เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 เขียนจดหมายรัก นัดเขามาเจอ ?

บทที่ 35 เขียนจดหมายรัก นัดเขามาเจอ ?

บทที่ 35 เขียนจดหมายรัก นัดเขามาเจอ ?


บทที่ 35 เขียนจดหมายรัก นัดเขามาเจอ ?

ชายผู้นั้นบอกว่าตนชื่อเผิงหู่ ได้รับจดหมายจากคนรักให้นัดมาเจอกันที่นี่ เมื่อครู่เขาซ่อนตัวอยู่ในพระวิหารเจ้าแม่กวนอิม พอฮูหยินสวีรู้เข้าก็ตบอกโล่งอก หันไปมองสวีจิ้งหยางพลางเอ่ยว่า “ยังดีที่ลูกไม่ได้เจอเข้ากับเขา มิฉะนั้นแม่จะเอาหน้าไปเจอพ่อของเจ้าได้อย่างไร”

องครักษ์ค้นตัวเผิงหู่ ก็พบว่ามีจดหมายฉบับหนึ่งซ่อนอยู่ในอกเสื้อ พอส่งให้ภรรยาของท่านอัครเสนาบดีฝ่ายบูรพา นางเพียงกวาดตามองก็สะบัดหน้าอย่างรังเกียจราวกับเห็นของโสโครก

“ช่างน่าบัดสีสิ้นดี ! เรื่องเช่นนี้ เหตุใดถึงทำกันในวัดวาอารามได้”

ฮูหยินสวีขมวดคิ้ว สีหน้าเข้มงวด “คนเลวเช่นนี้ สมควรจับมันกับหญิงแพศยาที่ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว มัดส่งไปให้ทางการจัดการเสียให้เข็ด !”

ฮูหยินลั่วจึงปรายตามองนาง “เขาอาจไม่ได้พูดความจริง ชายผู้นี้หยาบคายสกปรก อาจเป็นพวกโจรที่ติดตามขบวนเข้ามา หวังจะลักขโมยของในวัด พอถูกจับได้จึงกลัวความผิดแล้วโกหกหลอกลวง”

สะใภ้ใหญ่สวีก็เอ่ยขึ้นเช่นกัน “ใช่แล้ว วันนี้คนที่เราพามามีเพียงบุตรสาวและสาวใช้ในเรือน จะมีผู้ใดทำเรื่องน่าละอายปานนั้นได้”

“ยังจะรออันใดอยู่ กดตัวมันไว้แล้วส่งให้ทางการเลย !” ฮูหยินลั่วสั่งเสียงเฉียบ

เผิงหู่ทำหน้าตาตื่น ร้องโหวกเหวกโวยวายขึ้นมา “คุณหนู ! ช่วยพูดแทนข้าสักคำเถิด ท่านจะปล่อยให้ข้าถูกคุมเข้าคุกมืดเช่นนี้หรือ !”

“เหลือเกิน !” ฮูหยินลั่วถลึงตาใส่ “ใครเป็นคุณหนูของเจ้า กล้าปากพล่อยหาคนมั่ว ๆ เช่นนี้ อย่าหวังว่าจะได้ปล่อยตัวง่าย ๆ !”

เผิงหู่เบิกตาคลอไปด้วยความคาดหวัง มองไปยังสวีจิ้งหยางด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า “คุณหนู...เรื่องถึงขั้นนี้แล้ว เราคงปิดไม่มิดอีก เจ้าก็บอกพวกเขาเสียเถิด ว่าเรานั้นได้สาบานใจต่อกันแล้ว”

บรรดาสตรีรอบข้างต่างตกตะลึงงัน

“ข้าไม่รู้จักเจ้า” ใบหน้าคมคายเย็นเฉียบของสวีจิ้งหยางยังคงสงบ

เผิงหู่ร้อนรนขึ้นมา “อย่ากลัวเลย ข้าเชื่อว่าหากเราร้องขอด้วยความจริงใจ ครอบครัวเจ้าจะต้องยอมรับข้าได้แน่นอน”

สะใภ้ใหญ่สวีเป็นคนแรกที่ดึงสติกลับมา ก่อนจะด่ากราดเสียงดังไปว่า “เจ้าสถุลไร้ยางอาย กล้ามาทำลายเกียรติคุณหนูใหญ่ของตระกูลสวีได้อย่างไร! รีบอุดปากมันเสีย !”

