปทีเดียวคือจบเลย ต้องใจเย็นไว้"

แต่สุดท้าย เย่หนานเซียวผู้ซื่อสัตย์ก็ยังคงโดนอัดอยู่ดี

"รู้อย่างนี้ สู้ข้ามองเพิ่มอีกสักสองแวบยังดีกว่า" เย่หนานเซียวกุมหัวพึมพำเสียงเบา

หม่าเสี่ยวเถาที่เดินนำอยู่ข้างหน้าพลันหันขวับกลับมา จ้องเย่หนานเซียวด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เปลวไฟในดวงตาคู่งามของเธอดูเหมือนจะรวมตัวกันจนเป็นรูปเป็นร่าง

เย่หนานเซียวที่ถูกหม่าเสี่ยวเถาจ้องจนกลัว รีบเปลี่ยนเรื่องทันที "อะฮะฮ่า พวกเราต้องเดินอีกไกลแค่ไหนครับ"

"ใกล้แล้ว เรื่องในวันนี้ถ้านายกล้าพูดออกไปล่ะก็ นายรู้ใช่ไหมว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง" หม่าเสี่ยวเถาขู่

"พอจะบอกใบ้ผลที่จะตามมาได้ไหมครับ ผมจะได้รู้ว่าระดับมันประมาณไหน แล้วค่อยเปิดเผย" เย่หนานเซียวฉีกยิ้มกว้าง พยายามสร้างความประทับใจ

หม่าเสี่ยวเถาหันกลับมาอย่างสง่างาม ร่างอรชรโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย จนใบหน้าของเธอแทบจะชิดกับใบหน้าของเย่หนานเซียว เธอยิ้มอย่างสดใส "งั้นฉันก็คงต้องแย่งผู้ชายกับเจียงน่านน่านแล้วล่ะ"

"ผมผิดไปแล้วครับ เชิญท่านเดินต่อได้เลย" เย่หนานเซียวโค้งคำนับ สองมือผายไปข้างหน้า ทำท่าเชิญ

ล้อเล่นระดับสากลเลยนี่หว่า ถ้าถูกหม่าเสี่ยวเถาหมายหัวเข้า ข้าคงไม่โดนกระต่ายที่บ้านสับเป็นชิ้นๆ เลยเรอะ

หลังจากที่หม่าเสี่ยวเถาพาเย่หนานเซียวออกมาจากห้องฝึกของเธอแล้ว เธอก็โบยบินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง เย่หนานเซียวที่ไม่รู้ว่าจะหาทางกลับยังไงก็มองไปทางซ้าย ไม่มีคน มองไปทางขวา ว้าว กระดูกขาไก่

กระดูกขาไก่ของเหล่าเสวียนลอยมาโดนหัวของเย่หนานเซียวอย่างแม่นยำอีกครั้ง "หนานเซียว เจ้าไปรังแกเสี่ยวเถามาเรอะ"

เย่หนานเซียวกุมหัวเงียบๆ กะพริบตาปริบๆ พยายามบีบน้ำตาออกมาสักหยด พูดด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ "ผมบอกว่าผมถูกรังแก ท่านจะเชื่อมั้ยครับ"

เหล่าเสวียนมองเย่หนานเซียวแวบหนึ่ง แล้วโบกมือเป็นสัญญาณให้เย่หนานเซียวตามมา

เย่หนานเซียวเดินตามเหล่าเสวียนมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงภาควิชาอุปกรณ์วิญญาณที่อยู่ติดกับสายนวิญญาณยุทธ์ เมื่อมองภาควิชาอุปกรณ์วิญญาณที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเทคโนโลยี เย่หนานเซียวก็ถามอย่างสงสัย "ท่านเหล่าเสวียน ท่านพาผมมาที่นี่ทำไมครับ"

