เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - อสูรเพลิงคลั่ง

บทที่ 19 - อสูรเพลิงคลั่ง

บทที่ 19 - อสูรเพลิงคลั่ง


บทที่ 19 - อสูรเพลิงคลั่ง

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

เมื่อเห็นเย่หนานเซียวโอบกอดหม่าเสี่ยวเถา เหล่าเจ็ดปีศาจสื่อไหลเค่อก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่ทุกคนจะเผยรอยยิ้มล้อเลียนออกมา

เป้ยเป้ยและถังหย่าพลันรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตอันแรงกล้าจากข้างกาย แม้แต่หลินซูซูที่ยืนอยู่ข้างเจียงน่านน่านก็ยังสั่นสะท้าน ทั้งสามหันขวับไปมอง ก็เห็นเจียงน่านน่านกำลังส่งยิ้มอ่อนหวานมาให้

การถูกเย่หนานเซียวโอบกอด ทำให้ใบหน้าของหม่าเสี่ยวเถาปรากฏรอยแดงจางๆ ขึ้นมาทันที แต่ยังไม่ทันจะได้ดิ้นรนขัดขืน "เย่หนานเซียว" ที่อยู่ตรงหน้าก็พลันเปลี่ยนรูปร่างไป ใช่แล้ว "เย่หนานเซียว" กลายร่างเป็นกรงน้ำแข็ง

หม่าเสี่ยวเถาที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกกักขังอยู่ในกรงน้ำแข็งในบัดดล

หม่าเสี่ยวเถาที่ถูกขังอยู่ในกรงน้ำแข็งยังคงงุนงงเล็กน้อย ร่างของเย่หนานเซียวก็ปรากฏขึ้นอีกด้านหนึ่งในทันใด

เหล่าเสวียนที่จ้องมองอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาก็พลันเป็นประกาย เขากลืนขาไก่ลงท้องพึมพำกับตัวเอง "น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ"

หม่าเสี่ยวเถารู้ตัวในทันทีว่าเธอถูกหลอก เย่หนานเซียวแสยะยิ้ม วงแหวนวิญญาณบนร่างเปล่งประกาย ทักษะวิญญาณที่หนึ่งถูกใช้งาน เสาเหมันต์วิหคสวรรค์จำนวนมหาศาลพุ่งเข้าใส่หม่าเสี่ยวเถา เสาเหมันต์วิหคสวรรค์ในครั้งนี้เย่หนานเซียวใช้พลังทั้งหมดของเขา

เมื่อเห็นการโจมตีพุ่งเข้ามา หม่าเสี่ยวเถาอาบไล้เปลวเพลิงทั่วร่าง คิดจะหลอมละลายกรงน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว แต่ไม่คาดคิดว่ากรงน้ำแข็งกลับหลอมละลายอย่างเชื่องช้า

"น้ำแข็งสุดขั้ว" หม่าเสี่ยวเถานึกขึ้นได้ทันที

เมื่อเย่หนานเซียวบรรลุถึงระดับปรมาจารย์วิญญาณแล้ว เขาก็สามารถควบคุมพลังของน้ำแข็งสุดขั้วไปประยุกต์ใช้กับทักษะวิญญาณได้อย่างอิสระ กรงน้ำแข็งที่ปล่อยออกมานี้ หากไม่ใช่เพราะระดับพลังวิญญาณของเย่หนานเซียวยังด้อยกว่าหม่าเสี่ยวเถา มิฉะนั้นการใช้พลังทั้งหมดขังหม่าเสี่ยวเถาไว้จนจบการแข่งขันก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไร

"ปีกหงสาทะยานฟ้า" ปีกเพลิงขนาดใหญ่คู่หนึ่งสยายออกด้านหลังหม่าเสี่ยวเถา อุณหภูมิของเปลวเพลิงบนร่างเธอสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอย่อตัวเล็กน้อย ก่อนจะทะยานขึ้นชนกรงน้ำแข็งจนแตกละเอียด

