- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 163. [เนื้อเรื่องเสริม] นิวเทรา (2)
◈บทที่ 163. [เนื้อเรื่องเสริม] นิวเทรา (2)
◈บทที่ 163. [เนื้อเรื่องเสริม] นิวเทรา (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 163. [เนื้อเรื่องเสริม] นิวเทรา (2)
หลังอาหารเย็นมื้อค่ำ
ฉันกำลังจะออกจากพระราชวัง แต่ทหารรักษาการณ์ก็มาขวางทาง
“ตามคำสั่งของเจ้าชายเฟอร์นานเดซ ให้ท่านรออยู่ภายในพระราชวังน้อยครับ”
“แหม๋!”
ไหน ๆ ก็ดูเหมือนจะได้รับการปฏิบัติอย่างดีนี่นา ที่แท้ก็หมายจะขังฉันไว้ในพระราชวังน้อย แล้วให้ฉันวิ่งเล่นอยู่แต่ในนั้นสินะ
ฉันกลับไปที่ห้องอย่างว่าง่าย
แม้ชีวิตของแอชจะเป็นตัวสร้างความวุ่นวาย แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องไปสร้างเรื่องหรอก
‘มีวิธีออกไปเงียบ ๆ อยู่!’
ฉันหยิบผ้าคลุมที่เตรียมมาจากครอสโรดขึ้นมา
[เสื้อคลุมล่องหน(SSR)]
ฉันคลุมผ้าคลุมลงบนไหล่แล้วมองกระจก ก็เห็นกระจกที่ว่างเปล่า ใช้งานได้ดีนี่นา
ฉันกังวลอยู่ว่าถ้าฉันมองไม่เห็นตัวเอง ฉันจะเสียการทรงตัวไหม แต่โชคดีที่ไม่เป็นอย่างนั้น
ฉันเห็นร่างกายของตัวเองโปร่งแสง
‘ดีแล้ว งั้น…’
ฉันผูกผ้าคลุมให้แน่น แล้วมองไปที่แสงไฟสว่างไสวของตัวเมืองที่มองเห็นจากหน้าต่างพระราชวังน้อย
‘งั้นก็ลองออกไปเดินเล่นในเมืองหน่อยดีกว่า!’
มีหลายเหตุผลที่ฉันถูกพามาที่เมืองหลวงอย่างสงบเสงี่ยม แต่ฉันก็มีจุดประสงค์ที่จะจัดการกับเรื่องบางอย่างที่ทำได้เฉพาะที่เมืองหลวง
‘ต้องไปเจอสถาปนิก ไปติดต่อกับกลุ่มพ่อค้า แล้วก็…’
สมาคมทหารรับจ้าง!
ไปหาผู้กล้ากัน!
***
[เสื้อคลุมล่องหน] ให้ความสามารถในการพรางตัวระดับ 3
นั่นหมายความว่า มันจะถูกตรวจจับได้ด้วยเวทมนต์ตรวจจับระดับ 3 ขึ้นไป และที่นี่คือใจกลางจักรวรรดิ พระราชวัง
แน่นอนว่าที่ทางเข้าต้องมีเวทมนต์ตรวจจับอยู่ ถ้าพลาดเมื่อไหร่ก็อาจถูกจับได้ทันที
แต่ฉันโชคดี ที่พักของฉันไม่ได้อยู่ในพระราชวังหลัก แต่เป็นพระราชวังน้อยที่อยู่ห่างออกไปทางด้านนอก
ระดับการเฝ้าระวังก็ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ฉันนั่งยอง ๆ อยู่ข้างกำแพง แล้วจ้องมองประตูพระราชวังน้อยที่ทหารรักษาการณ์เฝ้าอยู่อย่างตั้งใจ
หรือเพราะค่าสถานะสติปัญญาและพลังเวทย์เพิ่มขึ้นมาก เมื่อฉันตั้งสมาธิ ฉันก็สามารถรับรู้เวทมนต์ที่ถูกวางไว้โดยประมาณได้
‘มีเวทมนต์เฝ้าระวังอยู่…แต่ประมาณระดับ 1 ใช่มั้ย?’
