- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 178. งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ (2)
◈บทที่ 178. งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ (2)
◈บทที่ 178. งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 178. งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ (2)
หญิงสาวผมสีงาช้างคนนี้ดูเหมือนจะไม่ชอบฉันนัก
แค่ฟังน้ำเสียงก็รู้ว่าเราน่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกัน
‘น่าจะถามลูคัสเรื่องผู้หญิงของแอชด้วย… อ๊ะ ไม่สิ ถ้าทำอย่างนั้นคงต้องคุยกันทั้งคืนแน่ ๆ’
แอชนี่ดังเรื่องเจ้าชู้ระดับประเทศเลยนะ
คงไม่มีเวลาไปฟังบรรยายพิเศษหรอก ถึงจะฟังก็คงจำไม่ได้ทุกคนหรอก
‘งั้นคุณหนูคนนี้คือใครกัน… อ่า!’
ฉันนึกออกทันที
ผมสีงาช้างนั่น เหมือนกับสีผมของตัวละครระดับ SR ผู้กล้าจากอาณาจักรอาริอันทางเหนือ
ยิ่งกว่านั้น ถึงผิวจะออกสีครีมเพราะโดนแดดเผาบ้าง แต่ก็ยังคงความซีดเผือกเฉพาะตัวของคนทางเหนืออยู่
และขนสีขาวที่ใช้เป็นเครื่องประดับบนชุดเดรสสีมุกนั้น… คงเป็นขนหมีขาวสัญลักษณ์ของอาณาจักรอาริอันแน่ ๆ
ตอนนี้ชัดเจนแล้ว ฉันยิ้มอย่างขมขื่นก่อนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ขออภัยที่เพิ่งทราบทีเพิ่งแนะนำตัวนะครับ คุณหนู”
ฉันเดินไปยืนข้างหน้าหญิงสาวแล้วก้มคำนับอย่างสุภาพ
“อย่างที่ทราบ ฉันคือ แอช เจ้าชายลำดับที่ 3 แห่งจักรวรรดิเอเวอร์แบล็ก”
“…….”
“ฉันขอทราบชื่อของเธอได้ไหม?”
ถึงฉันจะรู้ชื่อเธออยู่แล้วจากเอกสารที่เฟอร์นานเดซให้มา
แต่ก็คงดีกว่าถ้าได้แนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ
“……ยุน”
หญิงสาวเอ่ยชื่อตัวเองออกมาอย่างไม่เต็มใจราวกับไม่พอใจ
“ยุน อาริอันค่ะ ฝ่าบาท”
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกับเธอนะ เจ้าหญิงยุน”
เมื่อฉันยังคงก้มตัวอยู่ ยุนก็ขยับตัวอย่างไม่สบายใจ แล้วจึงยื่นมือซ้ายออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ฉันจับหลังมือของเธออย่างนุ่มนวล แล้วจึงจูบลงบนนั้น ยุนตัวสั่นเล็กน้อยพลางสั่นไหล่
นั่น…แค่ทำตามมารยาทเท่านั้นแหละ อย่ามารู้สึกไม่ดีเลยนะ
ฉันก็ต้องใช้ความกล้ามากเลยนะถึงได้จูบหลังมือผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกนี่
ถึงแอชจะปกติชอบทำตัวตามใจตัวเองไม่สนใจมารยาทของราชวงศ์อะไรทั้งนั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องทำตัวให้ดีหน่อยเวลาเจอคนที่จะมาหมั้นด้วยนี่นา
เมื่อฉันผละริมฝีปากออก ก็ส่งยิ้มหวานให้ ยุนก็รีบดึงมือซ้ายกลับไปทันที
***
ยุน อาริอัน อายุ 19 ปี
เจ้าหญิงลำดับที่ 2 แห่งอาณาจักรอาริอัน ฉลาดหลักแหลม และกล้าหาญเหมือนหมี จึงเป็นที่นิยมในราชอาณาจักร เอกสารโปรไฟล์เขียนเอาไว้เช่นนั้น
‘กล้าหาญเหมือนหมี…?’
