เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1067-1068

1067-1068

1067-1068


*เกาะโหยวเชิงอยู่ใกล้กับ ‘สถานที่สาบสูญ’ นะครับ คนแปลจำผิดกับซากมิติ

1/10

Ep.1067

“คนที่กำลังจะตาย ไม่จำเป็นต้องรู้มาก!” สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 9 ฉีกยิ้มมืดมน พุ่งเข้าสังหารซูเฉินอย่างรวดเร็ว

ซูเฉินไม่เสียเวลาคิดมากความ เปิด [ร้านค้าวันสิ้นโลก] ขณะที่กำลังจะแลกเปลี่ยน [คุณสมบัติเลเวล 18 อย่างเต็มรูปแบบ] แรงกดดันมหาศาลชนิดยากหาที่ใดเทียบพลันโถมลงมา

เห็นแค่เพียงรอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นท่ามกลางมิติที่ว่างเปล่า ตามมาติดๆด้วยมือใหญ่ที่ยื่นลงมาจากเบื้องบน กดลงเหนือหัว สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 9

“ผู้อาวุโส ... โปรดไว้ชีวิตด้วย!” สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 9 สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง แผดเสียงตะโกน

โผล๊ะ!! ตามมาด้วยเสียงระเบิดรุนแรง สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 9 ถูกฝ่ามือบี้ ร่างแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“เป็นฝีมือของท่านผู้ปกครองโลกา!”

ฉีชิงเฉวียน และคนอื่นๆรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

หวูซางลงมือด้วยตัวเอง เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาคิดช่วยเหลือซูเฉิน พวกเขาไม่นึกฝันมาก่อนเลย ว่าผู้ปกครองโลกาจะถึงกับยอมออกหน้าเพื่อซูเฉินจริงๆ

“ผู้อาวุโส ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของท่าน”

ซูเฉินแหงนมองไปยังจุดหนึ่งบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว กล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกบุญคุณ

“เฮ้อ!” ทันใดนั้นเสียงถอนหายใจก็ดังขึ้นข้างหูซูเฉิน ตามมาติดๆด้วยหมู่มวลแสงระยิบระยับทอประกายขึ้นเบื้องหน้าเขา ร่างของหวูซางค่อยๆปรากฏขึ้น

“เจ้ายกระดับเป็นระดับเทวะขั้น 6 ได้แล้ว อัจฉริยะจริงๆ!” หวูซางพอเห็นฐานฝึกตนของซูเฉิน ก็อดทอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ แต่แล้วก็ส่ายหัว “แต่น่าเสียดาย ที่ไม่เหลือเวลาอีกแล้ว”

“ผู้อาวุโส นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ใบหน้าของซูเฉินกระชับขึ้น

ที่บอกว่าไม่เหลือเวลาอีกแล้ว มันหมายความว่ายังไงกัน? เหมือนกับว่าเขาจะถูกตายในเร็วๆนี้เลย

หูซางถอนหายใจ อธิบายว่า “นักพรตเทียนซ่านได้ตัดผ่านสู่ขอบเขตเทพเจ้าแล้ว”

ซู๊ดดดดด!

ซูเฉินสูดหายใจลึก แม้จะเดามาบ้างแล้ว แต่เมื่อได้รู้จากปากหวูซาง หัวใจเขายังคงเต้นแรง

ถึงตอนนี้ค่อยเข้าใจ ว่าทำไมหวูซางถึงบอกว่าเขาไม่มีเวลาที่จะเติบโต

ที่แท้เป็นเพราะนักพรตเทียนซ่านได้ตัดผ่านสู่ขอบเขตเทพเจ้าแล้วนั่นเอง อีกฝ่ายจึงเพิกเฉยต่อคำขู่ของหวูซาง และส่งลูกน้องระดับสูงกว่าสามขั้นมาทำร้ายเขาอย่างไม่เกรงกลัว

กระนั้น มีสองเรื่องที่ทำให้ซูเฉินประหลาดใจ เรื่องแรกคือหวูซางเคยบอกว่า นักพรตเทียนซ่านต้องใช้เวลาอีกเป็นร้อยปีเพื่อตัดผ่านสู่ขอบเขตเทพเจ้าแล้วไฉนเขาถึงยกระดับได้ตั้งแต่ตอนนี้?

อีกเรื่องก็คือ หวูซางเคยเตือนเขาเช่นกัน ว่าหากนักพรตเทียนซ่านกลายเป็นขอบเขตเทพเจ้าแล้ว เขานี่แหละจะเป็นฝ่ายช่วยนักพรตเทียนซ่านฆ่าซูเฉิน แล้วทำไมตอนนี้ถึงยื่นมือมาช่วยซะล่ะ?

เมื่อคิดยังไงก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ ซูเฉินเอ่ยถาม “ผู้อาวุโส ทำไมนักพรตเทียนซ่านถึงยกระดับได้ไวขนาดนี้?”

“เพราะเขาร่วมมือกับสัตว์ร้ายมิติ เปิดอุโมงค์ที่เชื่อมต่อกับถิ่นอสูรร้าย และได้รับสมบัติที่ใช้ในการตัดผ่านสู่ขอบเขตเทพเจ้าจากที่นั่น” หวูซางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

อสูรร้าย?

คิ้วของซูเฉินขมวดเข้าหากัน  ลองเลียบเคียงถาม “ผู้อาวุโส กำลังรบของพวกอสูรร้ายทรงพลังมากเลยหรือ?”

“อสูรร้ายเป็นสัตว์ต่างดาว กำลังรบทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง พวกมันแข็งแกร่งกว่าชาวพันธมิตรหมื่นเผ่าพันธุ์ , สัตว์ร้ายมิติ และจักรวรรดิจักรกลรวมกัน” หวูซางถอนหายใจอย่างเงียบๆ

แข็งแกร่งกว่าสามมหาอำนาจรวมกันซะอีก?

ซูเฉินถึงกับอ้าปากค้าง

หวูซางค่อยๆผ่อนลมหายใจ หันมาพูดว่า “มหาศึกมิติเมื่อหมื่นปีก่อน เจ้าน่าจะเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างถูกไหม?”

ซูเฉินพยักหน้า

“เล่ากันว่าสามมหาอำนาจต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่ง นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาเริ่มเข่นฆ่ากัน”

ข้อมมูลเหล่านี้ ซูเฉินรู้มาจากปากของด้วงเขมือบทองคำ ส่วนจะเป็นจริงหรือไม่ เขาไม่อาจยืนยันได้

หวูซางส่ายหัว อธิบายว่า “มหาศึกเขมื่อหมื่นปีก่อน อันที่จริงแล้วเป็นสงครามที่ขุมกำลังทั้งสามของพวกเราผนึกกำลังกันเพื่อป้องกันการโจมตีจากพวกอสูรร้าย”

ว่าไงนะ?

ซูเฉินทั้งตกใจและสับสน มหาอำนาจทั้งสามอย่างพันธมิตรหมื่นเผ่าพันธุ์ สัตว์ร้ายมิติ และจักรวรรดิจักรกลร่วมมือกันสู้กับอสูรร้าย แต่ก็ยังประสบความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจักรวรรดิจักรกลที่ถึงขั้นถูกทำลาย

แล้วแบบนี้ ฝ่ายอสูรร้ายจะทรงพลังขนาดไหนกัน?

2/10

Ep.1068

“ผู้อาวุโส นักพรตเทียนซ่านกับพรรคพวกของเขา เพื่อตัดผ่านสู่ขอบเขตเทพเจ้า ถึงขั้นยินยอมเปิดอุโมงค์ที่เชื่อมไปยังถิ่นของอสูรร้ายเชียวหรือ?”

ซูเฉินไม่เข้าใจ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น แม้เทียนซ่านจะก้าวสู่ขอบเขตเทพเจ้าได้สำเร็จ แต่สุดท้ายอสูรร้ายเหล่านั้นก็จะบุกเข้ามา ไม่เท่ากับว่าเขาก็จะโดนสังหารอยู่ดีหรือ?