"ถึงแม้เจ้าจะเป็นศิษย์สายหลักของสายนวิญญาณยุทธ์ แต่ความรู้เรื่องอุปกรณ์วิญญาณก็จะล้าหลังไม่ได้ และอีกอย่าง ภาควิชาอุปกรณ์วิญญาณมีแผนการหนึ่งอยู่ เจ้าค่อนข้างจะเหมาะ" เหล่าเสวียนเงยหน้าขึ้นดื่มเหล้าอึกใหญ่

เย่หนานเซียวได้ยินดังนั้นก็ยิ่งสงสัย กำลังจะอ้าปากถาม เหล่าเสวียนก็หยุดเดิน

ไม่ไกลนัก ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามาหา เขาโค้งคำนับเหล่าเสวียนอย่างนอบน้อม เหล่าเสวียนโบกมือ แล้วชี้ไปที่ชายวัยกลางคนคนนั้น เป็นสัญญาณให้เย่หนานเซียวตามชายคนนั้นไป

ชายวัยกลางคนคนนี้สูงประมาณหนึ่งร้อบแปดสิบเซนติเมตร ไหล่กว้างมาก เขาสวมเพียงเสื้อกล้ามธรรมดาๆ เผยให้เห็นท่อนแขนที่แข็งแรงและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อราวกับหินแกรนิต ใบหน้ามีเส้นสายคมชัดเจน ดวงตาสงบนิ่งหนักแน่น แค่ยืนอยู่ตรงนั้น ก็ให้ความรู้สึกมั่นคงราวกับภูเขา

"ข้าชื่อฟานอวี่ วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์วิญญาณ" ฟานอวี่พูดอย่างกระชับ

เย่หนานเซียวมองไปรอบๆ เขาไม่เห็นศิษย์สายหลักสายนวิญญาณยุทธ์คนอื่นๆ เลย แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรมาก

ฟานอวี่พาเย่หนานเซียวเดินมาถึงหน้าประตูหมายเลขสิบสองของเขตทดลอง เขานำกุญแจรูปหกเหลี่ยมออกมาทาบลงบนผนัง ทันทีที่ประตูเปิดออก แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงผสมกับคลื่นอากาศก็พุ่งปะทะใบหน้า จนชุดนักเรียนของเขาสะบัดไปมา

ภาพเหตุการณ์ภายในประตูกับภายนอกประตูราวกับเป็นคนละโลกกัน เสียงระเบิด แสงสว่าง และอาวุธที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเทคโนโลยีปรากฏให้เห็นอยู่ทุกหนทุกแห่ง

"ระเบิดคือศิลปะจริงๆ ด้วย" เย่หนานเซียวให้คำวิจารณ์ต่อภาพที่เห็นในห้องทดลอง

เมื่อได้ยินคำวิจารณ์ของเย่หนานเซียว ฟานอวี่ก็เผยรอยยิ้มที่น่าสนใจออกมา

ภายในห้องทดลอง มีแผ่นโลหะหนาๆ แบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ เหมือนกับกล่องโลหะขนาดใหญ่

ภายใต้การนำของฟานอวี่ ทั้งสองคนก็มาถึงพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในไม่ช้า ที่นี่เป็นลานกว้าง มีพื้นที่ประมาณสองพันตารางเมตร และสูงกว่าสิบเมตร ที่ขอบสนาม มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังถือของหน้าตาแปลกๆ ง่วนอยู่กับอะไรบางอย่าง

"นักเรียนเย่หนานเซียว ก่อนหน้านี้เจ้าเคยสัมผัสกับอุปกรณ์วิญญาณมาก่อนหรือไม่" ฟานอวี่ถามขณะเดิน

"ไม่เคยครับ"

"ถึงแม้เจ้าจะเป็นศิษย์สายหลักของสายนวิญญาณยุทธ์ แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการที่เจ้าจะมาเรียนที่ภาควิชาอุปกรณ์วิญญาณ" ฟานอวี่หันมามองเย่หนานเซียว พูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจริงจัง "เย่หนานเซียว สถาบันมีแผนการหนึ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นเรียกว่า 'หน่วยรบเดี่ยวไร้เทียมทาน'"

