- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 168. เนื้อเรื่องเสริม: ฉันจะช่วยเธอ
◈บทที่ 168. เนื้อเรื่องเสริม: ฉันจะช่วยเธอ
◈บทที่ 168. เนื้อเรื่องเสริม: ฉันจะช่วยเธอ
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 168. เนื้อเรื่องเสริม: ฉันจะช่วยเธอ
พระราชวัง วังส่วนตัวของแอช
ยามวิกาลใกล้รุ่งสาง ห้องรับแขกที่ไฟยังไม่ติดสว่างดีนัก
“…….”
ฉันนั่งอยู่บนโซฟา ค่อย ๆ ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบพลางจมอยู่กับความคิด
เกี่ยวกับเจ้าชายลำดับที่สอง เฟอร์นานเดซ ที่พาฉันมาส่งยังวังแห่งนี้เมื่อครู่ และถ้อยคำที่เขาเอ่ยออกมา
องค์จักรพรรดิทรงจำศีล
องค์จักรพรรดิและองค์ชายทั้งสาม รวมเป็นสี่คน พวกเขาเรียกตัวเองว่าผู้พิทักษ์
พวกเขาสาบานว่าจะปกป้องจักรวรรดิจากชะตากรรมแห่งความพินาศ แม้จะต้องแลกด้วยการเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างก็ตาม
…….
พวกบ้าจักรวรรดิเป็นบ้าอะไรกันเนี่ย
มีกลิ่นไม่ดีแฮะ รู้สึกถึงลางไม่ดี
เหมือนตอนที่กำลังตระเวนดันเจี้ยน แล้วเจอกับบอสตัวซ่อนอยู่ ความรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาที่ต้นคอ มันคล้าย ๆ กับแบบนั้น
‘เวียนหัวจัง…….’
ฉันตัดสินใจไม่คิดถึงเรื่องเกี่ยวกับราชวงศ์ในตอนนี้แล้ว
ยังไงซะ เดี๋ยวก็มีการประชุมผู้พิทักษ์หรืออะไรสักอย่างนี่นา ไปร่วมประชุมดูก็รู้ความจริงแล้วล่ะ
ฉันตบหัวตัวเองเบา ๆ เพราะเริ่มปวดหัวขึ้นมา แล้วก็เริ่มคิดถึงเรื่องอื่น ๆ ต่อ
ราชวงศ์พยายามจะยกเลิกการหมั้นของเซเรเนดกับแอช
ตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์ของเซเรเนดเป็นตระกูลที่เกิดจากชนชั้นต่ำ
และ…แม่ของแอชก็เป็นชนชั้นต่ำเช่นกัน…….
“…….”
เหมือนกับว่าชิ้นส่วนข้อมูลที่กระจัดกระจายกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ ฉันจ้องมองชิ้นส่วนปริศนานั้นทีละชิ้น
รู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างกระทันหัน
ฉันไม่ใช่แอช ฉันไม่รู้เรื่องราวในอดีต ความคิด หรือเป้าหมายของเขา
ถ้าแอชอยู่ตรงหน้า ฉันอยากจะดื่มเหล้าด้วยกันสักแก้ว แล้วถามเขา
‘เกี่ยวกับพ่อ พี่ชาย แม่ และคู่หมั้นของนาย’
นายคิดยังไง?
นาย…อยากจะทำอะไรต่อไป?
แล้วก็…
“ฝ่าบาทครับ?”
อัลเบอร์โต พ่อบ้านชราผมขาวสะอาดตา เดินเข้ามาในห้องรับแขก เขาเป็นหัวหน้าข้าราชบริพารของพระราชวัง
“ผมกังวลว่าฝ่าบาทจะกลับมาดึก จึงได้มาดู แต่เวลานี้ดื่มเหล้าอยู่ได้ยังไงกัน”
ฉันนึกว่าเขาจะมาบ่นเรื่องดื่มเหล้า แต่ไม่ใช่
“ถ้าดื่มแต่เหล้า ก็จะทำให้อารมณ์เสียนะครับ ทานกับแกล้มด้วยเถอะครับ ผมจะไปจัดเตรียมมาให้ครับ”
อัลเบอร์โตเดินไปที่ห้องครัว แล้วไม่นานก็กลับมาพร้อมจานเล็ก ๆ ที่ใส่ชิ้นชีสอย่างสวยงาม
“มาดื่มด้วยกันไหม อัลเบอร์โต?”
ฉันถามอัลเบอร์โตที่กำลังเทเหล้าใส่แก้วให้ฉัน พ่อบ้านชราหัวเราะอย่างอ่อนโยนแล้วส่ายหัว
“การได้ดื่มเหล้ากับฝ่าบาทที่ทรงเจริญวัยแล้วนั้นเป็นเกียรติอย่างยิ่ง แต่หัวหน้าข้าราชบริพารอย่างผมนั้นจำเป็นต้องรักษาสติสัมปชัญญะไว้เสมอ”
“เสียดายจัง”
ฉันจิบเหล้าในแก้วใหม่ แล้วพยักมือไปที่โซฟาข้าง ๆ อัลเบอร์โตที่ฉลาดหลักแหลมอย่างหัวหน้าข้าราชบริพาร รีบไปนั่งลงบนโซฟาอย่างรวดเร็ว
“ฝ่าบาทมีอะไรกังวลอยู่เหรอคะ?”
“……อัลเบอร์โต”
“ครับ ฝ่าบาท”
“นายทำงานดูแลเรื่องต่าง ๆ ของราชสำนักมานานแล้วใช่ไหม?”
“ครับ ผมรับใช้ที่นี่มาตั้งแต่ก่อนที่ฝ่าบาทจะประสูติแล้วครับ”
ใบหน้าของคนชราเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ อืม อย่างที่คิด
“ถ้าอย่างนั้น นายก็คงจะรู้เรื่องลับ ๆ ของราชสำนักดีสินะ”
“ก็ได้เห็นได้ยินมาบ้างครับ”
อัลเบอร์โตตบที่อกตัวเองเบา ๆ
“แต่ผม อัลเบอร์โต ผู้ต่ำต้อย ได้เก็บเรื่องทั้งหมดไว้ในใจ และลืมไปแล้วครับ ผมไม่เคยบอกเรื่องที่เกิดขึ้นในราชสำนักนี้ให้ใครฟังเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
“ซื่อสัตย์มาก อัลเบอร์โต”
ฉันวางแก้วเหล้าลง แล้วอมยิ้ม
“งั้น ขอโทษล่วงหน้านะ”
“ครับ?”
“เรื่องลับที่เก็บงำไว้ เดี๋ยวนี้ต้องมาเล่าให้ฉันฟังแล้วล่ะ”
แล้วทันใดนั้น ฉันก็ใช้ [เนตรของผู้บัญชาการ]
ฉันจ้องมองดวงตาของอัลเบอร์โต แล้วสั่ง
“จนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น จงตอบคำถามของฉันอย่างซื่อสัตย์”
[ระดับความยากของคำสั่ง : ยาก]
[เปรียบเทียบค่าสถานะพลังจิตของผู้ใช้กับค่าสถานะเวทมนตร์ของเป้าหมาย]
[กำหนดอัตราความสำเร็จ เริ่มทอยลูกเต๋าเพื่อทดสอบความต้านทาน…….]
อัลเบอร์โตเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่ตัวละครเอก
แทบไม่มีค่าสถานะเวทมนตร์ ดังนั้น แม้จะเป็นคำสั่งที่ค่อนข้างยาก ก็สามารถใช้งานได้โดยไม่มีปัญหา
[การทดสอบเสร็จสมบูรณ์!]
