- หน้าแรก
- ข้าเป็นอมตะ ศึกษาแต่เคล็ดวิชาต้องห้ามเท่านั้น
- ตอนที่ 16: ข้ายังซ่อนต่อได้
ตอนที่ 16: ข้ายังซ่อนต่อได้
ตอนที่ 16: ข้ายังซ่อนต่อได้
ตอนที่ 16: ข้ายังซ่อนต่อได้
เจียงหมิงยังไม่รู้เลยว่า ด้วยความรอบคอบของเขา เขาได้หลบเลี่ยงปัญหาไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
เขาฮัมเพลงเบา ๆ ขณะเดินกลับขึ้นเขา อารมณ์ดีสุด ๆ และเริ่มวางแผนว่าจะสร้างบ้านตรงไหน ขุดแปลงผักที่ไหนดี
“หือ?”
ฝีเท้าเจียงหมิงหยุดลงกะทันหัน เหมือนว่ามีเรื่องไม่ดีบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้น
ท้องฟ้ามืดครึ้ม สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ เงาไม้ทอดยาวราวกับเหวสีดำมืด
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เจียงหมิงสัมผัสพลังปราณโลหิตได้แล้ว ประสาทสัมผัสทั้งห้าจึงเฉียบคมขึ้น เขาได้ยินเสียงเบา ๆ บางอย่างเล็ดลอดออกมาจากหลังเงาไม้
“เจ้าหนู ระวังตัวดีนี่นา”
เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงที่ฟังดูคุ้นเล็กน้อย จากนั้นก็มีเงาคนหลายคนกระโจนออกมาจากสองข้างทาง สามคนด้านหน้า สองคนด้านหลัง ล้อมเจียงหมิงเอาไว้
เจียงหมิงหรี่ตาเพ่งมอง “พวกเจ้านี่มันคนที่รับซื้อของข้าเมื่อเช้าไม่ใช่รึ?”
พวกมันคือพ่อค้าที่ซื้อเห็ดป่ากลิ่นหอมของเขาที่ตลาดในเมืองเมื่อเช้านี้
แต่ตอนนี้ พวกมันกลับถืออาวุธครบมือ ชัดเจนว่ามาเพื่อฆ่า
“ข้ายังระวังไม่พอสินะ” เจียงหมิงถอนหายใจ คนพวกนี้ตามเขาออกมาจากเมืองได้ แปลว่าต้องมีจุดใดที่เขาถูกจับตาไว้แล้ว
“แต่จริง ๆ แล้วพวกเจ้าไม่ควรสร้างปัญหาเลย” เจียงหมิงพูดเสียงเบา ความหมายชวนตีความ
เขาชอบหลบ ไม่ชอบสร้างเรื่อง แต่ถ้าวันนี้เจอเข้ากับเรื่องแบบนี้ ทางเดียวคือต้องจัดการ
เพราะต่อให้เขายอมจ่ายเงิน แกล้งเป็นคนขี้ขลาด ก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าพวกนี้รู้ความลับของเขาไปแล้วไม่ได้
ถ้าปล่อยให้รอดไป คืนนี้ก็คงมีปัญหายิ่งกว่าเดิมตามมา
“ไอ้หนู เจ้าช่างอวดดีนัก!” หัวหน้าพวกมันยิ้มเยาะ สีตาเต็มไปด้วยความดูแคลน เหมือนมองลูกแกะในกรงรอถูกเชือด “ทิ้งของไว้ ถอดเสื้อผ้าออก แล้วข้าจะถามไม่กี่คำ จากนั้นก็จะปล่อยเจ้าไป”
ความนิ่งของพวกมันไม่ใช่การเสแสร้ง พวกมันคลุกคลีกับเขตเมืองและภูเขามานาน ทำเรื่องมืดมิดมาทุกรูปแบบ การปล้นคนที่เดินทางลำพังเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพวกมัน
แน่นอนว่าพวกมันโกหก พวกมันไม่มีวันปล่อยเหยื่อให้รอดชีวิตไปได้จริง
พ่อค้าคนอื่นหัวเราะเหยียดหยันทันที พร้อมชักดาบยาวล้อมเจียงหมิงไว้
“ข้ายกให้หมดก็ได้ แต่ข้าก็มีคำถามเหมือนกัน” เจียงหมิงทำท่าหวาดกลัว รีบวางตะกร้าสมุนไพรลงบนพื้น ควักเหรียญทองแดงหลายพวงออกจากอกเสื้อโยนลงพื้น แล้วถามขึ้นอย่างสงสัยว่า “พวกเจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้ายังมีเงินอยู่?”
