เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 46 เข้าเป็นตัวแทนประลอง

ตอนที่ 46 เข้าเป็นตัวแทนประลอง

ตอนที่ 46 เข้าเป็นตัวแทนประลอง


กำลังโหลดไฟล์

"อักขระที่เจ้าใช้กับชุดพวกนี้??" เฟรย่ากล่าวถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

"หืม...อักขระพวกนี้หน่ะหรอ มันมีพลังในการหนุนความสามารถของข้า ให้ถึงขีดสุด อย่างน้อยมันก็ช่วยเพิ่มโอกาสเอาชีวิตรอดหากต้องปะทะกับคนที่แข็งแกร่งกว่า" มุมปากของเล้งซานเชิดขึ้นเล็กน้อย

"ช่วยหนุนความสามารถ!!"

"ใช่แล้ว สำหรับแขนสองข้างนี้ มีพลังในการไหลเวียน มันจะช่วยลดภาระของเส้นลมปราณในร่าง ในตอนที่ข้าใช้เคล็ดวิชา มังกรเคลื่อนสมุทร

ส่วนชุดเกราะนี่ สามารถสะสมพลังลมปราณไว้ได้ภายใน หากข้าใช้เคล็ดวิชามังกรเคลื่อนสมุทร โยกย้ายพลังเข้าไปในชุดเกราะ มันจะกักเก็บพลังเพื่อให้ข้าสามารถหยิบยืมเอามาใช้งานในขณะต่อสู้ แต่ว่าก็ว่าเถอะ ด้วยพลังอักขระชั้นสีเขียว ข้าก็กักเก็บพลังได้แค่สิบส่วนเต็มของพลังชั้นสีเขียวเท่านั้น แต่ข้อดีที่สุดคือหลังจบการต่อสู้ข้าสามารถนำพลังที่กักเก็บไว้ดูดซับเพื่อเลื่อนขั้นพลังลมปราณในร่างได้ ด้วยเคล็ดวิชาเส้นลมปราณมังกร

ส่วนปลอกขานี้ สามารถจุดระเบิดได้ด้วยพลังลมปราณ มันจะช่วยเพิ่มแรงกระโดดมหาศาลใช้ในการหลบหนีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยชุดอักขระพวกนี้ แม้ถูกรุมล้อมด้วยกลุ่มคนหลายสิบคน ถึงจะเพิ่มโอกาสชนะเพียงเล็กน้อย แต่จะเพิ่มโอกาสหลบหนีหลายเท่า และข้าจะแข็งแกร่งขึ้นทุกครั้งหลังการต่อสู้!!"

เล้งซานกำหมัดแน่นอย่างภาคภูมิ มันในตอนนี้มั่นใจในตัวเองขึ้นอย่างมากด้วยพลังฝีมือและชุดอักขระนี้ แม้ถูกพรรคป้อมอัคคีทั้งพรรครุมล้อม มันจะกังวลแค่บุคคล 2 คนในพรรคเท่านั้น นั่นคือ ผู้นำพรรคคนปัจจุบันซูซ่งหยู ที่มีพลังชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นที่ 3 และอดีตผู้นำพรรคคนก่อนซูป้าหลง ชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นที่ 9 เหล่าอาวุโสทั้ง 7 ชั้นลมปราณสีเขียวล้วนไม่อยู่ในสายตามัน

"อีก 10 วันจะถึงงานประลองยุทธรุ่นเยาว์ประจำปี ข้าว่าจะอาศัยโอกาสนี้ สร้างความอัปยศให้แก่พรรคป้อมอัคคีเสียหน่อยดีกว่า" เล้งซานแสยะยิ้ม ฉายแววตาที่แฝงความน่าหวาดหวั่นอีกครั้ง

