เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 การต่อสู้ของทั้งสอง Part 1

ตอนที่ 22 การต่อสู้ของทั้งสอง Part 1

ตอนที่ 22 การต่อสู้ของทั้งสอง Part 1


ตอนที่ 22 การต่อสู้ของทั้งสอง Part 1

 

“ฮ่า!”

เทพบุตรคิกิดิ่งลงเหยียบพื้นก่อนจะพุ่งตัวตามชุนไป ผืนดินที่ถูกย่ำเมื่อครู่พลันแตกร้าวออกเป็นเสี่ยง ๆจากนั้นพายุมรกตขนาดใหญ่ก็ก่อตัวขึ้นล้อมรอบร่างเทพบุตรคิกิ ซึ่งมีใบไม้คมกริบปะปนอยู่ภายใน

“หน็อย…!”

ชุนกัดฟันกรอด เขาไม่มีเวลาหลีกหนีแล้ว

เมื่อสองเท้าสัมผัสพื้นก็ลากถอยไถลดินเป็นสองเส้น ก่อนจะหยุดนิ่ง จากนั้นสองมือก็กระชับดาบแล้วหันคมดาบไปด้านหน้า สองตาพลันหลับก่อนที่จะร่ายคาถาเวท

“เวทพายุอัคคี!”

พอชุนลืมตาวงเวทสีแดงก็ปรากฏบนพื้น

พายุเพลิงก่อตัวทะยานสู่ฟ้าสกัดกั้นทิศทางจู่โจมของเทพบุตรคิกิ

ทว่าพายุมรกตก็แหวกทะลวงเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำเบื้องหน้า

ลมหมุนของเทพบุตรคิกิเข้าปะทะร่างของชุนโดยพลัน

“อั่ก…”

พายุมรกตหอบร่างของชุนลอยขึ้นฟ้า เศษใบไม้คมกริบบาดเฉือนร่างจนเสื้อผ้าขาดเห็นเนื้อหนัง ความเจ็บปวดผุดขึ้นทั่วร่างอย่างฉับพลัน ชีพจรกระตุกเฮือกสั่นระบมไม่เป็นจังหวะในทันที

“ฮะฮ่า… อ่อนหัด!”

เทพบุตรคิกิหัวเราะเย้ยหยัน ทะยานตามร่างของชุนไปอย่างรวดเร็ว

เมื่ออยู่ในระยะประชิน มือหนาข้างหนึ่งก็บีบเข้าที่คอของชุนอย่างรุนแรง

“แอ่ก…”

ฝ่ามือกระตุก ปล่อยดาบกระดูกเทพร่วงหล่นปักลงดิน

“หน็อย…”

เลือดซึมออกมาจากในปากของชุน ก่อนที่การมองเห็นจะเริ่มพร่าเลือน

น่านฟ้าเปิดไร้หมอกเมฆ สายลมพัดผ่านเย็นสบาย แม้จะปรากฏเปลวเพลิงอยู่ตรงหน้า แต่ก็เป็นเพียงแค่แสงเย็น ๆ เท่านั้น

ลินจิซึ่งอยู่บนหลังของเพกัสสังเกตทิวทัศน์เบื้องล่าง ก่อนจะเอียงคอมองเพกัสตาปริบ ๆ

แม้ปีศาจม้าตนนี้จะคาบลินจิขึ้นหลังแล้วเหาะขึ้นฟ้าราวกับลักพาตัว แต่มันก็ไม่ได้ทำอันตรายลินจิเลย

เมื่อเป็นเช่นนี้ลินจิจึงเฝ้าดูสถานการณ์

“นี่… จะพาไปไหนเหรอ”

มีเพียงเสียงม้าร้องฮี่ ๆ ตอบกลับมา

“พูดไม่ได้สินะ พากลับไปหน่อยไม่ได้เหรอ”

เพกัสร้องฮี่ ๆ เช่นเคย ลินจิจึงถอนหายใจ

เมื่อผ่านภูเขาไปหลายสิบลูกก็พบโพรงถ้ำขนาดใหญ่กลางเขาลูกหนึ่ง จังหวะนั้นเพกัสก็ยกสองขาหน้าหยุดกลางคัน ทำให้ลินจิเกือบจะตกลงจากหลังของเพกัส

“อ๊ะ! อ๊ะ!...”

