- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 166. [เนื้อเรื่องเสริม] เอลิเซ่
◈บทที่ 166. [เนื้อเรื่องเสริม] เอลิเซ่
◈บทที่ 166. [เนื้อเรื่องเสริม] เอลิเซ่
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 166. [เนื้อเรื่องเสริม] เอลิเซ่
ครืดดด-!
เสียงโลหะน่ากลัวดังสนั่นเมื่อดาบสองเล่มปะทะกันในตรอกมืดมิด
ดาบเลื่อยที่เอลิซาเบธใช้ กับดาบเวทย์สามเล่มที่ฉันใช้
คมดาบทั้งสี่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือดในความมืด ทุกครั้งที่ปะทะกันก็เกิดประกายไฟสว่างวาบ
ส่วนใหญ่เป็นอนุภาคเวทย์จากดาบเวทย์ของฉันที่แตกกระจาย
‘แข็งแกร่ง!’
ฉันเหงื่อโทรม มือไม้สั่นไปหมด ขณะที่ยื่นไม้เท้าออกไปควบคุมดาบเวทย์ทั้งสามเล่ม
ถึงแม้ฉันจะแทบไม่มีประสบการณ์ PVP เลย แต่ก็เคยร่วมรบเคียงข้างเหล่าผู้กล้า และเคยฆ่าสัตว์ประหลาดชื่อดังมาไม่รู้กี่ตัวต่อกี่ตัว
แค่แลกหมัดกันไม่กี่ครั้งก็พอจะเดาได้แล้ว
ผู้หญิงคนนี้ เอลิซาเบธ—แข็งแกร่งมาก!
“กลับมาจากด่านหน้าแล้ว ดูเหมือนว่า…จะเก่งขึ้นมากเลยนะคะ”
เอลิซาเบธกระซิบเสียงเรียบเฉย หลังจากใช้ดาบเลื่อยฟาดฟันดาบเวทย์ของฉันจนแหลกเหลวไปหมดแล้ว
“ทีนี้ฉันก็จะจริงจังแล้วล่ะค่ะ”
ฉันบ่นพึมพำพลางดึงแขนเสื้อขึ้น แล้วจัดการถุงมือให้เรียบร้อย
“ไม่สิ ตอนนี้ก็เหนื่อยแทบแย่แล้วนะ ขอหยุดสักหน่อยไม่ได้เหรอ?!”
แน่นอนว่าเอลิซาเบธไม่สนใจฟังหรอก
“โลงดาบ ยิง!”
ทันทีที่เอลิซาเบธเปล่งคำสั่ง โลงดาบที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของตรอกก็เปล่งแสงเวทย์ออกมา ราวกับเปิดสวิตช์ไฟ
อื้ออึง!
“ดาบเล่มที่สาม”
ฉึก-!
แล้วดาบที่อยู่ในช่องที่สามของโลงดาบก็พุ่งออกมาเหมือนจรวด หมุนติ้วไปมา แล้วตกลงมาเหนือศีรษะของเอลิซาเบธ
ตุ๊บ!
เอลิซาเบธไม่หันมามองด้วยซ้ำ แค่ยื่นมือซ้ายขึ้นไปรับด้ามดาบ
แค่ฉากนี้ฉันก็ขนลุกแล้วล่ะ
เอลิซาเบธถือดาบเลื่อยไว้ในมือขวา และดาบอีกเล่มในมือซ้าย เธอก้มตัวลงเล็กน้อย
“งั้นก็ เริ่มกันใหม่”
ท่าทางเหมือนกำลังจะโค้งคำนับก่อนจะเริ่มเต้นรำ
“เดี๋ยว ๆ ! เอลิซาเบธ!”
ฉันยื่นมือออกไป แล้วตะโกนสุดเสียง
“ถ้าเธอฆ่าฉันจริง ๆ พวกห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ทั้งบริษัทจะต้องรับกรรม! เธอรู้ตัวไหม?!”
