เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 176. [เนื้อเรื่องเสริม] ค่ำคืนก่อนงานเลี้ยง (2)

◈บทที่ 176. [เนื้อเรื่องเสริม] ค่ำคืนก่อนงานเลี้ยง (2)

◈บทที่ 176. [เนื้อเรื่องเสริม] ค่ำคืนก่อนงานเลี้ยง (2)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 176. [เนื้อเรื่องเสริม] ค่ำคืนก่อนงานเลี้ยง (2)

“…….”

เซเรเนดจ้องมองกองเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะทำงาน

เอกสารเหล่านั้นเต็มไปด้วยรหัสลับที่เขียนอย่างยุ่งเหยิง และเธอก็เพิ่งจะถอดรหัสและอ่านมันเสร็จ

“ฮือ”

เซเรเนดใช้ปลายนิ้วลูบหน้าผากที่เริ่มปวดตุบ

ข้อมูลที่ได้มานั้นเหนือความคาดหมายของเธอเสียอีก ห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์มีเครือข่ายข่าวสารที่แข็งแกร่งมาก

พวกเขาสามารถสืบหาข้อมูลที่แอชสั่งให้ไปหามาได้อย่างครอบคลุม

ปัญหาอยู่ที่เนื้อหา

‘มันอ่อนไหวเกินไป’

เนื่องจากต้องสืบหาข้อมูลอย่างกว้างขวาง จึงได้ข้อมูลมาส่วนใหญ่เป็นเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ

แต่เซเรเนดผู้เฉลียวฉลาด เพียงแค่พลิกดูชิ้นส่วนข้อมูลเหล่านั้น เธอก็สามารถมองเห็นภาพรวมได้ทันที

‘นี่คือข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อราชวงศ์’

นั่นเป็นเหตุผลที่แอชสั่งให้สืบหาข้อมูลนี้สินะ

แต่การรวบรวมข้อมูลเช่นนี้มันอันตรายเกินไป

แอช…คิดจริง ๆ เหรอว่าข้อมูลพวกนี้จะช่วยชีวิตห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ได้

แล้วก็…

ฟิ้ว- ฟิ้ว-

เสียงบางอย่างที่เฉียดผ่านอากาศดังมาจากนอกหน้าต่าง

“หืม?”

ขณะที่เซเรเนดเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย

แกร๊ก!

กระจกแตก และลูกธนูที่ติดไฟตกลงมาด้านใน

พลุ่ก-!

เปลวเพลิงลามไปทั่วห้องในพริบตา เซเรเนดหน้าซีดเผือก ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

‘อะไรกันเนี่ย เกิดอะไรขึ้น?!’

หรือว่า…ถูกตามรอย?

มีคนบางคนที่รู้ว่าวินเทอร์ซิลเวอร์รวบรวมข้อมูลพวกนี้ เลยพยายามกำจัดพวกเธอหรือเปล่า? หรือว่าการล้างตระกูลอย่างที่แอชพูดถึงเริ่มต้นขึ้นแล้ว?

“ครืด ครืดครืด!”

แม้จะมีความคิดมากมายแล่นเข้ามา แต่ก่อนอื่นต้องหนีออกจากที่นี่ก่อน เซเรเนดใช้ผ้าปิดปากแล้วพยายามจะออกจากห้อง

แต่แล้วเธอก็หยุดชะงัก

สมบัติล้ำค่าและผ้าไหมมากมายที่เต็มห้องทำงานของผู้จัดการ ถึงแม้จะถูกไฟไหม้ก็ไม่เป็นไร

แต่ข้อมูลที่แอชสั่งให้รวบรวมมานั้น ต้องปกป้องไว้ให้ได้

เซเรเนดรีบคลี่เสื้อคลุมของตัวเอง แล้วใส่กองเอกสารลงไป จากนั้นก็กอดเสื้อคลุมที่ม้วนเป็นมัดแน่นไว้ในอ้อมแขน แล้วรีบวิ่งออกจากห้อง

เปลวเพลิงที่ติดอยู่บนลูกธนูดูเหมือนจะมีการเสริมเวทย์มนตร์อะไรบางอย่าง เพราะมันลามไปทั่วทั้งอาคารอย่างรวดเร็ว

“คุณหนู!”

“ท่านประมุข!”

เมื่อออกมาด้านนอก ก็เห็นคนใช้คนอื่น ๆ พยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อดับไฟ เซเรเนดตะโกนขึ้น

“ใจเย็น ๆ ออกจากอาคารกันเถอะ! ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครเหลืออยู่! รีบอพยพกัน!”

