เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 เทพบุตรคิกิ และ เพกัส

ตอนที่ 21 เทพบุตรคิกิ และ เพกัส

ตอนที่ 21 เทพบุตรคิกิ และ เพกัส


 

ตอนที่ 21 เทพบุตรคิกิ และ เพกัส

 

“อย่าเพิ่ง!”

ชุนหยุดชะงักกางแขนกั้นอยู่เบื้องหน้า ลินจิซึ่งกำลังเดินตามมาจึงต้องหยุดชะงักจนเกือบชนบั้นท้ายเข้าให้ ก่อนจะเงยหน้าถามอย่างสงสัย

“อ๊ะ! อะไรเหรอครับ”

“ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีเลย”

ว่าแล้วชุนก็กลอกตามองไปมา ขยับปลายเท้ากางขาออกเล็กน้อยพร้อมย่อเข่าลง อีกมือก็จับด้ามดาบด้วยท่าทีเฝ้าระวัง ส่วนลินจิก็กำมือขวาทาบอกอย่างตกใจในท่าที

เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกงั้นเหรอ ลินจิคิดในใจ

เสี้ยววินาทีนั้นเบื้องหน้าก็มีบางอย่างกำลังพุ่งแหวกหมอกสีเทาเข้ามา ชุนซึ่งเตรียมตัวอยู่แล้วจึงดึง ‘ดาบกระดูกเทพ’ ฟาดฟันทันที

‘ดาบกระดูกเทพ’ คือดาบประจำตระกูล ‘มาซาโตะ’ ซึ่งตกทอดมาจากบรรพบุรุษมายาวนาน เจ้าของคนก่อนหน้านี้คือ ‘มาซาโตะ เคโงะ’ บิดาของ ’มาซาโตะ ชุน’ ซึ่งทิ้งดาบเล่มนี้เอาไว้ ก่อนจะหายสาบสูญไปอย่างปริศนาตั้งแต่ชุนยังอยู่ในท้องของมารดา

เมื่อคมดาบฟันฉับ แขนปีศาจขาซีดก็หล่นลงสู่พื้นเบื้องหน้าดังตุบ

ลินจิร้อง “ว๊าก” ตกใจก่อนปิดปากดังอุบ ส่วนชุนก็ชุนกระชับดาบแน่นแล้วทำมุมเฉียงชี้ลงพื้น แผดเสียงว่า…

“อุรามิ เจ้าใช่มั้ย!”

“หึหึหึ”

เสียงหัวเราะเยือกเย็นลอยมาจากบริเวณใกล้ ๆ อย่างไม่สามารถจับทิศทางของเสียงได้

ขณะที่ทั้งสองมองหาที่มาของเสียงอยู่นั้น แขนมารที่ถูกฟันขาดบนพื้นก็ปล่อยไอพิษสีเทาออกมาก่อนจะเพิ่มปริมาณจนเป็นสีดำ ชุนเห็นเช่นนั้นจึงรีบกระโดดถอยหลังยื่นมือคว้าคอเสื้อลินจิถอยออกห่างทันที

สิ่งที่ปล่อยออกมาจากแขนคือ ‘ไอพิษแห่งหุบเขารกกะ’ ซึ่งอุรามิได้ดูดกลืนเข้าไปในโพลงปีศาจของตน จนตอนนี้เขาสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างอิสรเสรี

“อ๊ะ…”

พอชุนปล่อยคอเสื้อ ลินจิก็ร้องเบา ๆ พลางกำมือทาบอกแล้วมองซ้ายมองขวา จู่ ๆ ร่างราง ๆ ก็ลอยโผล่ออกมาจากหมอกทึบด้านหลัง

“อ๊า…”

เมื่อปรากฏร่างปริศนาอย่างไร้ซึ่งที่มา ก็ปรากฏร่างผอมสูงสามศอกครึ่งสวมชุดคล้ายชุนทว่าเป็นสีดำ เรือนผมสีทองดูอ่อนนุ่ม นัยน์ตาสีฟ้าที่เคยใสกระจ่างถูกไอพิษบดบังจนหมองหม่น ใบหน้าขาวซีดราวกับไม่ใช่คน ปลายจมูกเรียวแหลมมีสันสูงเล็กน้อยแต่ก็เด่นเตะตา ปากชมพูยกยิ้มอย่างเยือกเย็นเป็นการทักทาย

“อุรามิ!”