ถ้าเอลิซาเบธลงมือสังหารเชื้อพระวงศ์ แน่นอนว่าทั้งเซเรเนดและห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ก็ต้องรับโทษ เรื่องนี้เธอน่าจะรู้
แต่เอลิซาเบธกลับพูดอะไรแปลก ๆ
“เอลิเซ่ค่ะ”
“ห้ะ?”
“ไม่ใช่เอลิซาเบธ แต่เป็นเอลิเซ่ค่ะ อย่าเรียกฉันว่าเอลิซาเบธเลยค่ะ”
ไม่ว่าเอลิซาเบธหรือเอลิเซ่ก็เถอะ! แค่ชื่อเต็มกับชื่อเล่นต่างหากนี่นา?
“ตอนที่ถูกห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์รับตัวมา ฉันได้ทิ้งชื่อฆาตกรอย่างเอลิซาเบธไปแล้วค่ะ แล้วก็ใช้ชีวิตด้วยชื่อเอลิเซ่ที่คุณหนูตั้งให้ค่ะ”
กึก!
มือทั้งสองข้างที่กำดาบทั้งสองเล่มไว้ กำลังบีบแน่น
“และฉันก็จะตายด้วยชื่อเอลิเซ่ หลังจากฆ่าคุณ ฉันก็จะฆ่าตัวตายที่นี่ค่ะ”
“อะไรนะ?!”
“จะจัดฉากให้เหมือนกับว่าถูกโจรโจมตีค่ะ เราสองคนจะดูเหมือนว่าถูกฆ่าตายระหว่างนั่งรถม้า จะจุดไฟเผารถม้าและศพด้วย…เคยทำมาเยอะแล้วค่ะ เรื่องการปลอมหลักฐานนี่เชี่ยวชาญมาก ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ”
ไม่ใช่ ฉันเป็นห่วงเรื่องอื่นมากกว่านี้เยอะเลยนะ?!
“ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คุณต้องหายไป…ถึงจะเปลี่ยนชีวิตคุณหนูได้”
เอลิซาเบธ…ไม่สิ ดวงตาสีฟ้าอมเขียวของเอลิเซ่ที่ปิดแล้วลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง มีประกายความคิดอันน่ากลัว
“เพื่อคุณหนูเซเรเนด ช่วยตายไปพร้อมกับฉันด้วยนะคะ”
นั่นเป็นสายตาของคนที่พร้อมจะตาย
สายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ว่าจะต้องตายไปพร้อมกับศัตรูตรงหน้า
ฉันกัดฟันแน่น ไอ้คนโง่เอ๊ย!
“คิดว่าราชวงศ์มันง่าย ๆ นักเหรอ?! คืนนี้ฉันจะเปิดเผยทุกอย่าง แล้วก็จะเรียกร้องความรับผิดชอบจากพวกเธอให้ได้!”
“…….”
“การกระทำของเธอตอนนี้ไม่ใช่ความจงรักภักดี! แต่เป็นความโง่เขลา! เพื่อคุณหนูของเธอเอง เธอควรหยุดเถอะ เอลิเซ่!”
แต่ไม่ว่าฉันจะพูดอะไร เอลิเซ่ก็ไม่ยอมหยุด ดูเหมือนว่าเธอมองว่ามันสายเกินไปแล้ว ที่จะหวนกลับมา
‘ชิบหายแล้ว!’
ฉันกำไม้เท้าแน่น
เพื่อความอยู่รอดของฉันเอง เพื่อเซเรเนดและห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์…และเพื่อเอลิเซ่ด้วย
ฉันห้ามตายที่นี่ ฉันต้องรอด แล้วจัดการสถานการณ์นี้ให้สงบลง ห้ามให้มีผู้คนบริสุทธิ์ได้รับอันตราย
ปั๊ก-!
