เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 166. [เนื้อเรื่องเสริม] เอลิเซ่

◈บทที่ 166. [เนื้อเรื่องเสริม] เอลิเซ่

◈บทที่ 166. [เนื้อเรื่องเสริม] เอลิเซ่


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 166. [เนื้อเรื่องเสริม] เอลิเซ่

ครืดดด-!

เสียงโลหะน่ากลัวดังสนั่นเมื่อดาบสองเล่มปะทะกันในตรอกมืดมิด

ดาบเลื่อยที่เอลิซาเบธใช้ กับดาบเวทย์สามเล่มที่ฉันใช้

คมดาบทั้งสี่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือดในความมืด ทุกครั้งที่ปะทะกันก็เกิดประกายไฟสว่างวาบ

ส่วนใหญ่เป็นอนุภาคเวทย์จากดาบเวทย์ของฉันที่แตกกระจาย

‘แข็งแกร่ง!’

ฉันเหงื่อโทรม มือไม้สั่นไปหมด ขณะที่ยื่นไม้เท้าออกไปควบคุมดาบเวทย์ทั้งสามเล่ม

ถึงแม้ฉันจะแทบไม่มีประสบการณ์ PVP เลย แต่ก็เคยร่วมรบเคียงข้างเหล่าผู้กล้า และเคยฆ่าสัตว์ประหลาดชื่อดังมาไม่รู้กี่ตัวต่อกี่ตัว

แค่แลกหมัดกันไม่กี่ครั้งก็พอจะเดาได้แล้ว

ผู้หญิงคนนี้ เอลิซาเบธ—แข็งแกร่งมาก!

“กลับมาจากด่านหน้าแล้ว ดูเหมือนว่า…จะเก่งขึ้นมากเลยนะคะ”

เอลิซาเบธกระซิบเสียงเรียบเฉย หลังจากใช้ดาบเลื่อยฟาดฟันดาบเวทย์ของฉันจนแหลกเหลวไปหมดแล้ว

“ทีนี้ฉันก็จะจริงจังแล้วล่ะค่ะ”

ฉันบ่นพึมพำพลางดึงแขนเสื้อขึ้น แล้วจัดการถุงมือให้เรียบร้อย

“ไม่สิ ตอนนี้ก็เหนื่อยแทบแย่แล้วนะ ขอหยุดสักหน่อยไม่ได้เหรอ?!”

แน่นอนว่าเอลิซาเบธไม่สนใจฟังหรอก

“โลงดาบ ยิง!”

ทันทีที่เอลิซาเบธเปล่งคำสั่ง โลงดาบที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของตรอกก็เปล่งแสงเวทย์ออกมา ราวกับเปิดสวิตช์ไฟ

อื้ออึง!

“ดาบเล่มที่สาม”

ฉึก-!

แล้วดาบที่อยู่ในช่องที่สามของโลงดาบก็พุ่งออกมาเหมือนจรวด หมุนติ้วไปมา แล้วตกลงมาเหนือศีรษะของเอลิซาเบธ

ตุ๊บ!

เอลิซาเบธไม่หันมามองด้วยซ้ำ แค่ยื่นมือซ้ายขึ้นไปรับด้ามดาบ

แค่ฉากนี้ฉันก็ขนลุกแล้วล่ะ

เอลิซาเบธถือดาบเลื่อยไว้ในมือขวา และดาบอีกเล่มในมือซ้าย เธอก้มตัวลงเล็กน้อย

“งั้นก็ เริ่มกันใหม่”

ท่าทางเหมือนกำลังจะโค้งคำนับก่อนจะเริ่มเต้นรำ

“เดี๋ยว ๆ ! เอลิซาเบธ!”

ฉันยื่นมือออกไป แล้วตะโกนสุดเสียง

“ถ้าเธอฆ่าฉันจริง ๆ พวกห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ทั้งบริษัทจะต้องรับกรรม! เธอรู้ตัวไหม?!”