ไม่นานนักก็ถึงเวลาที่ทหารรักษาการณ์เปลี่ยนเวร
ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ประตูเปิดและทหารเดินผ่านไปมา ฉันจึงค่อย ๆ แอบออกไป
‘ง่ายนี่นา ง่ายจริง ๆ !’
หลังจากนั้นก็ราบรื่นไปหมด พระราชวังน้อยของแอชตั้งอยู่ที่ขอบนอกสุดของพระราชวัง และเครือข่ายการรักษาความปลอดภัยก็เบาบางตามไปด้วย
ไม่นานฉันก็ออกจากเขตพระราชวังมาอยู่ที่ทางเข้าเมืองได้สำเร็จ
หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครมองอยู่ ฉันก็ถอด[เสื้อคลุมล่องหน]ออก แล้วเป่านกหวีดพลางมองกลับไปที่พระราชวัง ขอไปรับลมหน่อยนะพ่อ!
***
เมื่อเดินบนถนนจริง ๆ แล้ว เมืองนี้ใหญ่กว่าที่มองจากบนฟ้ามาก
แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องทั่วเมืองที่ยังไม่มืดสนิท
ถนนที่สะอาดเรียบร้อยรอบพระราชวังเริ่มสกปรกและดูคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อไปทางทิศใต้
เสียงพูดคุยกันอย่างครึกครื้น เสียงอึกทึกจากแผงขายของและร้านค้าต่าง ๆ กลิ่นเหล้า กลิ่นไฟ กลิ่นขนมปัง
ฉันสวมฮู้ดของเสื้อคลุมปิดบังใบหน้า แล้วเดินผ่านตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยผู้คน
หรือเพราะคุ้นเคยกับความเงียบสงบของครอสโรด ที่นี่คนเยอะมากจนฉันรู้สึกมึนงง
ฉันหยุดยืนในที่ที่คนไม่พลุกพล่าน แล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะดึงแผนที่ออกมา
‘ดูซิ ฉันควรไปไหน…’
เนื่องจากท่าเรืออยู่ทางใต้ของพระราชวัง จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการค้าและสมาคมต่าง ๆ ตั้งอยู่ทางใต้ของพระราชวังเช่นกัน
ดูเหมือนว่าตระกูลขุนนางและร้านอาหารหรู ๆ คาเฟ่ระดับไฮเอนด์ต่าง ๆ จะอยู่ทางเหนือของพระราชวัง
‘ฉันไม่จำเป็นต้องไปสนใจเรื่องการแบ่งชนชั้นของเมืองนี้หรอก’
หลังจากดูจุดหมายปลายทางแล้ว ฉันก็พับแผนที่แล้วเก็บใส่กระเป๋า
ฉันต้องไปสามที่
สถาปนิกที่ฉันส่งจดหมายไปหาไว้ กลุ่มพ่อค้า และสมาคมทหารรับจ้าง
สถาปนิกจำเป็นสำหรับแผนการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวครอสโรด กลุ่มพ่อค้าจำเป็นสำหรับการควบคุมเครือข่ายการจัดจำหน่ายอัญมณีเวทมนต์
ส่วนสมาคมทหารรับจ้างก็…อยากลองไปดูว่าจะได้ผู้กล้ามาหรือเปล่า
ในสามที่ ที่ใกล้ที่สุดคือสำนักงานสถาปนิก ฉันรีบก้าวเท้าเพื่อให้ไปถึงก่อนที่มันจะสายเกินไป
***
สำนักงานสถาปนิก
“เชิญเข้ามาสิครับ~!”
ปัง!
ฉันเปิดประตูเข้าไปอย่างแรง สถาปนิกที่กำลังดูแบบแปลนอยู่ด้วยสีหน้าจริงจังก็ตกใจและมองฉัน
“ฮือ!? ท..ท่านเป็นใครกัน!?!”
“เป็นใครน่ะเหรอ ลืมลูกค้าสำคัญอย่างฉันนี่เหรอ?”
ฉันถอดฮู้ดออกแล้วหัวเราะเบา ๆ
“ไม่คิดจะบอกว่าลืมจดหมายใช่ไหมพวก?”
“จดหมายเหรอครับ…เรื่องสร้างโรงแรมที่ครอสโรดใช่ไหมครับ? อ้าว! ท..ท..ท่านคือฝ่าบาทแอช…?”
