เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 การต่อสู้ของทั้งสอง Part 2

ตอนที่ 23 การต่อสู้ของทั้งสอง Part 2

ตอนที่ 23 การต่อสู้ของทั้งสอง Part 2


ตอนที่ 23 การต่อสู้ของทั้งสอง Part 2

 

 

“อุรามิ”

เสียงทุ้มของลินจิในร่างเทพจิ้งจอกสวรรค์เอ่ยเรียก

แม้อุรามิจะเคยพบร่างจำแลงนี้มาก่อน แต่เขาก็ถอยผงะอย่างตกใจ เปลือกตาสั่นกระตุก

“หึ… เอาสิ ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว ฮะฮะฮ่า”

ดวงตาของอุรามิเบิกโพลง เผยให้เห็นตาขาวอย่างชัดเจน กระนั้นมุมปากก็ยังยกยิ้ม

“เอาเลย ลองดูนี่!”

แสงสีเขียวส่องสว่างขึ้นกลางอกของอุรามิ นั่นคือดวงจิตของ ‘เทพบุตรคิกิ’ ที่ถูกกลืนเข้า

แขนมารนับร้อยโผล่มาจากโพรงปีศาจที่เปิดอยู่กลางหลัง พายุสีมรกตค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นวนล้อมแขนมาร จากนั้นก็เกิดเป็นพายุขนาดย่อมหลายสายพุ่งตรงเข้ามาหาลินจิทันที

อุรามิได้พลังนี้มาจากการช่วงชิงดวงจิตของเทพบุตรคิกิแล้วดูดกลืนเข้าไป เขาสามารถดูดกลืนทุกสิ่งแล้วนำพลังจากสิ่งเหล่านั้นมาเป็นของตน

นัยน์ตาสีน้ำตาลของเทพจิ้งจอกสวรรค์พลันวาวโรจน์

“เตรียม!”

เสียงทุ้มตะโกนลั่นก่อนตั้งท่าบริกรรมบทคาถาที่ไม่รู้จักมาก่อน แต่ด้วยอานุภาพของทักษะ ‘กลายร่าง Lv.2’ จึงทำให้สิ่งที่ควรรู้แล่นเข้ามาในหัวอย่างไร้สงสัย

“ไม่มีทาง!”

อุรามิแผดเสียง พายุมรกตพร้อมเหล่าแขนมารนับร้อยพุ่งทะยานอยู่เบื้องหน้า

“ห้าม!”

กำแพงแสงสีขาวขวางมวลพายุและเหล่าแขนมารจนแตกกระจายกลายเป็นผง ทว่ามันกลับมารวมตัวกันใหม่แล้วพุ่งลงทะลุพื้นถ้ำก่อนจะโผล่เข้าหาลินจิจากด้านหลัง

เพลิงจิ้งจอกเทพสีขาวสลัวลุกโชนท่วมร่างโดยพลัน เมื่อปะทะกับพายุมรกตและเหล่าแขนมารก็เกิดแรงระเบิดเสียงดัง

ตอนนั้นร่างของเทพจิ้งจอกสวรรค์ก็ยังยืนหยัดไม่สะทกสะท้าน

[ทักษะกลายร่างจะยกเลิกภายใน 20 วินาที]

ต้องเร่งมือ ก่อนที่จะกลับสู่ร่างเดิม

มวลพายุมรกตก็รวมตัวกันห้อมล้อมร่างของอุรามิเป็นทรงกลม ไอพิษระเหยจากแขนมารเข้าปะปน กระทั่งสีของพายุดูผิดเพี้ยนไป จากนั้นมวลพายุทรงกลมก็ขยายขนาดขึ้น

ภายในถ้ำสั่นสะเทือน เศษหินปลิวกระทบผนังถ้ำดังกึกกัก ก้อนเนื้อที่ห่อหุ้มเพกัสระเบิดออกมาเป็นเพลิงจากด้านใน

“หือ… เปล่าประโยชน์”

อุรามิชำเลืองตาไปด้านหลัง ขณะนั้นลินจิก็แผดเสียง

“คลื่นจิ้งจอกสวรรค์ปราบมาร!”