ถ้าเอลิซาเบธลงมือสังหารเชื้อพระวงศ์ แน่นอนว่าทั้งเซเรเนดและห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ก็ต้องรับโทษ เรื่องนี้เธอน่าจะรู้

แต่เอลิซาเบธกลับพูดอะไรแปลก ๆ

“เอลิเซ่ค่ะ”

“ห้ะ?”

“ไม่ใช่เอลิซาเบธ แต่เป็นเอลิเซ่ค่ะ อย่าเรียกฉันว่าเอลิซาเบธเลยค่ะ”

ไม่ว่าเอลิซาเบธหรือเอลิเซ่ก็เถอะ! แค่ชื่อเต็มกับชื่อเล่นต่างหากนี่นา?

“ตอนที่ถูกห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์รับตัวมา ฉันได้ทิ้งชื่อฆาตกรอย่างเอลิซาเบธไปแล้วค่ะ แล้วก็ใช้ชีวิตด้วยชื่อเอลิเซ่ที่คุณหนูตั้งให้ค่ะ”

กึก!

มือทั้งสองข้างที่กำดาบทั้งสองเล่มไว้ กำลังบีบแน่น

“และฉันก็จะตายด้วยชื่อเอลิเซ่ หลังจากฆ่าคุณ ฉันก็จะฆ่าตัวตายที่นี่ค่ะ”

“อะไรนะ?!”

“จะจัดฉากให้เหมือนกับว่าถูกโจรโจมตีค่ะ เราสองคนจะดูเหมือนว่าถูกฆ่าตายระหว่างนั่งรถม้า จะจุดไฟเผารถม้าและศพด้วย…เคยทำมาเยอะแล้วค่ะ เรื่องการปลอมหลักฐานนี่เชี่ยวชาญมาก ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ”

ไม่ใช่ ฉันเป็นห่วงเรื่องอื่นมากกว่านี้เยอะเลยนะ?!

“ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คุณต้องหายไป…ถึงจะเปลี่ยนชีวิตคุณหนูได้”

เอลิซาเบธ…ไม่สิ ดวงตาสีฟ้าอมเขียวของเอลิเซ่ที่ปิดแล้วลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง มีประกายความคิดอันน่ากลัว

“เพื่อคุณหนูเซเรเนด ช่วยตายไปพร้อมกับฉันด้วยนะคะ”

นั่นเป็นสายตาของคนที่พร้อมจะตาย

สายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ว่าจะต้องตายไปพร้อมกับศัตรูตรงหน้า

ฉันกัดฟันแน่น ไอ้คนโง่เอ๊ย!

“คิดว่าราชวงศ์มันง่าย ๆ นักเหรอ?! คืนนี้ฉันจะเปิดเผยทุกอย่าง แล้วก็จะเรียกร้องความรับผิดชอบจากพวกเธอให้ได้!”

“…….”

“การกระทำของเธอตอนนี้ไม่ใช่ความจงรักภักดี! แต่เป็นความโง่เขลา! เพื่อคุณหนูของเธอเอง เธอควรหยุดเถอะ เอลิเซ่!”

แต่ไม่ว่าฉันจะพูดอะไร เอลิเซ่ก็ไม่ยอมหยุด ดูเหมือนว่าเธอมองว่ามันสายเกินไปแล้ว ที่จะหวนกลับมา

‘ชิบหายแล้ว!’

ฉันกำไม้เท้าแน่น

เพื่อความอยู่รอดของฉันเอง เพื่อเซเรเนดและห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์…และเพื่อเอลิเซ่ด้วย

ฉันห้ามตายที่นี่ ฉันต้องรอด แล้วจัดการสถานการณ์นี้ให้สงบลง ห้ามให้มีผู้คนบริสุทธิ์ได้รับอันตราย

ปั๊ก-!

ปัญหาคือ เอลิเซ่แข็งแกร่งเกินไป

แชง! แชงแชงแชงแชง!

