- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 162. [เนื้อเรื่องเสริม] นิวเทรา
◈บทที่ 162. [เนื้อเรื่องเสริม] นิวเทรา
◈บทที่ 162. [เนื้อเรื่องเสริม] นิวเทรา
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 162. [เนื้อเรื่องเสริม] นิวเทรา
จากครอสโรดถึงเมืองหลวงนิวเทรานั้น ใช้เรือเหาะเดินทางสามวัน
ถึงแม้ว่าจะนับเฉพาะเวลาบินก็ใช้เวลาไม่ถึงวัน แต่เนื่องจากต้องลงจอดเพื่อตรวจสอบเครื่องและเติมพลังเวทมนตร์เป็นระยะ ๆ
ฉันต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในสามวันนั้นนั่งอยู่บนที่นั่ง
ถึงแม้ว่าเหล่าทหารจะคอยรับใช้ฉันดุจข้ารับใช้ ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ตอนนี้หลังเริ่มเมื่อยล้าแล้ว
“ฮ้าววว……จะถึงเมื่อไหร่กันเนี่ย”
ความตึงเครียดก็มีแค่ตอนแรกเท่านั้น ตอนนี้ฉันอยากจะไปถึงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อไปเผชิญหน้ากับเหล่าขุนนางผู้ทรงอิทธิพลของอาณาจักร ลงให้ฉันสักทีเถอะ!
ฉันใช้เวลาอย่างไร้ความหมายไปนานเท่าไหร่แล้วนะ
พอเรือเหาะลดระดับลง ทิวทัศน์ของเมืองมหึมาปรากฏให้เห็นผ่านหน้าต่าง
“โอ้!”
ฉันอุทานเบา ๆ แล้วเข้าไปใกล้หน้าต่าง
ในที่สุดก็เห็นแล้ว
ศูนย์กลางของโลกใบนี้ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
นิวเทรา เมืองหลวงของจักรวรรดิเอเวอร์แบล็ก ได้เผยโฉมพร้อมกับความยิ่งใหญ่ที่น่าทึ่ง
***
นิวเทรา (New Terra)
ที่นี่เป็นเมืองท่าที่ติดกับทะเลในของทวีป
เป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของโลก ขนาดของเมืองที่ขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้งนั้นเทียบเท่ากับอาณาเขตของประเทศเล็ก ๆ เลยทีเดียว
‘ไม่รู้ว่าจะใหญ่กว่าครอสโรดมากแค่ไหน สิบเท่าหรือร้อยเท่ากันนะ’
แน่นอนว่าเป็นเมืองที่ฉันไม่เคยได้เห็นในเกม เพราะฉากในเกมถูกจำกัดอยู่ที่ครอสโรดเท่านั้น
ถึงแม้จะมองจากบนท้องฟ้าที่อยู่ห่างออกไป เมืองนี้ก็สวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ
น้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวซัดเข้าหาฝั่งเมืองท่า แล้วแตกกระจายเป็นละออง
แสงแดดส่องลงมาบนละอองน้ำที่กระจายตัว ทำให้เกิดประกายระยิบระยับ
เรือประมงและเรือสินค้าแล่นเข้าออกท่าเรืออย่างไม่ขาดสาย รถบรรทุกขนของวิ่งวนเวียนขนส่งสินค้าจากท่าเรือเข้าไปในเมืองอย่างไม่หยุดพัก
ถนนหนทางที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบขยายออกไปทั่วเมือง ผู้คนมากมายเคลื่อนไหวไปตามถนน
‘ฉันนึกว่าเนื่องจากชื่อประเทศเป็นเอเวอร์แบล็ก เมืองหลวงก็จะมืดมนซะอีก’
ไม่ใช่เลย กลับกัน มันเป็นเมืองที่สว่างไสว งดงามราวกับดวงอาทิตย์
แต่ว่า
“……!”
พระราชวังที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนั้น กลับมีสีดำอย่างที่ชื่อประเทศบอกไว้
ภาพของพระราชวังที่เต็มไปด้วยหอคอยสีดำที่ดูดกลืนแสง ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เรือเหาะที่ฉันโดยสารอยู่กำลังบินตรงไปยังพระราชวัง ฉันพึมพำชื่อเล่นของพระราชวังเบา ๆ
“ปราสาทต้นหนาม…….”
เรือเหาะลำอื่น ๆ ที่คอยรักษาการณ์ในน่านฟ้าของเมืองหลวง ค่อย ๆ หลีกทางให้
เรือเหาะอัลคาทราซที่ฉันโดยสารอยู่ พร้อมกับเรือคุ้มกันอีกสองลำ ค่อย ๆ ลดความเร็วลงและลงจอดที่พระราชวัง
***
ตุ๊ม……!
ประตูเปิดออก ฉันค่อย ๆ ออกมาจากเรือเหาะ
“อื้อหือ~!”