“ก็อย่างที่คิดนั่นแหละ”
ฉันจะจับนายไว้!
ฉันเดินไปที่โต๊ะของสถาปนิก นั่งลงบนเก้าอี้ข้างหน้า กอดอกแล้วเงยคางขึ้น
“เฮ้ มาทำงานกับฉันหน่อยสิ”
แม้จะทำตัวลอย ๆ แบบนี้ แต่ฉันก็ตั้งใจจะให้ค่าตอบแทนสถาปนิกอย่างเหมาะสม
ครอสโรดอยู่ไกลจากเมืองหลวงมากและเป็นสถานที่อันตรายที่สัตว์ประหลาดออกมาอาละวาด
การจ้างงานในสถานที่แบบนั้นก็ต้องมีค่าตอบแทนพิเศษอยู่แล้ว
แต่…
“ขออภัยจริง ๆ ครับ ฝ่าบาท…”
ไม่ว่าฉันจะอ้อนวอนอย่างไร สถาปนิกก็ปฏิเสธไม่เปลี่ยนใจ ฉันเริ่มสงสัยอย่างแท้จริง
“นี่นะเหรอ แม้จะให้เงินเท่าไหร่ก็ตาม? ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ทำไม่ได้อย่างนั้นเหรอ?”
“…”
“ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น? มีเหตุผลอื่นอยู่ใช่มั้ย?”
“เรื่องนั้นผมขอไม่บอกดีกว่าครับ แต่ถ้าท่านไปหาสถาปนิกคนอื่นในเมืองหลวง ก็คงจะได้คำตอบที่คล้าย ๆ กัน”
มีอะไรบางอย่างอยู่แน่ ๆ
ฉันเบิกตาขึ้นเล็กน้อย แล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้สถาปนิกพร้อมกับลดเสียงลง
“ดี งั้นฉันจะไม่พูดอะไรมากแล้วก็จะจากไปเงียบ ๆ แต่บอกฉันมาแค่นี้ก็พอ เหตุผลคืออะไร? มีใครขู่ไม่ให้รับงานของฉันเหรอ?”
“ฮึก!”
สถาปนิกตัวสั่น ถูกต้องแล้วสินะ
“นี่ พวก เอ่อ…ฉันพูดแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ฉัน… เจ้าชายแอชนะ”
ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วพึมพำอย่างดุร้าย
“ถ้าไม่ตอบตรง ๆ …ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะ?”
“ฮ..ฮือ…”
“ว๊ากก!”
“ฮือออออ! ช่วยด้วยยยย!”
ฉันแค่ขู่ แต่เขากลับจะร้องไห้จริง ๆ ฉันหยุดเล่นแล้วตบไหล่สถาปนิกเบา ๆ
“ไม่เป็นไร บอกแค่นี้ก็พอ ฉันจะไม่ทำอะไรนายหรอก ใคร? ใครกันที่สั่งไม่ให้รับงานของฉัน?”
“คนนั้นคือ…”
ในที่สุด สถาปนิกก็สารภาพ
“‘ผู้มีอิทธิพล’ ท่านนั้น สั่งไม่ให้รับงานจากครอสโรดโดยเด็ดขาด…”
“…”
ฉันกะพริบตา
“ผู้มีอิทธิพล? ผู้มีอิทธิพลคือใครกัน?”
“ข..ขอโทษครับฝ่าบาท ผมพูดไม่ได้จริง ๆ !”
แล้วเขาก็ทรุดตัวลงกับพื้นและเริ่มร้องไห้ ฉันจึงไม่สามารถสอบสวนต่อได้และต้องออกจากสำนักงานสถาปนิก
อย่างที่สถาปนิกบอก คนในสำนักงานอื่น ๆ ก็คุกเข่าขอร้องและปฏิเสธคำขอของฉัน
หลัง ๆ มีแม้กระทั่งปิดร้านหนี หรือถอดป้ายร้านออกด้วย นี่มันต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?!
