เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1069-1070

1069-1070

1069-1070


3/10

Ep.1069

ซูเฉิน ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม คิดทบทวนอยู่พักหนึ่ง ก่อนรีบกลับไปยัง [รถศึกอัจฉริยะ]

“ซูเฉิน พวกเราจะทำยังไงกันต่อดี?” ฉีชิงเฉวียนถามด้วยความกังวล

บทสนทนากน่อหน้านี้ระหว่างซูเฉินกับหวูซางเขาได้ยินมันทั้งหมดแล้ว ในเวลานี้จึงรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

ซูเฉินหรี่ตาลง พึมพำกับตัวเอง

หากไม่กลับแผ่นดินใหญ่ เวลานี้ก็เหลือแค่สองสถานที่ที่ต้องไป ที่แรกคือวิหารสวรรค์หวนหยู ที่ๆสองคือสถานที่สาบสูญ

อย่างไรก็ตาม ในวิหารสวรรค์อาจมีอสูรในขอบเขตเทพเจ้าอาศัยอยู่ มีอันตรายค่อนข้างสูง ดังนั้น ซูเฉินจึงตัดสินใจไปยังสถานที่สาบสูญก่อน

“แวะไปเกาะโหยวเชิงก่อนค่อยว่ากัน” ซูเฉินกล่าวอย่างช้าๆ

สถานที่สาบสูญตั้งอยู่ในกลุ่มหินอุกกาบาตขนาดใหญ่ และเกาะโหยวเชิงก็ตั้งอยู่ใกล้กับที่นั่นพอดี

“ซูเฉิน ตอนนี้เกรงว่าคงไม่เหมาะไปยังเกาะโหยวเชิง”  ซางฉุยซานกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เกาะโหยวเชิงเป็นฐานที่มั่นสำคัญของสัตว์ร้ายมิติ  มีข่าวลือว่ามีสัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 8 จำนวนไม่น้อยประจำการอยู่ที่นั่น

หากเป็นยามปกติคงไม่เป็นไร ประเด็นก็คือตอนนี้นักรพรตเทียนซ่านกำลังส่งคนไปทุกหนแห่งเพื่อไล่ล่าซูเฉิน หากซูเฉินบุกเข้าไปในเกาะโหยวเชิง คงหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่ได้ และนั่นไม่ใช่เท่ากับเป็นการเปิดเผยร่องรอยหรอกหรือ?

“ไม่ต้องห่วง พวกเราจะไปที่กลุ่มอุกกาบาตใกล้กับเกาะโหยวเชิง ในตอนนี้ยังไม่สู้กับพวกสัตว์ร้ายมิติ” ซูเฉินอธิบาย

ได้ยินแบบนั้น ซางฉุยซานก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ต่อมา ภายใต้การนำทางของฉีมู่เฟิง [รถศึกอัจฉริยะ] มุ่งหน้าไปยังเกาะโหยวเชิง

เนื่องจากเกรงว่าจะเปิดเผยร่องรอย เลยเป็นเหตุผลที่ว่า ตลอดเส้นทาง เมื่อพบเจอฐานที่มั่นของขุมกำลังขนาดใหญ่  [รถศึกอัจฉริยะ] จะเลือกขับอ้อมไป การเดินทางจึงล่าช้ามาก

...

ครึ่งเดือนต่อมา ในที่สุดเกาะโหยวเชิงก็ปรากฏขึ้นในรัศมีของฟังก์ชั่นตรวจจับ

ซูเฉินหรี่ตามองหน้าจอควบคุมส่วนกลางอยู่พักหนึ่ง และพบว่ารอบนอกเกาะโหยวเชิง มีสัตว์ร้ายมิติรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก การรักษาความปลอดภัยเข้มงวดสุดๆ

“เสี่ยวจือ หลีกเลี่ยงสายตาของพวกมัน แล้วหาสถานที่เหมาะๆเพื่อเข้าสู่กลุ่มอุกกาบาต”

ซูเฉินถอนสายตากลับ ออกคำสั่งแก่ [รถศึกอัจฉริยะ]

“รับทราบ”

[รถศึกอัจฉริยะ]  สแกนหาไม่นาน ก็บินตรงไปยังจัตุรัสแห่งหนึ่ง แต่ใครจะทันคาดคิดว่า บินไปได้ไม่ไกล นกสำรวจก็ร้องเตือนขึ้นอย่างกะทันหันว่า “เจ้านาย สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 8 กำลังใกล้เข้ามาหาพวกเรา!”

ถูกพบตัวแล้ว?

ซูเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย

[รถศึกอัจฉริยะ] ยังอยู่ห่างจากเกาะโหยวเชิงนับหมื่นไมล์ แต่อีกฝ่ายค้นพบพวกเขาได้อย่างไร?

“เสี่ยวจือ ล็อคเป้า สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 8 พวกนั้น แล้วฉายขึ้นจอที” ซูเฉินสั่งการ

เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายใช่บังเอิญตรงมา หรือมีกลวิธีระบุตำแหน่งของเขาหรือไม่?

หน้าจอควบคุมส่วนกลางเริ่มสับเปลี่ยนหมุนเวียน ไม่ช้าร่างของสัตว์ร้ายมิติทั้งสามก็ปรากฏขึ้น

ซูเฉินสังเกตเห็นทันที ว่าในบรรดาสัตว์ร้ายมิติ มีตัวหนึ่งถือกระจกโบราณสีทองแดงอยู่ในมือ และเป็นกระจกทองแดงนี่เองที่กำลังแสดงตำแหน่งของ [รถศึกอัจฉริยะ] อย่างชัดเจน

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้”

ซูเฉินค่อยเข้าใจ ปรากฏว่ากระจกทองแดงมีความสามารถเหมือนกับฟังก์ชั่นตรวจสอบของ [รถศึกอัจฉริยะ] ฝ่ายตรงข้ามใช้จุดนี้จึงค้นพบร่องรอยของพวกเขา

แล้วอีกอย่าง ซูเฉินมองเห็นเต็มสองตา ว่าสัตว์ร้ายมิติที่ถือกระจกทองแดงอยู่ คือหลี่เค่อฉวิน

ครั้งก่อนที่พบกัน ระหว่างทางกลับจากนิกายซ่อนวิญญาณ ภูติเงาของหลี่เค่อฉวินได้รวบรวมอุกกาบาตรอบๆ กลายร่างเป็นยักษ์เข้าขวางทางเขา

ดังนั้น เขาเลยสามารถจดจำหลี่เค่อฉวินได้อย่างแม่นยำ

“ไอ้สุนัขไม่รู้จักที่ตาย”

ซูเฉินหรี่ตาลง เอ่ยปากเสียงกระซิบ

เดิมเข้าวางแผนจะบุกไปกำจัดหลี่เค่อฉวิน แต่ไม่นึกเลยว่าหลี่เค่อฉวินจะมาเคาะประตูถึงหน้าบ้านด้วยตัวเอง นอกจากนี้ หลี่เค่อฉวินยังมีกระจกทองแดงที่สามารถค้นหาร่องรอยของพวกเขาได้ สิ่งนี้จำเป็นต้องถูกทำลายทิ้ง

ไม่อย่างนั้นแล้ว เวลาที่พวกเขาเข้าไปยังสถานที่สาบสูญ ร่องรอยก็จะถูกเปิดเผยทันที

“เสี่ยวจือ ดับเครื่องซะ” ซูเฉินสั่ง

4/10

Ep.1070

[รถศึกอัจฉริยะ] จอดสนิท ซูเฉินเปิดประตูและก้าวออกไปคนเดียว

หลังจากนั้นไม่นาน หลี่เค่อฉวิน และสัตว์ร้ายมิติอีกสองตนก็มาถึงเบื้องหน้าเขา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ..! ซูเฉิน! มาดูกันว่าครั้งนี้จะจะรอดไปได้อย่างไร!”

หลี่เค่อฉวิน กวาดสายตามองซูเฉิน หัวเราะหยาบคาย

ครั้งก่อนที่สู้กับซูเฉิน เขาได้ข้อมูลมาแล้ว ว่าต่อให้ซูเฉินใช้วิชาแปลงร่าง ก็สามารถขยับขึ้นมาได้ถึงระดับเทวะขั้น 6 เท่านั้น

“อาศัยแค่ขยะสามตัว ยังคิดจะฆ่าฉันอีกหรอ?”

มุมปากของซูเฉินโค้งงอเล็กน้อย ผุดยิ้มดูแคลน

จากนั้น ภายใต้การจับจ้องของ หลี่เค่อฉวิน และอีกสองตัว เขาค่อยๆดึง [ดาบเสริมมนตรา] ออกมา

ในคราเดียว หลี่เค่อฉวิน และอีกสองตนบังเกิดความรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

ฐานฝึกตนของซูเฉินยังห่างไกลกับพวกเขานั่นก็จริง

แต่ชื่อเสียงของผู้คนก็เสมือนร่มเงาของต้นไม้

นับแต่ซูเฉินเริ่มมีชื่อเสียง ไม่รู้เขาผ่านการต่อสู้มากี่รอบแล้ว และทุกรอบไม่เคยพ่ายแพ้เลย พวกเขาเลยต้องระวังให้มาก

ขณะที่ทั้งสามกำลังจับตามองซูเฉินอย่างระแวดระวัง ในเวลานั้นเอง รอยยิ้มพิศวงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซูเฉิน

หลี่เค่อฉวิน สัมผัสได้ถึงลางร้ายตามสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันตั้งตัว พลังฉีกมิติอันน่าสยดสยองก็กวาดเข้ามาจากเบื้องหลัง

“มีคนลอบโจมตี!”หลี่เค่อฉวินและอีกสองตนรีบหันกลับไปมอง เห็นแค่เพียงยักษ์สูงสิบจั้ง กำลังกุมกระบี่สีดำสนิทเล่มหนึ่งและฟาดฟันลงมาจากกลางอากาศ

ในพริบตา กระแสวังวนขนาดประมาณหนึ่งจั้งก็โถมลงจากเหนือศีรษะของพวกเขา

“ลงมือพร้อมกัน!”

หลี่เค่อฉวินคํารามออกมา ดึงโล่ออกขวางหน้าเขา

สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 8 อีกสองตนก็ไม่รีรอ ใช้กลวิธีของตนเองเช่นกัน ร่วมแรงกันทำลายกระแสวังวนนี้

บรึ้มมมม!

ตามด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้อง ภายใต้การร่วมแรงร่วมใจของทั้งสาม ในที่สุดกระแสวังวนก็ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด

อย่างไรก็ตาม หลี่เค่อฉวินและอีกสองตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเช่นกัน สภาพดูน่าสังเวชไม่น้อย

“นี่เจ้ายกระดับไปอีกขั้นแล้วหรือ?” หลี่เค่อฉวินถอนหายใจอย่างช้าๆ เหม่อมองซูเฉินด้วยความตกใจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

ณ ตอนนี้ เขาสังเกตเห็นได้อย่งาชัดเจน ว่าบนร่างของซูเฉินกำลังปลดปล่อยกลิ่นอาย ระดับเทวะขั้น 7 ออกมา

ณ จุดนี้ สร้างความตกใจแก่เขาเป็นอย่างมาก

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อน ซูเฉินชัดเจนว่ายังอยู่แค่ ระดับเทวะขั้น 6 เท่านั้น แบบนี้ก็หมายความว่า ซูเฉินสามารถยกระดับได้ในระยะเวลาสั้นๆ

ด้วยอัตราเร็วเช่นนี้ มันน่ากลัวเกินไป!

“พวกเราควรทำยังไงดี?” สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 8 อีกสองตนเริ่มตื่นตระหนก

ข่าวลือเรื่องของซูเฉิน พวกเขาก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน ว่ากันว่าซูเฉินสามารถสังหารศัตรูข้ามขั้นได้ง่ายดายราวหั่นผักหั่นแตง

ซึ่งซูเฉินในตอนนี้มีขั้นต่ำกว่าพวกเขาเพียงขั้นเดียว ไหนจะมีร่างจำลองที่มีกำลังรบทัดเทียมกันอีก นี่ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะถูกฆ่าตายเอาง่ายๆหรอกหรอ?

“หนี!”

หลี่เค่อฉวินกัดฟันแน่น หันหลังกลับวิ่งหนีไป

ความร้ายกาจของซูเฉิน เขารู้ดีกว่าใคร หากหนีไม่ทันเวลา โชคชะตาเดียวที่รออยู่คือ-ความ-ตาย!

สัตว์ร้ายมิติอีกสองตนก็หันหลัง และวิ่งหนีอย่างไม่ลังเล

“สมแล้วที่เป็นซูเฉิน อาศัยการโจมตีแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้ สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 8 สามตัวตกอยู่ในสถานะนี้ได้”

มองไปยังภาพเบื้องหน้า ฉีชิงเฉวียนทอดถอนหายใจด้วยอารมณ์จากใจจริง

“คิดหรือว่าจะหนีไปได้?” ซูเฉินส่งเสียงฮึในลำคอ เขาเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้ได้นานแล้ว

ขณะที่หลี่เค่อฉวิน และอีกสองตนกำลังหลบหนี [ดาบเสริมมนตรา]  ในมือตวัดออกไป

ในพริบตา กระแสพลังสามสีกระพือไปเบื้องหน้า มหาเพลิงเอกลักษณ์ทั้งสามกระโจนเข้าหลอมรวมในเวลาเดียวกัน

“นี่มันกระบวนท่าสังหารอันใดกัน?”

มองไปยังคลื่นความผันผวนที่ปลดปล่อยพลังงานอันน่าสยดสยองพุ่งเข้ามา หลี่เค่อฉวิน และตนอื่นๆหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ

วินาทีถัดมา ท่ามกลางเสียงกรีดรร้องอันน่าสังเวชสามเสียง หลี่เค่อฉวินและสัตว์ร้ายมิติอีกสองตนถูกระเบิดเป็นชิ้นๆ

จบบทที่ 1069-1070

คัดลอกลิงก์แล้ว