- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 174. [เนื้อเรื่องเสริม] เฉดสีเงินแห่งฤดูหนาว
◈บทที่ 174. [เนื้อเรื่องเสริม] เฉดสีเงินแห่งฤดูหนาว
◈บทที่ 174. [เนื้อเรื่องเสริม] เฉดสีเงินแห่งฤดูหนาว
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 174. [เนื้อเรื่องเสริม] เฉดสีเงินแห่งฤดูหนาว
นี่คือเรื่องราวในวัยเยาว์
พระราชวังแยกที่จักรพรรดินีองค์ที่สอง ดัสเทีย และเจ้าชายลำดับที่ 3 แอชประทับอยู่
วันนี้ เคาน์เตสแห่งตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์และลูกสาวของเธอ เซเรเนด ก็มาเยี่ยมที่นี่เช่นกัน
ขณะที่จักรพรรดินีและเคาน์เตสกำลังจิบชายามบ่ายและพูดคุยกัน แอชและเซเรเนดกำลังเล่นอยู่ในสวนหลังพระราชวัง
“…….”
วันนี้เซเรเนดดูอารมณ์ไม่ค่อยดี แอชจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ พี่สาว? เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
พี่สาว
ถึงแม้จะขอร้องเท่าไหร่ แอชตัวน้อยก็ยังคงเรียกเซเรเนดว่าพี่สาวเสมอ
แอชถามด้วยรอยยิ้มที่ไร้เดียงสา
“บอกผมสิครับ พี่สาว! ผมจะช่วยแก้ปัญหาให้เอง!”
“อื้อ ก็คือ… ความจริงแล้ว…”
เซเรเนดเหลือบมองไปรอบ ๆ ก่อนจะลดเสียงลงกระซิบ
“ฉันได้ยินคำว่า… ชั้นต่ำ… อีกแล้วค่ะ…”
ระหว่างทางมาที่นี่ ขณะกำลังผ่านด่านตรวจหน้าพระราชวัง เธอได้ยินเสียงซุบซิบของทหารรักษาการณ์
- ดูเหมือนตระกูลพ่อค้าชั้นต่ำจะเข้าออกพระราชวังบ่อยจังนะ
- จักรพรรดินีองค์ที่สองก็เป็นคนชั้นต่ำไม่ใช่เหรอ? คบกันแต่พวกเดียวกันนี่เอง
ถึงแม้จะได้ยินชัดเจน แต่พวกเขาก็ไม่ได้ลดเสียงลงแม้แต่น้อย ดูเหมือนจะตั้งใจพูดออกมาให้ได้ยิน
เซเรเนดถอนหายใจยาว
“ข้างนอกก็พูดกันว่าเป็นชั้นต่ำ เด็ก ๆ ก็ไม่คบฉัน…”
เซเรเนดไม่มีเพื่อนเลยสักคน
ลูกสาวของตระกูลพ่อค้าที่ซื้อบรรดาศักดิ์ด้วยเงิน ไม่มีลูกคนไหนของชนชั้นสูงอยากคบค้าสมาคมด้วย
แต่จะมีเพื่อนที่เป็นสามัญชนอยู่หรือเปล่า? ก็ไม่มีเช่นกัน ถึงแม้จะซื้อบรรดาศักดิ์ด้วยเงิน แต่นั่นก็คือ เคานต์อยู่นั่นเอง
ไม่มีเด็กสามัญชนวัยเดียวกันคนไหนอยากคบกับเคานต์เช่นเธอ
อยู่ตรงกลางระหว่างชนชั้นสูงกับสามัญชน
ตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์อยู่ตรงจุดก้ำกึ่งนั้น
ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ แอชจึงเป็นเพื่อนวัยเดียวกันคนแรกของเซเรเนด
“เพื่อนที่คบกับฉันได้มีแค่ เจ้าชายแอชเท่านั้นค่ะ”
“เหอะ ๆ ผมเอง! ผมก็มีพี่สาวเป็นเพื่อนคนแรกเหมือนกัน!”
แอชก็อยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกัน
ภายในพระราชวังที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้ ไม่มีใครอยู่ข้างจักรพรรดินีองค์ที่สอง ดัสเทีย ที่มีเชื้อสายทาสเลย
ลูกชายอย่างแอชก็ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน
ไม่ว่าจะมองจากความชอบธรรมหรืออำนาจของตระกูล ก็เห็นได้ชัดว่าบุตรชายของจักรพรรดินีองค์ที่หนึ่งจะเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป และจักรพรรดินีองค์ที่หนึ่งก็แสดงความเกลียดชังจักรพรรดินีองค์ที่สองอย่างเปิดเผย
ด้วยเหตุนี้ ไม่มีใครอยากเข้าใกล้จักรพรรดินีองค์ที่สองและลูกชายของเธอ
ยกเว้นคนของวินเทอร์ซิลเวอร์เท่านั้น
“อย่าไปสนใจคำพูดของคนโง่นะครับ พี่สาว”
แอชยื่นมือเล็ก ๆ ออกมาจับมือเซเรเนดไว้แน่น
“คนที่ไม่มีอะไรจะคุยอวดอ่ะถึงได้ไปสนใจเรื่องพวกนี้ อย่างตระกูลหรือเชื้อสาย มากกว่าความสามารถของตัวเองน่ะ”
เซเรเนดมองแอชด้วยสายตาที่แปลกใจ
มือเล็ก ๆ ของเด็กชายอบอุ่นเหลือเกิน
“ผมสัญญาครับ พี่สาว”
แอชยิ้มอย่างกับเทวดา
“ผมจะสร้างโลกที่พี่สาวไม่ต้องได้ยินคำพูดพวกนั้น ผมจะสร้างมันขึ้นมาเอง”
“สร้าง…โลกเหรอคะ…?”
“ใช่! โลกที่ไม่ว่าเลือดจะต่ำหรือสูงส่ง ก็ไม่สำคัญ…โลกที่พวกเราที่โดนรังแกไม่ต้องทุกข์ใจ โลกที่แม่ไม่ต้องร้องไห้ และพี่สาวไม่ต้องโดนรังแก”
นิ้วเล็ก ๆ ของแอชจับนิ้วของเซเรเนดไว้แน่น
“ผม…จะสร้างมันให้ได้…”
ใบหน้าเด็ก ๆ ของแอชเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและความแน่วแน่ในเวลาเดียวกัน
ในขณะนั้น เซเรเนดรู้สึกได้
ว่าเธอจะรักเด็กชายคนนี้
ไม่ว่าเด็กชายคนนี้จะทำตามคำพูดของตัวเองได้หรือไม่ก็ตาม…
เพียงแค่แสงระยิบระยับที่ส่องประกายออกมาในขณะนั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอติดตามเด็กชายคนนี้ไปตลอดชีวิตแล้ว
เธอมองรอยยิ้มสีขาวบริสุทธิ์ของเด็กชายแล้วคิดเช่นนั้น
***
เซเรเนดลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว
แสงแดดจาง ๆ ส่องลอดม่านเข้ามา บอกให้รู้ว่าตอนนี้ยังเช้าตรู่
อารมณ์ของเธอสดชื่นมาก ร่างกายเบาสบาย เซเรเนดลุกขึ้นนั่งทันที
“ท่านตื่นแล้วหรือคะ? คุณหนู”
เอลิเซ่ที่รออยู่หน้าห้องได้ยินเสียงจึงเดินเข้ามา
บนถาดที่เอลิเซ่ถือมา มีอ่างน้ำอุ่นอยู่
“อรุณสวัสดิ์ เอลิเซ่”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณหนู นี่คือ น้ำล้างหน้าค่ะ”
“ขอบคุณ”
เพราะเมื่อคืนเธอได้อาบน้ำไปแล้ว เช้าวันนี้แค่ล้างหน้าก็เพียงพอแล้ว เซเรเนดล้างหน้าไปพลางรับใช้ของเอลิเซ่ไปพลาง
“ท่านเหนื่อยหรือเปล่าคะ?”
เอลิเซ่ถามด้วยความระมัดระวัง ขณะที่เซเรเนดกำลังเช็ดน้ำที่แก้มด้วยผ้าขนหนู
“ถึงแม้ว่าจะทำงานหนักอยู่แล้ว แต่ก็ยังต้องไปสอนองค์ชายเต้นรำทุกวันอีก…”
“…….”
“เมื่อคืนท่านนอนได้แค่สามชั่วโมงค่ะ ดิฉันเป็นห่วงสุขภาพของท่านจริง ๆ ค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซเรเนดก็หัวเราะเบา ๆ พลางปิดปากด้วยผ้าขนหนู เอลิเซ่ตกใจและกระพริบตาปริบ ๆ
“คุณหนู?”
“เอลิเซ่ ฉันดูเหนื่อยเหรอ?”
“เปล่าค่ะ… ท่านดูสดใสขึ้นนะคะ”
“ใช่แล้ว ฉันไม่เหนื่อยเลย สบายมาก มากกว่านั้นอีกนะ รู้สึกเหมือนจะบินได้เลยล่ะ!”
เซเรเนดมองกระจกเงาที่อยู่ตรงหน้า เธอเห็นตัวเองที่กำลังมองตาเป็นประกายด้วยใบหน้าที่สดชื่น
ไม่จำเป็นต้องนอนหลับ
‘ฉันจะไปสนอะไรกับการนอนหลับกันล่ะ?’
แอชเป็นคนมาหาเธอเอง และขอให้เธอสอนเต้นให้
เจ้าชายผู้ก่อเรื่องราวคนนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเต้นรำมากกว่าใครในเมืองหลวง ทำไมถึงทำเป็นไม่เก่งเต้นล่ะ?
แต่ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร เธอก็ไม่สนใจแล้ว
เซเรเนดแต่งหน้าเบา ๆ และแต่งตัวอย่างรวดเร็ว เธอยิ้มไม่หุบ
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เธอไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อน
ตามที่แอชพูด ตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ล่มสลายอยู่
เซเรเนดกำลังเตรียมการป้องกันตามที่แอชสั่ง
เธอรู้อยู่แก่ใจ ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมีความสุขแบบไร้เดียงสา
แต่…พูดตามตรงแล้ว…ถ้าเธอจะได้ใกล้ชิดกับแอชอีกครั้งด้วยเหตุผลหรือข้ออ้างอะไรก็ตาม เซเรเนดก็ยินดีที่จะจ่ายค่าตอบแทนไม่ว่าอะไรก็ตาม
‘ถ้าได้จับมือเขาแล้วเต้นรำด้วยกันวันนี้ แค่นั้นก็…ฉัน…’
ปัง!
“คุณหนู!”
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องของเซเรเนดก็เปิดออกอย่างรุนแรง และมีสาวใช้คนอื่นวิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน เซเรเนดตกใจและหันไปมอง
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ? มีอะไรเหรอคะ?”
“ท่านเคานต์เป็นลมหมดสติอีกแล้วค่ะ! รีบไปกันเถอะค่ะ…!”
“ท่านพ่อเหรอคะ?!”
เซเรเนดหยุดแต่งตัวและรีบวิ่งออกจากห้องไป เอลิเซ่วิ่งตามเธอไปอย่างใกล้ชิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เคานต์วินเทอร์ซิลเวอร์เป็นลมหมดสติอยู่ในห้องนอนของเขา
โชคดีที่ตอนที่เซเรเนดมาถึง แพทย์ประจำตัวได้ใช้เวทมนตร์ช่วยให้เคานต์สงบลงแล้ว
“ท่านพ่อ!”
เซเรเนดตะโกนและเดินเข้าไปในห้องนอน เคานต์ที่นอนอยู่บนเตียงยกคางขึ้นมาดูลูกสาวของเขาที่กำลังตัวสั่น
“เซ…เซเรเนด…”
ใบหน้าของเคานต์แสดงให้เห็นถึงร่องรอยของโรคภัย
ใบหน้าซีดเผือด ผอมแห้งกร้าน และเต็มไปด้วยกระ ฝ้า
เคานต์ยื่นมือที่เหลือแต่กระดูกออกมา เซเรเนดเดินเข้าไปและจับมือของพ่อ
“ลูกอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ พ่อคะ พ่อสบายดีไหมคะ?”
“เซเรเนด ลูกสาว…ลูกสาวที่รักของพ่อ…”
คำพูดที่ตามมาทำให้ใบหน้าของเซเรเนดแข็งกร้าว
“เมล็ดพันธุ์ล่ะ? เมล็ดพันธุ์ของราชวงศ์ล่ะ?”
“…….”
“ได้มาแล้วหรือยัง? ได้รับพระกรุณาธิคุณจากเจ้าชายแอชแล้วหรือ?”
เซเรเนดกัดริมฝีปากแน่น เคานต์เร่งถาม
“ทำไมถึงไม่ตอบ? เงินที่เราเสียไปให้กับราชวงศ์เพื่อแลกกับเมล็ดพันธุ์นั้นมันเท่าไหร่…”
“……พ่อคะ”
“อย่าลืมนะ เซเรเนด ความอัปยศอดสูที่ตระกูลเราได้รับมา…”
เคานต์เงยหน้าขึ้นไปมองเพดานแล้วพึมพำ
“ถึงแม้จะได้เป็นบารอนแล้ว ก็ยังโดนด่าว่าซื้อบรรดาศักดิ์ด้วยเงิน ถึงแม้จะเป็นเคานต์แล้ว ก็ยังโดนตำหนิว่าเป็นชั้นต่ำ ถึงแม้จะร่ำรวยเพียงใด รอยตราที่สลักไว้ในเลือดของเราก็ไม่สามารถลบได้”
“…….”
“มีวิธีเดียวที่จะลบรอยตรา นั่นคือ ต้องผสมผสานเลือดที่สูงส่งที่สุดในโลกเข้ากับตระกูลของเรา”
เซเรเนดหลับตาลง
ทั้งคุณปู่และคุณพ่อ
ต่างมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับฐานะและเชื้อสายอย่างมาก พวกเขาพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะยกระดับตัวเองขึ้นไป
และสิ่งที่พวกเขาเลือกก็คือเงิน ธุรกิจรุ่งเรือง และพวกเขาก็ได้บรรดาศักดิ์ตามที่หวังไว้
แต่การถูกดูถูกเหยียดหยามก็ยังคงอยู่
พวกเขาได้แต่งงานกับราชวงศ์ แต่ถึงแม้เจ้าชายแอชจะบรรลุนิติภาวะแล้ว การแต่งงานก็ยังไม่เกิดขึ้น
เซเรเนดรู้สึกตัวล่วงหน้าว่าการหมั้นจะถูกยกเลิก
แล้วพ่อของเธอก็บอกว่า
- ถึงแม้การหมั้นจะถูกยกเลิก แต่ก็ต้องผสมผสานเลือดกับราชวงศ์! เลือด!
- ไปขอร้องเจ้าชายแอชเถอะ! ได้เมล็ดพันธุ์มาให้ได้!
นั่นมันมีความหมายอะไรกัน?
ถึงแม้จะได้เมล็ดพันธุ์ของเจ้าชายลำดับที่ 3 ผู้ซึ่งเป็นเจ้าชายที่ไม่สามารถขึ้นครองราชย์ได้ และการหมั้นก็จะถูกยกเลิก มันมีความหมายอะไรกัน?
แต่ความหลงใหลในฐานะและเชื้อสายที่สืบทอดกันมายาวนานนั้น ได้ล้ำเลยขอบเขตของการคิดอย่างมีเหตุผลไปแล้ว
เลือดของราชวงศ์ เลือดของราชวงศ์…
พ่อของเธอร้องตะโกนทุกวัน และในที่สุด เซเรเนดก็ต้องไปหาแอช
เพื่อขอสิ่งที่ตระกูลของเธอได้ทุ่มเทให้เขา
เพื่อขอเมล็ดพันธุ์…ของเขา
ต้องไปขอร้องคน ๆ นั้นที่ไม่ได้เหลียวแลเธออีกต่อไป มันน่าอับอายเหลือเกิน
เซเรเนดรู้สึกถึงความอับอายที่เหลือเพียงเศษเสี้ยว เธออยากตายไปเสีย
และสิ่งที่ได้รับจากแอชคือสายตาแห่งการดูถูกเยาะเย้ย
- ในที่สุดเธอก็เหมือนกับคนอื่น ๆ
แต่เธอก็ได้คำมั่นสัญญา
ขณะที่เซเรเนดกลืนน้ำตาและกลับบ้าน แม่ของเธอ เคาน์เตสแห่งตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์ กำลังจะออกจากคฤหาสน์โดยไม่ฟังการขอร้องของสามี
- คุณบ้าไปแล้ว ที่ทำกับลูกสาวแบบนี้!
- ที่ต่ำต้อยไม่ใช่ตระกูลของพวกคุณ แต่เป็นจิตใจของคุณต่างหาก
เธอทิ้งคำขอโทษให้กับเซเรเนด แล้วก็จากไป
หลังจากแม่จากไป พ่อก็ล้มป่วยลง และห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ก็ตกเป็นของเซเรเนด
เจ้าชายแอชไม่ทำตามคำมั่นสัญญา
และเวลาได้ผ่านไปจนถึงปัจจุบัน
“แม่ของลูก…ไม่เข้าใจหรอก”
เคานต์พึมพำขณะที่หายใจหอบ
“เพราะเป็นลูกสาวของตระกูลขุนนางที่เกิดมาสูงส่ง ถึงได้ไม่เข้าใจความเจ็บปวดของเราที่เป็นคนนอก…”
“…….”
“เซเรเนด ลูกเข้าใจใช่ไหม? ถ้าลูกมีเลือดต่ำต้อยเหมือนพ่อ ลูกก็คงจะเข้าใจ”
เซเรเนดที่เงียบอยู่ตลอดเวลา จับมือพ่ออีกครั้งก่อนที่จะลุกขึ้น
“ลูกขอตัวไปก่อนนะคะ พ่อคะ พักผ่อนเยอะ ๆ นะคะ”
เสียงพึมพำอย่างยากลำบากของเคานต์ยังคงดังอยู่เบื้องหลังเซเรเนดที่กำลังเดินออกไป
“เราต้องผสมเลือดของราชวงศ์เข้ากับตระกูลของเรา เราต้อง…ทำอย่างนั้นถึงจะพ้นจากคำสาปนี้ได้…”
เซเรเนดปิดปากและเดินไปตามทางเดิน
เธอหายใจไม่ออก
รู้สึกเหมือนมีน้ำมันดินสีดำไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดทั่วทั้งร่างกาย
เธอหายใจไม่ออกจริง ๆ
***
อาคารห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ ชั้น 4
เซเรเนดที่วิ่งมาอย่างหอบแฮ่ก เปิดประตูเข้าไป
“หืม?”
แอชกำลังนั่งอยู่ที่นั่น
“อะไรกัน มาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
เจ้าชายลำดับที่ 3 แห่งจักรวรรดิเปล่งประกายอยู่ท่ามกลางแสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้า
ผมสีดำสนิทและดกดำ สายตาที่คมชัด รอยยิ้มที่เหมือนภาพวาด
นึกถึงภาพในพระราชวังเมื่อตอนเด็ก ๆ
หัวใจของเซเรเนดเต้นรัว
- ผมสัญญาครับ พี่สาว
ใช่แล้ว
ฉันรักเขาไม่ใช่เพราะเขาเป็นเจ้าชาย ไม่ใช่เพราะเลือดของเขาสูงส่ง
แต่เพราะเขาเคยได้รับความทุกข์ทรมานเหมือนฉัน
และเขาได้กอดและปลอบประโลมความเจ็บปวดของฉัน
‘อ่า…’
เซเรเนดค่อย ๆ ก้มศีรษะลง
ทำไมฉันถึงไม่พูดเรื่องนี้ไปตอนนั้นล่ะ
สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่สายเลือดหรือเมล็ดพันธุ์ของเขา แต่เพียง…
เพียงแค่เศษเสี้ยวของหัวใจเขาเท่านั้น…
“เซเรเนด?”
แอชถามด้วยความสงสัย เซเรเนดรีบปรับสีหน้า
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
เพราะนิสัยที่ร้องไห้ง่าย ขอบตาของเธอจึงแดงก่ำ แต่เธอก็เชื่อว่าแสงแดดในตอนเช้าจะช่วยปิดบังมันไว้ได้
เธอยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า
“เราจะเต้นรำกันไหมคะ ท่านสามีของฉัน?”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_