“เมื่อบรรลุสู่ขอบเขตเทพเจ้าแล้ว เจ้าจะสามารถออกจากโลก(มิติ)แห่งนี้ไปได้ และก้าวเข้าสู่โลกที่กว้างใหญ่ยิ่งกว่า นักพรตเทียนซ่านและพรรคพวกเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง พวกเขาไม่สนใจความเป็นความตายของสิ่งมีชีวิตอีกนับแสน นับล้านในที่นี้อีกต่อไป” หวูซางถอนหายใจ

ในความเป็นจริงแล้วเขายังไม่ได้ระบุอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือเหตุผลที่นักรพรตเทียนซ่านและสัตว์ร้ายมิติตัดสินใจทำเช่นนี้ หลักๆเพราะพวกเขาหวาดกลัวซูเฉิน

ด้วยอัตราเร็วในการยกระดับของซูเฉินสูงมากเกินไป สามารถคาดการณ์ได้เลยว่า อีกไม่กี่ปีก็จะตัดผ่านสู่ขอบเขตเทพเจ้าได้สำเร็จ

เมื่อถึงเวลานั้น ด้วยพฤติกรรมแค้นฝังหุ่นของซูเฉิน คงเป็นการยากที่นักพรตเทียนซ่านและสัตว์ร้ายมิติจะรอดไปได้ ดังนั้นเพื่อปกป้องตัวเอง พวกเขาเลยตัดสินใจเปิดอุโมงค์ที่เชื่อมต่อไปยังโลกของอสูรร้าย

โลกอีกใบหนึ่ง?

ซูเฉินทวนคำ ลองเลียบเคียงถามว่า “ผู้อาวุโส ที่ท่านต้องการให้ใครสักคนก้าวสู่ขอบเขตเทพเจ้า ก็เพราะต้องการเดินทางไปยังโลกใหม่ใช่รึเปล่า?”

ครั้งก่อนที่ได้พูดคุยกับหวูซาง อีกฝ่ายอ้ำๆอึ้งๆ แสร้งทำตัวลึกลับ ปฏิเสธที่จะพูด

แต่เมื่อเรื่องราวมันดำเนินมาถึงจุดนี้ เขาควรจะบอกความจริงได้แล้วกระมัง?

“เจ้าเดาได้ถูกต้องแล้ว”

หวูซางไม่ได้ปิดบังอีกต่อไป อธิบายว่า “ข้าอยู่ที่นี่มาเป็นหมื่นปี เบื่อหน่ายกับมัน โหยหาความตื่นเต้นในโลกภายนอกมานานแล้ว”

“แต่ในเมื่อนักพรตเทียนซ่านสามารถตัดผ่านสู่ขอบเขตเทพเจ้า ท่านก็น่าจะออกไปได้แล้วไม่ใช่หรอ?” ซูเฉินถามอย่างไม่เข้าใจ

หวูซางส่ายหัว ผุดยิ้มขมขื่น และเล่าว่า “สาเหตุที่ก่อนหน้านี้ข้าต้องรอให้ใครสักคนเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตเทพเจ้า ก็เพื่ออยากหาคนที่สามารถปกป้องพันธมิตรหมื่นเผ่าพันธุ์ได้ และนักพรตเทียนซ่าน เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมกับหน้าที่นี้”

“เป็นแบบนี้นี่เอง”

ซูเฉินค่อยเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ขอบเขตเทพเจ้าคือผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้ แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังมีอีกสถานะหนึ่ง นั่นคือ ‘ผู้พิทักษ์’

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายพันธมิตรหมื่นเผ่าพันธุ์หรือสัตว์ร้ายมิติต่างก็มีผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเทพเจ้า ฉะนั้น หากผู้พิทักษ์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจากไป เกรงว่าคงมิแคล้วถูกอีกฝ่ายบุกทำลายจนพินาศย่อยยับอย่างแน่นอน