อากาศของเมืองหลวงที่ได้กลิ่นเป็นครั้งแรกนั้นอบอุ่น
อ้อ ฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้วสินะ อากาศที่ร้อนขึ้นขนาดนี้ก็ไม่แปลก
ที่ลานจอดเรือเหาะของพระราชวัง มีชายชราแต่งกายด้วยชุดคนรับใช้ที่ดูเรียบร้อยยืนรออยู่
พอฉันเดินเข้าไปใกล้ ชายชราย่อตัวลงอย่างนอบน้อม
“ขอต้อนรับ ฝ่าบาท รอท่านอยู่แล้วครับ”
“อ่า ก็คือ…….”
“ผม อัลเบอร์โต หัวหน้าคนรับใช้ใหญ่ของพระราชวัง ครับ ไม่ได้พบกันมานานแล้ว”
อัลเบอร์โต
เป็นหนึ่งในคนที่ลูคัสบอกฉัน
เป็นคุณตาที่เข้มงวด คอยดูแลทุกเรื่องใหญ่เล็กของพระราชวัง ฉันเคยได้ยินว่าเขาทำหน้าที่นี้มาตั้งแต่ก่อนฉันเกิดแล้ว
‘อ่า ฉันต้องทักทาย ต้องทักทายยังไงนะ……ปกติแอชจะทำยังไง…….’
ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจตะโกนออกไป
“ฮิ้ววว~! คุณตา! หายไปนานเลยนะ! แก่ขนาดนี้แล้วยังทำงานอยู่เหรอ? อย่าฝืนร่างกายจนเกินไป รีบเกษียณซะเถอะ~!”
“…….”
ความเงียบกริบแผ่ปกคลุม
ไม่ใช่แค่ตัวอัลเบอร์โตเท่านั้น คนรับใช้คนอื่น ๆ ที่ยืนรออยู่ก็ตกตะลึงมองฉัน
ฉันยืนแข็งทื่อ ยกแขนขึ้น เหงื่อแตกพลั่ก
ฉันทำตัวแรงไปเกินไปหรือเปล่า? นี่มันหยาบคายเกินไปแล้วใช่ไหม? ฉันควรทำตัวเป็นขยะที่มีมารยาทมากกว่านี้หน่อยไหม?!
“ฝ่าบาทครับ…….”
แต่ไม่ใช่แบบนั้น
“หลังจากเหนื่อยยากลำบากมาไกล ก็โตเป็นหนุ่มเสียที…… อัลเบอร์โตหาได้นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้รับคำทักทายที่สุภาพอ่อนโยนเช่นนี้จากฝ่าบาท…….”
“อ๊ะ อือ……?”
“ได้เห็นองค์ชายในสภาพที่งดงามเช่นนี้ อัลเบอร์โตผู้นี้ก็มีความปีติยิ่งนัก”
อัลเบอร์โตหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาแล้วเช็ดน้ำตา นี่มันอะไรกัน?!
‘นี่ ไอ้เวรแอชมันทักทายคนอื่นยังไงกันแน่? ฉันทำตัวขนาดนี้แล้วยังได้ยินคำชมว่าสุภาพ งดงามอีกเหรอ?’
ดูเหมือนว่าจะมีช่องว่างที่ยากจะเติมเต็มระหว่างแอชที่เป็นไอ้เวรโดยกำเนิด กับฉันที่เป็นแค่ไอ้เวรปลอม ๆ
นี่สินะคือความแตกต่างของพรสวรรค์……?
“เชิญทางนี้ครับ องค์ชาย! กลับบ้านเสียที ผมจะพาไปเองครับ”
อย่างไรก็ตาม ฉันที่แสดงออกถึงความสุภาพ(?)โดยไม่ตั้งใจ จึงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากอัลเบอร์โต และพาฉันไปยังภายในพระราชวัง
สถานที่ที่อัลเบอร์โตพาฉันไปนั้น เป็นพระราชวังหลังเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณรอบนอกของพระราชวัง อยู่ห่างจากพระราชวังใหญ่พอสมควร จึงต้องใช้เวลาเดินนานพอสมควร
อัลเบอร์โตที่เดินนำหน้า ถือสัมภาระของฉัน ค่อย ๆ เปิดประตูพระราชวังหลังเล็ก ๆ
ฉันได้แต่อุทานออกมา เมื่อเดินเข้าไปในพระราชวังหลังเล็ก ๆ
“ว้าว ที่นี่คือบ้านของฉันงั้นเหรอ?!”
อัลเบอร์โตหน้าซีด ค่อย ๆ ก้มหัวลง
“ขออภัย ฝ่าบาท ผมได้ทำความสะอาดและตกแต่งด้วยสิ่งของใหม่ ๆ ตามคำสั่งที่ว่าฝ่าบาทจะเสด็จมา แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เข้ากับรสนิยมอันสูงส่งของฝ่าบาท……”
นี่มันอะไรกัน! มันสวยงามเหลือเกิน! ฉันแค่ชื่นชมอย่างบริสุทธิ์ใจ! อย่ามาตีความผิด ๆ สิ!