ถ้าเป็นเปลวไฟเวทย์มนตร์ คนธรรมดาคงดับไฟไม่ได้ การอพยพอย่างรวดเร็วเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ตามคำสั่งของเซเรเนด คนใช้เริ่มอพยพออกจากอาคารอย่างเป็นระเบียบ

เซเรเนดมองรอบ ๆ ทางเดินเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเตรียมจะลงบันไดไปชั้นล่าง

จนกระทั่ง…เธอพบเห็นหญิงสาวรับใช้คนหนึ่งที่หมดสติเพราะขาดอากาศหายใจอยู่ฝั่งตรงข้ามของทางเดิน

“……!”

เซเรเนดรีบวิ่งไปหาหญิงสาว แล้วรีบประคองเธอขึ้น

พลุ่ก-

เปลวเพลิงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ควันดำที่เกิดจากการลุกไหม้ของอาคารบดบังสายตา

รู้สึกหายใจไม่ออก เซเรเนดกัดฟันแน่น

***

ฉันกับเอลิเซ่รีบวิ่งมาที่หน้าอาคารห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ที่กำลังถูกไฟไหม้

ปีศาจแห่งเปลวเพลิงกำลังเลียกินอาคารสูงตระหง่านหลังนั้น

ผู้คนจำนวนมากพยายามดับไฟด้วยการตักน้ำทะเลมาสาด แต่เปลวเพลิงก็ไม่หวั่นไหว

“คุณหนูเซเรเนด!”

เอลิเซ่ร้องลั่น แล้ววิ่งเข้าไปหาอาคาร

เอลิเซ่ตะโกนใส่คนของห้างหุ้นส่วนที่กำลังพยายามดับไฟ

“คุณหนูเซเรเนดอยู่ที่ไหน?!”

“นั่น…นั่นคือ…ตั้งแต่เมื่อกี้ก็ไม่เห็นคุณหนูแล้ว……”

เอลิเซ่หน้าซีดเผือก จ้องมองอาคารที่กำลังลุกไหม้อย่างดุเดือด

“แล้ว…หรือว่า…อาจจะอพยพไม่ทัน……”

อาคารถูกไฟไหม้จนหมด ไม่มีทางที่จะเข้าไปด้านในได้อีกแล้ว

โครม!

ถึงกระนั้นเอลิเซ่ก็ราดน้ำทะเลที่อยู่ในถังที่ถืออยู่เหนือหัว แล้วเตรียมจะกระโดดเข้าไปข้างใน

ฉันรีบคว้าแขนเอลิเซ่ไว้

“เดี๋ยวนะ เอลิเซ่! เธอกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย!”

“ไม่เห็นเหรอ! ถ้าคุณหนูอยู่ข้างใน ฉันต้องไปช่วย!”

“สติยังอยู่ไหม?! ถ้าเข้าไปข้างใน เธอก็จะถูกไฟไหม้ตายเหมือนกัน!”

“ถ้าคุณหนูอยู่ข้างใน! ถ้าอพยพไม่ทัน!”

เอลิเซ่พูดเสียงดัง

“งั้นฉันก็จะตายไปพร้อมกับคุณหนู!”

“…….”

“ถ้าเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันทำเพื่อคุณหนูได้ ฉันก็จะทำอย่างนั้น”

ฉันลังเล ว่าควรจะห้ามปรามความจงรักภักดีที่บิดเบี้ยวนี้ หรือปล่อยให้เธอทำตามใจ

“ไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก เอลิเซ่”

มีเสียงพูดเบา ๆ ดังมาจากข้าง ๆ

ฉันตกใจ มองไปรอบ ๆ ก็เห็นหญิงสาวสวมเสื้อคลุมสีเทาอยู่ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่าน

เป็นเซเรเนด ใบหน้าของเธอเปื้อนเขม่าเต็มไปหมด

“ฉันออกมาได้ก่อนที่อาคารจะถูกไฟไหม้หมด แค่ก…!”

“เซเรเนด!”

“คุณหนู!”

“ชู่”

เซเรเนดชู้นิ้วชี้ขึ้นมาปิดริมฝีปาก แล้วเดินไปทางท่าเรืออย่างเซ

“ทางนี้”

ที่ท่าเรือมีเรือยอร์ชของห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ที่เคยใช้มาก่อนจอดรออยู่

“ออกจากที่นี่กันเถอะ”

เอลิเซ่รีบวิ่งไปห้องนักบังคับการที่หัวเรือ เพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง

เซเรเนดเข้าไปในห้องโดยสารของเรือ แล้วทรุดตัวลงนั่งราวกับหมดแรง

ฉันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรีบถามอย่างร้อนใจ

“ไม่เป็นไรใช่ไหม เซเรเนด?”

“ฉันไม่เป็นไรหรอก ครืด! แต่…ข้อมูลที่ท่านสามีสั่งให้ไปรวบรวมมานั้น…”

เซเรเนดหน้าเสีย ชูสิ่งของที่กอดไว้ในอ้อมแขนขึ้นมา

“เพราะฉันใช้เวลานานเกินไปในการออกมา เลยถูกไฟไหม้หมดแล้ว…”

กองเอกสารที่เซเรเนดยื่นมาให้ถูกไฟไหม้จนไหม้เกรียม หมึกก็จางหายไปจนอ่านไม่ออกแล้ว

“ขอโทษนะคะ ท่านสามี…ถ้าฉันออกมาเร็วกว่านี้ ข้อมูลคงจะปลอดภัย แต่คนของเรากลับหมดสติเพราะควัน เลยทิ้งไว้ไม่ได้”

“…….”

“ถึงแม้จะเป็นพ่อค้า แต่ยังตัดสินใจช้าเกินไป…ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน ถึงแม้ข้อมูลนี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด…”

“ไม่หรอก เซเรเนด เธอทำถูกต้องแล้ว”

ฉันยิ้ม แล้วจับมือที่เปื้อนเขม่าของเซเรเนดเบา ๆ

“ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคนแล้ว”

“…….”

เซเรเนดมองฉันด้วยสายตาว่างเปล่า

เรือยอร์ชออกเดินทาง แล่นฝ่าคลื่นออกจากชายฝั่งไปยังทะเล

เซเรเนดเล่าข้อมูลที่จำได้ให้ฉันฟัง แทนที่จะเป็นเอกสารที่ถูกไฟไหม้

รายละเอียดของข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่แล้ว ยิ่งเลือนลาง ความเชื่อมโยงที่คลุมเครือระหว่างข้อมูลก็พังทลายลงหมด

เนื่องจากความตกใจที่หนีออกมาจากกองเพลิง เซเรเนดจำข้อมูลบางอย่างไม่ได้เลย

แต่ก็เพียงพอแล้ว เพราะสิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่รายละเอียดของข้อมูล แต่เป็นหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่ฉันจะใช้พูด

ฉันพยักหน้า

“เหนื่อยหน่อยนะ เซเรเนด แต่เพียงพอแล้ว”

“ฉัน…ช่วยท่านสามีได้บ้างไหมคะ?”

“แน่นอน”

ใบหน้าของเซเรเนดที่ปรากฏในเสื้อคลุมแสดงความโล่งใจ

คราวนี้ฉันหยิบของที่ฉันนำมาด้วยออกมาให้เธอ เซเรเนดรับไปด้วยสีหน้างง ๆ

“ท่านสามี…นี่คืออะไรคะ?”

“บัตรเชิญงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ”

งานเลี้ยงที่กำลังจะจัดขึ้นในวันรุ่งขึ้น การต่อสู้ครั้งสุดท้ายในเมืองหลวงแห่งนี้

นี่คือตั๋วเข้าร่วมงานเลี้ยง

“…….”

เซเรเนดรับบัตรเชิญไปแล้วนิ่งเงียบ ฉันเลิกคิ้วขึ้น

“ทำไมเหรอ?”

“เปล่าค่ะ ท่านสามี…พาฉันไปงานใหญ่ของราชวงศ์แบบนี้เป็นครั้งแรก…”

แต่แล้วเซเรเนดก็คืนบัตรเชิญให้ฉัน

“แต่…ท่านสามี…ขอโทษนะคะ…ฉันคงไปไม่ได้”

“ทำไม?”

“…….”

เซเรเนดลังเล แล้วค่อย ๆ ถอดเสื้อคลุมออก

ฉันกลืนน้ำลายลงคอ

เส้นผมสีฟ้าสวยงามถูกไฟไหม้จนเสียหาย ผิวขาวเนียนก็ถูกไฟไหม้จนแดงเป็นบางจุด

เซเรเนดหลบสายตาฉัน พูดพึมพำ

“ฉันจะไปงานเลี้ยงของราชวงศ์ในสภาพแบบนี้ได้ยังไง”

“…….”

“ที่นั่นมีคนดังจากทั่วโลกมารวมตัวกัน ถ้าผู้จัดการห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์มาในสภาพแบบนี้…ทุกคนต้องหัวเราะเยาะฉัน”

หัวของเซเรเนดค่อย ๆ ก้มลงต่ำ

“ยิ่งกว่านั้น…ฉันมาในสภาพนี้ไม่ได้…อยู่ข้างท่านสามีในวันพรุ่งนี้”

“…….”

“ถ้าอย่างนั้น…ฉันไม่อยากไปเลย…”

ฉันจับมือเซเรเนดแน่น

“เซเรเนด ฉันอยากจะบอกแค่ว่า ฉันต้องการเธอในวันพรุ่งนี้”

“คะ…?”

“เพื่อที่จะช่วยตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์ และเพื่อกำหนดเส้นทางของแนวรบทางใต้ของฉัน เธอต้องมาร่วมงานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้”

จากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ ฉันรู้แล้วว่าราชวงศ์กำลังพยายามกำจัดตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์

ไม่ว่าจะเป็นเพราะพวกเขารู้เรื่องข้อมูลที่ไม่ควรแตะต้อง หรือเพราะถึงเวลาต้องล้างตระกูลแล้ว หรือทั้งสองอย่าง ก็ตาม

เพื่อความอยู่รอด เซเรเนดต้องมาร่วมงานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้

เพราะหนทางรอดมักจะซ่อนอยู่ในความตาย

“…….”

ใบหน้าที่เปื้อนเขม่าของเซเรเนดแข็งกร้าว เมื่อฉันบอกว่าต้องการเธอ

ดวงตาสีเงินของเธอปิดลง แล้วลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยความมุ่งมั่น

“……ถ้าอย่างนั้น ฉันจะไปอย่างแน่นอน ถึงแม้จะเลวร้ายกว่านี้ ฉันก็จะไปร่วมงานเลี้ยง”

ฉันพยักหน้าอย่างหนักแน่น

หลังจากนั้น เราก็ประชุมวางแผนงานในงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้กันอยู่นาน

จนใกล้เที่ยงคืน เรากลับมาที่ท่าเรืออีกครั้ง

อาคารห้างหุ้นส่วนถูกไฟไหม้จนเหลือแต่ซากปรักหักพัง มีเพียงคนของห้างหุ้นส่วนไม่กี่คนที่กำลังเก็บกวาดซากปรักหักพัง

‘ไม่ได้จับกุม แค่โจมตีด้วยลูกธนูเวทย์มนตร์แล้วก็หนีไป…’

ไม่ว่าจะมองยังไง ก็เป็นฝีมือของพลเงาอย่างชัดเจน

ฉันรู้ว่าการเดินทางของเซเรเนดไปร่วมงานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้จะเป็นไปอย่างยากลำบาก

“เอลิเซ่”

เรือจอดที่ท่าเรือ ก่อนลงเรือ ฉันถามเอลิเซ่อย่างแผ่วเบา

“เธอสามารถปกป้องเซเรเนดได้ใช่ไหม?”

เอลิเซ่จ้องมองฉันด้วยดวงตาสีฟ้าเข้ม แล้วคำราม

“ถึงแม้จะต้องแลกด้วยชีวิต”

“ชีวิตนั้น…เก็บไว้เถอะ…”

ถึงอย่างนั้น การคุ้มกันของนักดาบระดับ SSR ก็เป็นที่น่าไว้วางใจ

“สู้ ๆ”

ฉันตบไหล่เอลิเซ่ เอลิเซ่เบิกตากว้าง จ้องมองฉัน

เซเรเนดสั่งการให้คนใช้ที่รออยู่ที่ท่าเรืออย่างรวดเร็ว

ให้หยุดการดับไฟ แล้วให้ทุกคนกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์เพื่อเตรียมการป้องกัน

“กลับไปที่วังหลวงกันเถอะ ท่านสามี ฉันสั่งให้เตรียมรถม้าไว้แล้วค่ะ”

เซเรเนดเดินเข้ามาหาฉัน ฉันทำท่าทางถาม

“แล้วเธอละ?”

“ฉันคิดว่าที่นี่จะอันตราย คืนนี้ฉันจะไม่กลับไปที่บ้าน…แต่จะอยู่บนทะเลกับเอลิเซ่”

เซเรเนดหัวเราะอย่างขมขื่น แล้วใช้มือลูบผมที่ถูกไฟไหม้

“และเตรียมตัวไปงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้ด้วย”

ฉันยิ้ม

“ฉันตั้งตารอเลยนะ”

“อย่าตั้งตารอเลยค่ะ…”

เซเรเนดถอนหายใจอย่างหนัก เหมือนกังวลใจมาก

เรือที่เอลิเซ่และเซเรเนดอยู่แล่นออกไปในทะเลอีกครั้ง

ฉันโบกมือลาเซเรเนดที่ยืนโค้งคำนับอยู่บนเรือ แล้วเดินไปขึ้นรถม้าที่ห้างหุ้นส่วนเตรียมไว้ให้

และฉันก็ตัดสินใจแล้ว

เพื่อแนวรบทางใต้ และเพื่อการเล่นเกมที่โหดร้ายนี้

ฉันจะ…

บอกเลิกกับเซเรเนดในวันพรุ่งนี้

***

วันรุ่งขึ้น

ในที่สุด อรุณรุ่งของงานเลี้ยงฉลองชัยชนะก็มาถึง

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 176. [เนื้อเรื่องเสริม] ค่ำคืนก่อนงานเลี้ยง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว