เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 164. เสียงเพลงรัก

◈บทที่ 164. เสียงเพลงรัก

◈บทที่ 164. เสียงเพลงรัก


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 164. เสียงเพลงรัก

“ฉันคงต้องอุ้มท่านไปค่ะ”

หญิงสาวในชุดสาวใช้ยกโลงศพขนาดมหึมาขึ้นมาเหมือนกับใช้เป็นกระบองพลางกล่าว

“หือ”

ฉันแสยะยิ้มเผยเขี้ยวออกมา ดูสิ นี่มันขู่กันตรง ๆ เลยเหรอ?

คิดว่าฉันเป็นคนโง่เขลาหรือไง? ถึงจะดูอย่างนี้ แต่ฉันก็เคยต่อสู้กับปีศาจมากมายในด่านหน้าของเหล่าสัตว์ประหลาด และยังเคยกำจัดราชาแวมไพร์มาแล้วด้วยนะ

เอาเลย! มาสู้กันตัวต่อตัวเลย!

……คำพูดเหล่านั้นแทบจะหลุดออกมาจากลำคอแล้ว แต่ฉันก็อดทนไว้ได้ แทนที่จะพูดอย่างนั้น ฉันพยักหน้าแทน

“ได้ ๆ ฉันจะไป”

เมื่อฉันบอกว่าจะไปอย่างว่าง่าย หญิงสาวดูเหมือนจะงง ๆ

“จริงเหรอคะ?”

“จริงสิ ฉันอยากจะไปพบกับเจ้านายของเธอด้วย”

นี่มันคนแบบไหนกัน ถึงได้ไปกดดันพ่อค้าในเมืองหลวง และใช้แรงกดดันนั้นมาขัดขวางงานของฉัน พูดตามตรง ฉันอยากรู้มาก

ถ้าทางนั้นชวนฉันไป ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ไป เอาล่ะ มาพบหน้ากันแล้วคุยกันหน่อยเถอะ

“อืม……”

หญิงสาวหรี่ตาลงแล้วพึมพำเบา ๆ

“ท่านไม่หนีไปด้วย ดูเหมือนว่าจะต่างจากเดิมไปหน่อยนะคะ……”

“?”

อะไรกัน ผู้หญิงคนนี้รู้จักกับแอชหรือเปล่า?

ฉันอยากถาม แต่ไม่มีเวลาแล้ว หญิงสาวที่แบกโลงศพขนาดใหญ่ไว้ที่หลังเดินนำออกจากสมาคมทหารรับจ้างไป

“ตามมาเถอะค่ะ ฉันจะนำทาง”

***

เราขึ้นรถม้าที่รออยู่ข้าง ๆ อาคารสมาคมทหารรับจ้างแล้วมุ่งหน้าไปทางใต้เป็นเวลานาน

สถานที่ที่รถม้าจอดนั้นเป็นอาคารหลังใหญ่ที่อยู่ติดกับท่าเรือ

ด้วยความประหลาดใจ ฉันเงยหน้ามองป้ายชื่ออาคารนั้น

<ห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์>

‘วินเทอร์ซิลเวอร์? ห้างค้าขายที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ที่ใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิเนี่ยนะ?’

ตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์เป็นตระกูลที่บริหารห้างค้าขายขนาดใหญ่ที่สุดในทวีป แทบไม่มีที่ไหนในจักรวรรดิที่พวกเขาเข้าไปไม่ถึง

ในเกมก็มีห้างนี้ให้ติดต่อได้เหมือนกัน แต่ทำไมไม่ยอมทำการค้ากับครอสโรดเลย มันเป็นเหมือนข้อมูลปลอม ๆ อะไรอย่างนั้น

‘ห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์นี่เองเหรอที่ขัดขวางไม่ให้ฉันทำการค้ากับห้างอื่น……? ทำไมกัน?’

ความสงสัยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ฉันเดินตามหญิงสาวในชุดสาวใช้เข้าไปในอาคารห้างค้าขาย

ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาค่ำแล้ว แต่ภายในอาคารห้างค้าขายก็ยังคึกคักไปด้วยผู้คน

หญิงสาวในชุดสาวใช้เดินอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางผู้คนที่วิ่งวุ่นไปมา แบกโลงศพขนาดใหญ่ไว้ที่หลัง แต่การเคลื่อนไหวกลับราวกับปลาไหล

หญิงสาวหยุดอยู่ที่ชั้น 5 ชั้นบนสุดของอาคารห้างค้าขาย

ที่ส่วนในสุดของชั้น 5 มีประตูไม้เนื้อแข็งราคาแพง และมีป้ายชื่อขนาดใหญ่แขวนอยู่ด้านบน

<ห้องทำงานของประมุขวินเทอร์ซิลเวอร์>

คงเป็นห้องทำงานของหัวหน้าห้างค้าขายสินะ

ที่หน้าประตูมีหญิงสาวอีกสองคนแต่งกายคล้ายกับหญิงสาวคนแรกยืนเฝ้าอยู่

สองคนนี้ก็มีหน้าตาที่ดุร้ายน่ากลัวไม่แพ้กัน

เมื่อหญิงสาวในชุดสาวใช้วางโลงศพลง สองคนนั้นก็หลีกทางให้

ก๊อก ๆ

หญิงสาวในชุดสาวใช้เคาะประตูเบา ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ท่านประมุขคะ ฉันได้นำองค์ชายมาแล้วค่ะ”

ไม่นานนัก เสียงหวานเย็นยะเยือกของหญิงสาวก็ดังมาจากด้านใน

“เข้ามา”

“ค่ะ”

หญิงสาวในชุดสาวใช้เปิดประตูแล้วไปยืนอย่างนอบน้อมข้าง ๆ ฉันค่อย ๆ ก้าวเข้าไปข้างใน

สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือกลิ่นหมึกและกระดาษ

ห้องกว้าง ๆ เต็มไปด้วยเอกสารมากมาย เมื่อมองดูคร่าว ๆ ส่วนใหญ่เป็นใบเสร็จและบันทึกการค้า

มีเอกสารรับรองสินค้าที่ซื้อขายในห้างค้าขายอยู่มากมาย

ต่อมาคือเครื่องประดับและอัญมณีที่บรรจุอย่างเรียบร้อย

สมกับเป็นห้างค้าขายขนาดใหญ่ที่สุดในทวีป พวกเขายังทำการค้าขายสินค้าที่มีมูลค่าสูงเช่นนี้ด้วย ฉันกำลังประเมินราคาของอัญมณีอยู่ แล้วก็หันไปมองอีกทาง

สุดท้าย ฉันเห็นเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะตรงกลางห้อง

เป็นหญิงสาววัยรุ่นที่สวมชุดสูทผู้หญิงที่เรียบร้อยไม่มีรอยยับ

ผมยาวสีฟ้าอ่อนราวกับน้ำใสปานนั้นยาวเลยเอว ดวงตาสีเงินสดใสราวกับเหรียญเงินใหม่เอี่ยมมองผ่านแว่นตาที่สวมอยู่

เธอมองฉันเล็กน้อย แล้ววางปากกาลงพร้อมกับถอดแว่นตา

“เหนื่อยหน่อยนะ ออกไปได้แล้ว เอลิเซ่”

“ค่ะ ท่านประมุข”

ชื่อของหญิงสาวในชุดสาวใช้ที่พาฉันมาคือ เอลิเซ่นี่เอง

เอลิเซ่มองเจ้านายของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภักดีและความเห็นอกเห็นใจ…… แต่กับฉัน เธอกลับมองด้วยแววตาที่ลุ่มลึกเหมือนเมื่อครู่

เอลิเซ่โค้งคำนับอย่างสุภาพแล้วปิดประตูเงียบ ๆ

ในห้องเหลือเพียงฉันกับประมุขของห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์

“…….”

“…….”

บรรยากาศแปลก ๆ ปกคลุมอยู่

ฉันลังเลที่จะพูดอะไรก่อน หญิงสาวก็ถอนหายใจเบา ๆ

“ได้พบกันอีกครั้ง ท่านไม่มีอะไรจะพูดกับฉันเหรอคะ?”