เขาร้องพร้อมตะเกียกตะกายกอดคอปีศาจม้าไว้อย่างตกใจ

“มีอะไรงั้นหรอ”

สองตาจับจ้องไปยังเพกัสซึ่งมีท่าทีตื่นตระหนก เห็นเช่นนั้นลินจิจึงพยายามใช้มือลูบปลอบประโลมหลายครั้งจนเพกัสพอที่จะสงบนิ่งลงได้

น่าแปลกใจที่เพกัสไม่ยอมเคลื่อนไปไหน มันหยุดมองโพรงถ้ำอยู่นานพักหนึ่ง

ลินจิมองตามเพกัส กะพริบตาสองครั้ง ก่อนที่ไอปีศาจจะลอยหึ่งเข้าจมูก

ขนทั่วกายลุกซู่ ตอนนั้นเองลินจิก็สงสัยว่า

…ในถ้ำนั้นมีอะไรอยู่กันนะ

แม้ความหวาดกลัวจะผุดขึ้นมาในใจของลินจิ แต่เขาก็พึงระลึกว่า ตอนนี้เขาสามารถใช้พลังได้เชี่ยวชาญกว่าเก่า ทั้งกลายร่างเป็นเทพจิ้งจอกสวรรค์ แถมยังมีเขตอาคมเทพเจ้าที่แข็งแกร่ง

ขณะที่คิดว่า บางทีผลึกดวงดาวอาจจะอยู่ในถ้ำ ลินจิก็ทำเสียงน่ารัก

“เพกัส ขอร้องล่ะ ไปทางนั้นที”

ปลายนิ้วชี้ไปยังโพรงมืดกลางภูเขา

จู่ ๆ เพกัสก็ดิ้นพลางร้องฮี่ ๆ อย่างไม่ทราบสาเหตุ สายลมก็พลันโหมกระหน่ำย้อนไปทางปากถ้ำ

เสี้ยววินาทีนั้นร่างของทั้งสองก็ม้วนตลบกลางอากาศไปกับสายลมโดยไม่มีสิ่งใดช่วยประคอง

“อ๊ะ!”

เมื่อร่างม้าและร่างคนถูกลมดูดเข้าไป ปากถ้ำก็ปิดตัวทันที

“โอ๊ย… เจ็บชะมัด”

ลินจิลุกขึ้นพลางลูบก้นที่เกิดจากแรงกระแทกเมื่อครู่ แสงสว่างจากเกือกทั้งสี่และขนไฟของเพกัสช่วยส่องให้มองเห็นภายในถ้ำเป็นวงแคบ

แม้เหตุการณ์จะดูมีเงื่อนงำแต่ลินจิก็เป็นห่วงเพื่อนใหม่ที่เพิ่งพบเจอ

“เจ้าม้า เจ็บตรงไหนมั้ย”

เขาถามพลางใช้ฝ่ามือเรียวเล็กลูบหลังเพกัสเบา ๆ

“ฮี่ ๆ”

เพกัสร้องตอบ

“เจ็บสินะ มานี่สิ เดี๋ยวผมรักษาให้”

แม้ไม่เข้าใจภาษาม้า แต่ลินจิก็ทึกทักไปเองว่าเพกัสคงจะเจ็บ ดังนั้นจึงใช้ทักษะ ‘ฟื้นฟู’ รักษาให้

[‘ฟื้นฟู’ เริ่มทำงาน]

แสงระยิบระยับโปรยปรายทั่วร่างของเพกัสราวกับหมู่ดาว ครู่หนึ่งก็ค่อย ๆ วูบดับลงไป

“เอาล่ะ…”

มือหนึ่งตีหลังเพกัสดังปุ ๆ พอเหลียวมองตรงปากถ้ำ ลินจิก็กะพริบตาปริบ ๆ

“อ๊า… ปากถ้ำปิดไปแล้ว”

ว่าแล้วเขาก็สะดุ้งถอยหนึ่งก้าวแล้วยกมือทาบอก

เมื่อหันมองหน้าเพกัส ลินจิก็ไม่ได้คำตอบ จึงนั่งลงใช้ความคิดอยู่ข้าง ๆ ม้าอสูร

ภายในถ้ำห้อมล้อมด้วยหิน ความหนาวยะเยือกเข้ามาจู่โจมตั้งแต่เมื่อครู่ไม่หยุดหย่อน

แม้เพกัสจะมีเปลวเพลิง แต่ก็ไม่ได้ช่วยส่งความร้อนมาแต่อย่างใด ลินจิจึงนั่งกอดอกตัวสั่น

…มีปีศาจอยู่แถวนี้ ถ้าทำได้ก็ไม่อยากเข้าใกล้มากกว่านี้แล้ว

ขณะที่นั่งอยู่นั้นลินจิก็สังเกตเห็นบางสิ่ง ซึ่งคล้ายมนุษย์กำลังนอนอยู่ไกลออกไปในระยะสายตา

เห็นเช่นนั้นเขาจึงลุกขึ้นมา ก่อนจะก้าวขาไปด้านหน้าสองสามก้าวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

[‘หยั่งรู้’ เริ่มทำงาน]

[การใช้ทักษะผิดพลาด]

“เอ๊ะ!”

ตอนนั้นลินจิก็คิดว่าคงเป็นเพราะอยู่ห่างเกินไป จึงเดินไปข้างหน้าอีกหน่อย

“ใครน่ะ…”

ไม่มีเสียงตอบกลับ ลินจิจึงรู้ลึกกลัวขึ้นมา ตนเกรงว่าจะเป็นศพคนตายจึงหันมาทางเพกัส

“เพกัส มาด้วยกันหน่อยได้มั้ย เดี๋ยวผมเปิดใช้เขตอาคมป้องกันให้”

เขตอาคมสีทองพลันปรากฏล้อมตัวทั้งสองไว้ ลินจิค่อย ๆ ก้าวขาเข้าไปพลางใช้อีกมือสัมผัสหลังของเพกัส อย่างน้อยเขาก็รู้สึกว่ายังมีใครอีกคนอยู่ข้าง ๆ

อากาศภายในถ้ำเย็นชื้นอึมครึม แม้พื้นไม่เปียกแต่ก็รู้สึกลื่นเท้า ลินจิจึงค่อย ๆ ก้าวไปอย่างระมัดระวัง

“…ยังมีชีวิตอยู่มั้ย”

เขาถามพลางก้าวขาไปเรื่อย ๆ

ทันใดนั้นก็ได้กลิ่นอายน่าสะอิดสะเอียนลอยโชยมา

…นี่มัน

…กลิ่นเดียวกับอุรามิ

รู้สึกเช่นนั้นลินจิจึงรีบกระโจนขึ้นไปบนหลังของเพกัสอย่างเก้ ๆ กัง พอทรงตัวได้เขาก็ย่นคิ้วมองข้างหน้า

แม้ร่างปริศนาจะอยู่ห่างออกไป แต่ก็ยังอยู่ในระยะสายตา ลินจิไม่แน่ใจว่านั่นเป็นคนหรือปีศาจกันแน่

แสงสว่างจากไฟของเพกัสก็ส่องไปไม่ถึงตรงจุดนั้น ตนจึงไม่สามารถฟันธงได้

“แอ่ก ๆ”

เสียงผู้ชายที่นอนอยู่ดังจากไกล ๆ

ลินจิหน้าซีดเผือดทันที

“ชะ…ช่วยข้าด้วย”

[‘หยั่งรู้’ เริ่มทำงาน]

[การใช้ทักษะล้มเหลว]

“อ๊ะ!”