“อย่ามาแกล้งโง่กับข้า!” พ่อค้าหัวหน้ากลุ่มมองเหรียญทองแดงแล้วหัวเราะ “เห็ดป่าหลิ่นหอมที่เจ้าขาย มีลายสีเงินแซม พวกนั้นขึ้นเฉพาะในป่าลึก คนเก็บทั่วไปไม่มีทางเก็บมาได้แน่ ถ้าเจ้าบอกเส้นทางปลอดภัยที่ใช้เข้าไปเก็บเห็ด ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า ไม่อย่างนั้น...”
เขาตวัดดาบยาวในมือ ดวงตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม
ในสายตาของพวกมัน เจียงหมิงต้องโชคดีไปเจอเส้นทางลับเข้าสู่ป่าลึก จนเก็บเห็ดชั้นดีออกมาได้
เห็ดชนิดนี้มีราคาสูงกว่าชนิดธรรมดาหลายเท่าและตอนนี้ก็เป็นฤดูที่มันเจริญเติบโตถึงขีดสุด ถ้าได้เส้นทางนั้นมา พวกมันก็จะร่ำรวยทันที
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง...”
เจียงหมิงถึงกับตาเบิกกว้างในทันที เขาคิดในใจว่า “อาชีพต่างกัน โลกก็แทบไม่เหมือนกันเลย” เขาคุ้นชินกับการเก็บสมุนไพร แต่ไม่เคยศึกษาการเก็บเห็ดเลย จึงไม่ทันสังเกตความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้
“แต่มีอย่างหนึ่งที่พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้วล่ะ!” เจียงหมิงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที เขาหยุดแกล้งกลัว แล้วเผยรอยยิ้ม “ข้าไม่ได้พึ่งเส้นทางปลอดภัยเพื่อเก็บเห็ดเลย ที่พวกเจ้าทำมาทั้งหมดก็เสียเปล่า”
“ไอ้นี่มันอยากตาย!” เหล่าพ่อค้าตะโกนสบถ ก่อนจะพุ่งเข้าหาพร้อมดาบยาวในมือ
จนถึงตอนนี้ พวกมันยังคิดว่าเจียงหมิงแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง จึงพยายามบีบให้เขาเผยเส้นทางลับออกมา
ดวงตาเจียงหมิงสงบนิ่ง ร่างกายเคลื่อนออกไปทันที เขาเอนตัวไปด้านหลังเหมือนสปริง หลีกเลี่ยงคมดาบที่ฟาดเข้าใส่ แล้วกระเด้งตัวกลับมา ต่อยเข้าคอของชายคนหนึ่งอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ
เสียงกระดูกหัก “แครก!” หัวของชายคนนั้นเอียงไปด้านข้าง ร่างลอยไปไกล ก่อนที่ร่างจะตกถึงพื้นก็ขาดใจตายแล้ว
ดวงตาของเขายังเบิกโพลง เลือดทะลักออกจากปากและจมูก เขาไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะถูกฆ่าโดยเด็กหนุ่มที่นึกว่าจะจัดการได้ง่าย ๆ
พร้อมกันนั้น เจียงหมิงก็ถอยหลังกลับไป หยิบขวานที่เพิ่งซื้อมาแล้วตั้งท่าพร้อม
“มีบางอย่างไม่ปกติ! ฆ่ามันเร็วเข้า!” หัวหน้าพ่อค้าโกรธจนหน้าเปลี่ยนสี
“ไอ้เวรนี่!!”
