- หน้าแรก
- พ่อครับใจเย็นหน่อย บ้านเรากำลังจะล้มละลายแล้ว
- บทที่ 45: คู่รักกิ่งทองใบหยก
บทที่ 45: คู่รักกิ่งทองใบหยก
บทที่ 45: คู่รักกิ่งทองใบหยก
เดิมทีจางเทาเป็นดาวสังคมของห้องเรียน เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนๆ ทุกคน มีเพื่อนที่อุตส่าห์เดินทางมาจากในหมู่บ้าน ชวนไปกินข้าว ต่อให้ตัวเองจะเหนื่อยมากแล้ว แต่ก็จะต้องไปเป็นเพื่อนแน่นอน พอเขามาถึงร้านอาหารซินหยวนใกล้ๆ โรงเรียนมัธยมหนึ่ง พวกชุยจื้อปิงก็เริ่มกินกันไปแล้ว เขาไม่ได้ใส่ใจอะไร นั่งลงคุยกับคนคุ้นเคยสองสามคน ชนแก้วเบียร์ไปสองสามแก้ว
"จางเทานี่ทำธุรกิจใหญ่แล้วนะ เพื่อนๆ พวกเราอุตส่าห์จะได้รวมตัวกันสักครั้ง ยังจะมาสายตั้งนานขนาดนี้ ดูท่าจะหาเงินได้เยอะแล้วสินะ ดูถูกเพื่อนจนๆ อย่างพวกเราแล้ว" ชุยจื้อปิงเย้าแหย่ไปประโยคหนึ่ง บุหรี่จงฮว๋าซองหนึ่งที่วางอยู่บนโทรศัพท์มือถือของเขาดูโดดเด่นมาก ได้ยินว่าพ่อของเขารับเหมางานตกแต่งภายในบางส่วนของศูนย์การค้าแห่งใหม่ หาเงินไปได้ไม่น้อยเลย
"ไอ้แม่เย็* มาเยาะเย้ยข้าเรอะ ข้าได้ยินว่าบ้านแกหาเงินได้เยอะแล้วนี่นา ความสัมพันธ์ของพวกเราก็แน่นแฟ้นขนาดนี้ ขอบุหรี่แกสักซองคงไม่มีปัญหาหรอกนะ" จางเทาก็ขี้เกียจจะไปแขวะเขาคืน สองสามวันนี้ตามเฉินลี่ชวน นิสัยก็อ่อนลงไปบ้างแล้ว...ของที่ยัดใส่กระเป๋าตัวเองได้นั่นแหละคือของจริง
ชุยจื้อปิงยังไม่ทันจะตั้งตัวเลย บุหรี่จงฮว๋าซองนั้นก็ไปอยู่ในกระเป๋าของจางเทาแล้ว เรื่องบุหรี่ เทาจื่อไม่เคยขาดทุนมาก่อน ขอแค่คนเยอะ แอบหยิบมาสักมวนในกระเป๋า เทคนิคนี้ถึงขั้นปรมาจารย์แล้ว
"ฮ่าๆๆๆ เอาไปสูบเถอะน่า ความสัมพันธ์ของพวกเรา บุหรี่จงฮว๋าซองเดียวจะนับเป็นอะไรได้" ชุยจื้อปิงพูดอย่างใจกว้าง เขาเหลือบมองสวีหว่านถังที่อยู่ข้างๆ โชคดีที่ตอนนี้เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้ว และก่อนที่จางเทาจะมา สวีหว่านถังเอาแต่ก้มหน้า เพื่อนๆ พูดกับเธอ เธอก็ทำท่าใจลอย
แต่เรื่องที่ฉีซือเหยาไปกินข้าวกับเฉินลี่ชวน สวีหว่านถังไม่ได้บอกเพื่อนๆ เหยาเหยาได้กำชับไว้เป็นพิเศษ กลัวว่าหลิวเหว่ยเหว่ยจะเข้าใจผิด แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องของเปียวจื่อขึ้น สวีหว่านถังก็ไม่มีอะไรจะพูดกับหลิวเหว่ยเหว่ยอีกแล้ว ตอนนี้ที่สวีหว่านถังเงยหน้าขึ้นมองจางเทา ก็เพราะว่าเขอยู่กับเฉินลี่ชวนทุกวัน อยากจะรู้ข่าวคราวของเฉินลี่ชวนจากปากของเขา
"ใจกว้างดีนี่" จางเทายิ้มๆ เขาคีบกับข้าวเข้าปากคำใหญ่ สองสามวันนี้จีต้านก้วนปิ่งกินจนจะอ้วกแล้ว
"พวกแกจะเตรียมทำแต่จีต้านก้วนปิ่งไปตลอดเลยเหรอ?" หลิวเหว่ยเหว่ยถามขึ้นมาประโยคหนึ่งอย่างกะทันหัน
"ใช่แล้ว เป็นอะไรล่ะ?" น้ำเสียงของจางเทาแข็งกร้าว สำหรับหลิวเหว่ยเหว่ยคนนี้เขาไม่ค่อยจะชอบขี้หน้ามาโดยตลอด
มุมปากของหลิวเหว่ยเหว่ยยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่เป็นธรรมชาติ...เป็นการเยาะเย้ย ในความคิดของเขา คนอย่างจางเทา จบแค่วิทยาลัยอาชีวะ ออกมาแล้วก็คงจะทำงานใช้แรงงานได้เท่านั้น ไม่มีอนาคตอะไร ดังนั้นในใจของหลิวเหว่ยเหว่ยจึงยังคงหยิ่งผยองอยู่มาก
"แกอย่ามาพูดจาเหน็บแนมนะ หมายความว่ายังไง!" จางเทาตะโกนอีกครั้ง ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่อยู่กับเฉินลี่ชวน เพราะลี่ชวนกำชับเขาไว้เป็นพิเศษว่าห้ามมีเรื่องเด็ดขาด ตอนนี้เขาไม่ยอมหลิวเหว่ยเหว่ยแล้ว เขายิ้มอะไร? ดูถูกข้าเหรอ?