ขณะที่สงสัยว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงใช้ทักษะหยั่งรู้ไม่ได้ ชายคนนั้นก็ร้องเสียงแหบแห้งอีกว่า…

“ชะ…ช่วยด้วย”

เพกัสหยุดสี่เท้าอยู่แค่นั้น ไม่ยอมก้าวเข้าไป

ลินจิบังคับม้าไม่เป็นจึงกระโดดลงมาจากหลังของม้าอสูร แล้วหันไปพยักหน้าให้เพกัสหนึ่งครั้ง บอกว่า…

“ไปเป็นเพื่อนหน่อยนะ…”

จังหวะนั้น เพกัสก็สัมผัสได้ถึงภัยอันตรายจากด้านหลังดีดตัวลอยขึ้น แล้วพ่นเพลิงอสูรแผดเผาศัตรูตรงหน้าทันที

“อ๊ะ!”

ทว่า… เมื่อลินจิเหลียวไปมองอย่างตกใจ เขาก็ไม่พบอะไรอยู่ตรงหน้า

เมื่อรู้สึกหวาดผวา ขนทั่วกายก็พลันลุกชัน มือเท้าเย็นลง แขนขาสั่นระริก

จู่ ๆ ร่างของทั้งสองก็กระเด็นไปคนละฟากกระแทกกับผนังถ้ำในพริบตา

ขณะทรุดร่วงลงกับพื้น ลินจิก็งุนงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ส่วนเพกัสก็ร้องฮี่ ๆ รีบลุกขึ้นมา

ตอนนั้นก็พบว่าชายปริศนาที่นอนขอความช่วยเหลืออยู่เมื่อครู่ได้หายตัวไปแล้ว

ลินจินิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดปนสงสัย

เมื่อกลอกตาไปด้านข้างจึงเห็นว่ามีใครคนหนึ่งยืนอยู่

เพกัสปะทุเพลิงขึ้นมา ไฟที่ห่อหุ้มเกือกทั้งสีข้างลุกโชติช่วงอย่างฉับพลัน

สำหรับเพกัสแล้ว ตนแค่ทำตามคำสั่งของ ‘เทพบุตรคิกิ’ ซึ่งปลดผนึกให้เท่านั้น โดยเทพบุตรคิกิได้ทำตามคำเรียกร้องของอุรามิที่ว่า ‘ให้นำร่างของเทพเจ้าผู้สร้างโลก เพกัส และชุนกลับมาหาเขา จากนั้นอุรามิจึงจะคืนดวงจิตเทพให้’

ลินจิเงยหน้าสูงเพื่อมองหน้า ก่อนจะเบิกตากว้างทันที ปากสั่นลั่นเสียงตะกุกตะกักว่า…

“อุ…อุรามิ!”

“ไง …หึหึ”

อุรามิยกมุมปากให้อย่างวิปริต พลางยื่นมือไปคล้ายจะเข้าลูบหัวของลินจิ

ทว่าตอนนั้นเพกัสก็พ่นเพลิงอสูรใส่ร่างของอุรามิทันที

แต่เขตอาคมสีดำของอุรามิก็ปัดเป่าเพลิงอสูรกระจายออกไปด้านข้าง

ลินจิซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ลืมว่าตนมีเขตอาคมเทพเจ้าคุ้มกัน จึงรีบกระโจนหนีเพราะกลัวลูกหลง

“อ้า!”

“ฮะฮะฮ่า เพกัสเอ๋ย ใจเย็น ๆ”

อุรามิเปิดปากหัวเราะ แม้จะเป็นปีศาจแต่ฟันก็ขาวเรียงตัวสวยยิ่งนัก

ทันใดนั้นความหนาวเย็นยะเยือกก็พลันหายไป ลินจิสัมผัสถึงความร้อนระอุราวกับใกล้กองเพลิง เมื่อมองไปยังเพกัส ดวงตาสีแดงเพลิงของม้าอสูรก็จับจ้องไปยังอุรามิอย่างดุร้าย

…เพกัสเองก็เห็นอุรามิเป็นศัตรูเหมือนกันเหรอ

เปลวเพลิงบนเกือกทั้งสี่ข้างของปีศาจม้าพลันโหมกระหน่ำขึ้นมา ขนไฟด้านหลังลุกโชติช่วงแผ่ไอร้อนไปทั่วบริเวณ

