เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 สาวใช้ตีกัน ? ห้าสิบไม้โบยจนตายคาที่

บทที่ 31 สาวใช้ตีกัน ? ห้าสิบไม้โบยจนตายคาที่

บทที่ 31 สาวใช้ตีกัน ? ห้าสิบไม้โบยจนตายคาที่


บทที่ 31 สาวใช้ตีกัน ? ห้าสิบไม้โบยจนตายคาที่

สวีจิ้งหยางมิได้รีบร้อน นางปล่อยให้เรื่องราวค้างคาอยู่อย่างนั้นอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งแม่นมกุยเข้ามาขอพบนางจึงค่อย ๆ วางพู่กันลงอย่างสงบ

“ให้พวกนางสองคนเข้ามา” สวีจิ้งหยางเอ่ยเสียงเรียบ

ไม่นาน แม่นมกุยก็พาตัวชิวอวิ๋นกับตงอวิ๋นเข้ามา ทั้งคู่มีรอยเล็บข่วนเต็มหน้าเต็มคอ เลือดซิบเป็นทาง เสื้อผ้าถูกดึงจนขาดวิ่น ชิวอวิ๋นยิ่งสภาพเลวร้ายกว่าตงอวิ๋น ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับบ้าคลั่ง

“เกิดเรื่องอันใดกัน ! กล้าก่อความวุ่นวายในเรือนคุณหนูใหญ่ ยังพอรู้จักกฎระเบียบอยู่หรือไม่ !” จู๋อิ๋งตะโกนเสียงก้อง

ชิวอวิ๋นหลั่งน้ำตา สะอื้นพูดว่า “บ่าวไม่รู้ไปล่วงเกินตงอวิ๋นตรงไหน นางถึงโยนเทียนไขที่จุดไฟใส่ข้า ! ข้าทนไม่ไหวจึงโต้เถียงไม่กี่คำ แต่นางกลับลงมือก่อนเสียแล้ว !”

นางชี้ไปที่รอยเล็บบนใบหน้าตนเอง “คุณหนู โปรดดูเถิด นี่ก็ฝีมือของนางเจ้าค่ะ !”

ตงอวิ๋นกัดฟันแน่น “ก็เพราะเจ้าปากไม่ดี ไปใส่ร้ายข้าในหูคุณหนูมิใช่หรือ ! หากมิใช่เจ้าพูดอะไร คุณหนูจะเรียกคืนป้ายหยกของข้าทำไม !”

นางตวาดต่อ “ชิวอวิ๋น เจ้าอย่าลืม หากวันนั้นมิใช่ข้าชี้แนะ เจ้าจะมีโอกาสอยู่ข้างกายคุณหนูหรือ ? ช่างเนรคุณเสียจริง !”

“พอเถิด อย่าเอะอะกันอีก” เสียงสวีจิ้งหยางดังขึ้น ใบหน้าคมเข้มประดับด้วยแววเย็นเฉย “ครั้งนี้เป็นตงอวิ๋นที่ผิด … จู๋อิ๋งลากตัวนางไป ! โบยห้าสิบไม้ !”

คำสั่งเพิ่งหลุดออกมา ชิวอวิ๋นกับตงอวิ๋นต่างชะงักเงยหน้าขึ้นมองอย่างตะลึงงัน

จนเมื่อจู๋อิ๋งก้าวไปจะฉุดลาก ตงอวิ๋นถึงได้รู้สึกตัว นางดิ้นรนสุดกำลัง ร้องไห้เสียงหลง “คุณหนู ! บ่าวรู้ผิดแล้ว คุณหนูใหญ่ โปรดเมตตาด้วย…”

“ยังมัวแต่ยืนโง่งันอยู่อีกหรือ ! อยากโดนโบยไปด้วยหรือไง !” จู๋อิ๋งหันไปกำชับบรรดาบ่าวชาย

ดวงตาคล้ำลึกประดุจเหวลึกของสวีจิ้งหยางเหลือบไปยังแม่นมกุยเพียงแวบเดียว ร่างอวบใหญ่ของนางก็สะท้านสะเทือน รีบก้มหน้าลงแล้วกระวีกระวาดเข้ามาช่วยมัดตงอวิ๋น

เสียงโซ่เกลียวเชือกดังกรอบแกรบ นางถูกลากไปกลางลาน บ่าวชายรีบจับมัดแน่น ส่วยจู๋อิ๋งก็ยัดผ้าเข้าปิดปาก

เพียงลงไม้แรก ตงอวิ๋นก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ แรงที่ฟาดลงมา มิใช่เพียงทำให้กระดูกแตกหัก หากแต่จงใจจะบดทำลายอวัยวะภายใน !

นางดิ้นสุดกำลัง ร้องอื้ออึงขอชีวิต น้ำตาไหลพราก

สายตาวิงวอนหันไปยังแม่นมกุย แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายยืนแข็งทื่อไม่ยื่นมือช่วยแม้แต่น้อย ชุนอวิ๋นกับเซี่ยอวิ๋นที่โผล่มาจากห้องก็เพียงแต่ยืนมองห่าง ๆ มิได้ขยับเข้ามา

น้ำตาของตงอวิ๋นหลั่งรินเต็มขอบตา นี่มิใช่เพียงละครหลอกคุณหนูใหญ่ดังที่สั่งไว้ แต่กลับกลายเป็นของจริง… ฮูหยินใหญ่คิดจะปล่อยให้นางตายจริง ๆ !