>สำเร็จ : 1แต้ม
[ใช้การบังคับ]
อัลเบอร์โตแข็งทื่อไปชั่วขณะ แล้วพยักหน้าด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“โปรดถามได้เลยครับ ฝ่าบาท หากเป็นเรื่องที่ อัลเบอร์โต ผู้ต่ำต้อยนี้สามารถตอบได้ ผมจะบอกทุกอย่างเลยครับ”
***
ฉันเริ่มต้นด้วยการถามอัลเบอร์โตเกี่ยวกับองค์จักรพรรดิและองค์ชาย แต่เขาไม่รู้เรื่องการจำศีลขององค์จักรพรรดิหรือการประชุมผู้พิทักษ์เลย
ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือขอบเขตหน้าที่ที่อัลเบอร์โตดูแลอยู่ แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าองค์จักรพรรดิและองค์ชายปกปิดความลับได้อย่างแนบแน่น จนกระทั่งหัวหน้าข้าราชบริพารยังไม่รู้เรื่องเลย
แต่ว่าอัลเบอร์โตรู้เรื่องอื่น ๆ ที่ฉันอยากรู้ดี
“พระมารดาของฝ่าบาทคือ ดัสเทีย จักรพรรดินีองค์ที่สอง ทรงเป็นทาสสงครามแต่เดิม”
เมื่อฉันถามถึงแม่ของแอช อัลเบอร์โตก็เริ่มเล่าเรื่องราวอย่างคล่องแคล่ว
“ผมได้ยินมาว่าพระนางเป็นทายาทของราชวงศ์ของประเทศเล็ก ๆ ที่จักรวรรดิของเราทำให้ล่มสลาย หลังจากประเทศล่มสลาย พระนางก็กลายเป็นทาส และทำงานรับใช้ที่แนวหน้าทางเหนือ”
“ทาส……”
“ถึงแม้จะทรงเป็นทาส แต่พระนางก็มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์อย่างยอดเยี่ยม และทรงดึงดูดความสนใจขององค์จักรพรรดิที่เสด็จไปทำสงครามที่แนวหน้าทางเหนือ จึงทรงรับพระนางมาเป็นแม่มด หลังจากนั้น พระนางก็ได้เข้าร่วมการต่อสู้หลายครั้งกับพระองค์ และได้รับตำแหน่งเพราะความดีความชอบ”
เป็นแม่มดเหรอ พรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ของแอชมาจากแม่ของเขาหรือเปล่า
“พระองค์ทรงโปรดปรานพระนางมาก จึงทรงตั้งใจจะรับพระนางเข้ามาเป็นสนม แต่ก็มีคนคัดค้านมากมาย หลายคนบอกว่าไม่ควรนำชนชั้นต่ำเข้ามาในวัง……”
“…….”
“เมื่อการคัดค้านยังคงดำเนินต่อไป พระองค์ก็ทรงโกรธ แล้วรับพระนางเข้ามาเป็นจักรพรรดินีองค์ที่สองแทนที่จะเป็นสนม ตอนนั้นทั้งประเทศวุ่นวายไปหมดเลย”
ฉันเหงื่อตก องค์จักรพรรดิก็น่ากลัวเหมือนกันนะ แค่มีคนคัดค้านเรื่องสนม ก็เลยรับมาเป็นจักรพรรดินีซะงั้น
“หลังจากเข้ามาในวังได้หนึ่งปี พระนางก็ประสูติฝ่าบาท”
ใบหน้าของอัลเบอร์โตที่เล่ามาด้วยรอยยิ้มเริ่มหม่นลง
“แต่ว่าจักรพรรดินีองค์แรกและสนมคนอื่น ๆ ก็ดูหมิ่นพระนางอยู่ไม่น้อย เพราะพวกนางล้วนแต่มีเชื้อสายสูงศักดิ์”
“…….”
“เมื่อใดก็ตามที่พระองค์เสด็จออกไปรบ พระนางก็จะถูกรังแกอย่างโจ่งแจ้ง เพราะเหตุนี้ พระนางจึงเริ่มอ่อนแอลงและทรุดโทรมลง”
ฉันฟังต่อแม้จะฟังแล้วรู้สึกเจ็บปวด เพราะเป็นเรื่องที่ฉันต้องรู้
“มีหลายครั้งที่พระนางทรงขอให้องค์จักรพรรดิถอดตำแหน่งจักรพรรดินีองค์ที่สอง แล้วส่งพระนางกลับไปทางเหนือ แต่พระองค์ก็ไม่ทรงอนุญาต”
“…….”
“แล้วเมื่อแปดปีก่อน เมื่อฝ่าบาทมีพระชนมายุสิบห้าพรรษา พระนางก็ทรงทุกข์ทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บและความผิดปกติทางจิต แล้ว…ก็ทรงแขวนคอตัวเอง”
“…….”
“ผู้ที่พบศพของจักรพรรดินีองค์ที่สองเป็นคนแรกก็คือฝ่าบาท”
เสียงของอัลเบอร์โตสั่นเครือ
“ถึงแม้ฝ่าบาทจะทรงซุกซน และไม่ทรงสนใจเรื่องการเรียนเลย แต่โดยพื้นฐานแล้ว ฝ่าบาทก็ทรงมีพระทัยที่เมตตา แต่หลังจากวันนั้น ฝ่าบาทก็เริ่มบิดเบี้ยว…….”
“……เป็นอย่างนั้นเอง”
แอชเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากแม่ของเขาเสียชีวิตนั่นเอง
“ฮือ ผม อัลเบอร์โตผู้นี้ ถ้าคิดถึงวันนั้นเมื่อไร น้ำตาก็จะไหล……”
ฉันรีบถามคำถามต่อไป เพื่อขัดจังหวะอัลเบอร์โตที่กำลังจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา
“ต่อไปขอให้เล่าเกี่ยวกับตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์หน่อยได้ไหม?”
อัลเบอร์โตชะงักไปเล็กน้อย ราวกับหุ่นยนต์ แล้วก็เปลี่ยนเรื่องทันที [เนตรของผู้บัญชาการ] ได้ผลจริง ๆ ด้วย
“ตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์เป็นตระกูลขุนนางที่ล่มจมอยู่ที่ชายแดน พวกเขากำลังประสบปัญหาหนี้สินอย่างหนัก แล้ววันหนึ่งก็มีพ่อค้าคนหนึ่งมาหา แล้วเสนอว่าจะช่วยชำระหนี้ให้ แต่ขอแลกกับตำแหน่งขุนนาง”
“พ่อค้าคนนั้น……?”
“ครับ ท่านเป็นผู้ก่อตั้งห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ คือคุณปู่ของเซเรเนด เขาเป็นทาสที่เกิดจากเผ่าพันธุ์อื่น แต่มีความสามารถมาก จึงร่ำรวยมาก”
ฉันรู้สึกกังวลกับข้อความที่ว่าเป็นเผ่าพันธุ์อื่น แต่ก็ยังฟังต่อไป
“พ่อค้าคนนั้นรับคุณหนูเซเรเนดเป็นบุตรบุญธรรม แล้วกลายเป็นขุนนางวินเทอร์ซิลเวอร์ ห้างห้างหุ้นส่วนที่เขาก่อตั้งขึ้นมา ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก และเติบโตขึ้นมาเป็นห้างหุ้นส่วนที่ใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิในยุคต่อมา”
อัลเบอร์โตกลั้นหายใจ แล้วพูดต่อ
“ในตอนที่องค์จักรพรรดิทรงอภิเษกสมรสกับ ดัสเทีย จักรพรรดินีองค์ที่สอง ข้าราชบริพารทุกคนคัดค้าน จึงไม่สามารถใช้เงินจากคลังหลวง และไม่มีเงินสร้างพระราชวังใหม่ ในตอนนั้น ขุนนางวินเทอร์ซิลเวอร์ก็มาหาพระองค์ แล้วบอกว่าจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง”
พวกเขาตกลงกันแล้วสินะ กับจักรพรรดินีองค์ที่สอง
“พระองค์ทรงปีติยินดี และพระราชทานตำแหน่งเคานต์ให้แก่ขุนนางวินเทอร์ซิลเวอร์ จึงกลายเป็นเคานต์วินเทอร์ซิลเวอร์ เขาคือผู้ก่อตั้งห้างหุ้นส่วนรุ่นที่สอง คือพ่อของเซเรเนด”
ฉันขมวดคิ้ว
“ตำแหน่งขุนนางนี่มันซื้อขายกันได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ไม่ใช่เกมออนไลน์ ที่ขึ้นลงง่าย ๆ สักหน่อย
“เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแอบ ๆ บ้าง แต่เรื่องนี้มันเกิดขึ้นอย่างเปิดเผย จึง……”
“ขุนนางคนอื่นคงไม่ชอบใจแน่ ๆ”
“ไม่ชอบใจมากเลยครับ ถึงกับด่าพ่อค้าชนชั้นต่ำที่ซื้อตำแหน่งขุนนางด้วยเงิน โดยเฉพาะตระกูลเคานต์อื่น ๆ พวกเขาแค้นใจมากเลยครับ”
ก็แน่นอน นี่เป็นคุณค่าตามประเพณีที่พวกเขารักษาไว้ แต่ฝั่งนั้นซื้อได้ด้วยเงิน
“แต่ตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์ก็มีอำนาจทางการเงินมหาศาล หลังจากนั้น ตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์ก็ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองจักรพรรดินีองค์ที่สอง และมักจะนำของมีค่ามาถวายแด่ราชสำนัก”
ดวงตาของอัลเบอร์โตพร่ามัวไป ขณะที่เขานึกถึงเรื่องราวในอดีต
“โดยเฉพาะเคาน์เตสแห่งตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์ ทรงเป็นเพื่อนคนเดียวของจักรพรรดินีองค์ที่สองที่ทรงเหงาอยู่ในวัง เคาน์เตสทรงพาลูกสาวตัวน้อยมาเยี่ยมบ่อยครั้ง และสนิทสนมกับฝ่าบาทอย่างรวดเร็ว”
หืม?
