เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1065-1066

1065-1066

1065-1066


7/8

Ep.1065

ฉวยโอกาสขณะที่เซียวซานและสัตว์ร้ายมิติทั้ง 5 กำลังเหม่อลอย ซูเฉินรีบดึง [ดาบเสริมมนตรา] ออกมา  และตัดกวาดออกไปยังทิศทางของสัตว์ร้ายมิติทั้งห้า

ในพริบตา กระแสพลังสามสีที่ปลดปล่อยคลื่นพลังเวทย์อันน่าสยดสยองกวาดฮือไปเบื้องหน้า

ในเวลาเดียวกัน เพลิงเอกลักษณ์ทั้งสามกระโจนจาก [พื้นที่เลี้ยงสัตว์]  เข้าไปหลอมรวมกับเวทย์ประจำตัวของตน

ในชั่วพริบตาเดียว เพลิงเอกลักษณ์ทั้งสามได้รวมเป็นหนึ่งกับเวทมนต์สามธาตุ กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมา สามารถบรรยายได้เพียง ‘ล้างสวรรค์ถล่มปฐพี’

“นี่มันวิชาเทพเซียนอะไรกัน?” สีหน้าของเซียวซานแปรเปลี่ยนเป็นสยองเกล้า สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง

สัตว์ร้ายมิติทั้ง 5 หวาดกลัวอกแทบแตกตาย ในดวงตาของพวกมันเต็มไปด้วยความสยองอย่างลึกล้ำ คล้ายกับว่าสามารถเห็นความตายกำลังใกล้เข้ามา สั่นระริกไปทั้งร่าง

“ซูเฉินยังมีกระบวนท่าสังหารเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ?” ฉีชิงเฉวียนและคนอื่นๆต่างตกตะลึงจนไม่อาจหาคำใดมาอธิบาย

เมื่อตอนอยู่ป้อมปราการมิติ พวกเขาเคยเห็นซูเฉินปลดปล่อยเวทย์ผสานสามธาตุมาแล้วก็จริง

กระนั้น อำนาจทำลายล้างของมันในตอนนั้นกับตอนนี้ ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย  ห่างชั้นกันอย่างน้อยก็หลายเท่า!

ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้สามารถอธิบายได้ง่ายๆ ในช่วงต่อสู้ที่ป้อมปราการมิติ ซูเฉินอยู่เพียงระดับเทวะขั้น 5 เท่านั้น ทั้งยังไม่ได้ปล่อยเวทย์ผ่าน [ดาบเสริมมนตรา] หรือส่งมหาเพลิงเอกลักษณ์เข้าหลอมรวมด้วยเลย ฉะนั้นเป็นธรรมดาที่อำนาจของมันจะเทียบไม่ได้กับตอนนี้

“พวกเราสู้ตาย!”

เผชิญหน้ากับกระแสพลังสามสีที่พัดฮือเข้ามา สัตว์ร้ายมิติทั้งห้าตัวไม่ได้นั่งรอความตายอยู่เฉย ทั้งหมดแผดร้องสุดเสียง เข้าต้านทานอย่างเอาเป็นเอาตาย

วินาทีถัดมา ยามกระแสพลังสามสีกวาดมาถึง เห็นแค่เพียงเหล่าสัตว์ร้ายมิติถูกฉีกเป็นชิ้นๆ จบชีวิตตายคาที่

“จะทรงพลังเกินไปแล้ว!”

ได้เป็นสักขีพยานของฉากนี้ ฉีชิงเฉวียนและคนอื่นๆสูดหายใจเย็นเยียบ

กระบวนท่าเดียวสามารถสังหารสัตว์ร้ายมิติใน ระดับเทวะขั้น 8 ได้ถึง 5 ตัวในคราเดียว!

กระบวนท่านี้ของซูเฉินเรียกได้เลยว่าสั่นสะเทือนสวรรค์เขย่าปฐพี สร้างความตื่นตกใจแก่พวกเขาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ทั้งหมดต่างเผลอคิดไปว่า ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งใน ระดับเทวะขั้น 9 หากต้องทานรับกระบวนท่านี้ ต่อให้มีเก้าชีวิตก็อาจไม่รอด มีแนวโน้มจะถูกฆ่าตายได้

“เขาแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง ...”

เซียวซานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มุมปากของเขายังคงสั่นเทาไม่หยุด

แม้แต่สัตว์ร้ายมิติ ระดับเทวะขั้น 8 ถึง 5 ตัวก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซูเฉิน เกรงว่าในสายตาซูเฉิน เขาอาจสู้มดปลวกไม่ได้ด้วยซ้ำ

ณ เวลานี้ หัวใจเขาคล้ายกำลังมอดไหม้เป็นขี้เถ้า

“ไม่เลวเลย” ซูเฉินถอนหายใจ พึมพำกับตัวเอง

สำหรับอำนาจของสามเวทย์ผสาน เขาค่อนข้างพอใจมาก

ในแง่ของพลังทำลาย มันได้ก้าวข้ามร้อยกระบี่คืนสู่หนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว ไต่อันดับขึ้นมากลายเป็นไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา

หากเป็นในอดีต ยามใช้ท่าไม้ตายนี้เขาจะเกิดสภาวะอ่อนเพลียเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่เมื่อระดับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สภาวะนี้ก็ไม่มีอีกแล้ว

ต่อมา ซูเฉินเก็บรวบรวมชิ้นส่วนที่ดรอป แล้วหันไปทางเซียนซาน เอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “ตอนนี้แกคงจะยอมปริปากบอกความจริงกับฉันได้แล้วใช่ไหม?”