ปัญหาคือ เอลิเซ่แข็งแกร่งเกินไป
แชง! แชงแชงแชงแชง!
ดาบเลื่อยและดาบอีกเล่มที่อยู่ในมือทั้งสองข้างของเธอ เปล่งแสงแวววาว และฟาดฟันอย่างสวยงาม
ทุกครั้งที่คมดาบของเธอเฉียดไป ดาบเวทย์ของฉันก็แตกละเอียด
โชคดีอย่างหนึ่งก็คือ ฉันรู้ทักษะทั้งหมดของเอลิเซ่
‘แน่นอนอยู่แล้ว! นี่มันตัวละครที่ฉันชอบที่สุดในบรรดาตัวละคร DPS นี่นา!’
ตอนเล่นเกมปกป้องจักรวรรดิ ฉันที่เป็นพวกเน้นประสิทธิภาพสูงสุด ก็มักจะใช้เอลิซาเบธที่เป็นตัวละครเทพอยู่แล้ว
สไตล์การต่อสู้ของเธอน่าตื่นเต้นมาก คนดูก็ชอบ
เพราะอย่างนั้นฉันถึงรู้จักทักษะทั้งหมดของเอลิเซ่ และก็รับมือกับการโจมตีแบบสองมือของเธอได้
แต่ถึงอย่างนั้นก็มีขีดจำกัด พอเห็นว่าฉันไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เอลิเซ่ก็ใช้แผนต่อไป
“โลงดาบ ยิง ดาบเล่มที่แปด ดาบเล่มที่สิบเอ็ด”
ฉึก! ฉึก-!
มีดาบสั้นและดาบยาวพุ่งออกมาจากโลงดาบติด ๆ กัน
พร้อมกับนั้น เอลิเซ่ก็โยนดาบเลื่อยและดาบอีกเล่มที่ถืออยู่ มาทางฉัน
“ว๊ากก!”
ฉันเอาตัวลงไปเกือบจะคลาน เพื่อหลบดาบเลื่อยและดาบอีกเล่ม ซึ่งไปปักติดที่ผนังตึกที่พัง ๆ ข้างหลังฉัน
หลังจากนั้น เอลิเซ่ก็คว้าดาบสั้นและดาบยาวที่หมุนตกลงมา แล้ววิ่งเข้ามาหาฉัน
บูม!
เอลิเซ่ฟาดฟันดาบสั้นและดาบยาวอย่างน่ากลัว พอฉันหลบได้ เธอก็ปักดาบทั้งสองเล่มลงที่ผนังตึก แล้วดึงดาบเลื่อยและดาบอีกเล่มที่ปักอยู่ก่อนแล้วมาฟาดฟันต่อ
แชง! แชง! แชงแชงแชง-!
การโจมตีอย่างรุนแรง ไม่มีช่วงเวลาระหว่างการโจมตี
เธอหมุนตัวฟาดฟันดาบทั้งสี่เล่ม ปักลงที่ผนัง แล้วดึงกลับมาฟาดฟันต่อ มันเหมือนกับพายุแห่งคมดาบเลยทีเดียว
‘จริง ๆ ด้วย…’
ดาบเวทย์ของฉันพังเร็วกว่าที่มันจะสร้างใหม่ได้ ฉันรู้สึกว่า MP ของฉันกำลังลดลงเรื่อย ๆ แล้วก็คิดว่า
‘อยากได้เธอเข้าร่วมทีมครอสโรดจริง ๆ เลย ชิบหาย!’
ถ้าได้คนเก่งขนาดนี้เข้าร่วมทีม มันคงจะดีแค่ไหน! ทั้งดันเจี้ยนและการป้องกันก็จะง่ายขึ้นเยอะ!
แต่ไม่ว่าความคิดเห็นของฉันในฐานะผู้บัญชาการจะยังไงก็ตาม เอลิเซ่กำลังจะฆ่าฉัน
‘จะเอาชนะเธอได้ยังไง? ถ้าใช้ [เนตรของผู้บัญชาการ] ล่ะ?’