"ผมไม่ได้พูดอะไรเลยนี่? คุณจะตื่นเต้นทำไม? ในเมื่อไม่พอใจกับสิ่งที่ตัวเองทำ แล้วทำไมตอนนั้นถึงไม่ตั้งใจเรียนล่ะ กลับมาระบายอารมณ์ฉุนเฉียวใส่ผมซะงั้น น่าสนใจจริงๆ!" หลิวเหว่ยเหว่ยพูดจาฉะฉานอย่างมีเหตุผล เขาขยับแว่น สายตาที่มองจางเทานั้น คือการดูถูกอย่างโจ่งแจ้ง
"เป็นนายที่พูดจาแดกดันใส่จางเทาก่อน ตอนนี้กลับมาโทษว่าเขาโมโหใส่นาย นายมันสมควรแล้ว!" สวีหว่านถังตะโกนใส่หลิวเหว่ยเหว่ย เรื่องนี้ทำให้เพื่อนคนอื่นๆ รวมถึงจางเทาด้วย ไม่ทันได้ตั้งตัว นี่มันสถานการณ์อะไรกัน เมื่อก่อนสวีหว่านถัง, หลิวเหว่ยเหว่ย, แล้วก็ฉีซือเหยา ความสัมพันธ์ดีกันมากไม่ใช่เหรอ
"ไม่มีอะไรจะพูดกับพวกเธอแล้ว!" หลิวเหว่ยเหว่ยหันหน้าหนี ไม่มองคนทั้งสอง
"เอาล่ะน่า มา พวกเรามาชนแก้วกันหน่อย เดี๋ยวพอกินข้าวเสร็จแล้ว ฉันจะเลี้ยงทุกคนไปร้องคาราโอเกะ" ชุยจื้อปิงพยายามไกล่เกลี่ย เพื่อนคนอื่นๆ ก็พากันห้ามทัพ คราวนี้ทั้งสามคนถึงได้เงียบลง หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างคุยกันไปกินกันไป พอได้เวลาพอสมควร กลุ่มคนก็เดินออกจากภัตตาคาร เตรียมจะไปร้องเพลง...
...
"ลี่ชวน งั้นแกก็รับผิดชอบส่งเหยาเหยากลับบ้านนะ เดี๋ยวฉันจะคุยกับพ่อแม่แกต่ออีกหน่อย" ในห้องส่วนตัว ตอนที่ฉีหงจื้อพูดประโยคนี้ออกมา มีเพียงภรรยาของเขา ไป๋ชุ่ยอวิ๋นเท่านั้นที่มองความคิดของเขาออก...คืออยากจะให้ลูกสาวได้ใกล้ชิดกับเฉินลี่ชวนมากขึ้น จริงๆ แล้วความคิดของเธอที่มีต่อเด็กคนนั้น ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเช่นกัน
"ต้องส่งกลับบ้านให้ถึงนะ ดูเหยาเหยาขึ้นตึกไปด้วยล่ะ!" ทันใดนั้นเฉินสี่ซุ่นก็เตือนอย่างจริงจัง!