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของเย่หนานเซียว หม่าเสี่ยวเถาควบคุมปีกเพลิงให้ห่อหุ้มร่างกายของเธอไว้ พุ่งฝ่าเสาเหมันต์วิหคสวรรค์เข้าไปตรงๆ

ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกถึงไอเย็นเยือกอย่างรุนแรงจากด้านหลัง ด้วยสัญชาตญาณการต่อสู้ หม่าเสี่ยวเถาก็เตะออกไปทันที

มือหยกที่ใสดุจคริสตัลข้างหนึ่งคว้าจับขาเรียวงามของหม่าเสี่ยวเถาไว้ เย่หนานเซียวมองหม่าเสี่ยวเถาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

หมอกควันจำนวนมากในสนามประลองยังไม่จางหายไป และหลังจากที่หม่าเสี่ยวเถาเพิ่มอุณหภูมิเปลวเพลิงของตนเองจนระเหยเสาน้ำแข็งจำนวนมากไป ก็ยิ่งทำให้เกิดไอน้ำหนาทึบขึ้นอีก ผู้ชมที่อยู่ด้านนอกต่างก็มองไม่เห็นสถานการณ์ในสนามประลอง

ในไม่ช้า ร่างมนุษย์ร่างหนึ่งก็พุ่งทะลุหมอกควันออกมานอกสนาม ทุกคนเพ่งมองอย่างตั้งใจ ก็พบว่าเป็นก้อนน้ำแข็งรูปร่างคนก้อนหนึ่งที่กำลังละลาย จากนั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวของหม่าเสี่ยวเถาดังออกมาจากในม่านหมอก "เสี่ยวเซียวจื่อ ฉันจับแกได้แล้ว"

เย่หนานเซียวถูกหม่าเสี่ยวเถากดลงกับพื้น เขามองหม่าเสี่ยวเถาที่กำลังโกรธจัด แต่ก็ยังคงตอบสนองด้วยรอยยิ้มจางๆ ยื่นมือไปปัดเส้นผมที่ปรกดวงตาข้างขวาของหม่าเสี่ยวเถาออกเบาๆ ท่วงท่าที่แสนจะสนิทสนมนี้ทำให้ใบหน้าของหม่าเสี่ยวเถาแดงก่ำขึ้นอีกส่วนหนึ่ง

ในไม่ช้า เย่หนานเซียวที่อยู่ตรงหน้าหม่าเสี่ยวเถาก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็งรูปร่างคนอีก หม่าเสี่ยวเถาที่ถูกหลอกซ้ำๆ ซากๆ กวาดสายตามองไปรอบๆ ตะโกนอย่างเดือดดาล "ตกลงมันมีร่างแยกน้ำแข็งกี่ร่างกันแน่"

เธอกวาดตามองไปรอบๆ เป็นเวลานาน แต่ก็ไม่พบเย่หนานเซียวในม่านหมอกหนา หม่าเสี่ยวเถาเงียบไปหนึ่งวินาที วงแหวนวิญญาณวงที่สี่บนร่างก็ส่องสว่างขึ้น

ฉากนี้ ทำให้เย่หนานเซียวที่ซุ่มสังเกตการณ์อยู่ร้องในใจ "แย่แล้ว"

เขารีบควบแน่นก้อนน้ำแข็งทรงกลมขนาดใหญ่ห่อหุ้มตัวเองไว้ทันที พร้อมกับตะโกนเสียงดัง "ข้ายอมแพ้"

พื้นสนามประลองพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน สามวินาทีต่อมา เสาเพลิงขนาดมหึมาก็พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน

เมื่อเหล่าเสวียนได้ยินเย่หนานเซียวยอมแพ้ เขาก็พลิกฝ่ามือเพื่อกดเสาเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นมา พลังวิญญาณสีเหลืองดินกวาดเอาม่านหมอกบนเวทีออกไปจนหมด

ในที่สุดทุกคนก็มองเห็นสถานการณ์บนเวทีได้อย่างชัดเจน หม่าเสี่ยวเถาลอยอยู่กลางอากาศโดยมีเปลวเพลิงลุกท่วมร่าง ส่วนฝั่งตรงข้ามก็มีก้อนน้ำแข็งทรงกลมขนาดใหญ่ลอยอยู่

เมื่อเห็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ หม่าเสี่ยวเถาก็ส่งเสียง 'ฮึ่ม' อย่างเย็นชา ดับเปลวเพลิงบนร่าง แล้วร่อนลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล

ก้อนน้ำแข็งแตกออก เผยให้เห็นเย่หนานเซียวที่ซ่อนอยู่ข้างใน

ทันทีที่เย่หนานเซียวแตะพื้น เจียงน่านน่านก็วิ่งขึ้นไปบนลานประลองยุทธ์ วิ่งไปอยู่ข้างกายเขา ตรวจดูอย่างละเอียดว่าเย่หนานเซียวได้รับบาดเจ็บหรือไม่

เหล่าเสวียนกระแอมไอหนึ่งครั้ง ประกาศผลการแข่งขัน "การประลองนี้ถือว่าเย่หนานเซียวชนะ"

หม่าเสี่ยวเถาหันขวับมามองเย่หนานเซียวด้วยสายตาไม่เป็นมิตรทันที ส่วนทางฝั่งเจ็ดปีศาจสื่อไหลเค่อ ไต้เยว่เหิงก้าวออกมาหนึ่งก้าวถามว่า "ท่านเหล่าเสวียน ช่วยอธิบายผลการแพ้ชนะของการประลองครั้งนี้อย่างละเอียดได้หรือไม่ครับ"

เหล่าเสวียนดื่มเหล้าไปอึกหนึ่ง แล้วพูดเพียงประโยคเดียว "เสี่ยวเถาใช้ทักษะวิญญาณที่สี่แล้ว"

เมื่อได้ยินสิ่งที่เหล่าเสวียนพูด ไต้เยว่เหิงก็ถอยกลับไปยืนที่เดิม ดวงตาทั้งสองจ้องมองเย่หนานเซียวด้วยจิตต่อสู้ที่ลุกโชน

เหล่าเสวียนกล่าวต่อไป "วันนี้พวกเจ้าก็ทำความรู้จักกันไว้ให้ดี เอาล่ะ รอจนถึงวันที่พวกเจ้าแข็งแกร่งพอที่จะเป็นสมาชิกสำรองได้แล้ว ตำแหน่งนี้ก็จะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเจ้า"

พูดจบเขาก็ไม่สนใจทุกคน หันไปแทะขาไก่ต่อที่ข้างสนาม เย่หนานเซียวกำลังจะดึงเจียงน่านน่านกลับ ร่างสีแดงเพลิงร่างหนึ่งก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้า "ยัยบ้าเพลิงนี่มาหาข้าทำไม" เขาคิดในใจอย่างเงียบๆ

หม่าเสี่ยวเถายากนักที่จะนึกถึงธุระสำคัญได้ แต่พอเห็นหน้าเย่หนานเซียว เธอก็นึกถึงภาพที่เย่หนานเซียวทำท่าทางสนิทสนมกับเธอบนลานประลองเมื่อครู่ อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงเล็กน้อย "เอ่อ เสี่ยวเซียวจื่อ เธอตามฉันมาหน่อยสิ"

เย่หนานเซียวปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด "ไม่ไป"

หม่าเสี่ยวเถาเบิกตาทันที จ้องเย่หนานเซียวเขม็งด้วยสายตาดุร้าย ในดวงตาคู่งามมีไอน้ำคลออยู่เล็กน้อย ทั้งสองจ้องตากันเขม็ง ในขณะที่เจียงน่านน่านเริ่มจะทนดูต่อไปไม่ไหว กระดูกขาไก่ชิ้นหนึ่งก็พลันแหวกอากาศมาโดนหัวของเย่หนานเซียว เหล่าเสวียนเช็ดมือที่มันเยิ้มกับเสื้อผ้าของตัวเอง

"เย่หนานเซียว เจ้าก็ไปกับหม่าเสี่ยวเถานั่นแหละ พวกเจ้าคนหนึ่งเป็นน้ำแข็งสุดขั้ว อีกคนก็เกือบจะถึงเพลิงสุดขั้ว เวลาฝึกฝนจะได้ช่วยเหลือกันได้ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเจ้าจะรับพลังที่ระเบิดออกมาเต็มที่ของเสี่ยวเถาไหวหรือไม่" เหล่าเสวียนพูดไปพลางดื่มเหล้าไปพลาง

เย่หนานเซียวหน้าเต็มไปด้วยเส้นสีดำ "ถ้ารับไม่ไหวข้าก็ไม่ม่องเท่งเลยเรอะ" แต่ด้วยอำนาจของเหล่าเสวียน เขาจึงไม่กล้าพูดออกไป

เจียงน่านน่านลูบหูจิ้งจอกของเย่หนานเซียว "เอาล่ะ อาเซียว เดี๋ยวฉันกลับไปพร้อมกับเสี่ยวหย่าพวกนั้นก็ได้" พูดจบเธอก็มองหม่าเสี่ยวเถาแวบหนึ่ง แล้วเดินตรงไปทางถังหย่า

เมื่อได้รับคำอนุญาตจากเหล่าเสวียน หม่าเสี่ยวเถาก็ดีใจอย่างยิ่ง มือเรียวลูบหูจิ้งจอกของเย่หนานเซียว "ไปเถอะ ตามพี่สาวเสี่ยวเถามีแต่ของอร่อยๆ กิน"

"ถ้าไม่ใช่เพราะข้าสู้เจ้าไม่ได้ ข้าขัดขืนไปนานแล้ว" เย่หนานเซียวพึมพำเสียงเบา

หม่าเสี่ยวเถาลากเย่หนานเซียวไปยังห้องฝึกส่วนตัวของเธอ นั่งขัดสมาธิเตรียมเริ่มการฝึกฝน พลางกำชับเย่หนานเซียวว่า "เดี๋ยวฉันจะปลดปล่อยออร่าทั้งหมดเพื่อฝึกฝน ตอนนั้นเพลิงอสูรหงสาจะปะทุออกมา เธอลองดูว่าจะใช้น้ำแข็งสุดขั้วของเธอสกัดกั้นเพลิงอสูรของฉันได้ไหม"

ไม่รอให้เย่หนานเซียวเอ่ยปาก หม่าเสี่ยวเถาก็เข้าสู่สภาวะการฝึกฝนอย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยพันธนาการที่เคยกดไว้ ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการฝึกฝน ในไม่ช้า เปลวเพลิงก็เริ่มปรากฏขึ้นบนร่างของหม่าเสี่ยวเถา ในเปลวเพลิงนั้นยังมีเปลวไฟสีดำเจือปนอยู่ด้วย ไม่นานมันก็แผ่ปกคลุมไปทั่วร่างของหม่าเสี่ยวเถา

เย่หนานเซียวเห็นดังนั้นก็รีบนั่งขัดสมาธิลงเริ่มทำสมาธิ ไอเย็นสีขาวบริสุทธิ์แผ่ออกจากร่างของเย่หนานเซียว ค่อยๆ คลืบคลานไปยังร่างของหม่าเสี่ยวเถา

ทันทีที่เพลิงอสูรสัมผัสกับไอเย็นของเย่หนานเซียว มันก็ยิ่งลุกโชนรุนแรงขึ้น เพลิงอสูรทั้งหมดค่อยๆ เคลื่อนเข้าหาเย่หนานเซียว ราวกับต้องการจะกลืนกินเขา แต่เย่หนานเซียวเพียงแค่ปะทะกับเพลิงอสูรเบาๆ เพื่อทดสอบมัน เมื่อหยั่งเชิงเพลิงอสูรได้แล้ว เย่หนานเซียวก็เพิ่มการปลดปล่อยไอเย็นทันที บริเวณที่เย่หนานเซียวรนั่งอยู่เริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็งสีขาว ร่างกายของเขากลายเป็นเหมือนมนุษย์น้ำแข็ง หางทั้งเก้าโบกสะบัดเล็กน้อย

หม่าเสี่ยวเถารู้สึกเพียงว่าทั่วร่างร้อนรุ่ม อยู่ท่ามกลางโลกแห่งเปลวเพลิง ทันใดนั้นก็มีความรู้สึกเย็นสบายปรากฏขึ้น ทำให้หม่าเสี่ยวเถาอดไม่ได้ที่จะเคลื่อนเข้าหาความเย็นสบายนั้น แต่เธอก็รีบตั้งสติอย่างรวดเร็ว เร่งระดับการฝึกฝนให้สูงขึ้น ซึ่งนั่นก็ทำให้เพลิงอสูรยิ่งปะทุออกมาอย่างรุนแรง

ในช่วงแรก เย่หนานเซียวพอยังรับมือไหว แต่เมื่อหม่าเสี่ยวเถาเร่งระดับการฝึกฝน เพลิงอสูรก็รวมตัวกันกลายเป็นหงส์เพลิงสีดำ คำรามท้าทายใส่เย่หนานเซียว

เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของเย่หนานเซียว ใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเริ่มจะต้านทานการโจมตีของเพลิงอสูรไม่ไหวแล้ว

จักรพรรดินีหิมะในทะเลจิตวิญญาณเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมด อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เย่หนานเซียวยังมีพลังวิญญาณต่ำเกินไป ห่างชั้นกับหม่าเสี่ยวเถาถึงยี่สิบระดับ ต่อให้มีน้ำแข็งสุดขั้วอยู่ในครอบครอง แต่การใช้พลังวิญญาณของเขาก็ตามไม่ทันอยู่ดี

ในขณะที่จักรพรรดินีหิมะกำลังจะยื่นมือเข้าช่วย ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นว่าสายเลือดอสูรผู้ยิ่งใหญ่ของเย่หนานเซียวมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ในจังหวะที่หงส์เพลิงอสูรพุ่งเข้าโจมตีเย่หนานเซียวอีกครั้ง สายเลือดอสูรผู้ยิ่งใหญ่ในร่างของเย่หนานเซียวก็เกิดเสียงสะท้อนกับหงส์เพลิงอสูร มันเริ่มอาละวาดขึ้นมา

"เกิดอะไรขึ้น สัมผัสได้ถึงการท้าทายของเพลิงอสูรงั้นรึ" จักรพรรดินีหิมะไม่กล้าชักช้า ร่างของเธอวาบหนึ่งไปปรากฏอยู่เหนือผนึก สองมือจ่อไปที่ภูเขาน้ำแข็งผนึก หากผนึกเกิดการคลายตัว จักรพรรดินีหิมะก็จะลงมือทันที

เขี้ยวแหลมคมสองซี่งอกออกมาจากมุมปากของเย่หนานเซียว หางจิ้งจอกทั้งเก้าก็ถูกย้อมด้วยสีเลือดจางๆ ใต้ตาแต่ละข้างมีลวดลายสีเลือดปรากฏขึ้นสองเส้น เย่หนานเซียวสัมผัสได้ถึงความคลุ้มคลั่งจากส่วนลึกของร่างกาย เขารีบถามจักรพรรดินีหิมะในทะเลจิตวิญญาณทันที "เสวี่ยเอ๋อร์ นี่มันเรื่องอะไรกัน"

จักรพรรดินีหิมะกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "สายเลือดในร่างเจ้าสัมผัสได้ถึงการท้าทายของเพลิงอสูรจากหงส์เพลิงน้อยนั่น เจ้ารักษาสติไว้ให้มั่น ข้าจะใช้พลังทั้งหมดในการกดมันไว้ ไม่อย่างนั้นถ้าผนึกของข้าถูกกระตุ้นไปด้วยล่ะก็ นั่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่ ส่วนหงส์เพลิงน้อยนั่น เจ้าต้องกดมันไว้ด้วยตัวเองแล้ว"

เย่หนานเซียวจนปัญญาเล็กน้อย สายเลือดนั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นนิ้วทองคำของเขา แต่เย่หนานเซียวยังไม่สามารถควบคุมสัญชาตญาณอสูรในสายเลือดได้อย่างสมบูรณ์

เขากัดฟันแน่น เพิ่มการปลดปล่อยพลังวิญญาณ วิชามหาเวทเสวียนเทียนในร่างโคจรอย่างบ้าคลั่ง เค้นพลังวิญญาณออกมา ต้านทานการกัดกร่อนของเพลิงอสูรอย่างสุดกำลัง ในตอนนี้เย่หนานเซียวไม่เข้าใจอย่างยิ่งว่า ฮั่วกว้า (ฮั่วอวี่เฮ่า) ไปกดเพลิงอสูรในร่างของหม่าเสี่ยวเถาได้ยังไงกัน

ไอเย็นเริ่มอ่อนแรงลง ในขณะที่เพลิงอสูรยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

หม่าเสี่ยวเถารู้สึกว่าความร้อนรุ่มในร่างกายเริ่มแผ่ซ่าน ไม่นานเธอก็ถูกบังคับให้หลุดออกจากสภาวะการฝึกฝน

เพลิงอสูรเริ่มกัดกร่อนสติสัมปชัญญะของหม่าเสี่ยวเถา หม่าเสี่ยวเถาเริ่มเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัว ส่วนเย่หนานเซียวที่กำลังหลับตาโคจรวิชามหาเวทเสวียนเทียนอยู่นั้น ไม่มีโอกาสได้ชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามตรงหน้าเลย

เสียง "แคว้ก" ปลุกเย่หนานเซียว เขาลืมตาขึ้นเล็กน้อย เห็นภาพสีขาวหิมะอยู่ตรงหน้า ต่อให้เป็นเย่หนานเซียวก็อดที่จะรู้สึกร้อนผ่าวที่จมูกไม่ได้ เขารีบหลับตาลง เร่งการโคจรวิชามหาเวทเสวียนเทียนในร่างให้เร็วขึ้นอีก เค้นพลังวิญญาณในร่างกายออกมา

หม่าเสี่ยวเถาสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของเย่หนานเซียว เธอจึงเคลื่อนเข้าหาเย่หนานเซียวโดยสัญชาตญาณ

เมื่อผิวที่ร้อนระอุสัมผัสกับเย่หนานเซียว เย่หนานเซียวก็ร้อบในใจ "แย่แล้ว" เขาลืมตาขึ้นจากสภาวะหลับตาทำสมาธิ มือหนึ่งต้านหม่าเสี่ยวเถาไว้ อีกมือก็ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังจักรพรรดินีหิมะ

"เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าจัดการเสร็จรึยัง ทางนี้ข้าจะรับมือไม่ไหวแล้ว" เย่หนานเซียวร้องขอความช่วยเหลืออย่างจนปัญญา

หม่าเสี่ยวเถาบิดตัวไปมาในอ้อมกอดของเย่หนานเซียวอย่างไม่สบายตัว ทำเอาเย่หนานเซียวเริ่มจะคุมอารมณ์ไม่อยู่ แม้แต่น้ำแข็งสุดขั้วก็ช่วยไม่ได้

"ร้อน ร้อนเหลือเกิน ไอเย็น" หม่าเสี่ยวเถาร้องครางเสียงเบา

เมื่อรู้สึกว่าจิตใจเริ่มหวั่นไหว เย่หนานเซียวก็กัดลิ้นตัวเองอย่างแรง ความเจ็บปวดทำให้เย่หนานเซียวตื่นตัวขึ้นเล็กน้อย

"จะสับคอให้ยัยนี่สลบไปเลยดีไหม" เขาคิดในใจว่าถ้าหากทำให้หม่าเสี่ยวเถาสลบไป จะยิ่งทำให้เพลิงอสูรอาละวาดหนักขึ้นหรือไม่

หม่าเสี่ยวเถากอดเย่หนานเซียวไว้แน่น ความอวบอิ่มบนร่างเธอบดเบียดเย่หนานเซียวไม่หยุด เย่หนานเซียวรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะบาดเจ็บภายใน น้องชายของเขาอยากจะออกไปตั้งแคมป์แล้ว

"ถ้าน่านน่านรู้เข้า หนังจิ้งจอกของข้าคงไม่เหลือแน่" ในขณะที่เย่หนานเซียวกำลังจะคลั่ง จักรพรรดินีหิมะก็กดสายเลือดอสูรผู้ยิ่งใหญ่ในร่างของเย่หนานเซียวไว้ได้สำเร็จ

"ข้าว่านะ เจ้าก็รวบตัวหงส์เพลิงน้อยนี่ไปเลยก็ดีเหมือนกัน" จักรพรรดินีหิมะพูดหยอกล้อเย่หนานเซียวไปพลาง ปลดปล่อยไอเย็นของตนเองเพื่อกดเพลิงอสูรบนร่างของหม่าเสี่ยวเถาอย่างรวดเร็ว

เพลิงอสูรที่เมื่อครู่ยังฮึกเหิม พอเจอกับจักรพรรดินีหิมะเข้าไปก็พ่ายแพ้ในทันที หดกลับเข้าไปในร่างของหม่าเสี่ยวเถา

เมื่อเพลิงอสูรทั้งหมดถูกกดกลับเข้าไปในร่างของหม่าเสี่ยวเถา สติของหม่าเสี่ยวเถาก็กลับมาแจ่มใสอีกครั้ง เธอมองเย่หนานเซียว แล้วก้มลงมองสภาพของตัวเอง ใบหน้าก็พลันแดงก่ำราวกับน้ำเดือด มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่ามันแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอผลักเย่หนานเซียวออกไปอย่างแรง แต่ก็เหลือบไปเห็นเต็นท์ที่ตั้งอยู่ตรงนั้น แม้ว่าหม่าเสี่ยวเถาจะไม่เคยมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว แต่เธอก็รู้ว่านั่นคืออะไร

พลังวิญญาณในร่างของเย่หนานเซียวพลันทะลุขีดจำกัด ทะลักทลายออกมาอย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยไอเย็นที่รุนแรงยิ่งขึ้น ไอเย็นที่รุนแรงพวยพุ่งออกจากร่างของเขาในทันใด ร่างของหม่าเสี่ยวเถาพลันแข็งทื่อ ปากก็ร้องครางออกมาด้วยความรู้สึกสบายอย่างสุดขีด จากนั้นทั้งสองก็จ้องหน้ากัน

"นี่ข้าทะลวงด่านแล้วเรอะ" เย่หนานเซียวสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่โคจรอย่างราบรื่นในร่างกาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง

"อื้อ" หม่าเสี่ยวเถาพ่นลมหายใจออกมายาว ดวงดาวในตาเบิกขึ้นเล็กน้อย นับตั้งแต่ที่วิญญาณยุทธ์หงส์เพลิงอสูรตื่นขึ้น เธอก็ไม่เคยรู้สึกสบายตัวแบบนี้มาก่อนเลย

ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มฝึกฝน เธอก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากเพลิงอสูรมาโดยตลอด และเมื่อระดับพลังเพิ่มขึ้น ความรุนแรงของเพลิงอสูรก็เพิ่มขึ้นด้วย หลายครั้งที่เธออยากจะล้มเลิก หรือทำตามที่เหยียนซ่าวเจ๋อบอก นั่นคือใช้วิธีอื่นเพื่อระบายมันออกมา

แต่หลายปีที่ผ่านมานี้ ในที่สุดเธอก็อดทนมาได้ หากพูดถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจแล้ว ก็คงไม่ด้อยไปกว่าเย่หนานเซียวเลย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 19 - อสูรเพลิงคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว