- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 171. พันธมิตร
◈บทที่ 171. พันธมิตร
◈บทที่ 171. พันธมิตร
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 171. พันธมิตร
เกือบจะกลายเป็นบรรยากาศโรแมนติกเสียแล้ว
แต่เอาเข้าจริง ในชีวิตฉัน มันไม่ค่อยเกิดเรื่องแบบนั้นหรอกนะ
เริ่มซ้อมเต้นได้ไม่ถึงสิบนาที ฉันก็เหยียบเท้าเซเรเนดไปแล้วถึงสี่ครั้ง
“โอ้…อึก…”
แรก ๆ เซเรเนดก็ยังยิ้ม ๆ บอกว่าไม่เป็นไร แต่พอเหยียบไปสี่ครั้งเข้า เธอก็คุกเข่าลงร้องไห้ซะแล้ว
ขอโทษนะ เจ็บมากเหรอ?
“ท่านสามีของฉัน…ท่านตั้งใจทำอย่างนั้นหรือเปล่าคะ…?”
เซเรเนดเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยดวงตาแดงก่ำ
“ท่านไม่ชอบฉันใช่ไหมคะ…ถึงได้รังแกฉัน…”
“ไม่จริงเลย ฉันไม่มีรสนิยมแปลก ๆ แบบนั้นหรอก”
บอกให้สอนเต้น แล้วก็เหยียบเท้าซ้ำ ๆ เพื่อรังแก? ไอเดียก็แปลกดีนะ แต่ก็ซับซ้อนเกินไปหน่อย
ฉันถอนหายใจเบา ๆ ในขณะที่มองลงไปที่หลังเท้าที่แดงก่ำของเซเรเนด
“ขอโทษจริง ๆ นะ ฉันคงไม่มีความสามารถทางด้านนี้”
การเคลื่อนไหวประสานกับคนอื่นมันยากกว่าที่คิดเยอะ
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเหยียบเท้าคู่หมั้นได้ขนาดนี้
“ฉันนึกถึงวันหมั้นเลยค่ะ…ผ่านมาสิบปีแล้วสินะคะ”
เซเรเนดที่ฉันช่วยพยุงให้ลุกขึ้นพูดพึมพำ
“ถ้าคิดดูดี ๆ ตอนนั้นท่านก็เต้นไม่เก่งเหมือนกันนะคะ”
“ตอนนั้นฉันก็เหยียบเท้าเธอด้วยเหรอ?”
“เหยียบเท้าอย่างเดียวเหรอคะ? ท่านไปสะดุดกระโปรงฉันจนเราล้มลงไปด้วยกันเลยนะคะ”
เซเรเนดปิดปากหัวเราะคิกคัก
“เจ็บก็เจ็บ อายก็อาย แต่ถึงอย่างนั้น…มันก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของฉันเลยค่ะ”
หลังจากพึมพำเบา ๆ เซเรเนดก็เขย่าเท้าเล็กน้อย แล้วพยักหน้าอย่างร่าเริง
“เอาล่ะค่ะ! หายเจ็บแล้ว! คราวนี้ฉันจะสอนดี ๆ ให้เลยนะคะ!”