หลังจากที่ได้เห็นความแข็งแกร่งของซูเฉิน เซียวซานไหนเลยจะกล้าปากแข็งอีก รีบสารภาพทันที

“ทั้งหมดเป็นนักพรตเทียนซ่านที่สั่งให้ข้าทำเช่นนี้ ข้าเองก็ถูกบังคับ ไร้หนทางขัดขืนเช่นกัน!”

ซูเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย นักพรตเทียนซ่านส่งคนมาฆ่าเขา อันนี้เป็นเรื่องปกติ แต่ไฉนคราวนี้ถึงมีสัตว์ร้ายมิติมาเข้าร่วมด้วยเล่า?

อย่าบอกนะว่าพวกเขาได้จับมือเป็นพันธมิตรกันแล้ว?

แต่หมื่นเผ่าพันธุ์กับสัตว์ร้ายมิติเป็นศัตรูตัวฉกาจต่อกันนี่ ถ้านักพรตเทียนซ่านทำแบบนั้น แล้วหวูซางจะให้อภัยเขาได้หรือ?

เมื่อนึกไม่ออกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซูเฉินก็เอ่ยถามว่า “แล้วเรื่องที่แกกับสัตว์ร้ายมิติร่วมมือกันฆ่าฉัน นักพรตเทียนซ่านก็เป็นคนจัดการเรื่องนี้ด้วยใช่ไหม?”

“ใช่”

เซียวซานไม่ได้ปิดบัง สารภาพตามตรง

“แล้วนักพรตเทียนซ่านสั่งสัตว์ร้ายมิติได้ยังไงกัน?” ซูเฉินยังคงถามต่อ

“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ” เซียวซานส่ายหัว ก่อนอธิบายต่อว่า “ทุกเรื่องที่เขาจัดการ มักไม่เคยบอกเหตุผล ส่วนข้าเองก็ไม่กล้าถามเช่นกัน”

ดวงตาของซูเฉินทอประกายสังหาร ในเมื่อเซียวซานไม่รู้อะไรเลย งั้นเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ขณะที่เขากำลังจะลงมือ นกสำรวจ ก็ร้องเตือนขึ้นว่า “เจ้านาย ไม่ได้การแล้ว! มีสัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 9 ตัวหนึ่งกำลังตรงเข้ามาหาพวกเรา!”

8/8

Ep.1066

ระดับเทวะขั้น 9!

หางตาซูเฉินกระตุกทันที สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 9 มากพอที่จะเป็นภัยคุกคามต่อเขา

เซียวซานได้ยินประโยคนี้ สมองเริ่มปั่นความคิด จากนั้นหันหลังและวิ่งหนีไปทันที

เขาฉุกคิดขึ้นได้ ว่าสัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 9 ที่มาที่นี่ มีโอกาสสูงที่จะถูกส่งมาโดยนักรพรตเทียนซ่าน จึงคิดฉวยโอกาสในจังหวะที่ซูเฉินฟุ้งซ่าน ลอบหลบหนีไป

เพียงแต่ว่า หนีไปได้ไม่ไกล จู่ๆพลังที่มองไม่เห็นก็โถมเข้ามา กลืนร่างเขาคล้ายจมอยู่ในหล่มโคลนทันใด

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

เซียวซานตื่นตระหนก  พยายามฉีกกระชากพลังที่มองไม่เห็นรอบกายอย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะที่กำลังจะสลัดหลุด จู่ๆร่างของซูเฉินก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา

“นี่มันร่างจำลอง!”

เซียวซานรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง ข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ได้รับมา ระบุว่าซูเฉินมีร่างจำลองที่มีความแข็งแกร่งเท่ากับร่างต้น

และซูเฉินคนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ย่อมเป็นร่างจำลองอย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อย้อนนึกถึงกำลังรบอันน่าพรั่นพรึงของซูเฉิน และกลวิธีสังหารอันโหดเหี้ยม  เซียวซานก็หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง จิตจำลองของซูเฉินได้ชก [ชีวิตเมามายจมอยู่ในห้วงฝัน] ออกไป จากนั้นฉวยโอกาสที่เซียวซานตกอยู่ในอาการเหม่อลอย ตวัดกระบี่ตัดหัวเขา

หลังเก็บชิ้นส่วน จิตจำลองก็กลับมาหลอมรวมเข้ากับร่างต้นของซูเฉิน

ซูเฉินรีบแปลงชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นแต้มพลังงานอย่างรวดเร็ว จากนั้นลองตรวจสอบดู เมื่อเห็นว่าแต้มพลังงานสะสมมีมากถึง 500,000 จุด มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

ด้วยแต้มพลังงานนี้ มันมากพอที่จะใช้แลกเปลี่ยน[คุณสมบัติเลเวล 18  อย่างเต็มรูปแบบ] หลังจากเลื่อนขั้นเป็น ระดับเทวะขั้น 7 แล้ว เขาก็ไม่ต้องหวาดกลัวสัตว์ร้ายมิติ ระดับเทวะขั้น 9 อีกต่อไป

“ซูเฉิน พวกเรารีบหนีกันเถอะ!”

เมื่อรู้ว่ามีสัตว์ร้ายมิติ ระดับเทวะขั้น 9 กำลังตรงเข้ามาฆ่าพวกเขา ฉีชิงเฉวียน และคนอื่นๆเริ่มตื่นตระหนก ร้องเรียกเขา

ซูเฉินเองก็ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 9 ในตอนนี้เช่นกัน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาเพิ่งยกระดับไป พลังยังไม่เสถียร หากฝืนยกระดับต่อ เกรงว่าจะเป็นการสร้างภาระหนักแก่ร่างกาย

กระนั้น เนื่องจากตอนนี้นักพรตเทียนซ่านได้ร่วมมือกับพวกสัตว์ร้ายมิติแล้ว แสดงว่าหลังจากนี้จะต้องมีผู้แข็งแกร่ง ระดับเทวะขั้นสูงอีกมากถูกส่งมาไล่ล่าซูเฉินอย่างแน่นอน

หรือไม่ก็นักพรตเทียนซ่านอาจลงมือด้วยตัวเอง หากซูเฉินต้องหนีไปเรื่อยๆ แล้วเขาจะยังอยู่ที่ไหนได้อีก? หรือว่าเขาต้องกลับไปยังแผ่นดินใหญ่?

ทว่าในระดับเทวะแต่ละขั้น ทุกการยกระดับต้องใช้แต้มพลังงานจำนวนมหาศาล หากกลับไปแผ่นดินใหญ่  เขาคงไม่มีทางหาชิ้นส่วนมาแปลงเป็นแต้มพลังงานได้มากขนาดนี้ ไม่มีทางยกระดับได้อย่างรวดเร็วอีกต่อไป

ซึ่งอะไรแบบนี้ เขาไม่ต้องการจะเห็นมัน นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไม ในกรณีที่สู้ได้ ซูเฉินจึงไม่ยินยอมที่จะเลือกหลบหนี

ไม่นาน  สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 9 ก็บุกมาถึงเบื้องหน้า

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... ซูเฉิน! คราวนี้มาดูกันว่าเจ้ายังจะสู้ได้อีกไหม!”

สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 9 จับจ้องซูเฉินอย่างตั้งใจ หัวเราะอย่างกำเริบเสิบสาน

“แกเองก็ถูกนักพรตเทียนซ่านส่งมาเหมือนกันใช่ไหม?” ซูเฉินขมวดคิ้วถาม

ตอนนี้เขามีข้อสันนิษฐานบางอย่าง ว่าเทียนซ่านใช่หลุดพ้นจากการควบคุมของหวูซางแล้วหรือไม่

เพราะหวูซางเคยกล่าวไว้ ว่านักพรตเทียนซ่านสามารถส่งลูกน้องที่ระดับสูงกว่าเขาสองขั้นมาไล่ล่าได้เท่านั้น ขณะที่สัตว์ร้ายมิติตนนี้เป็น ระดับเทวะขั้น 9 มันสูงกว่าเขาสามขั้นแล้ว

“ฮี่ ฮี่ ฮี่ ... ตอนนี้พวกเรากำลังร่วมมือกับ ‘ท่านเทพเจ้าเทียนซ่าน’ และทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงกันแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือสังหารเจ้า!” สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 9 หัวเราะดุร้าย

ท่านเทพเจ้าเทียนซ่าน?

ซูเฉินทวนคำ หัวใจของเขาเริ่มแต้นแรง

ท่านเทพเจ้าเทียนซ่านต้องหมายถึงนักพรตเทียนซ่านอย่างแน่นอน แต่ทำไมเขาถึงมีชื่อนี้ขึ้นมาได้?

อย่าบอกนะว่าอีกฝ่ายสามารถตัดผ่านเข้าสู่ขอบเขตเทพเจ้าได้แล้ว?

“นักพรตเทียนซ่านตัดผ่านสู่ขอบเขตเทพเจ้าได้แล้วงั้นหรอ?”

ซูเฉินเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง หากนักพรตเทียนซ่านสามารถทำได้แล้วจริงๆ เช่นนั้นสถานการณ์ของเขาเท่ากับว่ากำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง!

จบบทที่ 1065-1066

คัดลอกลิงก์แล้ว