แต่เอลิเซ่เป็นตัวละครที่ค่าเวทย์สูง แม้จะเป็นตัวละครสายดาบ
มีโอกาสที่ [เนตรของผู้บัญชาการ] ทักษะที่หนึ่งของฉัน จะใช้ไม่ได้ผล
‘แล้วจะทำยังไง…?!’
ขณะที่ฉันกำลังคิดหาวิธี
“โลงดาบ ยิง ดาบเล่มที่หนึ่ง”
เสียงเรียบเฉยของเอลิเซ่ดังขึ้นเบา ๆ
ฉึก-!
สิ่งที่พุ่งออกมาจากโลงดาบคือ…กริชสีฟ้าอมเขียว เหมือนสีตาและสีผมของเอลิเซ่
แล้วเอลิเซ่ก็…
คว้าก!
ใช้ปากคาบกริชนั้นไว้
เธอคาบกริชที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลังได้อย่างแม่นยำ ท่าทางเหมือนสุนัขที่กำลังต่อสู้ มากกว่ามนุษย์เสียอีก
แล้วเอลิเซ่ก็ใช้กริชที่คาบอยู่ในปาก ฟันลงมาที่ฉัน
ดาบเวทย์ของฉันพังหมดแล้ว เพราะไปรับมือกับดาบสี่เล่มของเอลิเซ่ ไม่มีดาบเวทย์เหลือที่จะรับมือกับกริชได้แล้ว
ดวงตาของเอลิเซ่ประกายแววชัยชนะ
ในจังหวะนั้นเอง
ฟิ้ว-!
ฉันชกไปข้างหน้าด้วยหมัดขวาอย่างรวดเร็ว หมัดของฉันสวมถุงมือที่ฉันเพิ่งเอาออกมาจากช่องเก็บของ แล้วใส่เมื่อครู่
[ถุงมือโชคชะตา]
นี่คืออาวุธที่ขึ้นอยู่กับดวงชะตาที่ฉันมี!
“……?!”
เอลิเซ่ตกใจ เพราะไม่คิดว่าฉันจะเข้าปะทะแบบฉับพลัน
ดวงตาสีฟ้าอมเขียวของเอลิเซ่ มองดูมือของฉันอย่างรวดเร็ว
เธอเป็นนักดาบพิธีศพ ที่จัดการงานศพให้กับคนที่เธอฆ่า แล้วก็เอาอาวุธของพวกเขาไปเป็นค่าจ้าง
เธอมีทักษะพิเศษ [การประเมิน] ที่สามารถตรวจสอบระดับของไอเท็มได้ เธอคงรู้แล้วล่ะ ว่าถุงมือที่ฉันสวมอยู่นั้นเป็นไอเท็มระดับ SSR
ดังนั้น เธอจึง
“ฮึ่ก!”
หลบการโจมตีของฉัน
เพราะเธอไม่รู้ว่าอาวุธชิ้นนี้คืออะไร ไม่รู้ว่ามันมีพลังพิเศษอะไรซ่อนอยู่
เพื่อให้แน่ใจว่าจะฆ่าฉันได้ เธอจึงต้องถอยก่อน
ตุ้บ!
เอลิเซ่ผงะตัวกลับ แล้วเอนตัวไปข้างหลัง หมัดของฉันเฉียดเธอไปอย่างหวุดหวิด
ฉันยิ้มเยาะ
‘ฉันรู้ว่าเธอต้องหลบ!’