ข้ายังไม่ได้เรียนห่าอะไรเลย ท่านก็เอาแผนการใหญ่ขนาดนี้มาให้ข้าเลยเรอะ เย่หนานเซียวถึงกับตะลึง

"ไช่โถว มานี่หน่อย" ฟานอวี่กวักมือเรียกกลุ่มคนที่อยู่ไม่ไกล ทันใดนั้น เด็กหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มก็วิ่งมาหาอย่างรวดเร็ว

เมื่อมองไปที่เด็กหนุ่มคนนี้ เย่หนานเซียวก็พิจารณาอย่างละเอียด จากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว เขาดูน่าจะอายุราวๆ เดียวกับเป้ยเป้ย แต่ร่างกายกลับสูงใหญ่เป็นอย่างมาก สูงถึงสองเมตรกว่า ไหล่กว้างกว่าฟานอวี่เสียอีก เขาท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสีคล้ำ หัวล้านเลื่อมใส ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นนักเรียนที่ขยันและใช้สมองบ่อยๆ

"อาจารย์ครับ" เด็กหนุ่มโค้งคำนับฟานอวี่อย่างนอบน้อม

ฟานอวี่ชี้ไปที่เย่หนานเซียวแล้วกล่าว "เจ้ายิงปืนใหญ่วิญญาณแบบติดตั้งตายตัวสักนัดสิ แบบที่เพิ่งทดลองเมื่อเช้านี้ ให้น้องใหม่คนนี้ได้เห็นอานุภาพของอุปกรณ์วิญญาณหน่อย"

"น้องชาย ตามข้ามาเลย ข้าชื่อ" เหอไช่โถวกำลังจะแนะนำตัว ก็ถูกเย่หนานเซียวพูดขัดขึ้นมา "พวกรีบไปยิงกันเถอะครับพี่ไช่โถว ให้ผมได้เห็นศิลปะหน่อย"

เมื่อเห็นเย่หนานเซียวที่ดูตื่นเต้น เหอไช่โถวก็เกาหัวอย่างประหลาดใจ นี่ข้ามีชื่อเสียงขนาดนี้เลยเหรอ

ทั้งสองคนเดินมาถึงขอบสนามทดลอง เหอไช่โถวตบไปที่เข็มขัดสีคล้ำที่เอวทีหนึ่ง แสงสว่างวาบขึ้น ของสิ่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือเขา

มันคือท่อโลหะสีดำยาวประมาณหนึ่งเมตรห้าสิบเซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางหน้าตัดประมาณสิบห้าเซนติเมตร ส่วนท้ายจะหนากว่าเล็กน้อย บนนั้นมีลวดลายแปลกๆ สลักไว้มากมาย

เหอไช่โถวหยิบมันขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว มือขวากดไปที่ด้านหลังของท่อโลหะสองที ฝาปิดอันหนึ่งก็เด้งออกมา เผยให้เห็นช่องโหว่ยาวประมาณยี่สิบเซนติเมตร กว้างสิบเซนติเมตร

มือซ้ายของเขาตบไปที่เอวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว โลหะรูปกระสวยชิ้นหนึ่งก็มาอยู่ในมือเขา เขาบรรจุโลหะรูปกระสวยนี้เข้าไปในช่องโหว่ที่ฝาปิดเปิดออกอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ปิดฝากลับไป มือขวายกขึ้น ท่อโลหะก็มาอยู่บนไหล่กว้างของเขา

เหอไช่โถวที่เมื่อครู่ยังให้ความรู้สึกซื่อๆ ทื่อๆ อยู่เลย พอแบกท่อโลหะนี้ขึ้นบ่า ออร่าก็เปลี่ยนไปทันที

ในตอนนี้ เหอไช่โถวให้ความรู้สึกเหมือนเป็นทหารผู้กรำศึก

เป้าบินอันหนึ่งถูกยิงออกไปอย่างรวดเร็วจากระยะไกล คลื่นพลังวิญญาณที่รุนแรงก็ระเบิดออกมาจากร่างของเหอไช่โถวในทันที