"เร็วเข้า เร็วเข้า!" จินเฉี่ยวหลิงรีบร้อนเร่ง ดึงแขนลูกชาย อยากจะให้เขารีบลุกขึ้น ยิ้มจนปากแทบฉีก
"คุณลุงฉีครับ วางใจได้เลยครับ ต้องส่งฉีซือเหยากลับถึงบ้านแน่นอน" เฉินลี่ชวนพยักหน้า ท่านสารวัตรฉีเอ่ยปากแล้ว ยังไงก็ต้องไปส่งอยู่แล้ว กลับเป็นฉีซือเหยาที่รู้สึกอึดอัด แต่ก็ไม่สะดวกจะพูดอะไร ได้แต่เดินตามเฉินลี่ชวนออกจากห้องส่วนตัวไป
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เดินเคียงข้างกันไปบนถนน เฉินลี่ชวนสูงเกินไปแล้ว ฉีซือเหยาก็ไม่นับว่าเตี้ย มีความสูงหนึ่งเมตรหกสิบเซนติเมตร แต่ก็สูงถึงแค่คางของเขาเท่านั้น กลับทำให้เด็กสาวดูตัวเล็กน่ารัก
"ไม่ต้องส่งฉันกลับบ้านหรอก นายตั้งแผงลอยเหนื่อยขนาดนั้น รีบกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ" ฉีซือเหยาพูดเสียงเบา
"ฉันก็กำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่พอดีเลย กลับไปยังต้องทำแป้งแผ่นกับซอสอีก สกู๊ตเตอร์ครั้งที่แล้วก็พัง จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ซ่อมเลย เดี๋ยวพอเดินไปถึงตรอกชิวสุ่ยโข่วตรงนั้น ฉันก็จะแวบหนีแล้ว" หนึ่งคือเฉินลี่ชวนเหนื่อยจริงๆ กลับบ้านไปยังมีเรื่องอีกเป็นกอง สองคือถ้าหากยืนกรานจะไปส่ง กลับจะทำให้ฉีซือเหยารู้สึกอึดอัด
"เหะๆๆ ได้!" ฉีซือเหยายิ้มเบาๆ พยักหน้า แต่รอยยิ้มใต้แสงจันทร์นี้ ให้ความรู้สึกที่อ่อนโยนมาก ดูเหมือนว่า...ฉีซือเหยาจะเป็นคนที่อ่อนโยนเป็นพิเศษมาโดยตลอด เพียงแต่เป็นตัวเองเมื่อก่อน ที่ไปล่วงเกินขีดจำกัดของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เฉินลี่ชวนอดไม่ได้ที่จะมองเธอเพิ่มอีกสองสามแวบ ถึงได้ละสายตากลับมา สมกับที่เป็นดาวโรงเรียนที่โรงเรียนมัธยมหนึ่งยอมรับโดยทั่วกัน แต่ก็แค่ชื่นชมเท่านั้น สำหรับฉีซือเหยาเขาไม่มีความคิดอะไรเลยแม้แต่น้อย แสงสีของเซี่ยงไฮ้ สิ่งล่อใจมันเยอะเกินไป
ตลอดทาง ทั้งสองคนคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติ กลับมีความรู้สึกสดใหม่ของเพื่อนใหม่ จางเทาเดินตามอยู่ในฝูงชน ทันใดนั้นก็เห็นเฉินลี่ชวนกับฉีซือเหยาเดินอยู่บนถนนฝั่งตรงข้าม เขาเหลือบมองหลิวเหว่ยเหว่ยแวบหนึ่ง ความรู้สึกสะใจแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง เขาจึงกำหมัดตะโกนลั่น: "เฉินลี่ชวน มาเดินเล่นกับพี่สะใภ้เหรอวะ!"
เพื่อนๆ ทุกคน ต่างก็หันไปมองในทิศทางที่จางเทามองไป และก็เป็นไปตามคาด เฉินลี่ชวนกับฉีซือเหยาสองคนเดินเคียงข้างกัน คุยหัวเราะกัน "พี่สะใภ้!" จางเทาตะโกนอีกหนึ่งประโยค แล้วก็จ้องมองหลิวเหว่ยเหว่ยอย่างเจ้าเล่ห์
พวกเขาไปคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่? นี่เป็นปัญหาที่ทุกคนกำลังคิดอยู่ แล้วก็แอบมองหลิวเหว่ยเหว่ยอีกแวบหนึ่ง เพื่อนร่วมชั้นกลุ่มนี้ของพวกเขา รู้ดีถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง
"เชี่ยเอ๊ย เฉินลี่ชวนนี่ไม่เบาเลยนะ จีบฉีซือเหยาติดจริงๆ ด้วย" ชุยจื้อปิงยังถอนหายใจออกมาประโยคหนึ่งเช่นนี้ ทันใดนั้นฉีซือเหยาก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ เธอมองไปที่หลิวเหว่ยเหว่ยอย่างร้อนรน เพียงแต่ใต้แสงไฟถนนที่สลัวๆ มองไม่เห็นใบหน้าของเขาชัดเจน
"เหอะๆๆๆ ช่างเป็นคู่รักกิ่งทองใบหยกจริงๆ ชาตินี้จะรอเพียงเหยาคนเดียวสินะ" จางเทาก็พึมพำอยู่ข้างๆ เพื่อนๆ ตอนนั้นที่ลือกันไปในกลุ่มห้องเรียน ก็เป็นเขาที่กุเรื่องขึ้นมาทั้งหมด แต่ทุกอย่างก็เพื่อเพื่อนนี่นา คุ้มค่า!
สวีหว่านถังมองพวกเขาแวบหนึ่ง แล้วก็ก้มหน้าลง...