เพลิงสีขาวพวยพุ่งจากร่างของลินจิรุนแรง

พายุไอพิษของอุรามิกระจายออกมาจากมวลพายุทรงกลมขนาดใหญ่ กระจัดกระจายทั่วทิศออกมาเป็นพายุสีเขียวหม่นหลายสาย

ตอนนั้นเพกัสก็ลอยขึ้นมาพร้อมอ้าปากรวบรวมเพลิงอสูร

นิ้วมือของลินจิในร่างเทพจิ้งจอกสวรรค์ขยับพลิ้วไหวอย่างงดงาม

[‘กลายร่าง Lv.2’ จะยกเลิกภายใน 10 วินาที 9…8…]

ชีพจรกระตุกเฮือกลึกภายใน ลินจิต้องกำจัดอุรามิให้ได้ภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

ลินจิเงื้อมือที่ชูสามนิ้วออกจากอกขึ้นเหนือหัวแล้วฟาดลงมาทันที

“จงสลายไป!”

เพลิงขาวลุกโชติช่วงบดบังการมองเห็นของทุกสิ่ง เสียงม้าร้องดังมาจากอีกฟาก

เงาแสงรูปจิ้งจอกขนาดมหึมาพุ่งลงจากฟากฟ้าทะลุผนังถ้ำ

จังหวะนั้นเพกัสพ่นลำแสงเพลิงอสูรจู่โจม

“หน็อย! พวกแก!”

เพลิงอสูรของเพกัสและเงาแสงมหึมารูปจิ้งจอกพุ่งปะทะก้อนพายุพิษขนาดใหญ่ทันที

ทว่าพายุไอพิษที่ล้อมกายอุรามิก็ต้านการจู่โจมของทั้งสองเอาไว้

เพลิงอสูรลามไปทั่วก้อนพายุ เงาจิ้งจอกขนาดใหญ่ใช้เท้าทั้งสองพยายามทะลวงเข้าไปด้านด้านใน

“ฮะฮะฮ่า เปล่าประโยชน์ ดวงจิตของเทพบุตรคิกิอยู่กับข้า เมื่อรวมกับความชั่วร้าย มันช่างทรงอานุภาพยิ่งนัก พวกเจ้าไม่มีทางชนะหรอก!”

อุรามิยกมุมปากข้างหนึ่ง

แรงปะทะจากมวลพลังของทั้งสามกวาดผนังถ้ำแตกกระจุยกระจาย

“จะอะไรก็ช่าง แกมันชั่วร้ายเกินไปแล้ว!”

เสียงทุ้มของลินจิตะโกน เขาไม่มีเวลาแล้ว

[‘กลายร่าง Lv.2’ จะยกเลิกภายใน 5 วินาที 4…3…2…1…0]

เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แสงสว่างจากด้านนอกสาดเข้ามาในโพรงถ้ำ

ชีพจรของลินจิก็กระตุกอย่างแรง ร่างกายเปล่งแสงสว่างวาบขึ้นมา

เมื่อเพลิงจิ้งจอกสีขาวซึ่งลุกโหมกระหน่ำพลันวูบดับลง ร่างของลินจิก็กลับมาดังเดิม

“หน็อย…”

ลินจิล้มทรุดลงนั่งอย่างอ่อนล้า

เหล่ามือมารนับร้อยแหวกออกมาจากมวลพายุทันที ก่อนจะเข้าพันร่างของลินจิและเพกัสไว้

พายุไอพิษของอุรามิพลันสลายตัว และค่อย ๆ สงบลงไป

“หึหึ ข้าไม่ทำร่างเจ้าเละหรอก จงมาเป็นส่วนหนึ่งของข้า”

อุรามิยกยิ้มเบิกตากว้างอย่างน่าหวาดกลัว

พอเพกัสปล่อยเพลิงลุกท่วมตัว แขนมารที่รัดร่างของม้าอสูรก็สร้างพายุหมุนสลายเพลิงของเพกัสทันที