ดาบเลื่อยและดาบอีกเล่มที่อยู่ในมือทั้งสองข้างของเธอ เปล่งแสงแวววาว และฟาดฟันอย่างสวยงาม

ทุกครั้งที่คมดาบของเธอเฉียดไป ดาบเวทย์ของฉันก็แตกละเอียด

โชคดีอย่างหนึ่งก็คือ ฉันรู้ทักษะทั้งหมดของเอลิเซ่

‘แน่นอนอยู่แล้ว! นี่มันตัวละครที่ฉันชอบที่สุดในบรรดาตัวละคร DPS นี่นา!’

ตอนเล่นเกมปกป้องจักรวรรดิ ฉันที่เป็นพวกเน้นประสิทธิภาพสูงสุด ก็มักจะใช้เอลิซาเบธที่เป็นตัวละครเทพอยู่แล้ว

สไตล์การต่อสู้ของเธอน่าตื่นเต้นมาก คนดูก็ชอบ

เพราะอย่างนั้นฉันถึงรู้จักทักษะทั้งหมดของเอลิเซ่ และก็รับมือกับการโจมตีแบบสองมือของเธอได้

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีขีดจำกัด พอเห็นว่าฉันไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เอลิเซ่ก็ใช้แผนต่อไป

“โลงดาบ ยิง ดาบเล่มที่แปด ดาบเล่มที่สิบเอ็ด”

ฉึก! ฉึก-!

มีดาบสั้นและดาบยาวพุ่งออกมาจากโลงดาบติด ๆ กัน

พร้อมกับนั้น เอลิเซ่ก็โยนดาบเลื่อยและดาบอีกเล่มที่ถืออยู่ มาทางฉัน

“ว๊ากก!”

ฉันเอาตัวลงไปเกือบจะคลาน เพื่อหลบดาบเลื่อยและดาบอีกเล่ม ซึ่งไปปักติดที่ผนังตึกที่พัง ๆ ข้างหลังฉัน

หลังจากนั้น เอลิเซ่ก็คว้าดาบสั้นและดาบยาวที่หมุนตกลงมา แล้ววิ่งเข้ามาหาฉัน

บูม!

เอลิเซ่ฟาดฟันดาบสั้นและดาบยาวอย่างน่ากลัว พอฉันหลบได้ เธอก็ปักดาบทั้งสองเล่มลงที่ผนังตึก แล้วดึงดาบเลื่อยและดาบอีกเล่มที่ปักอยู่ก่อนแล้วมาฟาดฟันต่อ

แชง! แชง! แชงแชงแชง-!

การโจมตีอย่างรุนแรง ไม่มีช่วงเวลาระหว่างการโจมตี

เธอหมุนตัวฟาดฟันดาบทั้งสี่เล่ม ปักลงที่ผนัง แล้วดึงกลับมาฟาดฟันต่อ มันเหมือนกับพายุแห่งคมดาบเลยทีเดียว

‘จริง ๆ ด้วย…’

ดาบเวทย์ของฉันพังเร็วกว่าที่มันจะสร้างใหม่ได้ ฉันรู้สึกว่า MP ของฉันกำลังลดลงเรื่อย ๆ แล้วก็คิดว่า

‘อยากได้เธอเข้าร่วมทีมครอสโรดจริง ๆ เลย ชิบหาย!’

ถ้าได้คนเก่งขนาดนี้เข้าร่วมทีม มันคงจะดีแค่ไหน! ทั้งดันเจี้ยนและการป้องกันก็จะง่ายขึ้นเยอะ!

แต่ไม่ว่าความคิดเห็นของฉันในฐานะผู้บัญชาการจะยังไงก็ตาม เอลิเซ่กำลังจะฆ่าฉัน

‘จะเอาชนะเธอได้ยังไง? ถ้าใช้ [เนตรของผู้บัญชาการ] ล่ะ?’