เผิงหู่ยังคงดิ้นรนพลางตะโกน “ท่านทั้งหลาย ! ข้าเคยรู้จักกับจิ้งหยางที่ชายแดน เราสองต่างมีใจให้กัน เพียงแต่เกิดเรื่องกับท่านแม่ทัพเสินเช่อ นางจำต้องกลับเมืองหลวง ข้าจึงตามมาด้วย”

“ตลอดช่วงนี้ เราส่งจดหมายติดต่อกันมาโดยตลอด เพียงไร้โอกาสได้พบกัน ครานี้นับว่าหาโอกาสได้ยากยิ่ง นางจึงนัดข้ามาที่นี่เพื่อพบหน้า...จิ้งหยาง เจ้าพูดกับพวกเขาสักคำเถิด !”

ดวงตาของสวีจิ้งหยางดำขลับราวสายน้ำ มองตรงไปที่เผิงหู่

ชายร่างเตี้ยตันแข็งแรง ผิวคล้ำจากแดด หน้าตาอัปลักษณ์ ฟันเหลืองเป็นคราบ มารดาแท้ ๆ ของนาง...ถึงกับเลือกใช้บุรุษเช่นนี้มาทำลายชื่อเสียงของนางเชียวหรือ !

สวีจิ้งหยางเงยหน้าขึ้น ดวงตาใสเย็นกวาดมองไปยังฮูหยินสวี ทำเอานางเสียวสันหลังขึ้นมาในทันใด

เมื่อคนของสกุลเหลียงกำลังจะกดตัวเผิงหู่ สวีจิ้งหยางกลับเอ่ยขึ้น “ป้าสะใภ้อย่าเพิ่ง ข้าอยากถามเขาสักสองสามคำก่อน”

สิ้นคำ นางก็ก้าวออกไปข้างหน้า กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยเข้าจมูกเผิงหู่ ทำให้ดวงตาของเขาแวววาวด้วยความละโมบ

แม้ตนรับเงินมาทำงาน แต่หากสามารถทำลายชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่แห่งสกุลสวีได้จริง ๆ ย่อมเป็นที่ครหาในสังคม เมื่อถึงครานั้นนางจะหมดสิ้นเกียรติยศ จำต้องแต่งงานกับเขา !

เพียงคิดว่าจะได้ครอบครองสตรีงามเลิศผู้นี้ แล้วยังกลายเป็นบุตรเขยคนโตของตระกูลสวี เป็นน้องเขยของแม่ทัพเสินเช่อ เกียรติยศและทรัพย์สมบัติล้นฟ้าเช่นนี้ ทำให้เผิงหู่ถึงกับตื่นเต้นหัวใจสั่นไหว

“จิ้งหยาง ดวงใจของข้า ! เจ้าช่วยอธิบายกับพวกเขาเถิด” เขาร้องเรียกเสียงดัง

ในเวลานั้น แม้แต่คุณหนูสาม สวีจิ้งจือ ก็ยังหันหน้าหนี อดด่าอย่างรังเกียจไม่ได้ “น่ารังเกียจสิ้นดี ! ไร้ยางอายที่สุด !”