ดวงตาของลินจิสะท้อนแสงสีส้มสั่นไหว

“เพกัส…”

ลินจิพึมพำก่อนพยายามเกร็งร่างลุกขึ้น

ตอนนั้นเองแสงสีแดงชาดส่องสว่างอยู่ภายในปากของเพกัสที่อ้าค้างไว้

“ไหนขอดูพลังหน่อยสิเพกัส”

อุรามิเอ่ยอย่างสบายใจราวกับไม่เกรงกลัวต่ออันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น

ทันใดนั้นลำแสงสีแดงเพลิงก็พุ่งออกมาจากปากเพกัสเป็นสาย ลินจิรีบวิ่งหนีตามสัญชาตญาณ

เสียงระเบิดพลันดังก้องสนั่นหวั่นไหว เศษหินภายในถ้ำร่วงหล่นลงมา ควันโขมงพร้อมเพลิงร้อนแผ่กระจายอยู่ในระยะสายตา ร่างของอุรามิแหลกเละกระจายในทันที

เมื่อควันจางลงเศษเนื้อที่ตกอยู่ทั่วพื้นก็ขยับเขยื้อนได้ราวกับตัวทาก

“อ้า!”

ลินจิร้องตกใจ

เศษเนื้อบนพื้นพุ่งเกาะเข้าทั่วร่างของเพกัส ก่อนจะรวมตัวกันราวกับโคลนที่กำลังจะดูดม้าให้จมลงไป

เพกัสร้องฮี่ ๆ ดิ้นรนอย่างยากลำบาก ลินจิเห็นเช่นนั้นจึงคุกเข่าเพื่อยันตัวขึ้น

“อ๊ะ! เพกัส”

“ข้าเป็นคนสั่งให้เทพคิกิปลดผนึกเพกัส แล้วสั่งให้มันพาเจ้ามาเอง และผู้ที่ปลดผนึกเพกัสคนแรกก็จะได้เป็นนายของมัน ตอนนี้เจ้าชุนคงจะรับศึกหนักอยู่ ฮะฮะฮ่า ในที่สุดข้าก็จะได้ดูดกลืนร่างของพวกเจ้าเข้าไป รอคอยมานานแสนนาน”

อุรามิเอ่ยดังก้องทั่วถ้ำอย่างไร้ต้นตอ

เสียงร้องของเพกัสดังขึ้นไปอีก มันพยายามดิ้นอย่างสุดกำลัง เพื่อออกจากกลุ่มก้อนเนื้อเหลวที่พยายามดูดกลืนมันเข้าไป

“อย่าแตะต้องเพกัสนะ ไอ้ปีศาจน่าขยะแขยง!”

ลินจิตะคอก ทว่าวินาทีนั้นอุรามิก็ปรากฏกายอยู่ต่อหน้าของลินจิราวกับวิญญาณที่สามารถหายตัวได้

“เฮ้อ หนวกหูเหลือเกิน น่าขยะแขยงงั้นเหรอ”

มือมารนับสิบโผล่ออกมาจากโพรงมืดที่อุรามิเปิดไว้กลางท้อง จากนั้นก็ค่อย ๆ ยื่นเข้าไปในเขตอาคมของลินจิ ราวกับบางสิ่งที่เจาะเข้าไปในฟองสบู่

“อ๊ะ! อย่าเข้ามานะ”

ลินจิรีบแบมือเหยียดแขนออกไป ใช้ทักษะ ‘God Light’ ในทันที

มือมารแหลกเป็นชิ้นตกสู่พื้นเมื่อปะทะกับแสงศักดิ์สิทธิ์ ไอพิษก็แผ่กระจายออกมาจากชิ้นเนื้อโดยพลัน

ทว่าแสงศักดิ์สิทธิ์ของลินจิก็ชำระล้างไอพิษเหล่านั้นจนหมดไป ส่วนร่างของเพกัสตอนนี้ก็ถูกชิ้นเนื้อห่อล้อมไว้เป็นก้อนกลม ซึ่งส่องแสงจากด้านในคล้ายกับโคมไฟสีแดง

“อะ…”

เงาดำปรากฏขึ้นด้านข้าง ขณะที่ลินจิขมวดคิ้วจ้องหน้าขาวเรียวของอุรามิอย่างไม่พอใจ

ทันทีที่หันมองไป เล็บแหลมคมของมือมารซึ่งก็กระชากเสื้อผ้าทันที

“อ๊า!”