เพกัสร้องอย่างเจ็บปวด

“ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว เทพเจ้าเอ๋ย เพกัสเอ๋ย”

แขนมารรัดร่างของทั้งสองแน่นพร้อมดึงเข้าไป

โพรงปีศาจปรากฏขึ้นบนกายของอุรามิอีกครั้ง เขาเตรียมตัวดูดกลืนเทพเจ้าผู้สร้างโลกและม้าอสูรในตำนาน

 

 

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะรับมือได้

เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาที่ชุนรู้สึกหวาดกลัวจากขั้วหัวใจ

ขณะที่สายลมสีเขียวบดบังสายตา จิตเทพสีมรกตก็แผ่กระจายไปทั่วดั่งคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ ใบไม้คมกริบกำลังร่ายรำท่ามกลางสายลมหมุนพลิ้ว พายุซึ่งปรากฏขึ้นม้วนตัวดั่งวังวนที่ไม่สามารถหนีออกไปได้

เทพเบื้องหน้าแข็งแกร่งกว่าศัตรูที่ผ่านมาอย่างเทียบไม่ติด

ความน่าสะพรึงนี้ทำให้ทุกสิ่งในหัวของชุนกระเจิงหายไปหมด ความว่างเปล่าขาวโพลนพลันเข้ายึดครองพื้นที่ในสมอง

พายุมรกตนี้เหี้ยมโหดรุนแรงเกินไป ดูราวกับมันจะกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างจนไม่เหลือซาก

วินาทีนั้นคำพูดของโมโมะก็หวนดังขึ้นในจิตใจอันว่างเปล่าของชุน

—มนุษย์เราจะทำร้ายบางสิ่งเมื่อหวาดกลัว

แสงหนึ่งผุดขึ้นในดวงตาซึ่งใกล้จะปิดลง

…ทำไมเทพตนนี้ถึงต้องทำร้ายเรา คำถามเกิดขึ้นในใจ

แม้จะหวาดกลัว แต่หัวใจของชุนก็ร่ำร้องปฏิเสธ

สัญชาตญาณหวาดกลัวก็จริงทว่าลึกลงไปกว่านั้น…

“ข้าไม่ทำร่างเจ้าเละหรอก เพราะข้าต้องนำร่างของเจ้าไปแลกกับดวงจิตที่ถูกชิงไป เจ้าอุรามิมันร้ายยิ่งนัก แต่ถ้าข้าได้ดวงจิตคืนมา ข้าก็จะกำจัดมันทิ้งซะ ฮะฮะฮ่า”

…เพราะกลัวว่าจิตของตนจะถูกทำลาย

พายุหมุนยังคงม้วนตัวเริงระบำอยู่รอบกาย

แต่ชุนรู้สึกได้ว่าร่างกายที่เกร็งเริ่มผ่อนคลายลง

มนุษย์จะมองเห็นสิ่งที่ตัวเองอยากมอง และค้นหาสิ่งนั้นภายในตัวเอง

หากคิดว่าน่ากลัวก็จะหวาดกลัวจากก้นบึ้งจากหัวใจ

ทว่าความกลัวนี้มันคืออะไร มันน่ากลัวเช่นนั้นจริงหรือ

สุดท้ายคนเราก็ต้องตาย กลัวก็ตาย ไม่กลัวก็ตายอยู่ดี หากหลีกหนีสัจธรรมข้อนี้ ก็เท่ากับว่าหลีกหนีความจริง

ชุนบังคับแขนที่ยังคงสั่นสะท้านและแข็งเกร็งยกขึ้นจับมือของเทพบุตรคิกิที่บีบคอตนไว้

“หือ… ยังมีแรงอีกเหรอ หึ”

เทพบุตรคิกิออกแรงบีบเพิ่มขึ้น กระแสพลังสีเขียวมรกตม้วนตัวขยายเป็นวงกว้างขึ้น

มือทั้งสองของชุนพลันอ่อนกำลัง ตกลงแนบกายอย่างไร้การต่อต้าน

เขาขยับตัวไม่ไหวอีกต่อไป

...ไม่ไหวแล้ว สงสัยจะได้ตายคราวนี้จริง ๆ

ขณะคิดถอดใจ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในสมองของชุน

พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ ชีวิตเป็นสิ่งมีค่านะครับ

แม้จะบาดเจ็บโทรมไปทั้งตัว ชุนก็ยังยิ้มอ่อน ๆ พึมพำว่า…

“…เจ้าหนู”