“อืม……”

ฉันเก้ ๆ กัง ๆ แล้วโบกมืออย่างเขิน ๆ

“อีกครั้งเหรอ?”

“…….”

ดวงตาของหญิงสาวหรี่ลง ฉันรู้สึกเหงื่อออกที่หลัง

ตายจริง ฉันรู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีความเกี่ยวข้องกับแอช แต่ฉันไม่รู้รายละเอียด เลยไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไร

‘ไอ้แอชมันไปเป็นหนี้ห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์หรือเปล่า?’

มันก็เป็นไปได้ เพราะไอ้หมอนี่ติดการพนันอย่างหนัก

มันอาจจะใช้ชื่อของเจ้าชายไปเอาเงินจากห้างนี้มาใช้หรือเปล่า?

ไม่ว่าจะคิดยังไง เหตุผลเดียวที่ทำให้ห้างใหญ่โตขนาดนี้เรียกฉันมาด้วยท่าทางที่น่ากลัวขนาดนี้ก็มีแค่นี้แหละ

ฉันพยักหน้าเบา ๆ ได้ ฉันจะพูดอย่างตรงไปตรงมา

ฉันไม่จ่ายก็ได้!

“อืม ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งครับ”

แต่คำพูดของหญิงสาวที่ตามมาก็ทำให้ฉันรู้ว่าเข้าใจผิดไปแล้ว

“ท่านสามีของฉัน”

“…….”

ฉันเบิกตาโพลง อะไรนะ? ฉัน? ฉัน?

“สามี……เหรอ?!”

“ตอนนี้ท่านไม่ชอบคำนี้แล้วเหรอคะ?”

ริมฝีปากของหญิงสาวเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา

“ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ชอบฉัน ท่านก็ต้องยอมรับมันนะคะ”

“อืม……?”

“เรามีสัญญาจะแต่งงานกันจากทั้งสองตระกูล”

ฉันเพิ่งสังเกตเห็นป้ายชื่อที่วางอยู่บนโต๊ะของเธอ คำพูดนั้นดูเศร้า ๆ

เซเรเนด วินเทอร์ซิลเวอร์

เจ้าของห้างวินเทอร์ซิลเวอร์ห้างค้าขายที่ใหญ่ที่สุดในทวีป และเป็นคู่หมั้นของแอช

“ไปกันเถอะค่ะ”

เซเรเนดลุกขึ้นยืน หยิบเสื้อโค้ตที่วางอยู่บนราวแขวนเสื้อ แต่ไม่ได้สวม เพียงแค่คล้องไว้ที่ไหล่

“ที่นี่ไม่เหมาะที่จะมาฉลองการพบกันอีกครั้งเลยค่ะ”

เซเรเนดเดินนำฉันออกจากห้องไป

ฉันมองเงาของเธอที่กำลังเดินห่างออกไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังกึก ๆ แล้วรีบตามเธอไป

***

ซ่าาาาาา……

คลื่นทะเลสงบไหลเข้ามาที่หัวเรือ กลายเป็นฟองน้ำทะเลที่กระจายไป

ฉันอยู่บนเรือยอร์ชสุดหรูของห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์

เรือยอร์ชสีขาวสะอาดเรียบลื่นกำลังแล่นผ่านทะเลอย่างนุ่มนวล กำลังแล่นวนรอบ ๆ บริเวณท่าเรือ

แสงไฟของท่าเรือและเมืองส่องประกายอยู่ไม่ไกลจากที่นี่

วันนี้ฉันได้สำรวจเมืองนี้จากบนฟ้า บนพื้นดิน และบนทะเล มันไม่นับเป็นภารกิจที่สำเร็จหรือไงนะ

‘ไม่ ๆ อย่าคิดแบบเกมเมอร์สิ!’

ฉันส่ายหัวไปมา นี่ไม่ใช่เวลาที่จะเปิดหน้าต่างระบบเพื่อดูว่าได้ความสำเร็จหรือเปล่า! หยุดคิดถึงเรื่องเหล่านี้เถอะ!

‘ฉันก็ได้ยินมาว่าแอชมีคู่หมั้น ได้ยินมาแล้ว……’

ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอเธอตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเมืองหลวงหรอก ฉันยังไม่พร้อมเลย!

ลูคัสไม่ได้บอกรายละเอียด ฉันไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเราเป็นอย่างไร และที่สำคัญที่สุด

เซเรเนดเป็นคู่หมั้นของ ‘แอช’

ความสัมพันธ์ของฉันกับคนในครอสโรดเป็นความสัมพันธ์ที่ฉันสร้างขึ้นมาเอง

แต่ผู้หญิงคนนี้ได้สัญญาจะแต่งงานกับ ‘แอช’ ไม่ใช่ฉัน

และไม่ใช่ความสัมพันธ์อื่น แต่เป็นคู่รัก……

‘ฉันแค่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ แต่ผู้หญิงคนนี้ดันเป็นคู่รักของเจ้าของร่างเดิม’

พูดตามตรง ฉันไม่รู้เลยว่าควรจะปฏิบัติต่อเธออย่างไร

ฉันอาจจะเป็นมือโปรในการจัดการกับปีศาจ แต่…… ฉันไม่ค่อยเก่งเรื่องความรู้สึกของผู้หญิงสักเท่าไหร่?!

กึก ๆ กึก ๆ

เสียงรองเท้าดังขึ้น เซเรเนดเดินมาด้านหลังฉัน เมื่อฉันหันไปมอง เธอก็ถือค็อกเทลมาสองแก้ว

เซเรเนดยื่นค็อกเทลสีฟ้าอ่อนที่ถืออยู่ในมือขวาให้ฉัน

“ฉันเอามาให้ตามที่ท่านดื่มประจำค่ะ”

“อ่า ขอบคุณ……”

ฉันกำลังจะพูดขอบคุณ แต่ก็รีบกลั้นไว้

ทำอย่างแอช อย่างแอช! อย่างแอช!

ปึง!

ฉันคว้าแก้วนั้นไปแล้วดื่มค็อกเทลหมดแก้วในทันที

มันค่อนข้างแรง ทำให้รู้สึกอุ่นขึ้นในทันที ครอากกก! บ้าเอ้ย!

ฉันโยนแก้วที่ว่างเปล่าลงทะเลอย่างไม่ลังเล

ขอโทษนะทะเลที่ฉันทิ้งขยะลงไป! แต่ถ้าอย่างนี้ก็คงเหมือนแอชแล้วใช่ไหม?!

“…….”

เซเรเนดตกใจกับพฤติกรรมกะทันหันของฉัน ตาเบิกกว้างและแข็งทื่ออยู่

ฉันเหงื่อออก ฉันทำมากไปหน่อยหรือเปล่า?!

“อืม……คงกระหายน้ำมากสินะคะ ต้องการอีกแก้วไหมคะ ท่านสามีของฉัน?”

“ไม่ต้อง ฉันดื่มพอแล้ว”

ฉันพยามทำเป็นปกติแล้วโบกมือไปมา ถ้าดื่มอีกแก้ว หลอดอาหารฉันคงพัง

แต่เพราะฉันดื่มเหล้า ทำให้ร่างกายที่เกร็งเพราะความตึงเครียดคลายลง ฉันจะลองทำเป็นแอชดูหน่อย

“ฮือ”

เซเรเนดที่ยืนพิงราวกันตกข้างฉันก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วยกแก้วขึ้นจิบ

“ท่านออกไปเสี่ยงตายแล้วกลับมาเมืองหลวง แต่กลับไม่บอกฉันเลย”

“…….”

“ตอนที่ท่านจะไปก็เหมือนกัน ท่านไม่ได้บอกฉันเลยสักคำ ฉันชินกับการโดนทอดทิ้งแล้ว แต่ก็……มันเกินไปหน่อยไหมคะ?”

ดวงตาสีเงินของเซเรเนดมองฉันอย่างแผ่วเบา ฉันพยามยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ

“เธอเป็นห่วงฉันเหรอ?”

“ฉันก็เป็นห่วงเสมอมาอยู่แล้วค่ะ”

เซเรเนดหมุนแก้วค็อกเทลในมือแล้วพึมพำ

“สามีของฉัน……ฉันกลัวว่าท่านจะผิดสัญญา ฉันรู้สึกกังวลเสมอ”

สัญญา? แอชสัญญาอะไรเอาไว้เหรอ?

ฉันอยากรู้ แต่ฉันเปลี่ยนเรื่องคุย ฉันมีอะไรจะถามเธอ

“งั้นเธอขัดขวางฉันเหรอ?”

“ขัดขวางเหรอคะ? ท่านพูดอะไรกันคะ?”

“อย่าทำเป็นไม่รู้สิ เธอนั่นแหละที่ทำให้สถาปนิกและห้างค้าขายที่ฉันติดต่อถอนตัวออกไปใช่ไหม?”

เซเรเนดหัวเราะเยาะ

“อ๋อ นั่นเหรอคะ? นั่นเป็นสิ่งที่ฉันควรจะทำอยู่แล้วสิคะ”

“อะไรนะ?”

“สามีของฉัน เราสัญญาว่าจะให้บริการทางการค้าที่ดีที่สุดกับห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ ไม่มีแมลงวันตัวไหนจะเข้ามาได้”

ฉันอึ้งไปเลย

คืออะไรกัน

“ฉันจะเป็นคนคัดเลือกสถาปนิกเอง ฉันไม่รู้ว่าท่านจะทำธุรกิจอะไรที่ครอสโรด แต่ธุรกิจนั้น ฉันจะเป็นคนจัดการให้”

เธอไม่ชอบให้ฉันทำสัญญากับห้างอื่น เลยไปขัดขวาง…… มันเป็นอย่างนั้นสินะ?

“แค่บอกฉันมา ฉันจะจัดการทุกอย่างให้ ท่านแค่สั่งมาได้เลยค่ะ”

“…….”

“และเงินที่ท่านต้องการก็พูดมาได้เลยค่ะ ใช้กับการพนันหรือการเสี่ยงโชคก็ได้ เท่าไหร่ก็ได้ ฉันจะยืมให้ สินค้าก็เช่นกัน ถ้าเป็นสินค้าของห้างเรา แค่บอกมา เหล้า เครื่องประดับ หรือของล้ำค่าอะไรก็ได้ ถ้าหากหาได้ ฉันก็ให้ได้ค่ะ”

ทำไมเธอถึงทำขนาดนี้

ฉันลังเลอยู่พักหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ถาม

“ฉันต้องให้เธออะไรเป็นการตอบแทน?”

“……ท่านลืมอีกแล้วเหรอคะ”

ลมทะเลอ่อน ๆ ทำให้ผมสีฟ้าของเซเรเนดปลิวไปมา ราวกับคลื่นที่ไหวในอากาศ

“ตั้งแต่แรก ความต้องการของตระกูลเราก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ?”

เซเรเนดถอนหายใจยาว แล้วมองฉันด้วยดวงตาสีเงินที่คมชัด

ทำไมกัน แววตาของเธอดูจริงจังและเศร้าโศก

“เราตระกูลวินเทอร์ซิลเวอร์ ที่ฐานะเป็นแค่พ่อค้าธรรมดา ที่มีเพียงเงินเท่านั้น…… เราอยากขอพระมหากรุณาธิคุณจากราชวงศ์”

พระมหากรุณาธิคุณ? เอ๊ะ พระมหากรุณาธิคุณจากราชวงศ์งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้น……

“ฉันขอ……เชื้อสายของราชวงศ์”

นิ้วเรียวเล็กของเซเรเนดกำแขนเสื้อของฉันไว้แน่น

“ฉันขอ”

ฉันตกใจจนตาโต

เชื้อ……

เชื้อเชื้อเชื้อ เชื้อสายยยย?!

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 164. เสียงเพลงรัก

คัดลอกลิงก์แล้ว