ลินจิเปิดปากเบิกตากว้าง เมื่ออุรามิก้าวขาเข้ามาหาหนึ่งก้าว เขาก็ตะโกนว่า “หยุดนะ!” พร้อมแบบมือเหยียดสองแขนออกไป จากนั้นก็ใช้พลังแสงศักดิ์สิทธิ์ ‘God Light’

ละอองแสงระยิบระยับดูไม่มีพิษภัยลอยออกจากฝ่ามืออย่างเชื่องช้าราวกับหิ่งห้อยบิน

“หน็อย..”

ชุนขบกราม สบถออกมาพร้อมตวัดดาบ จังหวะนั้นตัวดาบของเขาก็เปล่งแสงสีแดง เวทเพลิงที่เกิดจากแรงฟันพุ่งแหวกอากาศราวเสี้ยวพระจันทร์ตัดร่างของอุรามิทันที

จากนั้นกายเนื้อของอุรามิก็ถูกแผดเผาหลอมละลายเละสู่พื้นราวของเหลว ส่วนละอองแสงศักดิ์สิทธิ์ของลินจิก็ลอยวนไปเวียนมาอย่างไร้ทิศทางก่อนจะวูบดับไป ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรในการจู่โจมครั้งนี้เลย

เสี้ยววินาทีนั้นเศษซากของอุรามิที่กองเละอยู่บนพื้นก็ระเหยออกมาเป็นไอพิษ ลินจิและชุนรู้สึกถึงอันตรายจึงรีบถอยออกห่าง

“คุณชู๊น!”

ลินจิเรียกพลางวิ่งเข้าไปหลบอยู่ด้านหลัง กำผ้าคลุมของชุนไว้แน่น

จู่ ๆ เสียงหัวเราะ “หึหึหึ” ของอุรามิดังก้องขึ้นมาอย่างจับทิศทางไม่ได้

“ออกมานะอุรามิ!”

ชุนตะโกน บิดข้อมือเตรียมจู่โจมพร้อมกลอกตาไปมาหาตัวอุรามิ

“ฮะฮะฮ่า จะออกมาได้ยังไงเล่า พวกเจ้าเล่นเป่าร่างเทียมของข้าจนเละซะขนาดนี้ ไม่ค่อยใช้สมองกันเลยนะ”

เสียงของอุรามิเป็นเสียงของ ‘เอวิน’ คนที่ชุนคุ้นเคยดี แต่ตอนนี้เขาก็ไม่แน่ใจว่า ความรู้สึกนึกคิดและความทรงจำของเอวินยังคงเดิมหรือเปล่า เมื่อความสงสัยแล่นเข้ามา ชุนก็เปิดปาก

“เอวิน นี่เจ้า! เจ้าคิดจะทำอะไร”

ลินจิเคยได้ยินเรื่องของ ’เอวิน’ มาบ้าง ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าคนคนนั้นมีความสัมพันธ์กับชุนระดับไหน ถึงแม้จะอยากรู้ แต่ลินจิก็ทราบดีว่า …ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องพวกนี้

“ฮะฮะฮ่า เอวินเหรอ เจ้ามนุษย์ที่เต็มไปด้วยความริษยาและเคียดแค้นคนนั้นนั่นเหรอ พลังของมันน่าสนใจยิ่งนัก ข้าก็แค่ยืมพลังและจิตใจส่วนหนึ่งของมันเท่านั้นเอง”

อุรามิพูดเสียงก้องทั่วบริเวณ

ลินจิเริ่มหงุดหงิดกับเสียงไร้ร่าง จึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าก้าวออกมาจากด้านหลังของชุน เขากำสองหมัดเหยียดแนบลำตัว

“แน่จริงก็ออกมาสิ กลัวเหรอไง หรือว่ากลัวจนหางจุกตูด”

คิ้วตรงขมวดเข้าหากัน ลินจิแผดเสียงดังจนร่างสะเทือน แล้วกัดฟันกรอด

“ฮะฮะฮ่า แทนที่จะมาสู้กับข้า เจ้ารีบไปดูในสุสานก่อนเถอะ”

เสียงก้องของอุรามิค่อย ๆ ดังแผ่วลงราวกับที่มาของเสียงค่อย ๆ เคลื่อนตัวห่างออกไป จากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจากภายในสุสาน

ชุนและลินจิรู้ดีว่ายืนอยู่กับที่ก็เปล่าประโยชน์จึงหันหน้ามองกันก่อนพยักหน้า จากนั้นก็รีบวิ่งไปยังสุสานทันที

ขณะที่ทั้งสองวิ่งอยู่นั้น ไอพิษก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทิวทัศน์เบื้องหน้าขุ่นมัวหมองหม่น ลินจิรับรู้ถึงเขตอาคมที่แตกร้าวจนอ่อนกำลังลงจึงหยุดชะงักกลางคัน

ทว่า… ชุนกลับวิ่งเข้าไปอย่างไม่รีรอ

“คุณชู๊น เดี๋ยวสิ!”