แต่เพื่อที่จะก้าวสู่ขอบเขตเทพเจ้า นักพรตเทียนซ่านกลับเปิดอุโมงค์ที่เชื่อมต่อกับถิ่นของอสูรร้าย  ไม่สนใจทุกชีวิตที่อยู่เบื้องหลัง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้พิทักษ์ของหมื่นเผ่าพันธุ์

เพราะเหตุนี้เอง หวูซางจึงยังไม่สามารถจากไปได้

“ผู้อาวุโส นักพรตเทียนซ่านกับสัตว์ร้ายมิติที่ก้าวสู่ขอบเขตเทพเจ้าจะมาฆ่าผมไหม?” ซูเฉินถาม

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับขุมกำลังในขอบเขตเทพเจ้า ซูเฉินไม่เหลือที่ว่างให้ต่อต้าน คงทำได้เพียงกลับไปซ่อนตัวบนแผ่นดินใหญ่

“ข้าจะช่วยกันพวกมันไว้ แต่คงได้ไม่นานนักหรอก สูงสุดไม่เกินครึ่งปี ระหว่างนี้พวกมันน่าจะส่งมาได้แค่ลูกน้อง ระดับเทวะขั้น 9 หรือ 10 หากภายในครึ่งปีเจ้ายังสู้พวกมันไม่ได้ ก็เตรียมตัวตายได้เลย”

ครึ่งปี ...

ซูเฉินทวนคำ ในดวงตาทอประกายคมกริบ

การเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตเทพเจ้าในระยะเวลาครึ่งปีนับว่าลำบากลำบนอยู่บ้าง แต่หากให้ก้าวสู่ระดับเทวะขั้น 10 ซูเฉินมั่นใจว่าทำได้อย่างแน่นอน

ถึงเวลานั้น ผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเทพเจ้าก็จะไม่สามารถคุกคามเขาได้อีกต่อไป

“ภายในครึ่งปี หากเจ้าไม่มั่นใจว่าจะสามารถยกระดับสู่เทวะขั้น 10 ได้ ข้าแนะนำให้เจ้ากลับไปอยู่ในแผ่นดินใหญ่ให้เร็วที่สุด” หวูซางเตือน

แม้พรสวรรค์ในด้านฝึกตนของซูเฉินนับแต่อดีตมาจะไม่มีผู้ใดเทียมเทียบ แต่ระยะเวลาครึ่งปี--

--มันสั้นเกินไป!

เขาไม่ได้มองโลกในแง่ดี ว่าซูเฉินจะสามารถทำอย่างที่บอกได้จริงๆ

“ครึ่งปีก็มากพอแล้ว” ซูเฉินเปล่งเสียงดัง

หวูซางพอได้ยิน อึ้งงันไปเล็กน้อย ก่อนผุดยิ้มและกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าขออวยพรให้เจ้ายกระดับได้ในเร็ววัน”

แม้เขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมซูเฉินถึงได้มั่นใจนัก แต่พอได้ฟังน้ำเสียงของซูเฉิน เขากลับรู้สึกตื่นเต้น และพร้อมตั้งตารอ

จากนั้น  หวูซางกล่าวต่อว่า “อ้อจริงสิ เจ้าอย่าได้ไปเขตแดนลับมิติเป็นอันขาด ครั้งนี้หากพวกเขาไม่ได้รับข่าวว่าฆ่าเจ้าได้สำเร็จ ย่อมต้องส่งผู้แข็งแกร่งมากมายไปดักซุ่มโจมตีเจ้าที่นั่นแน่นอน”

“เข้าใจแล้ว”

ซูเฉินพยักหน้ารับอย่างหนัก

“เอาล่ะ ข้าต้องรีบกลับไปต้านพวกเขาให้เร็วที่สุด เจ้าดูแลตัวเองด้วย” หวูซางถอนหายใจ พริบตาเดียวหายวับไปต่อหน้าซูเฉิน

จบบทที่ 1067-1068

คัดลอกลิงก์แล้ว