เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 172. [เนื้อเรื่องเสริม] การประชุมผู้พิทักษ์

◈บทที่ 172. [เนื้อเรื่องเสริม] การประชุมผู้พิทักษ์

◈บทที่ 172. [เนื้อเรื่องเสริม] การประชุมผู้พิทักษ์


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 172. [เนื้อเรื่องเสริม] การประชุมผู้พิทักษ์

เจ้าชายองค์ที่หนึ่ง ลาร์ค กระโจนลงจากขบวนพาเหรดแล้วขี่ม้าตรงดิ่งมายังรถม้าที่ฉันนั่งอยู่

“โอ้ ไม่นะ ฝ่าบาทลาร์คเริ่มอีกแล้ว……”

อัลเบอร์โต กุมขมับพลางบ่นพึมพำด้วยสีหน้าปวดหัว ฉันตกใจจนต้องตะโกนถามอัลเบอร์โตเสียงดัง

“ทำไม ทำไมเขาถึงทำอย่างนั้น?! เขากำลังจะมาหาฉันใช่ไหม?! ฉันไปทำอะไรให้ท่านพี่คนนี้ถึงได้เป็นศัตรูกันขนาดนี้?!”

ท่านพี่อัศวินผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ ร่างกายกำยำนั้นกำลังเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าเคร่งขรึม พูดตรง ๆ ฉันกลัวจนตัวสั่น

เมื่อฉันถามด้วยน้ำเสียงสั่น อัลเบอร์โตก็ส่ายหน้าเบา ๆ

“ไม่ใช่ฝ่าบาท ไม่ใช่เลยครับ มันตรงกันข้าม……”

ปัง!

ลาร์คกระโดดลงจากม้าแล้วเปิดประตูรถม้าฉันอย่างรวดเร็ว

“แอช~!”

เขาใช้มือทั้งสองข้างจับเอวฉันแน่น ดึงฉันออกจากรถม้าแล้วชูฉันขึ้นสูง

ฉันเห็นรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าที่แข็งกระด้างเหมือนรูปปั้นหินอ่อนของลาร์ค

“น้องชายตัวน้อยของพี่! สบายดีไหม?”

“…….”

อ่า

ใช่แล้ว แบบนี้เองสินะ

“ฝ่าบาทลาร์คทรงดูแลองค์ชายแอชมาตั้งแต่ยังเล็ก ๆ แทนองค์จักรพรรดิที่ทรงงานยุ่งอยู่ ดังนั้นจึง……”

อัลเบอร์โตกระซิบเบา ๆ จากด้านหลังฉัน

“……ทรงรักพระองค์ท่านมาก”

หลังจากรู้ว่าฉันสูญเสียความทรงจำ อัลเบอร์โตก็คอยแอบกระซิบข้อมูลให้ฉันแบบนี้ ซึ่งก็ดีอยู่หรอกนะ

แต่คราวนี้ น่าจะบอกฉันเร็วกว่านี้นิดนึงนะ

ลาร์คโยนฉันขึ้นลงเบา ๆ ในอากาศ

“ยังน่ารักเหมือนเดิมเลย น้องชาย! พี่คิดถึงมากเลยนะ!”

ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่แค่รักมากแล้วนะเนี่ย เหมือนกับกำลังปฏิบัติต่อลูกตัวเองเลยต่างหาก?! อายุเราห่างกันแค่สิบกว่าปีเองนะ?!

การได้นั่งเครื่องบินเหมือนทารกอยู่ต่อหน้าประชาชนมากมาย ไม่ใช่ประสบการณ์ที่สนุกสนานแม้แต่จะพูดเล่น ๆ อายมากแล้ว วางฉันลงเร็ว ๆ สิ!

“ได้ยินมาแล้วนะ! เหนื่อยมากใช่ไหมที่แนวรบทางใต้? พี่ขอโทษจริง ๆ ที่ไปช่วยไม่ได้!”

ลาร์คโยนฉันเสร็จก็กอดฉันแน่น

“นี่ไง การกอดแสดงความรักพี่น้อง! น้องชาย!”

“อื้อออออ”

ดูเหมือนว่าจะเป็นการแสดงความรักพี่น้อง แต่ว่า คุณอัศวินกล้ามโต! ใส่เกราะอย่างนั้น ฉันหายใจไม่ออกจวนจะตายอยู่แล้วนะ!

“ฝ่าบาทลาร์ค องค์ชายแอช”

ขณะนั้น อัลเบอร์โตเรียกเราอย่างตกใจ เพราะอย่างนั้น ลาร์คจึงคลายการกอด และฉันก็ได้หายใจโล่งอกสักที

“มีการเรียกตัวจากพระราชวังครับ”

อัลเบอร์โตรับโทรเลขจากคนส่งสารที่วิ่งมาถึงแล้วอ่านเนื้อหาด้วยสีหน้าจริงจัง

“……ทั้งสองพระองค์ องค์จักรพรรดิทรงเรียกตัว”

ลาร์คขมวดคิ้วแล้ววางฉันลง ฉันกำหมัดแน่น

ได้พบกับจักรพรรดิแล้ว

ในที่สุด ‘การประชุมผู้พิทักษ์’ ก็เริ่มขึ้น

***

“แนวรบทางใต้เป็นอย่างไรบ้าง แอช? ได้ยินว่าสัตว์ประหลาดค่อนข้างดุร้าย”

ระหว่างทางไปยังพระราชวังที่ประทับของจักรพรรดิ

“มีอะไรที่ต้องการอีกไหม? ตอนนี้สถานการณ์แนวรบตะวันตกยังตึงเครียด ส่งกำลังเสริมไปไม่ได้ แต่พี่จะให้เงินบ้างก็ได้นะ”

“…….”

“หรือว่าจะให้พี่ซื้ออะไรให้ซะหน่อยก็ได้ อยากได้อะไรไหม? เหล้าที่ชอบก็ได้ หรือว่าตอนนี้เป็นผู้บัญชาการแนวรบแล้ว ก็อาจจะเอาอาวุธชั้นดีจากโรงตีเหล็กหลวงก็ได้-”

ฉันพูดอะไรไม่ออกเลย

เพราะว่า…… ลาร์คกำลังอุ้มฉันเดินไป

ฉันนั่งอยู่บนบ่าของลาร์คร่างกายใหญ่โต ด้วยความสูงที่ไม่ได้เตี้ยมากนัก ฉันจึงเป็นจุดสนใจของคนรอบข้าง

ฉันอายมากจนใช้มือปิดหน้าแล้วกลืนเสียงร้อง

ได้ยินจากลูคัสมาเหมือนกันว่า ฉันกับเจ้าชายองค์ที่หนึ่ง ลาร์คสนิทกัน

แต่นี่มันไม่ใช่สนิทกันแล้วนี่! นี่มันลุงกับหลานหรือไง!

“ท่านพี่ครับ”

ขณะนั้นเจ้าชายองค์ที่สอง เฟอร์นานเดซที่ยืนอยู่ที่ทางเข้าพระราชวังโบกมือให้ ดูเหมือนว่าจะรอเราอยู่

“กลับมาแล้วเหรอครับ เหนื่อยเดินทางมากเลยนะครับ”

“เฟอร์นานเดซ!”

ลาร์ควางฉันลงพื้น แล้วกางแขนออกกว้าง ๆ แล้วเดินตรงไปหาเฟอร์นานเดซอย่างรวดเร็ว

“มาทางนี้”

“เฮ้อ……”

เฟอร์นานเดซถอนหายใจด้วยท่าทีหมดหวังแล้วเดินเข้าไปหาลาร์คอย่างเชื่อง ๆ

ลาร์คกอดเฟอร์นานเดซแน่น

“การกอดแสดงความรักพี่น้อง-!”

“อื้ออออออ”

เฟอร์นานเดซร้องออกมาเหมือนฉัน แล้วบิดตัวไปมา อันนี้ดูสนุกดีนะ

“น้อง ๆ ของพี่! ได้มาอยู่รวมกันแบบนี้ดีจริง ๆ !”

ลาร์คตบหลังฉันและเฟอร์นานเดซด้วยมือใหญ่โตเหมือนฝาหม้อ

ทุกครั้งที่โดนมือเขาตบ ฉันกับเฟอร์นานเดซก็สั่นไหวเหมือนต้นอ้อ พอเถอะ!

หลังจากการทักทายที่แสดงออกถึงความรักพี่น้องจบลง ลาร์คชี้ไปทางด้านในพระราชวังแล้วถามเฟอร์นานเดซ

“ท่านพ่อทรงเป็นอย่างไรบ้าง?”

“เพิ่งตื่นจากการจำศีลไปไม่นานครับ”

“คงอารมณ์ไม่ดีสินะ”

“ช่วงนี้ท่านทรงอารมณ์ดีไม่เคยเลยครับ”

สองคนนั้นเดินเข้าไปอย่างใจเย็น ฉันจึงรีบตามไป

“ทำไมถึงประกาศชัยชนะเองล่ะ เฟอร์นานเดซ?”

ลาร์คเปลี่ยนเป็นสีหน้าเย็นชา ราวกับรอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อครู่เป็นเพียงการหลอกลวง

“ไม่เพียงแต่ราชรัฐบริงเกอร์เท่านั้น แนวรบตะวันตกทั้งหมดก็อยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย พวกบริงเกอร์นั้นแข็งแกร่งและดื้อรั้น ไม่เพียงแต่พวกกองโจร แม้แต่พื้นที่ที่เคยปราบปรามไปแล้วก็ยังคงก่อกบฏต่อเนื่อง”

“…….”

“ยิ่งกว่านั้น ยังไม่ได้จับตัวดยุคแห่งบริงเกอร์…… ท่านหญิงมังกรเลย ในสถานการณ์แบบนี้กลับประกาศชัยชนะ? ยิ่งกว่านั้นยังเรียกฉันไปงานฉลองชัยชนะอีก คิดอะไรอยู่เนี่ย?”

“มีเหตุผลที่ต้องประกาศชัยชนะครับ”

เฟอร์นานเดซอธิบายพลางถอนหายใจ

“พวกพันธมิตรในแนวรบเหนือเดือดร้อนกันใหญ่ครับ”

“เหนือ? ทำไม?”

“เพราะว่าเราโจมตีราชรัฐบริงเกอร์ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของพวกเขา พวกเขากังวลว่าจะถูกโจมตีบ้าง ตามรายงานของสายลับ ดูเหมือนว่าจะมีประเทศที่ต้องการยุติพันธมิตรและโจมตีเรากลับด้วย”

ลาร์คครางออกมา เฟอร์นานเดซพูดต่อ

“จึงประกาศชัยชนะอย่างรวดเร็ว เพื่อที่ประเทศพันธมิตรอื่น ๆ จะได้ไม่ทำอะไรโง่ ๆ …… และเพื่อบอกว่าจะไม่โจมตีพวกเขาสินะ เพื่อให้สบายใจ เราเชิญทูตจากประเทศพันธมิตรมาร่วมงานเลี้ยงฉลองชัยชนะด้วย”

ฉันที่ฟังอยู่ข้างหลังพยักหน้า

แน่ละ งานเลี้ยงฉลองชัยชนะจัดขึ้นเพราะเหตุผลนี้สินะ

“แม้ว่าแนวรบตะวันตกจะอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย แต่การล้อมราชรัฐบริงเกอร์ก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว เพียงแต่จับตัวดยุคได้ สงครามนี้ก็จะจบลง”

“ก็ใช่นะ”