***
กลุ่มพ่อค้าก็เช่นกัน
กลุ่มพ่อค้าทุกกลุ่มที่สามารถติดต่อได้ในเกมปฏิเสธที่จะทำสัญญากับฉัน
หลังจากที่ฉันอ้อนวอนและขู่เข็ญ คำพูดที่พวกเขาพูดออกมาเหมือนกันหมด
‘ผู้มีอิทธิพล’
ผู้มีอิทธิพลคนนั้นได้ขัดขวางการทำสัญญาใด ๆ กับครอสโรด
ในที่สุดแล้ว ทั้งสถาปนิกและกลุ่มพ่อค้าก็ไม่มีใครทำสัญญากับฉันได้ ฉันเดินไปเรื่อย ๆ พลางครุ่นคิด
‘ใครกันที่ขัดขวางแบบนี้…?’
ฉันส่งจดหมายไปหาสถาปนิกและกลุ่มพ่อค้าในเมืองหลวงเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ดังนั้นข่าวลือคงจะแพร่สะพัดไปทั่ววงการแล้ว
ว่าฉันกำลังมองหาสถาปนิกและกลุ่มพ่อค้าในครอสโรด
และ ‘ผู้มีอิทธิพล’ ที่ได้ยินข่าวลือก็เข้ามาแทรกแซงจนเป็นแบบนี้
‘ใครกันที่ใช้อิทธิพลได้มากขนาดนี้?’
ฉันเป็นเจ้าชาย แม้จะเป็นคนเจ้าชู้ก็เถอะ แต่ฉันก็เป็นหนึ่งในสามพระโอรสของจักรพรรดิ
นอกจากนี้ฉันยังเป็นผู้บัญชาการแนวหน้าภาคใต้
แม้จะเป็นกองทัพที่ใช้ทหารรับจ้างเป็นหลัก ไม่มีกองทัพประจำการที่ถูกต้อง แต่ฉันก็ยังเป็นผู้บัญชาการป้องกันประเทศของจักรวรรดิอยู่ดี
แม้ฉันจะมาขอทำสัญญาด้วยตัวเอง สถาปนิกและกลุ่มพ่อค้าก็ปฏิเสธด้วยความเสี่ยงต่อชีวิต
นั่นหมายความว่าผู้มีอิทธิพลคนนั้นเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวกว่าฉัน
‘เฟอร์นานเดซเหรอ? หรือจักรพรรดิ?’
คนที่นึกออกตอนนี้ก็มีแค่สองคนนี้ พวกเขาอยู่เหนือฉันอย่างชัดเจน
แต่การที่พวกเขาจะเข้ามาขัดขวางเองมันก็…ดูต่ำต้อยเกินไปหน่อยไม่ใช่เหรอ?
เพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเมืองเล็ก ๆ ในเขตแดน เพียงแค่สถาปนิกและกลุ่มพ่อค้า
ฉันคิดว่ายากที่จะเชื่อว่าข้าราชการหรือจักรพรรดิจะมาขัดขวางเรื่องเล็กน้อยแบบนี้
พวกเขาสามารถหาทางทำร้ายฉันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้
‘งั้นแล้วใครกัน…?’
ฉันเดินไปเรื่อย ๆ พลางคิดอยู่ แล้วก็มาถึงสมาคมทหารรับจ้างโดยไม่รู้ตัว ฉันกลืนน้ำลายลงคอพลางมองขึ้นไปที่ตึก
สมาคมทหารรับจ้างแห่งทวีป นิวเทรา สาขาหลัก
‘ได้โปรดให้ฉันได้ผู้กล้าเก่ง ๆ สักคนเถอะ!’
แน่นอน ฉันรู้ว่าที่นี่แทบจะไม่มีทหารรับจ้างที่ออกไปรบจริง
นี่คือเมืองหลวงของจักรวรรดิ เมืองที่กองทัพของพระราชวงศ์ประจำการอยู่ เมืองที่มีความปลอดภัยสูงสุดในโลก
ห่างไกลจากความขัดแย้งและความวุ่นวาย ที่นี่คงไม่มีทหารรับจ้างที่ออกไปหาเรื่องอยู่ในเมืองแบบนี้
ที่นี่เป็นเพียงสำนักงานใหญ่ (Headquarter) ที่ควบคุมสมาคมทหารรับจ้างที่กระจายอยู่ทั่วทวีปและทำหน้าที่ด้านเอกสารเท่านั้น
ที่นี่คงไม่ใช่สถานที่รับสมัครทหารรับจ้างจริง แต่…
‘อย่างน้อยฉันก็คงหาข้อมูลได้ว่าทหารรับจ้างเก่ง ๆ อยู่ที่ไหนบ้าง’
ฉันมาที่นี่เพื่อหาข้อมูลว่าตอนนี้เพื่อน ๆ ระดับ SSR อยู่ที่ไหนในทวีป
ถ้ารู้ที่อยู่แล้วก็หาทางสรรหาได้แล้ว
‘แล้วใครจะรู้ล่ะ? อาจมีตัวละครผู้กล้าระดับสูงรอฉันอยู่ที่นี่ก็ได้ โอกาสก็มีอยู่เสมอ!’