ลินจิเบี่ยงตัวหลบ หลังพิงผนังถ้ำ เหงื่อเย็นเฉียบไหลพราก เมื่อครู่แขนมารกระชากเสื้อที่เขาได้มาจากสำนักเอ็นพีจนขาดถึงหัวไหล่

จู่ ๆ ฝ่ามือขาวซีดก็โผล่ออกมาจากผนังถ้ำมากมาย ก่อนจะทะลวงเข้าเขตอาคมเทพเจ้าแล้วรวบตัวของลินจิจากด้านหลังราวกับเชือกที่รัดไว้

“หึ”

อุรามายกยิ้มแล้วเดินเข้ามา

“เมื่อกี้ว่าไงนะ ขยะแขยงงั้นเหรอ”

มือขาวข้าวหนึ่งรวบแก้มลินจิแล้วยกขึ้น

ดวงตาสีฟ้าของอุรามิดูวิปริตยิ่งนัก เขาเลียปากราวกับเจออาหารเลิศรส

ลินจิมองกลับด้วยแววตาสั่นระริก เขาพยายามรวบรวมสติ พลางเหลือบไปมองก้อนเนื้อที่ห่อหุ้มเพกัสไว้

…เพกัส

มือมารชอนไชเข้าไปในเสื้อผ้า รูดไถหน้าท้อง อก ต้นแขน

ร่างของลินจิถูกรัดแน่นติดผนังถ้ำแข็ง ๆ ไว้จนรู้สึกปวด

ตอนนี้เขามีเพียงหนทางเดียวที่จะพาเพกัสหนีรอดไปพร้อมตนได้

แต่การกลายร่างเป็น ‘เทพจิ้งจอกสวรรค์’ มีระยะเวลาจำกัดเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น ต้องแน่ใจจริง ๆ ว่าการแปลงการครั้งนี้จะไม่สูญเปล่า หรือผิดพลาด

ในช่วงเวลาคับขันสุดชีวิตแบบนี้ จะตัดสินใจอย่างไรดีล่ะ

อุรามิฝ่าเขตอาคมของลินจิเข้ามา ใบหน้าเคลื่อนเข้าประชินจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจน่าสะอิดสะเอียน

“อ๊ะ! จะทำอะไรนะ”

ลินจิตะโกนพลางเบือนหน้าหนี

“เอาซี่ ร้องอีก ร้องดัง ๆ โวยวายเข้าไป หึหึหึ”

เรือนผมสีทองของอุรามิเฉียดโดนใบหน้าของลินจิ แม้จะอ่อนนุ่มแต่ก็น่าขยะแขยง

“ออกไปน้า…”

ลินจิหลับตะโกนลากเสียง พร้อมกับใช้ทักษะ ‘กลายร่าง Lv.2’ ในทันที

[‘กลายร่าง Lv.2’ เริ่มทำงาน]

แสงสว่างสาดออกมาเป็นสายจากทั่วร่างของลินจิ แขนมารซึ่งรัดจากด้านหลังพลันแหลกสลาย แม้ไอพิษจะกระจายแต่ก็โดนชำระล้างในทันที

เปลวเพลิงสีขาวสลัวลุกโชนท่วมร่าง เมื่อแสงสว่างบนร่างกายวูบดับลง เทพจิ้งจอกสวรรค์ก็ปรากฏกาย

จบบทที่ ตอนที่ 22 การต่อสู้ของทั้งสอง Part 1

คัดลอกลิงก์แล้ว