ทั้งสี่คนโจมตีเข้าพร้อมกันจากด้านหน้าและด้านหลัง
ในการต่อสู้นั้น ความเข้าใจของเจียงหมิงต่อหมัดพิชิตพยัคฆ์เหมือนจะลึกซึ้งขึ้นในพริบตา
ร่างของเขาเคลื่อนไหวดุจเสือคำราม ขวานในมือเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
ขวานนั้นราวกับมีชีวิต ลอดผ่านดาบยาวที่กำลังฟาดเข้ามา ก่อนจะตัดทะลุหน้าอกและท้องของชายอีกคนหนึ่ง เสียงเลือดและกระดูกแตกกระจาย
หน้าอกของชายผู้นั้นถูกฉีกออก เลือดพุ่งเป็นสาย หัวใจยังเต้นอยู่ในอก แต่ร่างกลับทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้ชีวิต
“เวรเอ๊ย!”
“หมอนี่ฝึกศิลปะการต่อสู้นี่หว่า!”
เสียงอุทานดังระงม ใบหน้าหัวหน้าพ่อค้าดำคล้ำไม่ต่างจากเงากลางคืน ไม่หลงเหลือความเยือกเย็นแบบตอนต้นแม้แต่น้อย วันนี้พวกเขาคิดผิดอย่างมหันต์
บนแขนและหลังของเจียงหมิงมีบาดแผลเพิ่มอีกสองแห่ง เสื้อเปื้อนเลือดจนแดงฉาน แต่เขาไม่สนใจแม้แต่น้อย ตะโกนขึ้นว่า “เข้ามา!”
“เขาโดนฟันแล้ว! ฆ่าได้แน่!” หัวหน้าพ่อค้าตะโกนกร้าว คืนนี้เพื่อเงินไม่กี่เหรียญ พวกเขาต้องเสียคนไปถึงสองศพ ถือเป็นความเสียหายย่อยยับ
แต่หลังจากผ่านไปแค่สิบลมหายใจ ศีรษะของชายคนที่สามก็ถูกตัดหลุด ร่างล้มลงกับพื้น หัวหน้าพ่อค้าและอีกคนหนึ่งก็เริ่มหวาดกลัวจนตัวสั่น
“ทำไมเจ้าถึงยังไม่ตาย!?”
เขามองหน้าท้องของเจียงหมิง ที่มีดเล่มยาวปักคาอยู่ ดวงหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา
เจียงหมิงถอนหายใจ “จุดอ่อนของเจ้าคือ เจ้าตาไวเกินไป”
อีกคนตกใจจนมือไม้หลุด มีดในมือร่วงลงพื้นแล้วหันหลังวิ่งหนี
“สายไปแล้ว!” เจียงหมิงดึงมีดออกจากท้องตัวเอง ปาไปยังชายที่กำลังวิ่งหนี
มีดเล่มนั้นพุ่งทะลุอกอีกฝ่าย ปักตรึงร่างไว้กับต้นไม้ใหญ่
ในพริบตาเดียว เหลือแค่หัวหน้าพ่อค้าเพียงคนเดียวจากทั้งหมดห้าคน เขากลัวจนทรุดลงไปนั่งกับพื้น พูดเสียงสั่นพร่า “อย่า...อย่าฆ่าข้าเลย ข้าจะไม่บอกใคร!”
ดวงตาเจียงหมิงยังคงนิ่งเฉย “ตั้งแต่พวกเจ้ามาหาข้า ผลลัพธ์ก็มีเพียงทางเดียวเท่านั้น”
ขวานฟันเข้าที่ลำคอของเขา คำขอชีวิตเงียบลงในทันใด
“เฮ้อ...ข้าก็กลัวอยู่นะ เกือบโป๊ะแตกแล้ว”
เจียงหมิงถอนหายใจยาว มองร่างไร้ลมหายใจทั้งห้าด้วยแววตาพึงพอใจ
“แบบนี้ข้าก็ซ่อนตัวต่อไปได้อีกหน่อยแล้ว...”