“คุณชายรอง โปรดช่วยข้าด้วย…” ความคิดสุดท้ายแล่นวาบขึ้นมา

ในห้องด้านใน สวีจิ้งหยางประคองมือที่สั่นของชิวอวิ๋นขึ้น “ลุกเถิด เรื่องนี้มิใช่ความผิดของเจ้า เจ้าคือคนที่ข้าให้ความสำคัญ หากนางกล้าแสดงกิริยาไม่พอใจใส่เจ้า ก็เท่ากับนางทำให้ข้าเสียหน้า”

ชิวอวิ๋นข่มความหวาดกลัว ก้มศีรษะพูดเสียงเบา “บ่าวมิได้มีความดีความชอบใด จะคู่ควรให้คุณหนูโปรดปรานได้อย่างไร…”

“ชิวอวิ๋น” สวีจิ้งหยางขัดขึ้นทันที “ตั้งแต่แรก ข้าก็มองออก เจ้าต่างจากอีกสามคน ชุนอวิ๋นคิดมากเกินไป เอาแต่ใจ เซี่ยอวิ๋นก็เพียงตามนางไปทุกเรื่อง ส่วนตงอวิ๋น แม้ขยันแต่เล่ห์เหลี่ยมจัด อายุก็น้อยไม่อาจรับผิดชอบได้”

สวีจิ้งหยางยกยิ้มบาง “มีเพียงเจ้า ที่พูดน้อยใจสงบ ข้าชอบสาวใช้แบบนี้นัก ตั้งแต่นี้ไป นอกจากคลังเก็บของแล้ว ภายในเรือน ข้าก็จะมอบให้เจ้าดูแลด้วย”

ชิวอวิ๋นทรุดตัวคุกเข่าเสียงดัง “ตุบ”

“ขอบพระคุณคุณหนูที่ไว้วางใจ บ่าวจะภักดีจนหมดใจ”

เสียงไม้กระทบเนื้อดัง ปัง ๆ ๆ ไม่หยุดดังมาจากลานด้านนอก แรก ๆ ชิวอวิ๋นยังขนลุกหัวใจสั่นไหว แต่ไม่นานก็เริ่มชาไปเอง

ไหน ๆ ฮูหยินใหญ่ก็สั่งให้ต้องเอาชนะใจคุณหนูใหญ่อยู่แล้ว แม้จะต้องเสียตงอวิ๋นหนึ่งคนก็ยังคุ้มค่า

ณ เรือนใหญ่ของฮูหยินใหญ่

แม่นมชิงรีบก้าวเข้ามา “ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวไปสอดส่องมา ตงอวิ๋นตอนนี้เลือดท่วมช่วงล่าง หากยังตีต่อไปอีก คงไม่รอดแล้ว”

ฮูหยินสวีนั่งอยู่ข้าง ๆ สวีหมิงเจิง พอได้ยินรายงาน เขาก็เดือดพลัน ลุกพรวดขึ้น “จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร !”

“นั่งลง !” ฮูหยินสวีฉุดแขนลูกชายไว้ ตวาดเสียงกร้าว

“ท่านแม่ ! ตงอวิ๋นเป็นคนของลูก เดิมทีลูกก็คิดว่าจะรับนางมาเป็นอนุ หากนางตายไปเช่นนี้จะทำอย่างไร !”

ฮูหยินสวีหลับตา ถอนหายใจอย่างอ่อนล้า ลูกชายของนาง ช่างไม่มีสายตายาวไกลเอาเสียเลย

กลับเป็นสวีโหรวจงที่ลุกขึ้นมาดึงแขนเสื้อน้องชายเบา ๆ ให้กลับนั่งลงไปบนเก้าอี้ เอ่ยเสียงอ่อนโยน “น้องชาย… ตงอวิ๋นก็เป็นเพียงสาวใช้ อีกทั้งสาวใช้รูปงามยังมีถมไป”

แผนให้สี่สาวใช้แสร้งทะเลาะกันก็เพื่อทำให้สวีจิ้งหยางลดความระวัง และในที่สุดนางก็เลือกไว้ชีวิตชิวอวิ๋น

สวีหมิงเจิงกัดฟันแน่น “แต่หากตงอวิ๋นตายไปจริง ๆ ข้าจะไม่ปล่อยสวีจิ้งหยางไว้แน่ !”

ฮูหยินสวีปรายตาคมกล้า “อย่าได้ก่อเรื่องพล่อย ๆ ข้าจะจัดการเอง ถึงเวลานั้นเจ้าจะเอาคืนให้นางเท่าไหร่ก็เชิญ แต่ก่อนหน้านั้น เจ้าห้ามเคลื่อนไหวเป็นอันขาด !”

สวีหมิงเจิงได้แต่ก้มหน้าพูดอย่างหดหู่ “ทราบแล้วขอรับ…”

เขาชอบตงอวิ๋นยิ่งนัก ใบหน้าอ่อนนวลน่ารัก ช่างรู้จักพูดจาเอาใจ มีชีวิตชีวาไม่เหมือนใคร

ลานเรือนเพียวฮวาอวิ๋น เสียงไม้กระหน่ำครบห้าสิบที แต่ทว่าตงอวิ๋นก็ได้แน่นิ่งไปแล้ว

จู๋อิ๋งก้าวเข้าไปก้มตรวจลมหายใจ ก่อนหันกลับมาเอ่ยเสียงเรียบ “นางทนโบยไม่ไหว ห้าสิบไม้ก็ตายแล้ว แม่นมกุย พาคนลากไปทิ้งเถิด”

แม่นมกุยมิกล้าเอ่ยค้าน คุณหนูใหญ่สั่งเช่นไรย่อมเป็นเช่นนั้น อีกทั้งฮูหยินใหญ่ก็ไม่ปรากฏกายออกมา สะท้อนชัดเจนแล้วว่า ตงอวิ๋นกลายเป็นเบี้ยสละทิ้ง

ศพถูกลากออกไป ชิวอวิ๋นเดินผ่านลานพอดี เห็นบ่าวกำลังราดน้ำล้างคราบเลือดที่นองอยู่บนพื้น นางต้องกลั้นอาเจียนเอาไว้ กำมือแน่นกับถุงใส่ทองเครื่องประดับที่สวีจิ้งหยางประทาน แล้วรีบกลับเข้าห้องไป

ค่ำวันนั้น จู๋อิ๋งยกน้ำร้อนเข้ามาให้คุณหนูใหญ่ชำระกาย

“คุณหนูเจ้าคะ ทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านสั่ง ฮูหยินใหญ่ก็ส่งสิ่งที่คุณหนูต้องการมาเรียบร้อยแล้ว”

“ดี” สวีจิ้งหยางลูบไล้รอยแผลเป็นใต้ไหปลาร้าเบา ๆ “ต่อไป ให้ชิวอวิ๋นดูแลเรือนด้านในทั้งหมด ให้นางได้มีโอกาสอยู่เพียงลำพัง”

“รับทราบเจ้าค่ะ เพียงแต่… บ่าวยังสงสัย คุณหนูรู้ได้อย่างไรว่าการที่ชิวอวิ๋นกับตงอวิ๋นตีกันนั้น แท้จริงเป็นเพียงละครตบตา ?”

สวีจิ้งหยางหัวเราะเบา ๆ แววตาดำขลับสะท้อนประกายหยดน้ำที่กระเซ็นขึ้น

“เพราะข้ารู้ดี ไม่ว่ามารดาจะคิดสิ่งใด ล้วนเพื่อจัดการกับข้าเท่านั้น ดังนั้นย่อมมองออก”

“หากจะทะเลาะ ย่อมทำได้ทั้งที่ลับและเปิดเผย แต่กลับเลือกทำให้ข้าเห็นต่อหน้า… แค่นั้นก็ชัดเจนแล้ว”

นางเห็นเพียงเล่ห์ตื้น ๆ ไร้ค่าจะใส่ใจ

ต่อจากนั้น ชิวอวิ๋นก็ได้รับความไว้วางใจอย่างมาก เข้าออกเรือนชั้นในได้ตามใจ จู๋อิ๋งเองก็มิได้จับตามองอีกดังเคย

วันที่สิบสองเดือนอ้าย ฮูหยินสวีให้แม่นมชิงมาแจ้งสวีจิ้งหยางว่า อีกสองวันทั้งสกุลจะไปถวายเครื่องหอมที่วัดกั๋วซื่อ

สวีจิ้งหยางก็รู้ว่า… เวลาใกล้มาถึงแล้ว

“คุณหนูเจ้าคะ” จู๋อิ๋งกระซิบ “ฝ่ายฮูหยินเรือนใหญ่ (ป้าสะใภ้) ส่งคนมาแอบถาม หากถึงวันไปวัด จะให้ช่วยทำสิ่งใดบ้างหรือไม่ ?”

สวีจิ้งหยางนั่งอยู่ข้างโต๊ะ ก้มหน้าเช็ดคมดาบในมือ ใบมีดเย็นเยียบสะท้อนดวงตาคมดุจหงส์ “ไม่ต้องทำสิ่งใด เพียงให้เรียกอวี้เกอเอ๋อร์ไปด้วยก็พอ”

“รับทราบเจ้าค่ะ”

พลบค่ำ ขณะที่สวีจิ้งหยางกำลังคัดอักษรอยู่นั้น จู่ ๆ ปลายพู่กันก็ชะงัก สัญชาตญาณที่ฝึกฝนมาจากสนามรบสะกิดบอกทันที

มีใครบางคน… กำลังเฝ้ามองนางอยู่ในลานเรือน !

จบบทที่ บทที่ 31 สาวใช้ตีกัน ? ห้าสิบไม้โบยจนตายคาที่

คัดลอกลิงก์แล้ว