“ดังนั้นจึงขอให้มาปรากฏตัวในงานสักครู่ ท่านพี่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจทางทหารของประเทศนี้ การขาดงานแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม”

เฟอร์นานเดซเหลือบมองฉัน

“ยิ่งกว่านั้น นี่เป็นครั้งแรกในรอบนานที่เหล่าผู้พิทักษ์มารวมตัวกัน เพื่อแบ่งปันสถานการณ์ของกันและกัน และเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับวิธีปกป้องจักรวรรดิในอนาคต…… ถึงเวลาการประชุมผู้พิทักษ์แล้ว”

ทางเดินสิ้นสุดลง ประตูห้องประชุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น

ไม่ว่าที่ไหนในพระราชวังก็จะเต็มไปด้วยคนใช้ แต่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่รอบ ๆ เลย

เงียบสงัด ไม่มีแม้แต่ทหารรักษาการณ์สักคนเดียว

เฟอร์นานเดซดึงสร้อยคอที่ตัวเองคล้องอยู่ ปลายสร้อยคอเป็นกุญแจทองคำ

เขาเสียบกุญแจเข้าไปในกุญแจบานใหญ่ที่อยู่ที่ทางเข้าห้องประชุม

คลิก!

ครืดดด……!

ลวดลายเวทมนตร์ปรากฏขึ้นที่กุญแจและประตู แล้วค่อย ๆ เปิดออกทางซ้ายและขวา

ซ่าาาาา…….

เกล็ดน้ำแข็งสีขาวลอยออกมาจากช่องประตูที่เปิดออก

ฉันมองเกล็ดน้ำแข็งนั้นด้วยความประหลาดใจ นี่มันใกล้หน้าร้อนแล้วแท้ ๆ นี่มันอะไรกัน?

ในที่สุดประตูก็เปิดออก ฉันมองเห็นทิวทัศน์ภายในแล้วก็แข็งทื่อ

‘นี่มัน อะไรกัน……?’

มันเป็นต้นไม้หนามขนาดใหญ่ที่ทำจากน้ำแข็ง

รากไม้ปกคลุมพื้นห้องประชุม กิ่งก้านสาขาของต้นไม้ไปถึงเพดานห้องประชุมที่สูงตระหง่าน

และตรงกลางต้นไม้นั้น มีบัลลังก์

บัลลังก์ทองคำที่งดงาม ถูกฝังอยู่กับต้นไม้หนามน้ำแข็งอย่างสมบูรณ์

“มาแล้วหรือ?”

ชายคนนั้นนั่งอยู่ที่นั่น

จักรพรรดิองค์เดียวของจักรวรรดิ

ชายผู้ปกครองครึ่งโลก

และ พ่อของฉัน

ทราฮา ‘พีซเมกเกอร์’ เอเวอร์แบล็ก…… นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ถูกแช่แข็งราวกับหลับอยู่ แล้วลืมตาสีดำสนิทที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งขึ้น

“ลูก ๆ ของพ่อ”

***

“ท่านพ่อ”

ลาร์คและเฟอร์นานเดซดูเหมือนจะคุ้นเคยกับภาพนี้ จึงเดินไปข้างหน้าบัลลังก์อย่างไม่สะทกสะท้านแล้วคุกเข่าแสดงความเคารพ

“ทรงพระเกษมสำราญดีหรือไม่ครับ?”

ฉันรีบคุกเข่าตามพี่ ๆ ทั้งสองแล้วก้มหัวลง

จักรพรรดิผมและดวงตาสีดำ ดูเหมือนจะอายุยังไม่ถึง 40 แต่จริง ๆ แล้วอายุเกินหกสิบแล้ว ทรงส่ายหน้าเบา ๆ

“ไม่ค่อยจะดีนักหรอก สถานการณ์แนวรบเทพอสูรที่ฉันรับผิดชอบอยู่นั้นไม่ค่อยดีนัก”

จักรพรรดิบ่นพลางเคาะกระดานหมากรุกที่อยู่ข้างบัลลังก์เบา ๆ

บนกระดานหมากรุกที่ถูกแช่แข็งเป็นสีขาวนั้น มีตัวหมากรุกที่ถูกแช่แข็งล้มกระจัดกระจายอยู่

“สถานการณ์แนวรบนั้นเลวร้ายลงเรื่อย ๆ ฉันกังวลนัก จะสามารถปกป้องแนวรบและจักรวรรดิต่อไปได้นานแค่ไหน……”

“อย่ากังวลมากเกินไปเลยครับ ท่านพ่อ”

เฟอร์นานเดซตอบอย่างราบรื่น

“เมื่อเราทำลายราชรัฐบริงเกอร์และแย่งโลหิตมังกรมาได้ ท่านพ่อก็จะใช้พลังของโลหิตมังกรได้ แล้วปัญหาของแนวรบเทพอสูรก็จะแก้ไขได้”

“…….”

จักรพรรดิที่เงียบอยู่มองมาทางเรา

“สถานการณ์ใน 3 แนวรบที่พวกลูกรับผิดชอบอยู่นั้นเป็นอย่างไรบ้าง มาเล่าให้ฟังหน่อย”

ลาร์คเป็นคนตอบก่อน

“แนวรบมังกรโลหิตตะวันตกกำลังจะเสร็จสิ้น เร็ว ๆ นี้เราจะสามารถทำลายตระกูลดยุคบริงเกอร์และแย่งชิงโลหิตมังกรมาได้”

เฟอร์นานเดซพูดต่อทันที

“แนวรบทมิฬตอนกลางกำลังต่อสู้กันอย่างหนัก แต่เราจะสามารถเปิดเผยตัวตนของกลุ่มลับศัตรูและกำจัดพวกมันให้หมดได้เร็ว ๆ นี้”

“ดี”

จักรพรรดิมองมาที่ฉันเป็นคนสุดท้าย

“สุดท้าย แอช”

“…….”

“ด่านหน้าสัตว์ประหลาดทางใต้ สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?”

ฉันที่เงียบอยู่ค่อย ๆ ลุกขึ้น สายตาของจักรพรรดิและเจ้าชายทั้งสองจ้องมาที่ฉัน

แล้วฉันก็พูด

“นี่มันอะไรกันเนี่ย?”

จักรพรรดิเบิกตาอย่างประหลาดใจ ใบหน้าของเจ้าชายทั้งสองก็แสดงความงุนงงออกมา

“ผมจะพูดความจริงครับ ท่านพ่อ และท่านพี่ทั้งสอง”

ฉันพยายามอดทนมาตลอด แต่ทนไม่ไหวแล้ว

ฉันเลยตัดสินใจพูดความจริง

“ผมได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างหนักระหว่างปฏิบัติภารกิจที่แนวรบทางใต้ และสูญเสียความทรงจำไปเกือบหมด ดังนั้นผมจึงตามไม่ทันเลยที่ท่านพ่อและท่านพี่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่”

ฉันเคาะหัวตัวเองเบา ๆ แล้วจ้องมองจักรพรรดิอย่างตรงไปตรงมา

“ช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ เพื่อลูกชายคนเล็กที่น่าสงสาร ผู้พิทักษ์คืออะไร และท่านพ่อกับท่านพี่ทั้งสองกำลังวางแผนอะไรกันอยู่?”

แนวรบเทพอสูร? แนวรบมังกรโลหิต? แนวรบทมิฬ?

นี่มันอะไรกัน พวกบ้า! พูดให้คนอื่นเข้าใจหน่อย!

ฉันไม่สนใจแนวรบของพวกท่านหรอก! แค่ได้อยู่ด่านหน้าสัตว์ประหลาดของเราก็พอแล้ว!

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 172. [เนื้อเรื่องเสริม] การประชุมผู้พิทักษ์

คัดลอกลิงก์แล้ว