แต่เอลิเซ่เป็นตัวละครที่ค่าเวทย์สูง แม้จะเป็นตัวละครสายดาบ

มีโอกาสที่ [เนตรของผู้บัญชาการ] ทักษะที่หนึ่งของฉัน จะใช้ไม่ได้ผล

‘แล้วจะทำยังไง…?!’

ขณะที่ฉันกำลังคิดหาวิธี

“โลงดาบ ยิง ดาบเล่มที่หนึ่ง”

เสียงเรียบเฉยของเอลิเซ่ดังขึ้นเบา ๆ

ฉึก-!

สิ่งที่พุ่งออกมาจากโลงดาบคือ…กริชสีฟ้าอมเขียว เหมือนสีตาและสีผมของเอลิเซ่

แล้วเอลิเซ่ก็…

คว้าก!

ใช้ปากคาบกริชนั้นไว้

เธอคาบกริชที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลังได้อย่างแม่นยำ ท่าทางเหมือนสุนัขที่กำลังต่อสู้ มากกว่ามนุษย์เสียอีก

แล้วเอลิเซ่ก็ใช้กริชที่คาบอยู่ในปาก ฟันลงมาที่ฉัน

ดาบเวทย์ของฉันพังหมดแล้ว เพราะไปรับมือกับดาบสี่เล่มของเอลิเซ่ ไม่มีดาบเวทย์เหลือที่จะรับมือกับกริชได้แล้ว

ดวงตาของเอลิเซ่ประกายแววชัยชนะ

ในจังหวะนั้นเอง

ฟิ้ว-!

ฉันชกไปข้างหน้าด้วยหมัดขวาอย่างรวดเร็ว หมัดของฉันสวมถุงมือที่ฉันเพิ่งเอาออกมาจากช่องเก็บของ แล้วใส่เมื่อครู่

[ถุงมือโชคชะตา]

นี่คืออาวุธที่ขึ้นอยู่กับดวงชะตาที่ฉันมี!

“……?!”

เอลิเซ่ตกใจ เพราะไม่คิดว่าฉันจะเข้าปะทะแบบฉับพลัน

ดวงตาสีฟ้าอมเขียวของเอลิเซ่ มองดูมือของฉันอย่างรวดเร็ว

เธอเป็นนักดาบพิธีศพ ที่จัดการงานศพให้กับคนที่เธอฆ่า แล้วก็เอาอาวุธของพวกเขาไปเป็นค่าจ้าง

เธอมีทักษะพิเศษ [การประเมิน] ที่สามารถตรวจสอบระดับของไอเท็มได้ เธอคงรู้แล้วล่ะ ว่าถุงมือที่ฉันสวมอยู่นั้นเป็นไอเท็มระดับ SSR

ดังนั้น เธอจึง

“ฮึ่ก!”

หลบการโจมตีของฉัน

เพราะเธอไม่รู้ว่าอาวุธชิ้นนี้คืออะไร ไม่รู้ว่ามันมีพลังพิเศษอะไรซ่อนอยู่

เพื่อให้แน่ใจว่าจะฆ่าฉันได้ เธอจึงต้องถอยก่อน

ตุ้บ!

เอลิเซ่ผงะตัวกลับ แล้วเอนตัวไปข้างหลัง หมัดของฉันเฉียดเธอไปอย่างหวุดหวิด

ฉันยิ้มเยาะ

‘ฉันรู้ว่าเธอต้องหลบ!’

ตั้งแต่แรกแล้ว หมัดของฉันไม่ได้หมายจะทำร้ายเอลิเซ่

ฉันก็ไม่ได้คาดหวังหรอกนะ ว่าจะเอาชนะตัวละครเก่ง ๆ อย่างเธอ ด้วยอาวุธที่ขึ้นกับดวงอย่าง[ถุงมือโชคชะตา]

ที่ฉันหมายตาเอาไว้ คือผนังตึกที่พัง ๆ ข้าง ๆ นั่น ที่เอลิเซ่ปักดาบไว้เต็มไปหมด

ตุ๊บ

หมัดที่ฉันชกออกไปด้านข้าง ไปกระทบกับผนัง

ติ๊ง!

แล้วทันใดนั้น ช่องสล็อตก็หมุนไปมาในมุมมองของฉัน มันคือช่องสล็อตการคำนวณความเสียหายของ[ถุงมือโชคชะตา]

ช่องสล็อตที่หมุนอย่างรวดเร็ว ก็หยุดลง และแสดงตัวเลขสามหลัก

0. 1. 6.

ความเสียหาย 16 แค่เศษเสี้ยว

แต่ถึงจะเป็นแค่เศษเสี้ยว มันก็มากพอที่จะทำลายผนังที่แตกร้าวไปแล้ว

คว้าง!

ผนังตึกที่แตกร้าวอยู่แล้วก็พังถล่มลงมา

เอลิเซ่พยายามหลบซากตึกที่ถล่มลงมา แต่ในจังหวะนั้น

“เอลิเซ่!”

ฉันใช้ทักษะที่หนึ่ง [เนตรของผู้บัญชาการ]

[กำลังใช้ เนตรของผู้บัญชาการ]

[ตรวจพบเป้าหมาย : 1]

[กรุณาป้อนคำสั่ง]

“อยู่นิ่ง ๆ ตรงนั้น…แค่ 1 วินาที!”

[ระดับความยากของคำสั่ง : ง่ายมาก]

[กำลังเปรียบเทียบค่าสติปัญญาของผู้ใช้ กับค่าเวทย์ของเป้าหมาย]

[กำลังคำนวณอัตราความสำเร็จ เริ่มทอยลูกเต๋า….]

เอลิเซ่เป็นตัวละครที่มีค่าเวทย์สูง แม้จะเป็นตัวละครสายดาบ

เพราะฉะนั้น เพื่อให้เธอไม่สามารถต้านทานทักษะของฉันได้ ฉันจึงสั่งงานที่ง่ายมาก ง่ายสุด ๆ

และเพราะอย่างนั้น

[เสร็จสิ้นการทอยลูกเต๋า!]

>สำเร็จ : 1

[กำลังใช้คำสั่งบังคับ]

ทักษะสำเร็จ

“……?!”

อึ้งไปเลย...

เอลิเซ่เงยหน้ามองตัวเอง ด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจว่าทำไมร่างกายของเธอถึงแข็งทื่อ แล้ว

ครืน! ตู้ม!

ทันใดนั้น เธอก็ถูกซากตึกที่ถล่มลงมาทับ

***

ฟุ่ด ฟุดดูดูก…

เอลิเซ่ถูกซากตึกทับอยู่ เธอขยับตัวไม่ได้

ชุดของเธอเลือดอาบไปหมด ไม่สามารถหลบได้ แถมยังไม่สามารถตั้งรับได้ด้วย จึงคงเจ็บมากทีเดียว

“เฮ้อ…”

พอฉันเห็นว่าเธอถูกน็อก ฉันก็โล่งอก เสียวจริง ๆ

ฉันเดินไปหาเอลิเซ่อย่างระมัดระวัง เอลิเซ่หอบหายใจ แล้วมองฉัน

“ผม…แพ้แล้ว ไม่คิดเลยว่าคุณจะซ่อนแผนนี้ไว้…”

“ถ้าเทียบแค่ฝีมือการต่อสู้ล้วน ๆ เธอก็เก่งกว่าฉัน เอลิเซ่”

ฉันยอมรับว่า การใช้[ถุงมือโชคชะตา] ก็เป็นการพึ่งพาดวงอยู่บ้าง

ถ้าเกิดทอยได้ 000 ฉันก็ตายไปแล้ว

“การใช้ไม้เด็ดในเวลาที่เหมาะสม การตัดสินใจที่จะเสี่ยงในเวลาที่จำเป็น…นั่นก็คือฝีมือ… แค่ก! ฉันแพ้จริง ๆ ค่ะ…”

เอลิเซ่ก้มหน้าลง

“ฆ่าฉันเถอะค่ะ”

“…….”