วงแหวนวิญญาณสีเหลืองสองวงปรากฏขึ้นพร้อมกัน ท่อโลหะบนไหล่ของเขาดูเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อย แสงสีดำเข้มข้นชั้นหนึ่งไหลเวียนอยู่บนผิวของท่อโลหะ ร่างกายของเหอไช่โถวขยับเล็กน้อย เป้าหมายที่ท่อโลหะเล็งไป ก็คือจานบินที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงนั่นเอง

"ตูม" เสียงระเบิดดังกึกก้อง แสงสีดำเจิดจ้าพุ่งออกมาจากภายในท่อโลหะในทันที เป้าบินที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงก็กลายเป็นผุยผงในบัดดล

เย่หนานเซียวรู้สึกขึ้นมาว่าอุปกรณ์วิญญาณที่นี่มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเครื่องยิงจรวดในชาติก่อนเลย

อย่างน้อยในฐานะที่เป็นคนจากดาวสีครามผู้มีความรู้กว้างขวาง ทฤษฎีอุปกรณ์วิญญาณข้าก็น่าจะได้คะแนนเต็มล่ะมั้ง ส่วนเรื่องการสร้างอุปกรณ์วิญญาณนั้น หลักๆ ก็คงต้องดูว่าเย่หนานเซียวมีอารมณ์อยากจะเรียนรึเปล่า

"มนุษย์พวกเจ้า ต้องบอกเลยว่าสวรรค์ลำเอียงจริงๆ" จักรพรรดินีหิมะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อย

"เป็นอะไรไป เสวี่ยเอ๋อร์" เย่หนานเซียวถามอย่างสงสัย น้อยนักที่จะมีอะไรรบกวนอารมณ์ของจักรพรรดินีหิมะได้

หลังจากนั้นจักรพรรดินีหิมะก็ไม่พูดอะไรอีก เย่หนานเซียวเดาว่าน่าจะเป็นเพราะอุปกรณ์วิญญาณเคยปรากฏขึ้นที่แดนเหน็บหนาวสุดขั้วมาก่อน อย่างไรเสีย ตอนนี้วิญญาจารย์ไม่มากก็น้อยต่างก็พกอุปกรณ์วิญญาณติดตัวกันทั้งนั้น

"เป็นยังไงบ้าง อุปกรณ์วิญญาณมหัศจรรย์มากใช่ไหมล่ะ" ฟานอวี่เดินเข้ามาอยู่ข้างๆ เย่หนานเซียวแล้วกล่าว

"ผมขอลองสัมผัสดูหน่อยได้ไหมครับ" เย่หนานเซียวพูดอย่างกระตือรือร้น คิดในใจ "ไม่รู้ว่าความรู้ทางการทหารจากชาติก่อนกับอุปกรณ์วิญญาณมันจะมาชนกันแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ"

ฟานอวี่กล่าวอย่างจริงจัง "การเรียนรู้ที่จะแกะสลักค่ายกลแกนกลางไม่มีทางลัด ก่อนอื่นเลย เจ้าจะต้องจดจำค่ายกลทีละอันๆ ที่คนรุ่นก่อนอุตส่าห์ทุ่มเททิ้งไว้ให้ จากนั้นก็ใช้โลหะธรรมดาๆ ลองทำซ้ำๆ ถึงจะก้าวหน้าไปได้เรื่อยๆ รอจนเจ้าเรียนรู้หลักการของค่ายกลแกนกลางต่างๆ แล้ว สร้างผลงานที่เป็นของตัวเองขึ้นมาได้ เมื่อนั้น เจ้าก็ถือว่าจบการศึกษาแล้ว"