ในยามวิกาลของคืนนั้นเอง เล้งซานได้แอบลอบเข้ามาภายในพรรคกระบี่เหิน ในคราวนี้มันไม่ได้ใช้ใบหน้าของหลี่มู่ และเปลี่ยนใบหน้าให้กลายเป็นผู้เยาว์ผู้หนึ่ง อายุราว 17-18 ปี แม้พรรคกระบี่เหินจะเป็นพรรคใหญ่ในเมือง แต่ก็มิได้มีการเฝ้าระวังหนาแน่นมากนัก เพราะพรรคมันล้วนไม่มีศัตรูใด อีกทั้งย่อมไม่มีมีผู้ใดในเมืองเมฆครามกล้ามาเหยียบจมูก 1 ใน 3 พรรคใหญ่เช่นนี้ ด้วยการปิดกั้นพลัง และความว่องไวของเล้งซานจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้ามาภายใน

เล้งซานเข้ามาถึงส่วนกลางในลานฝึกยุทธใกล้ที่พักที่มันเคยอาศัยเมื่อคราวก่อน จากนั้นก็ปลดปล่อยพลังปราณอัคคีแห่งมังกรออกมาอย่างฉับพลันเป็นเวลา 3 ลมหายใจ และจึงปิดกั้นพลังอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่เกิน 10 ลมหายใจก็มีบุคคล 2 คน หนึ่งเป็นชายวัยชรา หนึ่งชายวัยกลางคน ทะยานร่างมายืนตรงหน้าเล้งซานทันที

แน่นอนว่าชายวัยชราผู้นี้คือ อี้หวังเทียน ที่เคยช่วยชีวิตเล้งซานไว้เมื่อคราวก่อน ส่วนชายวัยกลางคนนั้นเล้งซานไม่เคยพบหน้า รูปร่างองอาจ สวมชุดยาวสีเขียว แต่สามารถคาดเดาได้ไม่ยากจากพลังลมปราณชั้นสีเหลืองขั้นที่ 5 เป็นไปได้สูงว่าชายผู้นี้คือผู้นำพรรคกระบี่เหินคนปัจจุบัน อี้หลงหู่ บุตรชายของอี้หลงเทียน

"เจ้าเป็นใครเหตุใดจึงบุกรุกพรรคข้ายามวิกาลเช่นนี้"

อี้หลงหู่กล่าวพลางขมวดคิ้วขึ้น เนื่องจากพลังที่มันสัมผัสได้เมื่อครู่นั้นเป็นพลังปราณอัคคีที่รุนแรงมาก อาจมากเสียยิ่งกว่าคนของพรรคป้อมอัคคี อีกทั้งผู้ที่ปลดปล่อยพลังเมื่อครู่กลับสามารถปิดกั้นไว้อย่างสมบูรณ์ จนราวกับว่าคนที่อยู่ด้านหน้าของมันเป็นคนธรรมดา ที่ไร้พลังลมปราณ หากมันออกมาช้ากว่านี้เล็กน้อย มันจะเข้าใจว่าเป็นคนละคนกันอย่างแน่นอน

อี้หลงเทียนยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เดินมาตบที่บ่าของบุตรชายเบาๆ พลางยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย สายตาเหลือบมองมาทางเล้งซาน

"เจ้าคือ เล้งซานสินะ ปราณอัคคีเมื่อครู่ เป็นการยืนยันตัวตนแก่ข้า ที่เคยสัมผัสพลังเช่นนั้นมาเมื่อปีก่อน"

เล้งซานยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย จากนั้นก็ประสานมือ โค้งตัวแสดงความเคารพ

"เรียนผู้อาวุโสอี้หลง ผู้เยาว์คือเล้งซานดังที่ท่านกล่าวมา ข้าต้องการมาพบท่านเป็นการส่วนตัว แต่ไม่คิดว่าท่านผู้นำ อี้หลงหู่ จะติดตามท่านออกมาด้วย"