แม้จะตะโกนเรียก แต่แผ่นหลังเบื้องหน้าก็ค่อย ๆ หายไปในกลุ่มควัน วินาทีนั้นฝ่ามือทั้งสองของลินจิก็สว่างวาบขึ้นมา ก่อนจะดับลง

“เอ๊ะ!”

ลินจิสัมผัสถึงพลังที่ผิดปกติจึงยกฝ่ามือของตนมาสำรวจ จากนั้นแสงสว่างก็วาบขึ้นมาอีกครั้ง

“อ๊ะ!”

ดวงตากะพริบถี่สองครั้งอย่างสงสัย

…หมายความว่าให้เราใช้ทักษะ ‘God Light’ อย่างนั้นเหรอ

แม้จะไม่ได้คำตอบ แต่ลินจิก็อยากลองเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองดู

[God Light เริ่มทำงาน]

เมื่อเหยียดแขนทั้งสองออกไปแล้วแบมือ ละอองแสงก็ลอยออกจากฝ่ามือเรียวเล็กอย่างเชื่องช้า ก่อนจะรวมตัวกันเป็นทรงกลมอยู่เบื้องหน้า จากนั้นดวงแสงก็แผ่รังสีเจิดจ้าชำระล้างไอพิษทั่วบริเวณ ก่อนจะวูบดับลง

ลินจิปล่อยแขนลงแล้วกวาดสายตา ยกมือขึ้นมาดูพลางกะพริบตาอย่างประหลาดใจ เขาไม่เคยรู้ว่าทักษะ ‘God Light’ จะสามารถใช้ประโยชน์ได้เช่นนี้

บริเวณโดยรอบชัดเจนขึ้นเนื่องจากไอพิษได้หายไป ต้นไม้ใบหญ้าแห้งเหี่ยวเฉาตายจากไอพิษเป็นวงกว้าง เบื้องหน้าปรากฏรูปปั้นเสือสีขาวลายดำขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน ถัดไปมีหินทรงสี่เหลี่ยมมหึมาแยกตัวออกจากกันเป็นสองท่อน ซึ่งมีโพรงประหลาดลึกเข้าไปคล้ายถ้ำอยู่ระหว่างกลาง

ลินจิเห็นแผ่นหลังของชุนกำลังวิ่งอยู่ไกล ๆ จึงรีบตามไปทันที

เมื่อถึงหน้าโพรงที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ชุนก็หยุดฝีเท้ายืนสังเกตอยู่พักหนึ่ง ส่วนลินจิก็ตะโกนเรียกจากด้านหลังพลางวิ่งตามมา

“รอ…ผมด้วยสิ!”

ได้ยินเสียงเรียกปนหอบของลินจิแว่วมา แต่ชุนก็ไม่ได้หันไป ยืนจับคางย่นคิ้วเงยมองรูปปั้นเสือสลับกับโพรงถ้ำที่ปรากฏระหว่างหินสี่เหลี่ยมคล้ายประตูอย่างสงสัย

“แฮ่ก ๆ”

ลินจิมาถึงก็งอตัวหอบเสียงดัง คว้าผ้าคลุมสีดำด้านหลังของชุนเอาไว้ ยังไม่ทันได้พักหายใจ ภายในโพรงมืดก็พลันสว่างวาบขึ้นมาด้วยแสงสีแดง

เมื่อรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ ดวงตาของทั้งสองก็จับจ้องไปยังโพรงถ้ำที่อยู่ระหว่างกลางของหินสี่เหลี่ยม

ทันใดนั้นกระแสพลังบางอย่างก็ผลักดันฝุ่นผงออกมาจากภายใน มีพายุหมุนสีมรกตโหมกระหน่ำเป็นสายพุ่งออกมาสู่ด้านนอก พริบตานั้นร่างของทั้งสองก็กระเด็นแยกกันไปคนละฝั่ง

“แอ็ก!...”

พายุหมุนสีมรกตพลันสงบลง

จังหวะนั้นเองคลื่นพลังที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนพลันระเบิดขึ้น พวกเขาเห็นบางสิ่งสีแดงปนเขียวขยับวูบไหวสลัวอยู่ตรงหน้า มวลพลังซึ่งแตกต่างกับพลังของปีศาจอย่างเห็นได้ชัด

ชุนกับลินจิขนลุกซู่

พลังมหาศาลนี้คืออะไร ราวกับ…

ชุนสงสัยสายตาตัวเอง ก่อนบังคับแขนขาที่แข็งทื่อให้ขยับลุกขึ้นได้ในที่สุด ส่วนลินจิก็อ้าปาก มองภาพตรงหน้าจนตาค้าง

พอกระแสพลังสีเขียวปนแดงสลัวตรงหน้าวูบดับลง ก็ปรากฏบุรุษร่างสูงบนหลังมาสีขาวซึ่งมีเพลิงลุกโชติช่วงอยู่ที่เกือกทั้งสี่ข้าง ดวงตาสีแดง บริเวณหลังคอมีเพลิงลุกไหวราวกับขนไฟที่ไหม้ตลอดเวลา

ส่วนบุรุษที่นั่งบนหลังม้า หากคำนวณจากสายตา คงอายุไม่เกินยี่สิบปี นัยน์ตาของเขาเป็นสีเขียวมรกต ผมสั้นตั้งสีน้ำตาล บนแก้มขวามีรอยรูปกุญแจสีขาว พันผ้าคลุมสีน้ำตาลไว้ตรงไหล่ หน้าท้องเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้าม

ต่ำลงมาสวมผ้าคลุมคล้ายเกราะหนังสีน้ำตาล มีใบไม้ซึ่งมีรูปกุญแจสีขาวเล็ก ๆ อยู่ตรงกลางร้อยคล้ายสร้อยคล้องอยู่กับเกราะตรงเอว ตรงแขนซ้ายมีรอยสักสีทองรูปใบไม้ กางเกงขายาวที่สวมเป็นสีเขียวเข้ม สนับแข้งสีเดียวกับเกราะปิดถึงตาตุ่ม

เมื่อลินจิได้สติจึงหุบปากแล้วใช้ทักษะ ‘หยั่งรู้’

[‘หยั่งรู้’ เริ่มทำงาน]

[‘คิกิ’ เทพ เพศชาย]

“เทพงั้นเหรอ…”

ลินจิกล่าวมาลอย ๆ อย่างประหลาดใจ

ชุนได้ยินเช่นนั้นก็หายใจกระตุกหนึ่งครั้ง พลันเคลื่อนฝ่ามือที่ชุ่มด้วยเหงื่อสัมผัสกับด้ามดาบตามสัญชาตญาณ วิเคราะห์ว่า เทพตนนี้มีพลังแก่กล้ายิ่งนัก แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าเป็นมิตรหรือศัตรู ส่วนม้าขาเพลิงตนนั้น...

ตอนนั้นเองลินจิก็ใช้ทักษะหยั่งรู้ส่องดูไปด้วย

[‘เพกัส’ สัตว์อสูร เพศผู้]

นั่นมัน…

“เพกัส!”

ชุนกับลินจิเอ่ยออกมาพร้อมกัน

พลันนั้นเทพบุตรคิกิก็ควบเพกัสลอยขึ้นฟ้า ลินจิรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงรีบลุกขึ้นวิ่งไปหาชุนทันที

เมื่อทั้งสองเงยหน้ามองขึ้นไปมอง ก็พบดวงตาสีมรกตของเทพบุตรคิกิที่จ้องเขม็งอย่างเหี้ยมเกรียม

“เทพเจ้าผู้สร้างโลกงั้นเหรอ ข้าคิดว่าเจ้าจะน่าดูกว่านี้ซะอีก”

…หน็อย ลินจิกัดฟันกรอด แม้ตนจะคิดว่าเทพตนนี้มีใบหน้าและรูปร่างที่หล่อเหลา แต่เขาก็รู้สึกไม่ถูกโฉลกตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

ลินจิก้าวมาด้านหน้าอย่างห้าวหาญ อันที่จริงเขาแค่โกรธที่โดนพูดจาไม่ดีใส่ จึงแผดเสียงโต้ตอบบุรุษบนฟ้าว่า…

“จะน่าดูหรือไม่น่าดูก็เรื่องของผม เพกัสเป็นของเปี๊ยกโกะ เปี๊ยกโกะเป็นสามีของท่านโมโมะ ส่วนชุนก็คือลูกศิษย์ของโมโมะ ดังนั้นเพกัสต้องอยู่ในการดูแลของพวกเรา”

“นี่เจ้า!”