ฉันคิดอย่างนั้นแล้วก็เปิดประตูสมาคมทหารรับจ้างออกอย่างสุดแรง ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายนัก
แต่…
แวบ!
“…”
เมื่อฉันเปิดประตูออกไป แสงสีทองสว่างจ้าก็สาดส่องออกมา อะไรกัน!?
หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ที่ว่างเปล่าของสมาคมทหารรับจ้าง
แสงสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของระดับ SSR พุ่งออกมาจากตัวเธอ
หญิงสาวผมสีน้ำเงินเข้มสั้น ๆ สวมชุดสาวใช้สีดำขาวเรียบง่าย แต่สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดคือ…
โลงศพ
โลงศพสีดำขนาดใหญ่ที่เธอแบกอยู่บนหลัง
ฉันอ้าปากค้างเล็กน้อยกับภาพที่ดูไม่เข้ากันอย่างสุดขั้ว
ตัวละครระดับ SSR มักจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ชุดสาวใช้กับโลงศพนี่นะ? ฉันมั่นใจว่าไม่เคยเห็นตัวละครแบบนี้ในเกมมาก่อน
“อืม”
เธอมองฉันด้วยดวงตาสีน้ำเงินเข้มเหมือนกับสีผม ดวงตาที่ดูไร้ชีวิตเหมือนปลาตาย
เธอยกชายกระโปรงขึ้นมาอย่างเชื่องช้าเหมือนหุ่นไม้ แล้วโค้งคำนับ
“…ฝ่าบาทเสด็จมาแล้ว”
“ห๊ะ?”
“ดิฉันได้ยินว่าฝ่าบาทได้ติดต่อกับสถาปนิกและกลุ่มพ่อค้า จึงทราบว่าฝ่าบาทจะมาที่นี่ และรออยู่แล้ว”
ในน้ำเสียงที่เรียบนิ่งของเธอ มีความเฉียบคมที่ปิดบังไว้ไม่อยู่
“เจ้านายของดิฉันต้องการพบฝ่าบาท โปรดตามดิฉันมาอย่างว่าง่าย…”
ฉันรู้สึกได้ทันทีว่าเจ้านายของผู้หญิงคนนี้คือ ‘ผู้มีอิทธิพล’ ที่ข่มเหงรังแกสถาปนิกและกลุ่มพ่อค้า
พร้อมกันนั้น ฉันก็รู้สึกถึงอันตราย
คนที่จะควบคุมพ่อค้าในเมืองหลวงได้ คาดเดาการเคลื่อนไหวของฉันได้ และสั่งให้เชื้อพระวงศ์อย่างฉันมาได้ตามใจชอบ
อันตรายอย่างยิ่ง
“เจ้านายของเธอเป็นใคร? ถึงได้มาสั่งฉัน? กล้าดียังไงมาล้ำเส้นเชื้อพระวงศ์”
ผู้หญิงคนนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ฝ่าบาทจะไม่ตามดิฉันไปเหรอคะ?”
“ถ้าฉันไม่ไปล่ะ?”
“เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้”
ตุ๊บ-
ผู้หญิงคนนั้นวางมือลงบนโลงศพขนาดใหญ่ที่แบกอยู่บนหลัง
มีที่จับสั้น ๆ อยู่ด้านบนโลงศพ เธอใช้มือเดียวจับโลงศพได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับกำลังถืออาวุธ
“ดิฉันคงจำเป็นต้องอุ้มฝ่าบาทไป”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_