เซเรเนดก้าวเข้ามาหาฉันครึ่งก้าว
“มาค่ะ เริ่มจากมือ”
มือซ้ายของฉันและมือขวาของเซเรเนดประสานกัน
เธอกุมมือขวาของฉันด้วยมือซ้ายของเธอ แล้วก็ชี้นำให้ฉันวางมือซ้ายไว้ใต้รักแร้ของเธอ
“วางไว้ตรงนี้ค่ะ…ค่ะ…อย่างนี้”
แล้วมือซ้ายของเซเรเนดก็วางอยู่บนไหล่ของฉัน
นี่คือท่าพื้นฐานของวอลทซ์ การเต้นรำแบบคู่ยอดนิยม
ร่างกายเราใกล้กันจนเกือบจะได้กลิ่นลมหายใจกัน ถ้าตั้งใจฟังก็คงได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน
“……อื้อ”
เซเรเนดที่สบตาฉันอยู่ก็รีบก้มหน้าลง แล้วก็หายใจเข้าลึก ๆ
“ต่อไปจะเริ่มเหยียบจังหวะแล้วนะคะ ท่านสามีของฉันจะค่อย ๆ ทำความคุ้นเคย ฉันจะเป็นคนนำนะคะ”
ฉันเคลื่อนไหวเท้าอย่างระมัดระวังตามที่เซเรเนดนำ ระวังไม่ให้เหยียบเท้าเธอ
“มาค่ะ คลายกล้ามเนื้อนะคะ อย่าเกร็ง ค่อย ๆ นะคะ เท้าซ้ายไปข้างหน้า…เท้าขวาไปข้าง ๆ …ชิดเข้าหากัน…ดีมากค่ะ…เท้าขวาถอยหลัง…เท้าซ้ายไปข้าง ๆ …ชิดเข้าหากัน…ท่านทำได้ดีมากเลยค่ะ…”
เวลาผ่านไป…
“หนึ่ง…สอง…สาม…ดีมากค่ะ…หนึ่ง…สอง…สาม…ถูกต้องแล้วค่ะ”
เพราะความตึงเครียดคลายลง และร่างกายเริ่มอบอุ่น หลังจากนั้นฉันก็สามารถซ้อมเต้นโดยไม่เหยียบเท้าเซเรเนดอีกเลย
เซเรเนดเองก็ดูผ่อนคลายลง เธอยิ้มออกมาอย่างสบาย ๆ
“ท่านสามีของฉันเก่งขึ้นเร็วมากเลยนะคะ!”
“…….”
“ซ้อมอีกนิดเดียวก็ใช้ได้ในงานอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ”
ฉันจ้องมองรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติของเธอที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เซเรเนดไม่สบตาฉันนานนัก เธอก้มหน้าลงอีกครั้ง แก้มแดงก่ำ
ฉันจ้องมองเธออยู่พักใหญ่ แล้วค่อย ๆ พูดขึ้นมา
“เซเรเนด”
“ค่ะ ท่านสามีของฉัน”
“ตระกูลของเธอจะถูกทำลายล้าง”
อากาศที่อบอุ่นก็เย็นยะเยือกทันที
เซเรเนดแข็งทื่อขึ้น ก้าวเท้าสะดุด หยุดชะงัก
เซเรเนดจ้องมองฉันด้วยใบหน้าแข็งกร้าว แล้วพูดเสียงตะกุกตะกัก
“……คะ? อะไรกันคะ…”
“ก็อย่างที่พูด เซเรเนด ตระกูลของเธอจะถูกทำลายล้าง”
ฉันเหลือบมองไปที่หน้าต่าง การเต้นรำของเราในห้องโถงนี้คงมองเห็นได้จากนอกอาคาร
“เต้นต่อไปเถอะ คงมีคนจับตาเราอยู่”
ฉันเริ่มนำการเต้นวอลทซ์ตามที่เคยเรียนมา เซเรเนดทำหน้างง ๆ แต่ก็ทำตามการเคลื่อนไหวของฉัน
“เรื่องเรียนเต้นรำน่ะเป็นแค่ข้ออ้าง ฉันมาที่นี่เพื่อบอกเรื่องนี้ให้เธอฟัง”
นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริง ถึงฉันจะไม่เก่งเรื่องนี้ แต่ก็ทำได้ถ้าเป็นเรื่องคู่หมั้น
เอาล่ะ ถึงจะต้องเรียนเต้นอยู่ดีก็เถอะ
ฉันกระซิบเรื่องที่ฉันได้ยินให้เซเรเนดฟัง
จักรพรรดิตั้งใจจะใช้แล้วทิ้งห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์มาตั้งนานแล้ว
แค่โครงการปรับปรุงถนนเสร็จ การหมั้นของฉันกับเซเรเนดก็จะถูกยกเลิก และราชวงศ์จะกลืนห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์เข้าไป และตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้ว
ฉันถามเซเรเนดที่ใบหน้าซีดเผือด
“เธอไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?”