ชุนเห็นลินจิท้าทายตัวอันตรายจึงดึงคอเสื้อกระชากมาด้านหลัง

แม้ชุนจะรู้ว่าลินจิสามารถแปลงกายเป็นเทพจิ้งจอกสวรรค์ซึ่งมีพลังมหาศาลได้ แต่การยั่วยุให้ปะทะกันย่อมไม่ส่งผลดีอย่างแน่นอน ในเมื่ออีกฝ่ายคือเทพ แถมยังขี่อสูรเพกัสในตำนาน เช่นนั้นแล้วคงยากที่จะต่อกร

“หึหึ”

เทพบุตรคิกิยิ้มมุมปากจากเบื้องบน ก่อนจะกล่าวตอบว่า…

“เทพเจ้าเอ๋ย อยากได้อสูรตนนี้มากใช่ไหม งั้นก็เอาไปเลยแล้วกัน!”

ร่างสูงของเทพบุตรคิกิก็กระโดดลงจากหลังของเพกัส จากนั้นก็แผดเสียงดังกลางอากาศอีกครั้งว่า…

“เพกัส พาร่างของเทพเจ้าสร้างโลกไปซะ!”

สิ้นสุดเสียงทุ้มดังกังวาน ดวงตาของเพกัสก็ลุกวาวดั่งเปลวเพลิง ร่างม้าขนาดยาวกว่าห้าเมตร สูงราวสองเมตร พุ่งทะยานแหวกอากาศตรงมาทางลินจิ เปลวเพลิงลุกโชติช่วงท่วมเกือกม้าทั้งสี่ ขนเพลิงบริเวณหลังคอลู่ปลิวตามสายลม

ลินจิเบิกตากว้าง อ้าปากพยายามร้องเพราะตกใจ ทว่าก็ไม่มีเสียงใดหลุดลอดออกมา

“เจ้าหนู!”

เสียงของชุนดังขึ้น น้ำเสียงดุดันเรียกสติของลินจิกลับมาทันที ชุนคงมองออกว่าลำพังลินจิในร่างนี้คงไม่อาจต่อกรกับเพกัสได้

เสี้ยววินาทีนั้นร่างของลินจิก็หายวับภายในพริบตา เห็นเพียงเส้นแสงสีแดงพุ่งตรงขึ้นฟ้าเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น

ทว่าตอนนั้นฝ่าเท้าซึ่งล้อมด้วยพายุสีมรกตขนาดย่อมก็พุ่งเข้าหาชุนจากด้านบน พร้อมกับเสียงตะคอกที่แฝงจิตสังหารดังกึกก้อง

“มัวมองอะไรอยู่!”

ฝ่าเท้าล้อมพายุจ่อตรงหน้า ดวงตาวาวโรจน์เผยความเป็นศัตรูปรากฏอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อลินจิไม่อยู่เขตอาคมเทพเจ้าสีทองก็วูบดับไป

ชุนรีบตั้งท่าร่ายเวทวางดาบเป็นแนวนอน จากนั้นก็ยื่นมืออีกข้างไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

“เวทดินป้องกัน!”

กำแพงดินโผล่ขึ้นมาขวางฝ่าเท้าของเทพบุตรคิกิทันที ทว่าฝ่าเท้ากลับทำลายกำแพงดินจนแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี จังหวะนั้นชุนก็รีบบริกรรมคาถาเวทอีกบท

“เวทเพลิงป้องกัน!”

ดาวห้าแฉกส่องประกายผุดขึ้นบนพื้น เสาเพลิงเข้าโอบล้อมร่างของชุนซึ่งยืนอยู่ตรงกลาง

ทว่าลมหมุนที่ข้อเท้าของเทพบุตรคิกิก็พุ่งแหวกทะลุเสาเพลิงป้องกัน ร่างของเขาชุนปะทะกับพายุหมุนสีมรกตทันที ก่อนจะกระเด็นปลิวขนานพื้นตัวลอยออกไปไกลหลายเมตร

“อั่ก…”

ชุนกระอักเลือด เสาเพลิงหายวับไปทันตา

 

จบบทที่ ตอนที่ 21 เทพบุตรคิกิ และ เพกัส

คัดลอกลิงก์แล้ว