"อืม...พอดีบุตรชายข้า มาปรึกษาเรื่องเลือกผู้เยาว์เข้าประลองจึงอยู่ใกล้บริเวณนี้เช่นกัน และสัมผัสพลังปราณอัคคีของเจ้าได้พร้อมกับข้า"

อี้หลงหู่ถอนหายใจเล็กน้อย มันทราบชื่อเสียงของเล้งซานดีเมื่อปีก่อน และยังทราบเรื่องที่เล้งซานเป็นคนตระกูลเล้งจากคำบอกเล่าของบิดา แต่เมื่อปีก่อนนั้นมันมิได้อยู่ที่เมืองเมฆคราม มันออกไปดูกิจการที่ต่างเมือง จึงไม่ได้พบกับเล้งซานในครานั้น

เล้งซานใช้พลังปราณเปลี่ยนกล้ามเนื้อใบหน้า ภาพที่เห็นนั้นสร้างความตกตะลึงแก่ อี้หลงเทียน และอี้หลงหู่ ยิ่งนัก โดยใบหน้าของเล้งซานค่อยๆบิดเบี้ยว โหนกแก้มค่อยๆหดหาย สันจมูกค่อยๆโผล่ขึ้น ดวงตาค่อยๆหดเล็กลง จนกลับมาเป็นหน้าตาดั้งเดิมของเล้งซาน

อี้หลงเทียนแสยะยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อย

"ไม่คิดว่าเจ้าจะพัฒนาวิชาเปลี่ยนกล้ามเนื้อด้วยลมปราณ จนสามารถแปลงโฉมได้หมดจดถึงเพียงนี้ แม้หลานสาวข้าจะถูกเรียกว่าอัจฉริยะ ยังทำได้เพียงเปลี่ยนแปลงกล้ามเนื้อเรือนร่างได้เล็กน้อยเท่านั้น"

เล้งซานประสานมือ โค้งตัวเป็นเชิงถ่อมตน จากนั้นจึงกล่าวเข้าประเด็นทันทีเพราะกังวลว่าจะมีผู้ใดมาพบเห็นเข้า

"เรียนท่านผู้อาวุโสทั้งสอง การที่ผู้เยาว์ลอบเข้ามาในพรรคนั้นต้องอภัยแก่การกระทำที่อุกอาจเช่นนี้ แต่ผู้เยาว์มีเรื่องรบกวนให้ผู้อาวุโสทั้งสองช่วยเหลือ"

อี้หลงเทียน ลูบเคราเล็กน้อย จากนั้นก็หัวเราะเบาๆ

"โฮะ โฮ้.. ผู้ที่กล้าเป็นศัตรูอย่างโจ่งแจ้งกับพรรคป้อมอัคคีด้วยตัวคนเดียว ยังจะมีสิ่งใดให้ข้าช่วยเหลืออีกหรือ?"

แม้จะคล้ายการพูดประชดประชัน แต่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแป้น สายตาที่มองเล้งซานอย่างอ่อนโยน จึงเข้าใจได้ว่าเป็นการกล่าวที่เอ็นดูลูกหลานเพียงเท่านั้น เล้งซาน ฉีกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย พร้อมกล่าว

"ผู้เยาว์มีแผนจะทำลายชื่อเสียงของพรรคป้อมอัคคีสักเล็กน้อยในการประลอง จึงใคร่ขอความช่วยเหลือจากพรรคของผู้อาวุโส ขอให้รับข้าเป็น 1 ใน 3 สมาชิกรุ่นเยาว์ของพรรคท่าน โดยผู้เยาว์จะแปลงโฉมอย่างมิดชิดมิให้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างพรรคท่านและพรรคป้อมอัคคีเป็นแน่"

อี้หลงเทียนพยักหน้าเล็กน้อย แต่อี้หลงหู่กลับขมวดคิ้วขึ้น พร้อมกล่าว

"การเป็นตัวแทนพรรคเข้าประลองผลของการประลองที่ออกมา จะหมายถึงชื่อเสียงทั้งหมดของพรรคภายในปีนั้นๆ ข้าย่อมไม่ขัดข้องหากเจ้าจะขอเข้าร่วมเป็นตัวแทน เพียงแต่เจ้าไม่มีวิชาของพรรคเราแม้แต่น้อย อีกทั้งข้าก็ไม่รู้ว่าเจ้ามีพลังลมปราณขั้นใด หากเป็นพลังชั้นสีม่วงอ่อนด้อยของเจ้าเช่นปีก่อน พรรคข้าจะมิกลายเป็นตัวตลกไปหรอกหรือ??"

เล้งซานแสยะยิ้มทันที จากนั้นจึงปลดปล่อยพลังที่ปิดกั้นทั้งหมดออกมา กระจายพลังลมปราณออกจากร่างอย่างท่วมท้น!! ออร่าสีน้ำเงินห่อหุ้มทั่วร่างของเล้งซานอย่างรวดเร็ว

ม่านตาของอี้หลงเทียน และอี้หลงหู่เบิกกว้าง ขนาดพวกมันอยู่ชั้นลมปราณสีเหลืองยังรู้สึกถึงการกดดันของพลังที่พลุ่นพร่านออกมาของเล้งซาน

"ผู้เยาว์ปีนี้ อายุครบ 16 ปี พลังลมปราณอยู่ในชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 3 หวังว่าจะพอเทียบเคืองตัวแทนของพรรคท่านได้บ้าง ส่วนเรื่องวิชาของพรรคท่านผู้เยาว์ขอให้เวลา 10 วันนี้ ในการฝึกปรือ"

แววตาของเล้งซานเปล่งประกายความเชื่อมั่นของตน ชายทั้งสองถึงกับร่างสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น ในการพบพานอัจฉริยะผู้นี้ ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 ปีไต่จากลมปราณสีม่วง กระโดดมาถึงจุดสูงสุดในขั้นต้นของลมปราณชั้นสีน้ำเงิน!!

"ประเสริฐ...ประเสริฐมาก เจ้าสามารถบ่มเพาะพลังมาถึงขั้นนี้ได้ด้วยวัยเพียงเท่านี้ เจ้าทำให้ลูกสาวของข้าที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะอันดับ 1 ในเมืองเมฆครามกลายเป็นสาวชาวบ้านไปในทันที"

อี้หลงหู่เบิกยิ้มกว้างทันที การมาเหยียบชั้นลมปราณสีน้ำเงินได้ด้วยวัยเพียงเท่านี้ นับว่าหาได้ยากยิ่งนัก การที่จะส่งมันลงเป็นตัวแทนพรรคนั้นย่อมมีแต่จะทำให้ชื่อเสียงพรรคขจรไปไกลยิ่งขึ้น

"แต่ว่าเจ้าหนุ่ม การที่เจ้าจะฝึกวิชาของพรรคกระบี่เหินเราใน 10 วันนั้นข้าว่ามันออกจะ ยากจนเกินไปเจ้าอาจไม่สำเร็จกระทั้งขั้นแรกเสียด้วยซ้ำ"

"ท่านผู้อาวุโสโปรดวางใจ ไม่ว่าข้าจะฝึกวิชาของพรรคถึงขั้นใด ข้าจะใช้เพียงสิ่งที่ฝึกฝนได้ ในการประลองเท่านั้น จะไม่ใช้วิชาประจำตัวหรือวิชาของสำนักอื่นเด็ดขาด ถึงแม้จะต้องพ่ายแพ้ก็ตาม"

"อืม...หากเจ้าให้คำมั่นเช่นนั้นข้าก็วางใจ ด้วยพลังลมปราณของเจ้าแม้ไม่ต้องใช้วิชาใดๆก็สามารถเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายได้อย่างแน่นอน"

"ขอบคุณผู้อาวุโส ที่ไว้วางใจ ผู้เยาว์จะไม่ทำให้ท่านทั้งสองผิดหวังอย่างแน่นอน"