“ก็…ท่านสามีของฉันไม่สนใจฉันมาหลายปีแล้ว…ฉันก็คิดว่าอาจจะถูกบอกเลิก แต่…”
เซเรเนดส่ายหน้าเบา ๆ ด้วยมือสั่นเทา
“ฉันไม่เคยคิดเลยว่า…ราชวงศ์จะคิดทำลายล้างตระกูลของฉันด้วย…”
ราชวงศ์ตั้งใจจะกลืนห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์เข้าไปทั้งกลืน
ในกระบวนการนั้น คงไม่มีทางปล่อยให้ตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์อยู่เฉย ๆ การถูกทำลายล้างเป็นสิ่งที่แน่นอน
“เพราะฉะนั้นเซเรเนด ฉันถึงมาที่นี่ เพื่อปกป้องตระกูลและห้างหุ้นส่วนของเธอ”
ในเกม ห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์จะไม่ทำการค้ากับครอสโรดเลย
อาจเป็นเพราะหลังจากที่ห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ถูกราชวงศ์กลืนเข้าไป มันก็จะถูกนำไปใช้ในเรื่องอื่น ๆ ในจักรวรรดิ
คงไม่มีโอกาสได้ยุ่งเกี่ยวกับสงครามที่ชายแดนแล้ว
‘คงปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้’
ต้องรักษาตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์ไว้ ให้เป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งของครอสโรด
ถ้าทำได้ มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการรุกคืบในอนาคต
เหนือสิ่งอื่นใด ฉันตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตในฐานะแอช
ถ้าอย่างนั้น การช่วยเหลือหญิงสาวคนนี้ คู่หมั้นและรักแรกพบของแอช ก็เป็นสิ่งที่ฉันต้องทำอย่างแน่นอน
“อีกไม่กี่วัน ฉันจะไปพบกับท่านพ่อและพี่ชายเพื่อประชุม”
การประชุมผู้พิทักษ์
ในที่นั้น ฉันจะได้พบกับจักรพรรดิและเจ้าชาย และค้นหาความจริงที่พวกเขาซ่อนไว้
เมื่อรู้ความจริงแล้ว ฉันก็จะสามารถวางแผนช่วยวินเทอร์ซิลเวอร์ได้อย่างชัดเจน
“ก่อนหน้านั้น เราต้องเตรียมตัวด้วย”
ฉันมองเข้าไปในดวงตาสีเงินที่สั่นไหวของเซเรเนด
“บอกฉันมา เซเรเนด”
“คะ?”
“ห้างหุ้นส่วนของเธอขายอะไรบ้าง?”
ฉันจะทำอย่างไรถึงจะช่วยเหลือตระกูลพ่อค้าเล็ก ๆ ที่กำลังเผชิญกับหายนะได้
นี่คือข้อสรุปที่ฉันคิดหนักแล้วได้ออกมา
“ในบรรดาสินค้าเหล่านั้น…มี ‘ข้อมูล’ ไหม?”
ดวงตาของเซเรเนดเบิกกว้าง ฉันพูดต่อ
“มันเป็นสินค้าระดับสูงที่มีค่าและอันตรายที่สุด นั่นก็คือข้อมูล”
“ขะ…ขออภัยค่ะ แต่ห้างหุ้นส่วนของฉันทำการค้าเฉพาะสินค้าจริงเท่านั้น…”
“งั้นก็เพิ่มหมวดหมู่ใหม่ซะ”
ฉันค่อย ๆ ปล่อยมือเซเรเนด และถอยห่างออกไป
“ต่อไปนี้ ฉันจะมาเรียนเต้นกับเธอทุกวันจนถึงวันงานเลี้ยง”
“…….”