“แต่โปรดเมตตาต่อคุณหนูของฉันด้วย…ฝ่าบาท…”

เอลิเซ่ขอร้องด้วยเสียงสั่น

“เรื่องนี้เป็นการกระทำของฉันเพียงคนเดียว โปรด…โปรดเมตตาต่อคุณหนูเซเรเนดด้วย…”

“คิดว่าจะขอโทษแล้วจะได้รับการให้อภัยงั้นเหรอ?”

ฉันพูดเสียงเย็นชา

“เอลิเซ่ การกระทำที่เธอทำเพราะอารมณ์ อาจทำให้ห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ต้องพัง และอาจทำให้คุณหนูของเธอต้องตายด้วย”

“…….”

“เธออาจมั่นใจในฝีมือตัวเอง แต่เธอก็น่าจะคิดถึงผลที่ตามมาด้วย ถ้าทำพลาด”

รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของเอลิเซ่

“ท่านประมุขรุ่นก่อนพูดถูกจริง ๆ …”

“ห้ะ?”

“ท่านบอกว่า ฉันโง่และใจร้อนเกินไป สักวันฉันก็ต้องพลาด ท่านบอกเสมอว่า ถ้าเลิกยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจใต้ดินแล้ว ก็ควรอยู่เงียบ ๆ …”

เอลิเซ่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

“ฉันเห็นคุณหนูร้องไห้ ฉันเลยอดทนไม่ไหว ทำเรื่องนี้ไป…ฮ่า ๆ ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ฉันทำ จะทำให้คุณหนูเสียใจมากขนาดนี้”

“…….”

“ขอโทษค่ะ ขอโทษคุณหนู…มันเป็นเพราะฉันเอง…”

ฉันกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง ขณะที่กำลังมองเอลิเซ่ที่พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยอยู่นั้น

ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!

เสียงรองเท้าหนังดังขึ้นเป็นระเบียบ รอบ ๆ ตรอก

แล้วก็มีแสงวาบขึ้นมา ทหารหน้านิ่ง ถือตะเกียงสูง ก็เดินเข้ามาในตรอก

ฉันขมวดคิ้วมองพวกเขา นี่มัน…

“แอช น้องชายสุดที่รักของฉัน”

แล้วเสียงนุ่ม ๆ ของชายหนุ่มก็ดังขึ้น

“พี่บอกแล้วไง ให้อยู่เฉย ๆ ในพระราชวัง มาวิ่งเล่นในเวลากลางคืนแบบนี้ได้ยังไง รู้ไหมว่าพี่ต้องลำบากแค่ไหนถึงจะตามเจอ”

ชายคนหนึ่งเดินออกมา จากทหาร

ผมสีดำที่รวบไว้ด้านหลัง มีสีแดงอมชมพู แว่นตาที่ไม่มีขอบ ปิดบังดวงตาสีแดงสดใส ไว้

ฉันไม่รู้จักหน้าเขา แต่รู้จักเสียง เพราะเคยทะเลาะกันมาแล้ว

ฉันกัดฟัน แล้วพูดชื่อของเขาออกไป

“เฟอร์นานเดซ…!”

เจ้าชายลำดับที่สอง รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการลับไอกิส

เฟอร์นานเดซ ‘แอมเบอร์คีเปอร์’ เอเวอร์แบล็ก ถอนหายใจ

“ต้องเรียกว่า ‘พี่ชาย’ ด้วยสิ เจ้าน้องชาย”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 166. [เนื้อเรื่องเสริม] เอลิเซ่

คัดลอกลิงก์แล้ว