ตั้งแต่แรกแล้ว หมัดของฉันไม่ได้หมายจะทำร้ายเอลิเซ่
ฉันก็ไม่ได้คาดหวังหรอกนะ ว่าจะเอาชนะตัวละครเก่ง ๆ อย่างเธอ ด้วยอาวุธที่ขึ้นกับดวงอย่าง[ถุงมือโชคชะตา]
ที่ฉันหมายตาเอาไว้ คือผนังตึกที่พัง ๆ ข้าง ๆ นั่น ที่เอลิเซ่ปักดาบไว้เต็มไปหมด
ตุ๊บ
หมัดที่ฉันชกออกไปด้านข้าง ไปกระทบกับผนัง
ติ๊ง!
แล้วทันใดนั้น ช่องสล็อตก็หมุนไปมาในมุมมองของฉัน มันคือช่องสล็อตการคำนวณความเสียหายของ[ถุงมือโชคชะตา]
ช่องสล็อตที่หมุนอย่างรวดเร็ว ก็หยุดลง และแสดงตัวเลขสามหลัก
0. 1. 6.
ความเสียหาย 16 แค่เศษเสี้ยว
แต่ถึงจะเป็นแค่เศษเสี้ยว มันก็มากพอที่จะทำลายผนังที่แตกร้าวไปแล้ว
คว้าง!
ผนังตึกที่แตกร้าวอยู่แล้วก็พังถล่มลงมา
เอลิเซ่พยายามหลบซากตึกที่ถล่มลงมา แต่ในจังหวะนั้น
“เอลิเซ่!”
ฉันใช้ทักษะที่หนึ่ง [เนตรของผู้บัญชาการ]
[กำลังใช้ เนตรของผู้บัญชาการ]
[ตรวจพบเป้าหมาย : 1]
[กรุณาป้อนคำสั่ง]
“อยู่นิ่ง ๆ ตรงนั้น…แค่ 1 วินาที!”
[ระดับความยากของคำสั่ง : ง่ายมาก]
[กำลังเปรียบเทียบค่าสติปัญญาของผู้ใช้ กับค่าเวทย์ของเป้าหมาย]
[กำลังคำนวณอัตราความสำเร็จ เริ่มทอยลูกเต๋า….]
เอลิเซ่เป็นตัวละครที่มีค่าเวทย์สูง แม้จะเป็นตัวละครสายดาบ
เพราะฉะนั้น เพื่อให้เธอไม่สามารถต้านทานทักษะของฉันได้ ฉันจึงสั่งงานที่ง่ายมาก ง่ายสุด ๆ
และเพราะอย่างนั้น
[เสร็จสิ้นการทอยลูกเต๋า!]
>สำเร็จ : 1
[กำลังใช้คำสั่งบังคับ]
ทักษะสำเร็จ
“……?!”
อึ้งไปเลย...
เอลิเซ่เงยหน้ามองตัวเอง ด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจว่าทำไมร่างกายของเธอถึงแข็งทื่อ แล้ว
ครืน! ตู้ม!
ทันใดนั้น เธอก็ถูกซากตึกที่ถล่มลงมาทับ
***
ฟุ่ด ฟุดดูดูก…
เอลิเซ่ถูกซากตึกทับอยู่ เธอขยับตัวไม่ได้
ชุดของเธอเลือดอาบไปหมด ไม่สามารถหลบได้ แถมยังไม่สามารถตั้งรับได้ด้วย จึงคงเจ็บมากทีเดียว
“เฮ้อ…”
พอฉันเห็นว่าเธอถูกน็อก ฉันก็โล่งอก เสียวจริง ๆ
ฉันเดินไปหาเอลิเซ่อย่างระมัดระวัง เอลิเซ่หอบหายใจ แล้วมองฉัน
“ผม…แพ้แล้ว ไม่คิดเลยว่าคุณจะซ่อนแผนนี้ไว้…”
“ถ้าเทียบแค่ฝีมือการต่อสู้ล้วน ๆ เธอก็เก่งกว่าฉัน เอลิเซ่”
ฉันยอมรับว่า การใช้[ถุงมือโชคชะตา] ก็เป็นการพึ่งพาดวงอยู่บ้าง
ถ้าเกิดทอยได้ 000 ฉันก็ตายไปแล้ว
“การใช้ไม้เด็ดในเวลาที่เหมาะสม การตัดสินใจที่จะเสี่ยงในเวลาที่จำเป็น…นั่นก็คือฝีมือ… แค่ก! ฉันแพ้จริง ๆ ค่ะ…”
เอลิเซ่ก้มหน้าลง
“ฆ่าฉันเถอะค่ะ”
“…….”