“อย่าบอกนะว่าลูกสาวคนนั้นคือ?”
“ครับ คือคุณหนูเซเรเนด”
“อื้อหือ”
ปากฉันอ้าเล็กน้อย
โอ้พระเจ้า แอชกับเซเรเนดเป็นเพื่อนเล่นตั้งแต่เด็กเหรอ
“คุณหนูเซเรเนดมีอายุมากกว่าฝ่าบาทสองปี ทั้งสองจึงสนิทกันเหมือนพี่น้อง ตอนนั้นทั้งสองน่ารักมากเลยครับ……”
“อายุมากกว่าด้วย?!”
ก็จริงนะ แอชเด็กกว่าที่คิด แต่เซเรเนดอายุมากกว่านี่สิ ฉันไม่รู้มาก่อนเลย
“แต่ดูเหมือนว่าเคานต์วินเทอร์ซิลเวอร์จะไม่พอใจกับตำแหน่งเคานต์ เขาอยากจะสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับราชวงศ์ และเนื่องจากมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจักรพรรดินีองค์ที่สอง เขาจึงพยายามก้าวไปสู่ขั้นตอนต่อไป”
“ขั้นตอนต่อไป?”
หรือว่า……
“พยายามจะจัดการแต่งงาน?”
“ครับ เขาพยายามที่จะผลักดันการหมั้นระหว่างฝ่าบาทกับคุณหนูเซเรเนด”
อัลเบอร์โตก้มหน้าลง
“องค์จักรพรรดิทรงไม่พอใจมาก ถึงแม้ว่าจักรพรรดินีองค์ที่สองจะมีเชื้อสายต่ำ แต่ฝ่าบาทก็เป็นองค์ชาย การที่ตระกูลพ่อค้าที่ซื้อตำแหน่งขุนนางมาด้วยเงิน มาขอหมั้นก่อนนั้น ถือเป็นการล้ำเส้น”
“…….”
“แต่ว่าจักรพรรดินีองค์ที่สองทรงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้เป็นญาติกับเพื่อนสนิท จึงไม่มีทางเลือกอื่น พระองค์จึงทรงอนุญาตให้หมั้น แต่มีเงื่อนไข”
ฉันนึกถึงสิ่งที่เฟอร์นานเดซพูด
“โครงการสร้างถนนทั่วประเทศใช่ไหม?”
“ครับ โครงการปรับปรุงถนนนั้น เป็นโครงการที่ดำเนินการมาตั้งแต่สมัยองค์จักรพรรดิองค์ก่อน แต่เนื่องจากใช้เงินมาก จึงล่าช้า พระองค์จึงขอให้ห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ช่วยเหลือในเรื่องนี้”
“…….”
“ห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ก็ยินดีที่จะเข้าร่วมโครงการปรับปรุงถนน และการหมั้นก็ดำเนินไปโดยไม่มีปัญหา แต่…เกิดปัญหาอื่นขึ้น”
“แม่ของฉันเสียชีวิต”
อัลเบอร์โตพยักหน้าอย่างหนัก
“ครับ เหตุผลหลักที่องค์จักรพรรดิทรงอนุญาตให้หมั้นนั้น คือจักรพรรดินีองค์ที่สอง แต่พระนางก็จากไปแล้ว”
“…….”
“องค์จักรพรรดิทรงตัดสินใจว่าจะยกเลิกการหมั้นหลังจากโครงการปรับปรุงถนนเสร็จสิ้น และทรงตัดสินใจที่จะจัดการกับตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์ที่เกาะติดกับจักรพรรดินีองค์ที่สองมากเกินไป”
เป็นอย่างนั้นเอง
“องค์จักรพรรดิทรงเตือนฝ่าบาทด้วย ให้ห่างเหินจากวินเทอร์ซิลเวอร์”
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่แอชเริ่มที่จะปฏิบัติต่อคู่หมั้นที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กอย่างเย็นชา
“ฝ่าบาทเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่จักรพรรดินีองค์ที่สองสิ้นพระชนม์ แต่ที่กลายเป็นคนไม่เอาไหนอย่างแท้จริง ก็คือตอนที่การยกเลิกหมั้นกับคุณหนูเซเรเนดได้รับการยืนยัน”
“หืม?”