"การวิจัยของวิศวกรวิญญาณอย่างพวกเรา ส่วนใหญ่ก็คือการวิจัยค่ายกลแกนกลางนั่นแหละ เมื่อมีค่ายกลแกนกลางแล้ว การที่จะไปจับคู่กับแกนในและแกนนอกที่สอดคล้องกันก็จะง่ายขึ้นมาก และไช่โถวก็มีพรสวรรค์ในด้านนี้มาก เจ้าอย่าเห็นว่าเขาซื่อๆ นะ แต่เขามีคุณสมบัติที่คนวัยเดียวกันไม่มี นั่นคือสมาธิ การที่จะแกะสลักค่ายกลแกนกลางที่ละเอียดอ่อนได้ นี่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย"

"ค่ายกลแกนกลางไม่ใช่ว่าจะไม่อนุญาตให้มีความคลาดเคลื่อนเลย แต่ว่า ยิ่งความคลาดเคลื่อนน้อยเท่าไหร่ ค่ายกลแกนกลางก็จะยิ่งทนทานมากขึ้นเท่านั้น"

หลังจากที่ฟานอวี่พูดจบ เขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากอุปกรณ์วิญญาณเก็บของ ส่งให้เย่หนานเซียว พลางกำชับ "อ่านนี่ดูก่อน"

เย่หนานเซียวรับหนังสือมา หาที่นั่งแล้วเริ่มอ่าน ส่วนเหอไช่โถวก็ยกเก้าอี้มานั่งข้างๆ เย่หนานเซียว คอยอธิบายปัญหาในหนังสือให้เขาฟัง

เวลาผ่านไปไม่นาน ฟานอวี่ก็เห็นเย่หนานเซียววางหนังสือลงด้วยสีหน้าเหมือนจะบรรลุอะไรบางอย่าง หยิบแท่งโลหะและมีดแกะสลักที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ ขึ้นมาเริ่มแกะสลัก

เมื่อเห็นเย่หนานเซียวที่กำลังก้มหน้าก้มตาแกะสลักแท่งโลหะอยู่ ฟานอวี่ก็ไม่ได้ห้าม แต่เขาก็รู้สึกประหลาดใจที่เย่หนานเซียวเพิ่งจะจับก็เริ่มแกะสลักค่ายกลแกนกลางเลย

"ให้เขาลองดู รู้ว่ามันยากแค่ไหนก่อนถึงจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น" ฟานอวี่คิดในใจ

ในไม่ช้า เย่หนานเซียวก็หยุดมือ สีหน้าเรียบเฉย ฟานอวี่คิดว่าเย่หนานเซียวล้มเหลว ใครจะไปรู้ว่าเหอไช่โถวที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้นมา "สะ สำเร็จแล้วครับ อาจารย์"

เดิมทีฟานอวี่เตรียมคำพูดปลอบใจเย่หนานเซียวไว้แล้ว ผลคือเย่หนานเซียวทำสำเร็จเลยงั้นเรอะ

ฟานอวี่คว้าแท่งโลหะในมือเย่หนานเซียวไปในทันที ฉีดพลังวิญญาณเข้าไป ค่ายกลแกนกลางดูดซับพลังวิญญาณของฟานอวี่ และแท่งโลหะก็ส่องแสงสีฟ้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด รัศมีแสงอันนุ่มนวลกลายเป็นลำแสงพุ่งสูงขึ้นไปถึงสองฉื่อ ลำแสงสีฟ้าพุ่งตรงและมั่นคง ไม่มีการสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย และแท่งโลหะนั่นก็ส่องแสงสีฟ้าใสราวกับไพลินที่งดงาม แผ่คลื่นพลังวิญญาณออกมาอย่างเข้มข้น

ฟานอวี่ตื่นเต้นมาก ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เย่หนานเซียวที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นมาเรียบๆ "เมื่อกี้ที่ผมแกะสลักคือค่ายกลแกนกลางระดับสองครับ"

คราวนี้ฟานอวี่ตื่นเต้นจนหายใจติดขัด "อัจฉริยะ อัจฉริยะ เจ้าคืออัจฉริยะ ฮู ฮู" จากอารมณ์ตื่นเต้นบนใบหน้าของเขาก็บอกได้แล้วว่าในใจของเขาตอนนี้ไม่สงบสุขแค่ไหน

ก็ไม่แปลกที่ฟานอวี่จะตื่นเต้นขนาดนี้ อุปกรณ์วิญญาณถูกส่งต่อมาจากจักรวรรดิสุริยันจันทรา แม้แต่ตัวฟานอวี่เองก็เป็นเพียงวิศวกรวิญญาณระดับแปด ความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์วิญญาณในสถาบันก็มีไม่มากพอ สถาบันสื่อไหลเค่อเองก็ค่อยๆ คลำทางไปข้างหน้าเหมือนกัน

ตอนนี้พรสวรรค์ด้านอุปกรณ์วิญญาณของเย่หนานเซียวมันน่าทึ่งขนาดนี้ เพิ่งจะเริ่มจับก็สามารถแกะสลักค่ายกลแกนกลางระดับสองได้แล้ว นี่มันทำให้ฟานอวี่ตื่นเต้นเหมือนได้เจอกับสมบัติล้ำค่า

"เจ้า รอเดี๋ยวนะ ข้าไปติดต่อสื่อสารแป๊บ" ฟานอวี่เดินแทบจะไม่มั่นคง มือสั่นเทาหยิบอุปกรณ์วิญญาณสื่อสารขึ้นมา

เย่หนานเซียวมองฟานอวี่ แล้วก็หันไปมองเหอไช่โถว ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเหอไช่โถวยังไงก็ต้องเข้าร่วมนิกายถังอยู่ดี ถ้างั้นตอนนี้ข้าก็ชวนเขาเลยดีไหม

เย่หนานเซียวฉีกยิ้มกว้าง เอ่ยปากว่า "พี่ไช่โถว ท่านรู้จักนิกายถังไหม นั่นคือสถานที่ที่ความฝันเริ่มต้นขึ้น"

ในขณะที่เย่หนานเซียวกำลังชักชวนเหอไช่โถวอยู่ ฟานอวี่ก็วิ่งออกจากเขตทดลองไปแล้ว และเมื่อเขากลับมาอีกครั้ง ก็มีชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งมาด้วย

ทั้งสองคนเข้ามาในห้องก็เห็นเย่หนานเซียวกำลังถืออุปกรณ์วิญญาณขนาดเล็กชิ้นหนึ่ง พูดอะไรบางอย่างกับเหอไช่โถวอยู่

ฟานอวี่มองอุปกรณ์วิญญาณหน้าตาแปลกๆ ในมือเย่หนานเซียวแล้วก็เงียบไป ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ "นี่คงไม่ได้เพิ่งทำอุปกรณ์วิญญาณเสร็จหรอกนะ"

หลังจากที่ชักชวนเหอไช่โถวด้วยทฤษฎีการผสมผสานองค์ประกอบอาวุธลับของนิกายถังกับอุปกรณ์วิญญาณได้สำเร็จ เหอไช่โถวก็ยื่นขอเข้าร่วมนิกายถังในทันที เย่หนานเซียวพูดต่อ "ท่านดูสิ อุปกรณ์วิญญาณที่ข้าเพิ่งทำเสร็จนี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง นี่คือผลลัพธ์เบื้องต้นของการผสมผสานองค์ประกอบอาวุธลับของนิกายถัง"

เมื่อได้ยินดังนั้น ฟานอวี่ก็ได้ข้อสรุปที่น่าสะพรึงกลัว พรสวรรค์ของเย่หนานเซียวไม่ได้มีเพียงเท่านี้

ยังไม่ทันจะพูดจบ เย่หนานเซียวก็รู้สึกว่าตัวเองถูกจับตามอง เขาหันกลับไปมองอย่างสงสัย ก็เห็นฟานอวี่กับชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งกำลังจ้องตัวเองตาเป็นมันเหมือนหมาป่าที่หิวโหย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 20 - ระลอกคลื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว