เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47 เหล่าศิษย์แกนหลัก

ตอนที่ 47 เหล่าศิษย์แกนหลัก

ตอนที่ 47 เหล่าศิษย์แกนหลัก


กำลังโหลดไฟล์

ไม่นาน เล้งซาน ก็เดินหน้าเปื้อนยิ้มออกมาจากห้อง มันหรี่ตามอง อี้หลงหวัง เล็กน้อย ตอนนี้มันเปลี่ยนใบหน้าเป็นบุคคลอื่นเรียบร้อยแล้วเป็นผู้เยาว์อายุ 17-18 ใบหน้าเดียวกันกับตอนที่ลอบเข้ามาในพรรคเมื่อคืน แต่ยังคงไว้ซึ่งความหล่อเหลาที่สะท้านใจสตรี มันได้แจ้งแก่ อี้หลงเทียน และ อี้หลงหู่ ไว้แล้วว่ามันจะใช้ใบหน้าเช่นนี้ขึ้นเป็นตัวแทนพรรค และใช้ชื่อว่า หม่าเฉิน

"แม่นางอี้หลง เมื่อใดกันที่ข้าผู้อาภัพ จะมีโอกาสได้ยลโฉมท่านในชุดของอิสตรี"

อี้หลงหวังตกตะลึงเล็กน้อยด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไป แต่บิดามันก็ได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จึงมิได้ไต่ถามอะไร และขมวดคิ้วขึ้นจากคำถามของเล้งซาน

"อย่าได้เฝ้าฝัน เราตั้งใจจะเป็นบุรุษเช่นนี้ไปตลอดชีวิตเพื่อรับตำแหน่งผู้นำพรรคกระบี่เหินคนต่อไป" นางเฉิดจมูกขึ้นเล็กน้อยพลางเอามือกอดอก

"พรรคท่านมีกฎว่า สตรีห้ามรับตำแหน่งผู้นำหรือ??"

"ไม่มี!! แต่ว่านอกจากพรรคที่รับแต่ศิษย์สตรีเพศ เจ้าเคยเห็นพรรคใดบ้างเล่าที่มีสตรีเป็นผู้นำ" นางขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ฮ่าๆ แปลว่าท่านก็คิดเองเออเองคนเดียวน่ะสิ หากข้าเดาไม่ผิดบิดาท่านก็คงมิได้บอกให้ท่านแต่งเป็นบุรุษเช่นนี้ใช่หรือไม่"

"ข้าแต่งของข้าเอง แล้วจะทำไม?" อี้หลงหวังเริ่มเหวี่ยงใส่เล้งซานเล็กน้อย

เหตุแท้จริงที่ อี้หลงหวัง หลอกลวงผู้คนทั้งเมืองเมฆครามนั้น เป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างมาก เนื่องจากมารดาของนาง มักแสดงอาการซึมเศร้าด้วยเหตุผลที่ว่าบิดาของนาง มีอนุภรรยาหลายคน นางซึ่งเห็นเช่นนั้นตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยจึงรู้สึกว่าการเป็นสตรีนั้นเสียเปรียบบุรุษในทุก ๆ ด้าน หลังการจากไปของมารดาด้วยโรคร้ายตอนนางอายุ 5 ปี นางจึงตัดสินใจจะเป็นบุรุษในยามที่เติบโต จึงขอให้บิดาและท่านปู่ของนางกำชับทุกคนในพรรคว่าให้ปฏิบัติราวกับนางเป็นบุรุษ เมื่อเวลาผ่านร่วงเลยไปนับสิบปี ทำให้ชาวเมืองทั้งหมด และศิษย์รุ่นใหม่ ๆ ในพรรคเข้าใจมาตลอดว่านางเป็นบุรุษเพศ

แต่เมื่อ อี้หลงหวัง เติบโตขึ้นกลับรู้สึกตัวว่าไม่ควรจะทำเช่นนี้ แต่การที่หลอกลวงผู้คนมาเป็นเวลาเนิ่นนาน ครั้นจะไปแก้ข่าวที่ว่านางไม่ใช่บุรุษนั้น ย่อมต้องกลายเป็นตัวตลกของคนทั่วเมืองอย่างแน่นอน นางจึงต้องจำใจแสดงละครเช่นนี้ต่อหน้าทุกคนไปเรื่อย ๆ

"เอาล่ะ เอาล่ะ ข้าไม่โต้เถียงกับท่านและ เรามาเริ่มเรียนวิชากันเลยดีกว่า"

เมื่อเห็นนางเริ่มจะโกรธเล้งซานรีบตัดบทในที

"ชิ!!" นางสะบัดหน้าเล็กน้อย และพาเล้งซานเดินมายัง ลานฝึกยุทธ

เล้งซานแอบหัวร่อในใจกับการกระทำเช่นนั้นของนาง

ที่ลานฝึกยุทธ มีศิษย์แกนหลักของสำนักอยู่จำนวนหนึ่งราว 30 คน ทั้งหมดอยู่ในชั้นลมปราณสีคราม มีตั้งแต่ขั้นกลางจนถึงขั้นปลาย โดยพวกที่อยู่ในขั้นปลายนั้นส่วนมากจะอายุเกิน 20 ไปแล้ว และมีอาจารย์ผู้ฝึกสอนมีพลังอยู่ในชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 8

เล้งซานประสานมือ โค้งตัวเล็กน้อยให้ผู้คนเหล่านั้นตามมารยาท อาจารย์ผู้ฝึกสอนยิ้มตอบรับ และพยักหน้าให้ ผิดกับเหล่าศิษย์แกนหลักทั้ง 30 คน กลับเหลือบตามองเล้งซานเพียงเล็กน้อย และหันไปอย่างไม่ใส่ใจ บางคนยังแสดงสายตาดูถูกเสียด้วยซ้ำ

เนื่องจากเล้งซานต้องการปกปิดพลังยุทธ จึงใช้การควบคุมลมปราณระดับสูง กระจายพลังลมปราณออกมาเพียงขั้นต้นของลมปราณสีครามเท่านั้น เพื่อมิให้ถูกสงสัยจากความโดดเด่นของระดับชั้นพลัง และเมื่อเห็นพฤติกรรมเหล่านั้นของศิษย์แกนหลัก มุมปากของเล้งซานเชิดขึ้นเล็กน้อย

'เย่อหยิ่ง จองหอง สมเป็นกลุ่มอัจฉริยะของพรรคใหญ่ ไว้มีโอกาสเมื่อไหร่บิดาจะจัดให้สาสมใจเลยทีเดียว หึหึ'

อี้หลงหวัง เห็นการกระทำเหล่านี้จนนับเป็นเรื่องปรกติไปเสียแล้ว นางจึงไม่ได้กล่าวสิ่งใด แต่ใช้การรีบเดินหลบเลี่ยงออกมายังมุมล่างสุดของลานฝึกยุทธ เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งกันระหว่างเล้งซานและศิษย์แกนหลัก ในจุดนั้นมีตำรายุทธของพรรคกองอยู่จำนวนหนึ่ง

"อย่าได้สนใจศิษย์พวกนั้น ขอให้เจ้าตั้งใจศึกษาก็พอ" อี้หลงหวังกล่าวขึ้นขณะพาเล้งซานมานั่งยังเก้าอี้ม้าหินอ่อน

"ทำไมสายตาของพวกนั้นถึงได้แปลกๆ ราวกับว่าข้ากระทำการอะไรผิด??"

"ก็เมื่อเช้าก่อนที่เจ้าจะมาที่นี่ ท่านพ่อได้ประกาศตัวผู้ที่จะเป็นตัวแทนของพรรคเข้าร่วมประลองรุ่นเยาว์ และได้ประกาศอีกด้วยว่าตั้งแต่วันนี้จะรับเจ้าเข้าเป็นศิษย์แกนหลัก และได้เป็นตัวแทนประลองในทันที"

เล้งซานพยักหน้าเล็กน้อย

"ข้าเข้าใจแล้ว พวกศิษย์แกนหลักนั้นคิดว่าข้าได้เป็นตัวแทนเพราะเส้นสายสินะ อีกทั้งข้ายังไม่เคยผ่านการเป็นศิษย์สายนอก และศิษย์สายใน กลับถูกดันขึ้นเป็นศิษย์แกนหลักในวันแรกที่เข้าพรรค ทำให้เกิดความไม่พอใจในตัวข้า"

"ฉลาดนี่ ทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เจ้ากล่าวมานั่นแหละ เพราะฉะนั้นพยายามอย่าออกห่างจากข้า ไม่งั้นเจ้าตัวคนเดียวโดนพวกมันรุมกระทืบแน่!!"

อี้หลงหวังกล่าวพร้อมแสยะยิ้ม

"ฮ่าๆ กลัวแต่ว่าข้าคนเดียวจะรุม กระทืบพวกมันทุกคนเสียมากกว่าหน่ะสิ!!"

เล้งซานพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดัง อย่างจงใจ สีหน้าของอี้หลงหวังซีดลงทันที พลางรีบเอามือมาปิดปากเล้งซาน อย่างรวดเร็ว และหันหางตาไปมองทางกลุ่มศิษย์แกนหลัก

"เจ้านี่มัน!!" นางสบถขึ้นอย่างเอือมระอา

คำพูดเมื่อครู่ของเล้งซาน มีหรือที่กลุ่มศิษย์แกนหลักที่ฝึกวิชาลมปราณและสัมผัสที่ดีเยี่ยมจะไม่ได้ยิน สายตาทั้งสามสิบคู่ พุ่งตรงมาโดยมีเล้งซานเป็นเป้า หากสายตาเหล่านี้เป็นดั่งลูกธนูแล้วล่ะก็ ร่างของเล้งซานคงจะพรุนเป็นเม่นไปแล้ว เล้งซานแสยะยิ้มและไม่ได้หลบสายตาเหล่านั้นแม้แต่คู่เดียว

เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการสอนของอาจารย์ พวกมันจึงทำเพียงกำมือแน่นและหันกลับไปเรียนตามเดิม แต่ภายในใจทุกคนนั้นต่างลุกโชนไปด้วยโทสะ

เพื่อไม่ให้บานปลาย อี้หลงหวังรีบยัดตำรา ไปไว้ในมือเล้งซานทันที

"ศึกษามันซะ เจ้าจะไม่มีเวลายั่วยุผู้อื่น!!" นางถลึงตาใส่เล้งซานทันที

เล้งซานยิ้มกรุ้มกริ่มเล็กน้อย แต่ก็ยินยอมเปิดตำราอ่านอย่างเชื่อฟัง เล้งซานอ่านหน้าแรกก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ถึง สิบลมหายใจก็เปิดหน้าที่สอง หน้าที่สาม หน้าที่สี่ และหยิบตำราเล่มต่อไปอ่านต่อ....

"อะไรเนี่ย!! วิชาพวกนี้มัน" เล้งซานทำหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย

"อะไรของเจ้าอีก นี่เป็นวิชาท่าร่างของพรรคเรา วิชาท่าร่างแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ส่วนวิชากระบี่ลมปราณ แบ่งออกเป็น 5 ระดับ และวิชากระบี่จริงอีก 5 ระดับ ทั้งหมดคือวิชาของพรรคเรา

ใน 9 วันนี้ถ้าเจ้าใช้วิชาท่าร่าง และวิชากระบี่ลมปราณได้ อย่างละ 1 ระดับ ก็เก่งแล้ว ส่วนกระบี่จริงนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องฝึกเพราะการประลองนั้นมีการห้ามใช้อาวุธ"

อี้หลงหวังยืดอกเล็กน้อย ด้วยความภูมิในที่มันสำเร็จระดับวิชาในพรรคทั้งหมดแล้ว ถึงแม้ระดับสูงมันยังไม่ชำนาญก็ตาม

เล้งซานวางตำราลงจากนั้นก็ถอนหายใจเล็กน้อย และมองมาทางอี้หลงหวัง

"แม่นางอี้หลง..."

"อย่าเรียกข้าว่าแม่นาง หากมิได้อยู่กันแค่ 2 คน" นางถลึงตาใส่เล้งซานอีกครั้ง

"เอ่อ...คุณชายอี้หลง หากข้ากล่าวอะไรบางอย่าง หวังว่าท่านจะไม่โกรธข้า"

"มีอะไร"

"วิชาทั้งหมดของพรรคท่านยังไม่สมบูรณ์"

อี้หลงหวังเบิกตากว้างทันที เล้งซานเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวต่อ

"วิชาของพรรคท่านนั้นสืบทอดมาจากพรรคมังกรเหินในอดีต แต่ทว่า...วิชาของพรรคท่านมีพลังไม่ถึง สามในสิบส่วนของพรรคมังกรเหินเสียด้วยซ้ำไป"

"จะ..เจ้าจะบอกว่าวิชาที่สืบทอดมานับพันปีของพรรคข้า ยังมีข้อบกพร่องอย่างนั้นหรือ!! ไม่จริงข้าไม่เชื่อ หากเป็นเช่นนั้นพรรคข้าจะเป็นพรรคใหญ่ในเมืองนี้ได้เยี่ยงไร"

น้ำเสียงของนาง บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นใจวิชาของพรรคตน

เล้งซานส่ายหน้าเล็กน้อย มันทราบดีอยู่แล้วว่าการพูดเช่นนี้ ไม่อาจสั่นคลอนความเชื่อมั่นของผู้สืบทอดพรรคได้อย่างแน่นอน มันจึงหยิบตำราขึ้นมา หนึ่งเล่ม ตำรานี้คือ วิชากระบี่ลมปราณระดับที่ 1 ดัชนีกระบี่ เล้งซานเปิดอ่านอยู่ราว ๆ 30 ลมหายใจ ก็วางตำราลง

"แม่...เอ๊ย คุณชายอี้หลง ท่านลองใช้วิชาดัชนีกระบี่ ไปที่หินด้านนู้นให้ข้าดูหน่อย" เล้งซานชี้ไปที่หินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง ซึ่งใหญ่ราว ๆ 8 คนโอบ

อี้หลงหวังลังเลเล็กน้อย แต่ก็ทำตามที่เล้งซานบอก นางโคจรวิชาดัชนีไว้ที่ปลายนิ้วชี้ และสะบัดข้อมือยิงออกไปทันที

ปึ้ง!

ดัชนีพุ่งชนก้อนหินอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดัง แต่ไม่อาจทะลุหินไปได้ รอยนั้นลึกราว ๆ 1 ฟุต จากจุดที่ปะทะกับก้อนหินเกิดรอยร้าวขนาด 1 ฝ่ามืออยู่โดยรอบ

เล้งซานหรี่ตาเล็กน้อย จากนั้นก็โคจรวิชาดัชนีกระบี่จากตำราที่อ่านมาเมื่อครู่ สะบัดข้อมือยิงไปที่หินก้อนนั้นเช่นกัน

ฟุบ!!

ดัชนีพุ่งชนก้อนหินใกล้เคียงกับของอี้หลงหวัง แต่แทบไม่ได้ยินเสียงการปะทะใด ๆ อีกทั้งพลังดัชนีนั้นยัง ทะลุหินก้อนนั้น ไปโดนต้นไม้ที่อยู่ด้านหลังจนหักโค่นลงมา

ตึงงงง

อี้หลงหวังเบิกตากว้างพลางลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ความรุนแรงของดัชนีนั้นไม่อาจเทียบกันได้แม้แต่น้อย!! ขนาดรอยบริเวณที่ปะทะก้อนหินของเล้งซานยังเรียบเนียนไร้รอยร้าวใด ๆ มีเพียงรูกลมๆขนาดเล็กที่เจาะทะลุหินราวกับเต้าหู้นิ่ม ๆ

"จะ...เจ้า ใช้วิชาอะไรกัน!!" เสียงของอี้หลงหวังสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น

"ก็วิชาดัชนีกระบี่ที่อ่านไปเมื่อครู่นี้ไง?!" กล่าวจบ เล้งซาน ก็โยนตำรามาในมือของ อี้หลงหวัง  นางรับไว้และเบิกตากว้าง

"เจ้าจะบอกว่า เจ้าสามารถใช้มันได้โดยการอ่านเพียงรอบเดียวเนี่ยนะ!! และยังอานุภาพนั่นอีก!!"

"อืม...ข้าอ่านรอบเดียว แต่ข้าบอกแล้วว่ามันยังไม่สมบูรณ์ข้าจึงปรับปรุงมันเล็กน้อยและก็เป็นอย่างที่เห็น"

เล้งซานแสยะยิ้มกว้าง จากนั้นก็หรี่ตาเล็กน้อย และใช้หางตาเหลือบมองไปในทิศทางหนึ่ง เนื่องจากมันสัมผัสได้ถึงการคุกคามบางอย่าง

ทันใดนั้นเอง กลุ่มศิษย์แกนหลักก็พากันเดินเข้ามาทางที่เล้งซานและอี้หลงหวัง นั่งอยู่ เนื่องจากอาจารย์ผู้สอน ได้ออกไปจากลานฝึกยุทธแล้ว

"ว่าไง ศิษย์น้องหม่าเฉิน เจ้าพึ่งมาวันแรกไม่คิดจะเข้ามาทักทายศิษย์พี่บ้างหรือ??" ชายคนหนึ่งในกลุ่มศิษย์แกนหลักกล่าวขึ้น....

......................................................................

จบบทที่ ตอนที่ 47 เหล่าศิษย์แกนหลัก

คัดลอกลิงก์แล้ว