ฉันถามอย่างระมัดระวัง
“แอช…ไม่สิ ฉัน ไม่ใช่ว่าไม่ชอบเซเรเนดหรือไง?”
อัลเบอร์โตกระโดดลุกขึ้นจากที่นั่ง
“ท่านพูดอะไรอย่างนั้นล่ะคะ! คุณหนูเซเรเนดคือรักแรกของฝ่าบาท! มาตั้งแต่ก่อนที่การหมั้นจะเกิดขึ้น!”
“อ้อ เหรอ?”
“ฝ่าบาทไม่ได้ขอคำปรึกษาเรื่องวิธีเขียนจดหมายรักจากผมเหรอครับ ฝ่าบาทบอกว่าไม่สามารถพูดเรื่องนี้กับลูคัสได้……”
อัลเบอร์โตมองฉันด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู เหมือนกับมองหลาน
“ในงานเลี้ยงที่วัง ทั้งสองท่านก็เป็นคู่เต้น และจับมือเล็ก ๆ ของกันและกันขณะเต้นรำ ตอนนั้นทั้งสองคนหน้าแดง น่ารัก และสดใสมากเลยครับ……”
แต่ไม่นาน ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาก็เต็มไปด้วยความเศร้า
“แต่ว่าหลังจากที่หมั้นแล้ว เรื่องก็กลายเป็นแบบนี้…ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนก็แย่ลง…และตอนนี้ได้ยินว่าทั้งสองคนห่างเหินกันไปแล้ว เฮ้อ!”
อัลเบอร์โตหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาอีกครั้ง ตาแก่คนนี้ร้องไห้บ่อยจัง
***
ฉันใช้ [เนตรของผู้บัญชาการ] กับอัลเบอร์โตอีกครั้ง แล้วสั่งให้เขาเก็บเรื่องราวในคืนนี้เป็นความลับ ก่อนจะให้เขาไป
เขาอาจจะสังเกตเห็นว่าตัวเองสูญเสียความทรงจำไปแล้ว แต่เพราะผลของ [เนตรของผู้บัญชาการ] เขาจะไม่สามารถบอกใครได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง
เช้าก็มาถึง ฉันกลับไปที่ห้อง แล้วมองตัวเองในกระจก
“…….”
ยังไม่เข้าใจเลย
แอช นายเป็นคนแบบไหน อยากใช้ชีวิตอย่างไร จะเลือกอะไรในสถานการณ์นี้
แม้จะอ่านข้อมูลตัวละคร หรือฟังคนพูด ก็ยังไม่รู้สึกอะไรเลย
‘เวลาที่ฉันมีอยู่คือ 3 ปี’
หลังจากที่ผ่านพ้น 3 ปี แล้วจบเกมไปแล้ว ฉันไม่รู้ว่าร่างกายนี้จะเกิดอะไรขึ้น
แอชคนเดิมจะกลับมาไหม?
หรือว่าฉันจะตายโดยไร้วิญญาณ?
“ฮึบ”
ไม่ว่ายังไง ฉันก็จะคิดให้ง่าย ๆ
ฉันตัดสินใจ แล้วลืมตาขึ้น
‘ฉันจะทำในสิ่งที่อยากทำ’
สิ่งที่ฉันอยากทำ
นั่นก็คือการปกป้องผู้คน
ช่วยเหลือคนที่อยู่ใกล้ฉัน
ดังนั้นแอช
‘ฉันจะช่วยนาย’
นายที่ฉันไม่เคยช่วยได้เลย ตลอด 742 ครั้งที่เล่นเกมนี้ ฉันจะแบกรับชีวิตของนาย
ในฐานะผู้บัญชาการกองหน้าต่อสู้กับสัตว์ประหลาด และในฐานะเจ้าชายลำดับที่ 3 ของจักรวรรดิ
ฉันจะทำอย่างเต็มที่เพื่อใช้ชีวิตแทนนาย ฉันจะพยายามอย่างสุดความสามารถ ด้วยวิธีของฉันเอง
‘ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง อย่ามาพูดเรื่องแปลก ๆ ในภายหลังนะ’
ฉันหัวเราะอย่างขมขื่น มองแอชในกระจก…
ไม่สิ ‘ฉัน’
‘เพราะนายเป็นคนหยิบยืมร่างกายนี้ให้ฉัน’
***
เช้าวันนั้น
นิวเทรา เมืองหลวง ท่าเรือชายฝั่งทะเลใน
ชั้น 5 อาคารห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ ห้องของประธาน
“มีเรื่องอะไรเหรอคะ ท่านสามีของฉัน?”