เล้งซานประสานมือ โค้งตัวขอบคุณ อี้หลงเทียนก็เดินเข้ามาจับที่ไหล่มันเบาๆเป็นเชิงให้ยืดตัวขึ้นมา พลางกล่าว

"ข้าจะให้หลานข้า อี้หลงหวังสอนวิชาเจ้าเป็นการส่วนตัวก็แล้วกัน นางสำเร็จวิชาทั้งหมดของพรรคแล้ว และยังเข้าใจในเคล็ดวิชาดีกว่าอาจารย์ผู้ฝึกสอนในพรรคเสียอีก จะเป็นการปกปิดตัวตนของเจ้าในอีกทางด้วย"

"ขอบคุณผู้อาวุโส"

"นี่ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เจ้าค่อยเริ่มฝึกก็แล้วกัน ข้าให้เจ้าไปพักที่ห้องเดิมเมื่อคราวก่อนหวังว่าคงไม่คับแคบเกินไป"

"ไม่เลยแม้แต่น้อย อาจจะกว้างขวางเกินไปสำหรับผู้น้อยเสียด้วยซ้ำ" เล้งซานยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

เช้าวันถัดมา อี้หลงหวังก็เคาะประตูห้องของเล้งซาน

"เชิญ"

เสียงของเล้งซานดังออกมาจากห้อง อี้หลงหวังจึงผลักประตูเข้าไปเข้า จากนั้นใบหน้าของนางก็แดงก่ำราวกับผลไม้สุกงอม เบิกตากว้างเล็กน้อยและรีบปิดประตูกลับคืนทันที

"เจ้า!! หะ..เหตุใดไม่แต่งกายให้เรียบร้อย" น้ำเสียงของนางดูตื่นเต้นอย่างมากที่พบว่าเล้งซานนั้น ยืนเปลือยท่อนบนอยู่ในห้อง พลางแสยะยิ้มให้นาง

"ก็ข้าพึ่งจะล้างหน้าล้างตาเสร็จ เจ้าก็เข้ามาเองนี่นา"

"แล้วใครใช้ให้เจ้า พูดว่า เชิญ กัน!!"

"อ่อ ข้าเผลอตัวไปหน่ะ ปรกติผู้ชายไม่ได้อายเรือนร่างนี่นา ฮ่าๆ"

เล้งซานหัวร่อชอบใจที่ได้กลับมาแกล้งนางอีกครั้ง ในความจริงด้วยเงินมหาศาลที่มันมี และพลังลมปราณชั้นสีน้ำเงิน มันสามารถไปติดสินบนเป็นตัวแทนพรรคใดก็ได้ภายในเมืองนี้ แต่มันกลับเลือกพรรคกระบี่เหินเนื่องเพราะมันอยากใกล้ชิดกับอี้หลงหวัง (ไอ้แสบบบบ)

"เหอะ!! แต่งตัวให้เรียบร้อย ข้าจะรอด้านนอก เราเหลือเวลาเพียงแค่ 9 วันเท่านั้นที่จะฝึกวิชา"

"จ่ะ รอสักครู่นะ เสียแรงที่ข้าคิดถึงเจ้าจึงได้กลับมาที่นี่ เจ้ากลับใช้น้ำเสียงเย็นชาใส่ข้าซะจริง ข้านี่มันช่างอาภัพนัก"

"เจ้า!! เหอะ!! หยุดกล่าววาจาไร้สาระได้แล้ว รีบๆแต่งตัวเข้าเถอะ"

ถึงจะพูดออกไปเช่นนั้นแต่ในความจริง อี้หลงหวังนั้นหน้าแดงระเรื่อ พลางอมยิ้มเล็กน้อย อยู่ที่หน้าประตู....

......................................................................

จบบทที่ ตอนที่ 46 เข้าเป็นตัวแทนประลอง

คัดลอกลิงก์แล้ว