“ในหนึ่งสัปดาห์นี้ เธอต้องปรับปรุงห้างหุ้นส่วนทั้งระบบ เพื่อให้สามารถซื้อขาย ‘ข้อมูล’ ในฐานะสินค้าได้”
ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
แค่สามารถส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยก็พอแล้ว
และสำหรับห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ ที่มีเครือข่ายการกระจายสินค้าทั่วประเทศ และเข้าร่วมโครงการก่อสร้างถนนทั่วประเทศอยู่แล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย
หลังจากเต้นเสร็จ ทั้งสองคนก็ต้องโค้งคำนับ ฉันและเซเรเนดโค้งคำนับให้กันและกัน
“เป็นเวลาที่ดีมากค่ะ ท่านสามีของฉัน”
“ฉันก็มีความสุขมาก เซเรเนด”
และนี่ก็คือการเรียนเต้นรำในวันนี้
ตอนที่แนบชิดกันรู้สึกดี แต่พอห่างออกมากลับรู้สึกเขิน ๆ
ฉันเกาหัวอย่างเขินอาย เตรียมตัวจะออกไป
“งั้นวันนี้ก็เท่านี้ล่ะ ฉันไปก่อนนะ”
“……ท่านสามีของฉัน”
เซเรเนดพูดเสียงตะกุกตะกัก ขณะที่ฉันหันหลังเดินไป
“พูดตามตรง…ฉันคิดว่าท่านเกลียดฉัน และห้างหุ้นส่วนของฉัน”
“…….”
“ท่านทำเพื่อฉันขนาดนี้ ฉันดีใจมากค่ะ…แต่มีเหตุผลอะไรที่ท่านเปลี่ยนใจหรือเปล่าคะ?”
“ต้องมีเหตุผลเหรอ?”
ฉันยิ้มบาง ๆ แล้วหันกลับไปมองเธอ
“เรากำลังจะแต่งงานกันไม่ใช่เหรอ?”
“ฉัน…”
เซเรเนดก้มหน้าลง หายใจหอบ
“ฉันเป็นเพียงลูกสาวจากตระกูลพ่อค้าชั้นต่ำ…ท่านไม่เกลียดฉันเหรอคะ?”
“ไม่เคยเลย สักครั้งเดียว”
ในมุมมองของครอสโรด พวกเขาอยากทำธุรกิจด้วยเสมอ
ในมุมมองของแอช…อืม นั่นคือรักแรกพบ
ฉันใช้ชีวิตอยู่ไกลจากคำหวานอมขมกลืน ถึงฉันจะไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไร
แต่ฉันไม่มีเหตุผลที่จะเกลียด
ฉันแค่หวังว่าเราจะเป็นพันธมิตรที่ดี ทั้งในด้านธุรกิจและการเต้นรำ
“พรุ่งนี้ฉันจะมาอีก”
เซเรเนดกัดริมฝีปาก มองฉันด้วยสายตาที่ซับซ้อน ฉันชี้ไปที่เท้าของเธอ
“ทายาไว้ที่หลังเท้าด้วยล่ะ”
***
หลังจากนั้น ฉันก็ไปหาเซเรเนดทุกวันเพื่อเรียนเต้นรำและมารยาทในงานเลี้ยง
ฉันรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องอยู่รอบ ๆ แต่เฟอร์นานเดซก็ไม่ได้ขัดขวางฉันอีก
ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก ทำไปตามใจฉัน
สามวันต่อมา ตอนเช้า
เพราะเต้นรำติดต่อกันหลายวัน ร่างกายที่อ่อนแอของฉันจึงรู้สึกเมื่อยล้า ฉันกำลังรับประทานอาหารเช้าที่พระราชวัง แต่ก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศในวันนี้แตกต่างไปจากปกติ
ใบหน้าของเหล่าข้าราชบริพารดูตื่นเต้น
“วันนี้มีอะไรเหรอ? งานฉลองชัยชนะยังเหลืออีกหลายวันนี่”
ฉันถามอัลเบอร์โต ที่กำลังดูแลฉัน อัลเบอร์โตยิ้มแล้วตอบ
“เพิ่งได้รับข่าวเมื่อเช้านี้เองครับ วันนี้เจ้าชายลาร์คจะเสด็จกลับเมืองหลวง”
“……!”
เจ้าชายลำดับที่ 1 ลาร์คกลับมาจากแนวรบตะวันตกแล้ว
“กำลังเตรียมขบวนพาเหรดต้อนรับที่ประตูเมืองตะวันตก ประชาชนต่างดีใจเป็นธรรมดาครับ”
อัลเบอร์โตเทน้ำชาใส่ถ้วยของฉัน แล้วชี้ไปด้านนอก
“ท่านจะเสด็จไปต้อนรับพี่ชายของท่านด้วยหรือไม่ครับ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
ฉันที่เป็นชาวตะวันออก ก็ต้องไปต้อนรับพี่ชายที่เดินทางกลับมาไกลขนาดนี้อยู่แล้ว อีกอย่างคืออยากเห็นหน้าเขาด้วย
ฉันและอัลเบอร์โตจึงนั่งรถม้าไปยังประตูเมืองตะวันตก
เสียงโห่ร้องดังสนั่นไปตามถนนหลวงที่ถูกปิดกั้น ดูเหมือนขบวนพาเหรดจะเริ่มแล้ว
บริเวณรอบถนนหลวงเต็มไปด้วยผู้คน อัลเบอร์โตจึงจอดรถม้าของฉันไว้ห่างจากถนนเล็กน้อย
ทหารที่ยืนเรียงรายอยู่ตามถนนหลวง จะตะโกนรายงานทุกครั้งที่ขบวนพาเหรดเข้ามาใกล้
“พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ และผู้บัญชาการกองทัพจักรวรรดิ เจ้าชายลาร์ค ‘อาวาลันเช’ เอเวอร์แบล็กเสด็จกลับเมืองหลวงแล้ว!”
ว้าาาาาา-!
ประชาชนที่มารวมตัวกันที่ถนนหลวงต่างโห่ร้อง และโปรยดอกไม้ เหมือนกับแฟน ๆ ที่มารอต้อนรับไอดอลที่กลับมาจากต่างประเทศเลย
ท่ามกลางดอกไม้ เสียงโห่ร้อง และเสียงปรบมือ เจ้าชายลำดับที่ 1 ลาร์คขี่ม้าเข้ามา
อายุราว ๆ สามสิบต้น ๆ
เขาสวมชุดเกราะโลหะสีทึม ออกแบบเรียบง่าย แต่ผ้าคลุมสีขาวที่พลิ้วไหวอยู่ด้านหลังนั้นงดงามมาก
ทรงผมสีดำสนิทที่ถูกหวีเรียบไปด้านหลัง ดูมีกลิ่นอายสีฟ้าอมเขียว
ใต้คิ้วหนา ดวงตาที่ลึกซึ้งก็มีสีฟ้าอมเขียวเช่นกัน
ชายผู้นี้เป็นผู้บัญชาการทหารทั้งจักรวรรดิ ผู้บัญชาการแนวหน้าของฝ่ายตะวันตก และเป็นอัศวินผู้ไร้พ่าย
“ลาร์ค…”
โว้วววว……!
ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางความยินดีและเสียงปรบมือของประชาชนทั้งหมด แต่ใบหน้าของลาร์คก็ยังคงเรียบนิ่ง
ถึงจะเป็นขบวนพาเหรดต้อนรับ ก็ควรจะยิ้มบ้าง แต่เขาก็มองตรงไปข้างหน้า ขี่ม้าไปอย่างเงียบ ๆ
“พี่ชายมีเรื่องไม่สบายใจเหรอ? ทำไมหน้าถึงได้เครียดอย่างนั้น”
อัลเบอร์โตหัวเราะอย่างขมขื่นกับคำถามของฉัน
“ท่านก็เป็นแบบนี้ตลอดไม่ใช่เหรอครับ ท่านเป็นคนไม่ค่อยแสดงอารมณ์น่ะครับ”
อ้อ เป็นคนแบบนั้นเหรอ ตั้งแต่เกิดมา ใบหน้าของเขาก็เหมือนรูปปั้นหินอ่อนอยู่ตลอด
แล้วก็ถึงเวลา ลาร์คที่กำลังเข้ามาในขบวนพาเหรด ก็เงยหน้าขึ้นมองซ้ายขวา แล้วก็เหลือบมองมาทางนี้ หืม?
สายตาสีฟ้าอมเขียวของเขาและดวงตาของฉันสบกัน อ้อ…?
ฟึบ!
ลาร์คก็ขี่ม้ากระโดดข้ามฝูงชนที่เบียดเสียดกันอยู่ริมถนนไป
ผู้คนต่างกรีดร้อง แต่เขาก็ไม่สนใจ และเริ่มเข้ามาหาฉัน
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว
อะ อะไรเนี่ย? เกิดอะไรขึ้น?
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_