เซเรเนดไม่ได้ตกใจเลย แม้ว่าฉันจะมาเยี่ยมอย่างกะทันหัน
เธอมองฉันด้วยสายตาเฉยชา และทำงานต่อไป
นิ้วเรียวเล็กที่ถือปากกาขนนก กำลังเขียนเอกสารอย่างรวดเร็ว
“ถ้าเป็นเรื่องที่ท่านพูดเมื่อวาน ตอนนี้ก็กำลังดำเนินการอยู่ค่ะ กำลังคัดเลือกสถาปนิกที่ดีที่สุด และกำลังจัดตั้งสำนักงานสาขาของเราที่ครอสโรด ไม่ต้องกังวลนะคะ”
ผมสีฟ้าอ่อนของเซเรเนดที่ส่องแสงแดด ส่องประกายเหมือนผิวน้ำยามเที่ยงวัน
ฉันจ้องมองเธอ แล้วหันไปมองด้านข้าง เห็นเอลิเซ่อยืนอยู่ข้างหลังเซเรเนด
“…….”
เอลิเซ่ที่พันผ้าพันแผลอยู่ทั่วร่างกาย กำลังจ้องมองฉันอย่างเฉียบคม
สายตาของเธอเหมือนกับไม่เข้าใจฉัน ฉันจึงยิ้มให้เธอ
แล้วเซเรเนดก็เงยหน้าขึ้นมา และมองฉัน เธอยังคงถือปากกา และสวมแว่นอยู่
“ท่านสามีของฉัน? ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็โปรด-”
“เซเรเนด”
ฉันพูดคำพูดที่เตรียมไว้ทันที
“งานเลี้ยงฉลองชัยหลังศึกจะจัดขึ้นที่พระราชวังในอีกหนึ่งสัปดาห์ ฉัน…”
“……?”
“เชื่อหรือไม่ก็ตาม ฉันไม่รู้วิธีเต้นรำ”
เซเรเนดกระพริบตาสีเงินอย่างแปลกใจ ฉันยิ้มกว้าง
“สอนฉันได้ไหม?”
“อ้อ……?”
เซเรเนดที่แข็งทื่อไปชั่วขณะ หยิบกระดาษแผ่นใหม่ขึ้นมา
“อ้อ นั่นสินะ หมายความว่าให้เรียกครูสอนเต้นรำใช่ไหมคะ ได้ค่ะ ฉันจะหานักสอนที่เก่งที่สุดในเมืองหลวง-”
“ไม่ใช่ เซเรเนด”
ฉันเดินเข้าไปหาโต๊ะของเซเรเนด แล้ววางมือลงบนกระดาษที่เธอจะเขียน ทับลงไป
แล้วจ้องมองดวงตาที่ตกใจของเซเรเนด แล้วพูดอย่างตรงไปตรงมา
“ฉันอยากให้เธอเป็นคนสอน”
“……ว่ายังไงนะคะ?”
“ฉันอยากให้เธอสอนฉันเต้นรำเอง ถ้าสอนมารยาทในการร่วมงานเลี้ยงด้วยก็ดี”
ฉันยกไหล่ขึ้น
“ฉันขอร้องอะไรที่มากเกินไปสำหรับประธานผู้ยุ่งที่สุดของห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์หรือเปล่า?”
ตุ๊บ!
เซเรเนดผลักเก้าอี้ไปด้านหลัง แล้วลุกขึ้น
ใบหน้าแดงก่ำ มีน้ำตาคลออยู่ที่ดวงตา
“ไม่ใช่ค่ะ! ฉัน…ฉัน…ฉันแค่ทำเป็นยุ่งเท่านั้นเอง!”
เซเรเนดมองฉันด้วยสายตาสั่นระริก แล้วตะโกน
“เวลา! ฉันมีเวลาเยอะแยะเลยค่ะ!”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_