“สงสัยจะเสียสติไปแล้ว หึ”

เทพบุตรคิกิขมวดคิ้วพร้อมง้างแขนอีกข้างหนึ่งขึ้นมา ปลายนิ้วงอเกร็ง จากนั้นก็ปรากฏลมหมุนเรืองแสงสีเขียวบนฝ่ามือ

เมื่อลมหนาวบาดเฉือนปะทะแก้ม เรือนผมสีดำก็โบกสะบัด

ทว่าตอนนั้น… ชุนก็ยกแขนขวาที่ห้อยตกขึ้นมาอย่างอ่อนแรง

“ทสึจิ…”

เทพบุตรคิกิมองอย่างสงสัย ชุนยังคงพึมพำเหมือนคนพูดคนเดียว

“มิซึ…”

“ฮะฮะฮ่า เปล่าประโยชน์ จะร้องขอภาวนาก่อนตายเหรอไง”

สายลมหมุนเพิ่มความรุนแรงเป็นทวีคูณ

“ฮิ…”

“คามินาริ…”

สิ้นเสียงพึมพำ เทพบุตรคิกิก็เบิกตากว้างประหนึ่งตกใจ

เปลือกตาของชุนสั่นสะท้าน

ปรากฏดาวห้าแฉกขนาดมหึมาส่องประกายปกคลุมผืนฟ้าในทันที เสียงสัตว์คำรามดังก้องจากเบื้องบนจนแก้วหูสะเทือน

กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นเสียงของมังกรธาตุเทพบุตรคิกิก็ช้าไปแล้วหนึ่งจังหวะ

กระแสพลังวูบไหวรุนแรง แสงสลัวคล้ายมังกรสี่ตัวโผล่ออกมาจากวงเวท ทว่าแสงก็สว่างเจิดจ้าขึ้นจนมองไม่เห็นรายละเอียด เห็นเป็นเพียงแสงสีต่าง ๆ เท่านั้น

สีน้ำตาล คือ ปราณมังกรดิน

สีฟ้า คือ ปราณมังกรน้ำ

สีแดง คือ ปราณของมังกรไฟ

และสีทอง คือ ปราณของมังกรสายฟ้า

มังกรทั้งสี่กำลังวนเวียนอยู่ใต้วงเวทมหึมา

“หน็อย!”

เทพบุตรคิกิสบถพลางแหงนมองแสงที่วูบไหวปกคลุมน่านฟ้าอย่างตกตะลึง

จังหวะนั้นชุนก็ใช้แขนปัดมือของเทพบุตรคิกิแล้วดิ่งตัวลงมา ก่อนจะคว้าดาบบนพื้นโดยพลัน

มือหนึ่งยกปลายดาบชี้ขึ้นฟ้า อีกมือหนึ่งชูสี่นิ้วตั้งกลางอก

สองตาของชุนปิดลงพร้อมบริกรรมบทคาถาลำดับต่อไป ผ้าคลุมสีดำเบื้องหลังปลิวไสว ตัวดาวเปล่งแสงทั้งสี่สี

สีน้ำตาล ฟ้า แดง ทอง สลับกัน

ทั้งหมดนี้คือเฮือกพลังสุดท้ายเท่าที่ชุนมี

“หนักแน่นดั่งพสุธา สงบนิ่งดั่งวารี ปัญญาส่องสว่างดั่งอัคคี ความดีลั่นคำรามดั่งสายฟ้าคลั่ง…”

เทพบุตรคิกิทะยานร่างลงมาโดยพลัน จิตสังหารสีเขียวลุกโชติช่วงพัลวัน พายุหมุนมรกตโหมกระหน่ำพัดเศษดินปลิวกระจาย

“ใครจะไปยอมกัน!”

จังหวะที่เทพบุตรคิกิพุ่งเข้ามาพร้อมพายุหมุนที่ปกคลุมร่างนั้น ชุนก็เปล่งบทสุดท้ายของคาถาพร้อมลืมตา

“คลื่นมังกรสี่ธาตุ คำราม!”

เสียงมังกรคลั่งสะท้านไปทั่วหล้า มังกรสี่ธาตุซึ่งลอยวนเวียนปกคลุมน่านฟ้าพุ่งดิ่งพสุธาเป็นแนวตรง

ขณะที่พายุมรกตโหมกระหน่ำเข้ามาเบื้องหน้า มังกรทั้งสี่ก็รวมตัวกันหมุนเป็นเกรียวพุ่งปะทะร่างของเทพบุตรคิกิจากด้านบน

“แก… อ๊าก..”

เสียงกรีดร้องถูกเสียงมังกรคำรามกลบ ร่างสูงกำยำของเทพบุตรถูกแสงรูปมังกรยักษ์กลืนกินจนแหลกสลาย

สิ้นสุดการทำลายเหล่ามังกรก็พุ่งหายเข้าไปในจุดแสงเล็กๆ ซึ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้า ราวกับโดนโพรงมิติที่เปล่งแสงสว่างออกมาดูดเข้าไป

“จงไปสู่สุคติ…”

เสียงเขาแผ่วเบาเหลือเกิน

สติเริ่มหลุดลอย

ร่างของชุนเอียงวูบ กระแทกผืนดินพร้อมกับดาบ วงเวทบนน่านฟ้าพลอยหายเลือนไป

จู่ ๆ ดาบกระดูกเทพพลันเปล่งแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นมา

คาถาที่ชุนร่ายออกมาเมื่อครู่ คือ ‘คลื่นมังกรธาตุคำราม’ ซึ่งเป็นพลังเวทที่ใช้เรียกปราณมังกรจากต่างมิติ มีพลังในการทำลายล้างไปถึงจิตวิญญาณของศัตรู แม้ว่าร่างนั้นจะไม่ได้อยู่กับดวงจิตก็ตาม

สิบปีที่แล้ว ในวันสอบวิชา ‘คลื่นมังกรธาตุคำราม’ โมโมะผู้เป็นอาจารย์พึมพำออกมาว่า

...น่าแปลกจริง ๆ ตัวเล็กแค่นี้แต่สามารถใช้ได้ได้ถึงสี่ธาตุ

เมื่อมองอย่างสงสัย ผู้เป็นอาจารย์ก็พูดต่อช้า ๆ

อีกหน่อยอาจจะใช้ได้เยอะกว่านี้

แต่… ไม่หรอกมั้ง แบบนั้นก็เกินมนุษย์แล้วล่ะ

จากนั้นชุนก็เชื่อมาเสมอว่า…

ตนสามารถใช้พลังเวทได้เท่านั้นจริง ๆ

 

ลินจิถึงขีดจำกัดแล้ว

เขาใช้พลังจนหมด แม้แต่เขตอาคมก็ไม่สามารถสร้างได้

อึดอัดเหลือเกิน ร่างถูกรัดจนกระดูกแทบแตก

ความเจ็บปวดเกินบรรยายอาละวาดบ้าคลั่งราวกับหัวเราะเยาะเย้ย ตัวของเขาแข็งทื่อจนแทบไม่ขยับ ในสภาพนี้ลินจิคงจะหมดหนทางสู้แล้วจริง ๆ

ขณะสติเริ่มหลุดลอย เปลือกตาก็ค่อย ๆ ปิดลง จู่ ๆ แสงสีเขียวกลางอกของอุรามิซึ่งเป็น ‘ดวงจิตของเทพบุตรคิกิ’ ก็พลันส่องสว่างขึ้นมา

ภายในแสงสีเขียวมีจุดแสงเล็ก ๆ อีกหลากสีส่องสว่างทับซ้อนกัน

“อะ…อะไร”

อุรามิหยุดชะงักไปชั่วครู่ เบือนสายตาจากลินจิและเพกัสที่ถูกรัดด้วยแขนมาร แล้วก้มมองแสงสว่างที่พลันสว่างขึ้นมาอย่างสงสัย

ลินจิลืมตาช้า ๆ

จุดแสงหลากสีที่ส่องสว่างขึ้นมาจากกลางอกของอุรามิ สะท้อนในดวงตาของลินจิวับวาบ

เสียงของบางสิ่งคล้ายกับเสียงคำรามดังออกมาจากดวงจิตสีเขียว กระแสพลังวูบไหวรุนแรง

พริบตานั้นแสงลักษณะคล้ายมังกรขนาดใหญ่ก็พุ่งออกจากดวงจิตของเทพบุตรคิกิที่อุรามิกลืนเข้าไป

“ทะ… ทำไม…กัน!”

ปราณมังกรทั้งสี่ของชุนพวยพุ่งทะยานสู่ผืนฟ้าออกมาจากอกอุรามิ กระแสพลังมังกรธาตุทั้งสี่แผ่เป็นวงกว้าง

พื้นและผนังถ้ำทรุดพังทลาย

อุรามิพลันเบิกตา ดวงตานั้นมองไปยังเหล่ามังกรที่พุ่งมาจากอกของตน

กระแสพลังของเหล่ามังกรปัดเป่าแขนมารที่รัดร่างเพกัสและลินจิจนแหลกสลาย

ร่างของทั้งสองดิ่งลงพสุธาทันที

เพกัสก็รีบหมุนตัวกลางอากาศด้วยเรี่ยวแรงที่มี ก่อนจะตั้งหลักพุ่งเข้ารับร่างของลินจิที่กำลังลงมาอย่างทันกาล

ร่างของเทพเจ้าผู้สร้างโลกถูกช่วยไว้ ลินจินอนคร่อมซบหลังของเพกัสลืมตาปรือ

“พะ…เพกัส”

ลินจิพึมพำ

ขณะที่ร่างของอุรามิก็ถูกกลืนด้วยกระแสพลังรูปมังกร เพกัสก็มองไปยังแสงสว่างเหล่านั้นแล้วส่งเสียง

“อะ…อะไรเหรอ”

ลินจิพยายามพยุงตัวนั่งบนหลังม้า เมื่อเงยหน้าก็ปรากฏแสงรูปมังกรสว่างไสวทอประกายในแววตา

ปราณมังกรสี่ธาตุของชุนกำลังเริงระบำทะยานสู่ฟ้า บิดตัวเป็นระลอกพร้อมเกี่ยวประสานเป็นหนึ่งเดียว

เสียงมังกรคำรามดังกึกก้องอีกครั้ง วินาทีนั้นร่างของอุรามิก็แหลกสลายกลายเป็นจุณ

ก่อนที่ภาพและเสียงเบื้องหน้าจะกลับสู่ความสงบ ดวงแสงสีเขียวซึ่งเป็น ‘ดวงจิตของเทพบุตรคิกิ’ ก็แตกเป็นละอองเล็กละอองน้อยส่องแสงระยิบระยับกลางอากาศ

เมื่อสายลมพัดผ่าน ละอองแสงเหล่านั้นก็ปลิวไปกับสายลม

“…”

ลินจิมองอึ้งกิมกี่ ก่อนจะสะดุ้งพร้อมกับสติที่กลับมา

“อ๊ะ! ตายแล้ว คุณชุนจะเป็นยังไงบ้างนะ”

เพกัสดีดขาหน้ายกขึ้นกลางอากาศแล้วร้อง ส่วนลินจิก็รีบโน้นตัวลงกอดคอทันที

“นี่ ๆ จะกลับไปที่เดิมใช่มั้ย”

เสียงน่ารักถามอย่างสงสัย เมื่อดูทางทิศทางที่เพกัสมุ่งหน้าไป ลินจิก็พอจะเดาได้ว่าคงเป็นเส้นทางกลับสู่ ‘สุสานเปี๊ยกโกะ’

จบบทที่ ตอนที่ 23 การต่อสู้ของทั้งสอง Part 2

คัดลอกลิงก์แล้ว