“แต่โปรดเมตตาต่อคุณหนูของฉันด้วย…ฝ่าบาท…”
เอลิเซ่ขอร้องด้วยเสียงสั่น
“เรื่องนี้เป็นการกระทำของฉันเพียงคนเดียว โปรด…โปรดเมตตาต่อคุณหนูเซเรเนดด้วย…”
“คิดว่าจะขอโทษแล้วจะได้รับการให้อภัยงั้นเหรอ?”
ฉันพูดเสียงเย็นชา
“เอลิเซ่ การกระทำที่เธอทำเพราะอารมณ์ อาจทำให้ห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ต้องพัง และอาจทำให้คุณหนูของเธอต้องตายด้วย”
“…….”
“เธออาจมั่นใจในฝีมือตัวเอง แต่เธอก็น่าจะคิดถึงผลที่ตามมาด้วย ถ้าทำพลาด”
รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของเอลิเซ่
“ท่านประมุขรุ่นก่อนพูดถูกจริง ๆ …”
“ห้ะ?”
“ท่านบอกว่า ฉันโง่และใจร้อนเกินไป สักวันฉันก็ต้องพลาด ท่านบอกเสมอว่า ถ้าเลิกยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจใต้ดินแล้ว ก็ควรอยู่เงียบ ๆ …”
เอลิเซ่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
“ฉันเห็นคุณหนูร้องไห้ ฉันเลยอดทนไม่ไหว ทำเรื่องนี้ไป…ฮ่า ๆ ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ฉันทำ จะทำให้คุณหนูเสียใจมากขนาดนี้”
“…….”
“ขอโทษค่ะ ขอโทษคุณหนู…มันเป็นเพราะฉันเอง…”
ฉันกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง ขณะที่กำลังมองเอลิเซ่ที่พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยอยู่นั้น
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!
เสียงรองเท้าหนังดังขึ้นเป็นระเบียบ รอบ ๆ ตรอก
แล้วก็มีแสงวาบขึ้นมา ทหารหน้านิ่ง ถือตะเกียงสูง ก็เดินเข้ามาในตรอก
ฉันขมวดคิ้วมองพวกเขา นี่มัน…
“แอช น้องชายสุดที่รักของฉัน”
แล้วเสียงนุ่ม ๆ ของชายหนุ่มก็ดังขึ้น
“พี่บอกแล้วไง ให้อยู่เฉย ๆ ในพระราชวัง มาวิ่งเล่นในเวลากลางคืนแบบนี้ได้ยังไง รู้ไหมว่าพี่ต้องลำบากแค่ไหนถึงจะตามเจอ”
ชายคนหนึ่งเดินออกมา จากทหาร
ผมสีดำที่รวบไว้ด้านหลัง มีสีแดงอมชมพู แว่นตาที่ไม่มีขอบ ปิดบังดวงตาสีแดงสดใส ไว้
ฉันไม่รู้จักหน้าเขา แต่รู้จักเสียง เพราะเคยทะเลาะกันมาแล้ว
ฉันกัดฟัน แล้วพูดชื่อของเขาออกไป
“เฟอร์นานเดซ…!”
เจ้าชายลำดับที่สอง รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการลับไอกิส
เฟอร์นานเดซ ‘แอมเบอร์คีเปอร์’ เอเวอร์แบล็ก ถอนหายใจ
“ต้องเรียกว่า ‘พี่ชาย’ ด้วยสิ เจ้าน้องชาย”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_