สวีจิ้งหยางกลับไม่ร้อนรน ก้มลงเก็บจดหมายขึ้นมา จากนั้นนางก็ถามเผิงหู่ไปว่า “เจ้าบอกว่านี่คือจดหมายที่ข้าเขียนให้เจ้าใช่หรือไม่”

“จริงแท้แน่นอน !” เผิงหู่พยักหน้าหนักแน่น

ข้อความขึ้นต้นจดหมายเขียนว่า “ห่างหายกันเนิ่นนาน ไม่รู้ข่าวคราว”

สวีจิ้งหยางชี้ไปที่ตัวอักษร ‘暌’ ที่แปลว่าห่างหาย แล้วถามว่า “เจ้าลองบอกมาสิ ตัวอักษรนี้อ่านว่าอย่างไร”

เผิงหู่อ้าปากค้าง กลับไม่รู้จะตอบเช่นไร เพราะเขาไม่รู้จักอักษรตัวนั้นเช่นกัน !

เหงื่อเย็นผุดขึ้นมาทันใด

สวีจิ้งหยางเอ่ยเรียบ ๆ “ทุกท่านก็เห็นแล้ว ชายผู้นี้รูปร่างเตี้ยตัน ขาใหญ่หนา ลำตัวมั่นคง ฝ่ามือด้านหนาเป็นร่องลึก แสดงว่าเคยใช้แรงงาน หรือต้อนวัวขับเกวียนมาตลอดชีวิต”

“คนเช่นนี้ จะอ่านจดหมายออกได้อย่างไร มิใช่เรื่องน่าขันหรอกหรือ ?”

เมื่อนางกล่าวจบ สะใภ้ใหญ่สวีก็อดหัวเราะเยาะไม่ได้ “โจรก็คือโจร คงไม่รู้หนังสือแม้แต่น้อย !”

สวีหมิงอวี้ก็เอ่ยเสียงเย็น “ใช่แล้ว คนเช่นนี้ควรถูกตัดลิ้นไปโยนให้สุนัขกินเสีย !”

ฮูหยินลั่วก็กล่าวเสริม “แม่ทัพเสินเช่อเลื่องลือไปทั่วทิศ ทุกคนต่างรู้ว่าเขามีน้องสาวแท้ ๆ อยู่ในเมืองหลวง ก็ไม่แปลกที่จะมีคนคิดสกปรกหวังใช้วิธีนี้เกาะเกี่ยว สงสารคุณหนูใหญ่ที่ต้องถูกใส่ร้าย...เจ้าคนเลวผู้นี้สมควรถูกส่งให้ทางการจัดการ”

เมื่อเห็นท่าไม่ดี ฮูหยินสวีก็เหลือบมองไปทางสาวใช้ชื่อชิวอวิ๋น

ชิวอวิ๋นกัดฟัน กระแทกคุกเข่าลงกับพื้น “คุณหนูเจ้าคะ ท่านยอมรับเสียเถิด ! บ่าวเห็นกับตาว่าท่านเป็นผู้เขียนจดหมายฉบับนี้ให้เขา”

จู๋อิ๋งที่ได้ยินแบบนั้นก็โกรธจัดขึ้นมา ด่าท่อเสียงดัง “นังสารเลว ! กล้าใส่ร้ายคุณหนูอีกคำดูสิ !”

ชิวอวิ๋นตัวสั่นเล็กน้อย แต่ก็ยกหน้าขึ้นกราบสามครั้งแล้วพูดเสียงแข็ง “บ่าวกล้าสาบานต่อหน้าสวรรค์ คุณหนูใหญ่ลอบคบหากับเผิงหู่จริง ! ครั้งก่อน ๆ ที่คุณหนูอ้างว่าขึ้นรถม้าไปสำนักการศึก ที่แท้ก็แอบไปพบเขาอย่างลับ ๆ !”

สวีโหรวเจงยกมือปิดปาก ตกตะลึง “ที่แท้ คราวก่อนที่พี่หญิงใหญ่ออกไปข้างนอกหลายครั้ง...ก็เป็นเพราะเรื่องนี้เองหรือ ?”

ชิวอวิ๋นร้องเสียงอ้อนวอน “คุณหนูเจ้าคะ ต่อหน้าเทพพระพุทธะ ท่านยังจะปดอีกหรือ บ่าวทนดูไม่ได้แล้วจริง ๆ !”

คำโกหกหน้าด้านเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคิดจะทำลายสวีจิ้งหยางให้สิ้นชื่อในคราวเดียว !

เผิงหู่ยิ่งได้ทีก็ตะโกนลั่น “จิ้งหยาง ! เจ้ารังเกียจที่ข้ามีชาติกำเนิดต่ำต้อย ข้าเข้าใจได้ แต่เจ้าปฏิเสธไม่ได้ว่าเราสองได้สาบานต่อกัน เจ้าพูดเองว่าจะไม่แต่งกับผู้ใดนอกจากข้า !”

“เจ้ามีหลักฐานอันใด ?”

“จดหมายฉบับนี้ไงเล่า ! แม้ข้าอ่านไม่ออกทั้งหมด แต่บางคำก็พอรู้ เจ้าบอกว่าคิดถึงข้า จะต้องแต่งกับข้า !” เผิงหู่ร้องตะเบ็ง

สวีจิ้งหยางกลับเผยรอยยิ้มออกมา

นางไม่ค่อยยิ้มบ่อยนัก ปกติเย็นชาราวน้ำแข็ง แต่เมื่อยิ้มขึ้น ใบหน้าคมเย็นกลับแปรเป็นงดงามล้ำลึก

“ทว่านี่มิใช่ลายมือของข้า” สิ้นเสียงนางก็ส่งจดหมายให้สะใภ้ใหญ่สวี “ท่านป้าสะใภ้ ลองดูเถิด มิใช่ว่าเป็นลายมือของอวี้เกอเอ๋อร์หรือ ?”

สะใภ้ใหญ่สวีชะงักไป พอรับมาดูก็ตกใจ “ใช่จริงด้วย !”

สวีหมิงอวี้ยกตำราธรรมะที่ตนเพิ่งคัดเมื่อครู่จากในแขนเสื้อออกมา “นี่คือลายมือของข้าเอง”

และเมื่อทุกคนนำไปเทียบดู ก็เห็นชัดเจน จนฮูหยินลั่วถึงกับหน้าซีดเผือดด้วยโทสะ “เจ้าคนชั่ว ! กล้าขโมยลายมือของคุณชายสวีมาใช้ได้เช่นนี้ !”

สวีจิ้งหยางจึงเอ่ยขึ้น “ไม่นานมานี้ ข้าเคยยืมตำราลายมือของอวี้เกอเอ๋อร์ไปดูบ้าง เกรงว่าคนใกล้ตัวข้าจะนำตำราเหล่านั้นออกไป แล้วปลอมจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา”

สายตาของฮูหยินลั่วหันไปจ้องฮูหยินสวีทันที เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในเรือนด้านใน แสดงว่าผู้เป็นฮูหยินของเรือนควบคุมไม่เข้มงวด ปล่อยให้บ่าวไพร่ชั่วช้ามาทำร้ายบุตรสาวของตนได้

เกียรติของหญิงสาวมีค่ามากเพียงใด นางเป็นถึงฮูหยินของเรือน จะไม่เข้าใจได้อย่างไร !

สายตาคมกริบของฮูหยินลั่วทำเอาฮูหยินสวีสะท้านใจ นางหันขวับไปทางชิวอวิ๋น

“ชิวอวิ๋น ! เรื่องนี้เป็นฝีมือเจ้าใช่หรือไม่ !”

ชิวอวิ๋นหน้าซีดเผือด กำลังจะอ้าปากพูด ทันใดนั้นองครักษ์ของฮูหยินลั่วก็เข้ามา นำห่อสัมภาระหนึ่งออกมาจากวิหารเจ้าแม่กวนอิม

“คนผู้นี้ซ่อนตัวอยู่ในวิหาร ยังทิ้งสัมภาระไว้อีกห่อหนึ่ง”

องครักษ์ใช้ปลายดาบเขี่ยออกมา ของข้างในที่หล่นลงมากลับเป็นผ้าคาดอกสตรีสองชิ้น !

จบบทที่ บทที่ 35 เขียนจดหมายรัก นัดเขามาเจอ ?

คัดลอกลิงก์แล้ว