ฉันมองหญิงสาวตรงหน้าแล้วเหงื่อตกในใจ ไม่ว่าจะมองยังไง เธอก็ดูเหมือนหงส์มากกว่าหมีนะ
“ฉันถูกส่งมาเป็นฑูต แต่พอมารู้ตัวอีกทีก็มีการหมั้นหมายกันแล้ว”
เรากำลังสนทนากันอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างสวนและห้องจัดเลี้ยง
ยุนที่พิงกำแพงระเบียงเอาไว้ กำลังหมุนแก้วแชมเปญในมือไปมาอย่างว่างเปล่า
“ชะตากรรมของเชื้อพระวงศ์มักเป็นเช่นนี้เสมอ ฮา ถึงอย่างนั้นก็เถอะ… การหมั้นหมายกับเจ้าชายลำดับที่ 3 ที่มีชื่อเสียงแย่ที่สุดนี่… มันเกินไปแล้ว”
“เจ้าชายลำดับที่ 3 นั้น ยืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้วล่ะนะ”
ถ้าพูดตรง ๆ ถ้าเป็นเจ้าชายผู้เปราะบาง อาจจะเจ็บปวดทรมานใจแล้วล่ะ
“ท่านคงไม่ปฏิเสธเรื่องชื่อเสียงของตัวเองหรอกใช่ไหมคะ ฝ่าบาทแอช?”
“ชื่อเสียงในหมู่คนทั่วไปไม่อาจบ่งบอกถึงแก่นแท้ของคน ๆ นั้นได้หรอก เจ้าหญิงยุน”
ยุนเรียกฉันด้วยคำนำหน้าอย่างสุภาพเสมอ แต่ฉันไม่ได้ทำเช่นนั้น
เพราะอาณาจักรอาริอันเป็นประเทศที่ถวายเครื่องบรรณาการให้กับจักรวรรดิเอเวอร์แบล็ก แม้จะเป็นเพียงในนามก็ตาม
และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธการหมั้นหมายครั้งนี้ได้ง่าย ๆ แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
“เธอเกลียดฉันหรือเปล่า?”
ฉันยิ้มแล้วถาม ยุนเบิกตาสีเหลืองทองขึ้น
“ฉันจะมีเหตุผลอะไรไปชอบล่ะคะ? เจ้าชู้ ก่อเรื่อง … ท่านทำทุกอย่างที่ผู้ชายเลว ๆ ทำกันได้หมดแล้วนี่คะ”
“นั่นอาจจะเป็นแค่ข่าวลือก็ได้นะ”
“ไม่มีไฟก็ไม่เกิดควันหรอกนะคะ”
ฉันยกไหล่ขึ้นเล็กน้อยให้กับยุนที่หัวเราะเยาะ
“ถ้าฉันเป็นคนเจ้าชู้จริง ๆ ในงานเลี้ยงแบบนี้ น่าจะมีบรรดาคุณหนูที่ฉันเคยยุ่งด้วยมาล้อมฉันเป็นฝูงผึ้งแล้วสิ”
รอบ ๆ ตัวฉันโล่งเตียน ยุนเป็นคนแรกที่เข้ามาหาฉันแบบตัวต่อตัวเลย
แต่ยุนก็ทำหน้าเหลือเชื่อแล้วจ้องฉันเขม็ง
“ท่านคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงคะ? ท่านนี่มีชื่อเสียงเรื่องเข้าหาคนอื่นเอาแต่ได้ แล้วก็ทิ้งอย่างไม่ใยดีนี่คะ”
“…….”
“ฉันได้ยินมาว่ามีสาว ๆ หลายสิบคนแล้วที่ตกเป็นเหยื่อท่าน ทั้งกายใจและทรัพย์สิน แล้วท่านก็คิดจะใช้ฉันและราชอาณาจักรของฉันให้ได้ประโยชน์สูงสุด แล้วก็ทิ้งไปใช่ไหมคะ?”
ฉันอึ้งไปเลย
นี่มันอะไรกัน แอชนี่มันไม่ใช่แค่เจ้าชู้เล่น ๆ แต่เป็นขยะที่เอาเปรียบคนอื่นแล้วทิ้งซะนี่
‘นึกขึ้นได้แล้ว ที่เซเรเนดและห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ ก็มีคนบอกว่ามันยืมเงินไปเยอะแยะแล้วก็ก่อเรื่องวุ่นวาย’
มันทำแบบนี้กับครอบครัวคุณหนูคนอื่น ๆ ด้วย โอ้พระเจ้า…
ตอนนี้ฉันถึงเข้าใจแล้วว่าทำไมอดีตคนรักของแอชถึงไม่วิ่งมาที่นี่
ถ้าจบกันไม่สวยก็คงไม่วิ่งมาต้อนรับด้วยแขนกางหรอก ถ้าถือดาบมาสองเล่มก็อีกเรื่อง
“ฉันก็เห็นด้วยกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แต่เอาจริงเหรอคะ? ประเทศไหนในโลกนี้จะไปคัดค้านการเป็นพันธมิตรกับจักรวรรดิเอเวอร์แบล็กกันล่ะคะ?”
ยุนเม้มริมฝีปากแดงอวบแล้วถอนหายใจเบา ๆ
“แต่การใช้การแต่งงานทางการเมืองเป็นวิธีการนี่สิ! มันล้าสมัยเหลือเกิน ถ้าไม่มีลูกหลานที่อายุพอเหมาะ ก็ไม่อาจสร้างพันธมิตรกันได้อย่างนั้นเหรอคะ?”
“แล้วนอกจากหมั้นหมายแล้ว จะมีวิธีไหนที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ได้บ้างคะ? ถึงจะล้าสมัยก็เถอะ แต่สำหรับผู้ใหญ่แล้ว คงไม่มีวิธีไหนจะทำให้สนิทสนมกันได้มากกว่าการเป็นญาติกันแล้วล่ะ”
“ตั้งแต่แรกแล้ว มันจำเป็นต้องสนิทสนมขนาดนั้นเลยเหรอคะ? แค่กำหนดหน้าที่สิ่งที่ต้องทำ เส้นแบ่ง แล้วทำสัญญาประกาศออกมาอย่างเป็นทางการก็พอแล้วไม่ใช่เหรอคะ”
ยุนที่สวมชุดเดรสที่โชว์กระดูกไหปลาร้าและไหล่ยกไหล่ขึ้นอย่างขบขัน
“แทนที่จะมาผูกพันกันด้วยเลือดเนื้อโดยการส่งลูกหลานให้กันและกัน ทำสัญญาที่ชัดเจนแล้วปฏิบัติตามหน้าที่กันดีกว่า เหมือนกับหิมะตกในฤดูร้อน สดชื่นและสะอาด ไม่ดีกว่าเหรอคะ?”
หิมะตกในฤดูร้อนเหรอ?
ฉันไม่ค่อยเข้าใจคำเปรียบเปรยจากทางเหนือที่หิมะตกตลอดปีนัก แต่โดยรวมแล้ว ฉันเข้าใจว่าเธอต้องการจะสื่ออะไร
‘เธอดูจะไม่อยากแต่งงานกับฉันเอาเสียเลย…’
ฉันกำลังจะพูดอะไรต่ออีกสักหน่อย
ขณะนั้นเอง บ่าวไพร่ที่ประตูห้องจัดเลี้ยงก็ตะโกนเสียงดัง
“องค์ชายลำดับที่สองแห่งองค์จักรพรรดิ และเป็นรัฐมนตรีกระทรวงบริหาร เฟอร์นานเดซ ‘แอมเบอร์คีเปอร์’ เอเวอร์แบล็ก เสด็จแล้วครับ!”
โอ้โห พี่ชายฉันมาเอง
สายตาของทุกคนในงานเลี้ยงหันไปที่ประตูห้องจัดเลี้ยง ฉันกับยุนก็เช่นกัน
เฟอร์นานเดซในชุดทักซิโด้สีสันฉูดฉาดพร้อมแว่นตาที่เป็นเอกลักษณ์ และเครื่องประดับหรูหราต่าง ๆ เดินเข้ามา
ต่างหู สร้อยคอ แหวน… มันแวววาวมาก ตัวสูง หน้าตาดี ก็เลยดูเข้ากันดีนะ
วงออเคสตราบรรเลงเพลงที่ไพเราะนุ่มนวล
เฟอร์นานเดซยิ้มแย้มแจ่มใสแล้วเดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงพลางทักทายผู้คนรอบข้าง
ก่อนที่ทุกคนจะได้พูดคุยกับเขา ต่อจากนั้น…
“องค์ชายลำดับที่หนึ่งขององค์จักรพรรดิ และเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ลาร์ค ‘อาวาลันเช’ เอเวอร์แบล็ก เสด็จแล้วครับ!”
ลาร์ค ตัวเอกของวันนี้ปรากฏตัว
ลาร์คไม่ได้สวมชุดเลี้ยง แต่สวมเครื่องแบบทหาร
เครื่องแบบเข้ากับรูปร่างสูงใหญ่และแข็งแกร่งของเขาเป็นอย่างมาก
ถึงจะดูไม่หรูหราเท่าชุดทักซิโด้ แต่ก็โดดเด่นที่สุดในงานเลี้ยงนี้อย่างแน่นอน
ยิ่งกว่านั้น ที่เอวของลาร์ค…
‘ดาบ’
มีดาบยาวเสียบอยู่ที่ฝัก
โดยหลักการแล้ว ในพระราชวังจะห้ามนำของมีคมที่มีความยาวมากกว่า 50 ซม. เข้าไป
มันขัดกับมารยาทในงานเลี้ยงด้วย แต่ลาร์คกลับถือดาบยาวเข้ามาอย่างภาคภูมิใจ
เพราะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดผู้ควบคุมอำนาจทางการทหารของจักรวรรดิ
วงออเคสตราบรรเลงเพลงชัยชนะที่เตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างยิ่งใหญ่
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงเพื่อผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่ประสบความสำเร็จในการทำสงครามกับราชรัฐบริงเกอร์(หรืออย่างน้อยก็ดูเหมือนว่าจะสำเร็จ)
เหล่าขุนนางต่างแห่กันไปหาลาร์ค
ฉันกับลาร์คต่างกันราวฟ้ากับเหวเลย
“อืม”
ยุนที่มองลาร์คอยู่ห่าง ๆ ก็ถามฉัน
“เจ้าชายลาร์คแต่งงานแล้วใช่ไหมคะ?”
“ใช่แล้ว มีลูกแล้วสามคนด้วย”
ฉันเห็นสุภาพสตรีที่ดูเหมือนจะเป็นภรรยาของลาร์ค กำลังจูบแก้มสามีอย่างอ่อนโยนและควงแขนกันอย่างน่ารัก ดูดีจริง ๆ
ยุนทำหน้าเสียดายแล้วส่งเสียงครางออกมา
“เสียดายจัง เป็นสเปคฉันเลย”
“หรือว่าเธอชอบผู้ชายที่แต่งงานแล้ว…? นี่เป็นรสนิยมอันตรายสินะ เจ้าหญิงยุน?”
“คุณพูดอะไรคะ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ฉันหมายความว่า ในสามพระองค์ พระองค์นี้เป็นสเปคฉันที่สุด”
ยุนพูดอย่างใจเย็นทั้ง ๆ ที่คนที่จะเป็นสามีของเธอยืนอยู่ข้าง ๆ
ฉันรู้สึกสนุกขึ้นมาเลย ฉันปิดปากยิ้มแล้วถาม
“แล้วเฟอร์นานเดซล่ะ? ยังโสดอยู่ ก็หล่อออก ตัวสูงกว่าเธอด้วย”
“ฉันไม่ชอบผู้ชายเจ้าเล่ห์”
เฟอร์นานเดซกำลังคุยกับใครบางคนอยู่อย่างเงียบ ๆ ที่มุมห้อง
เพราะทุกคนกำลังสนใจลาร์คอยู่ เขาจึงเคลื่อนไหวได้อย่างเงียบ ๆ
ยุนส่ายหัวเมื่อเห็นอย่างนั้น
“เขาเป็นพวกวางแผนเจ้าเล่ห์ ฉันไม่ชอบแบบนั้นหรอก”
“แล้วเทียบกับฉันล่ะ?”
“อืม… ฉันต้องคิดหน่อย ผู้ชายเจ้าเล่ห์กับผู้ชายเลว…”
ฉันหัวเราะออกมา
“แล้วแบบไหนกันแน่ที่เป็นสเปคของเธอ? อะไรคือมาตรฐานของเธอ?”
“จริงด้วย ผู้ชายทางใต้ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้กันเลยล่ะคะ?”
เจ้าหญิงแห่งดินแดนเหนือสุดของทวีปยกแขนขึ้น… โชว์กล้ามเนื้อท่อนบน
“แน่นอน กล้ามเนื้อที่แน่นเป็นมัดสิคะ!”
เธอพูดอย่างง่าย ๆ
“…….”
อ่า
จริงด้วย
ฉันเข้าใจทันที
“กล้ามเนื้อที่แน่น! รูปร่างที่สง่างาม! ความแข็งแกร่งที่จะถอนภูเขาและความยิ่งใหญ่ที่จะพลิกโลก ผู้กล้าผู้มีพละกำลังและความทะเยอทะยาน!”
นี่คือจริยธรรมความงามของประเทศที่อยู่รอดมาได้ในแผ่นดินอันหนาวเหน็บงั้นเหรอ น่าเข้าใจจริง ๆ
นั่นหมายความว่า ชอบลาร์คที่กล้ามแน่น ๆ แต่ไม่ชอบเฟอร์นานเดซที่สูงแต่ผอมแห้งกับฉันนั่นเอง
“ขอถามได้ไหม?”
ฉันเกิดอยากรู้ขึ้นมา
“มาตรฐานของผู้หญิงที่เป็นที่นิยมในอาณาจักรอาริอันเป็นยังไงเหรอ…?”
“เหมือนกันเลยค่ะ”
คราวนี้ยุนยกแขนอีกข้างขึ้นโชว์กล้ามเนื้อท่อนบน
“กล้ามเนื้อแน่น! รูปร่างสง่างาม! จะมีอะไรอีกเหรอคะ?”
“……ถ้าเป็นมาตรฐานแบบนั้น เจ้าหญิงยุนดูเหมือนจะไม่ค่อยได้รับความนิยมสินะครับ?”
ดูผอมบางจัง
“ถ้าฉันถอดเสื้อนี่… จะเห็นได้ชัดเลยล่ะ…”
ยุนกำลังจะโชว์กล้ามท้อง แต่พอรู้ว่าชุดเดรสแน่นจนถอดไม่ได้ เธอก็ยกมือขึ้น
“ไม่มีวิธีโชว์แล้วค่ะ”
“…….”
ดูเหมือนเธอจะมั่นใจในกล้ามเนื้อมากเลยนะ แต่ว่า การพูดแบบนี้ค่อนข้างอันตรายนะ ขอให้ระวังด้วยล่ะ
ขณะที่เรากำลังพูดคุยกันอย่างไม่เป็นสาระแต่ก็สนุกสนานอยู่นั้น…
ก๊อง-! ก๊อง-! ก๊อง-!
เสียงระฆังหนัก ๆ ใหญ่ ๆ และค่อย ๆ ดังขึ้นสามครั้งก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยง
งานเลี้ยงที่วุ่นวายก็เงียบลงทันที ทุกคนมองไปทางประตูด้วยความตกตะลึง
ยุนที่รู้ตัวว่าสถานการณ์ไม่ปกติก็ปิดปากแล้วมองไปทางประตู
“อะ? ไม่นะ? จริงเหรอเนี่ย?”
อย่างที่ว่า การไม่เชื่อมักจะทำให้คนเสียใจ
คนรับใช้ที่เคยตะโกนประกาศการเสด็จของเชื้อพระวงศ์ ตอนนี้กลับพูดเสียงสั่นเทา
“เทพธิดาได้ทรงเลือก และได้ทรงสร้างสรวงสวรรค์บนผืนแผ่นดินนี้ พระองค์ผู้สูงส่ง ทรงเกียรติ และทรงสง่างาม ผู้เป็นใหญ่แห่งแผ่นดินนี้ จักรพรรดิองค์เดียวของจักรวรรดิเอเวอร์แบล็ก ทรงพระเจริญ!”
ทรงพระเจริญ!
ทุกคนต่างก้มหัวคารวะ แม้แต่คนที่ยังไม่เสด็จมาด้วยซ้ำ
ฉันกับยุนก็รีบก้มหัวคุกเข่าข้างเดียวลง
“เสด็จแล้ว!”
พร้อมกับเสียงตะโกนกู่ก้อง ชายคนนั้นก็เสด็จเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง
“…….”
ฉันเบิกตาเล็กน้อยแล้วมองท่านพ่อ
ถ้าพระเจ้าสร้างมนุษย์ด้วยทองคำ แทนที่จะเป็นดิน คงเป็นแบบนี้
ตอนที่ถูกตรึงอยู่บนบัลลังก์ ฉันไม่รู้เลยว่า ท่านมีรูปร่างแบบนี้ หน้าตาแบบนี้ และแสงทองอร่ามที่ซ่อนอยู่ในดวงตาสีดำสนิทนั้น
ท่านเป็นคนที่มีบุคลิกของจักรพรรดิ
ความสง่างามและความกดดันที่ล้นเหลือจากชุดสีดำและสีทอง… และบรรยากาศที่เหนือกว่ามนุษย์…
ตุ้บ!
ฉันรู้สึกว่าได้ยินเสียงดังขึ้น แม้ว่าท่านจะเหยียบลงบนพรมอย่างแผ่วเบาเพียงเท่านั้น
จักรพรรดิองค์เดียวของจักรวรรดิเอเวอร์แบล็ก
ทราฮา ‘พีซเมกเกอร์’ เอเวอร์แบล็ก สวมเสื้อคลุมสีแดง เสด็จเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง
“อืม……”
ท่านค่อย ๆ มองผู้คนนับพันที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า แล้วก็
“……แอชอยู่ไหน?”
ท่านถามหาฉันก่อนเลย
อะไรนะ?
ไม่สิ…ทำไมล่ะ?
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_