อย่างไรก็ตาม พระราชวังหลังเล็ก ๆ นั้นโอ่อ่าตระการตา
แม้แต่คฤหาสน์ของเจ้าเมืองครอสโรด ก็ถือว่าใหญ่โตเกินกว่าที่ฉันซึ่งเป็นพลเมืองธรรมดาจะรับไหวแล้ว แต่ที่นี่กลับดูใหญ่กว่าคฤหาสน์ของเจ้าเมืองถึงสามเท่า และหรูหรามากกว่าถึงสิบเท่า
ฉันครางออกมาเบา ๆ ขณะมองโคมระย้าที่ห้อยอยู่บนเพดาน และเครื่องประดับที่ประดับประดาอยู่บนผนัง
ถ้าขายพระราชวังหลังเล็ก ๆ นี้ได้ ก็คงได้งบประมาณของครอสโรดเป็นเวลาหลายเดือนแน่ ๆ !
“เชิญพักผ่อนตามสบายครับ เดี๋ยวผมจะเตรียมอาหารเย็นครับ”
“รอก่อน อัลเบอร์โต”
ฉันรีบดึงคนรับใช้ชราที่กำลังจะเดินจากไปไว้ อัลเบอร์โตหันกลับมามองด้วยความสงสัย
“ครับ องค์ชาย มีอะไรให้รับใช้หรือไม่ครับ?”
“ไม่ใช่เรื่องอะไร ท่านพ่อหรือพี่ชายท่านมีอะไรมาบอกไหม? อย่างเช่น จะมาพบกัน……อะไรแบบนั้น?”
“ครับ ไม่มีการแจ้งอะไรเป็นพิเศษครับ ฝ่าบาทและองค์ชายทั้งหลายทรงงานยุ่งอยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงนี้กำลังเตรียมงานใหญ่ จึงยิ่งทรงงานหนักครับ”
งานใหญ่? นั่นมันอะไรกัน?
“อาจจะมีการแจ้งให้ทราบในไม่ช้า ลองรอต่อไปดูครับ”
“อืม……ก็ได้ ขอบคุณนะ อัลเบอร์โต”
ฉันทักทายโดยไม่คิดอะไร ทำให้ตัวอัลเบอร์โตมองฉันด้วยสายตาตกใจ ฉันรีบตะโกนขึ้นมาทันที
“พอแล้ว รีบไปเตรียมอาหารมาให้ฉัน!”
“ครับ ฝ่าบาท!”
ในที่สุดอัลเบอร์โตก็ก้มหัวลงอีกครั้ง ด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ก่อนจะเดินออกไป
เยี่ยมไปเลย ไอ้เวรแอช! แม้แต่คุณตาก็ยังถูกควบคุมได้ขนาดนี้!
ฉันยกหัวไหล่ขึ้น แล้วเดินเข้าไปในพระราชวังหลังเล็ก ๆ เอาล่ะ ถึงเวลาสำรวจบ้านฉันแล้ว
คนรับใช้ที่กำลังทำความสะอาด หรือกำลังทำงานของตัวเองอยู่ ต่างก็ตกใจ ถอยหลัง หรือกรีดร้องหนีไป(….) เมื่อมาพบฉัน แต่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฉันตัดสินใจไม่สนใจมัน ทั้งหมดมันเป็นฝีมือของแอชนี่นา ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ
ฉันตรวจสอบห้องต่าง ๆ ในพระราชวังหลังเล็ก ๆ ทีละห้อง
เพราะฉันจะใช้ที่นี่เป็นที่พักในระหว่างที่อยู่เมืองหลวง ฉันจึงจำเป็นต้องรู้โครงสร้างของที่นี่
‘ฉันยังกังวลอยู่เลยว่าจะถูกขังคุกทันทีที่มาถึง แต่ก็ไม่ใช่แบบนั้นนี่นา’
ถึงแม้ว่าจะถูกพามาด้วยบรรยากาศที่น่ากลัว แต่ก็ดูเหมือนว่าจะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี
ถึงยังไงก็ยังเป็นเชื้อพระวงศ์อยู่ดีสินะ? เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกขอบคุณฐานะของแอช
ฉันเดินผ่านห้องครัว ห้องเก็บไวน์ ห้องเก็บเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าไหมคุณภาพสูง ห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ และห้องสมุดเล็ก ๆ
แล้วฉันก็เดินเข้าไปในห้องที่มีเตียงนอนหรูหราตั้งอยู่ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นห้องนอน
‘เตียงนี่……ใหญ่จัง…….’
ฉันลองนั่งลงเบา ๆ เตียงทั้งหลังก็โยกไปโยกมาเหมือนมีน้ำอยู่ข้างใน
ฉันรีบลุกขึ้นอย่างตกใจ โอ๊ย นี่มันรสนิยมของเชื้อพระวงศ์นี่นา!
ในห้องนอนมีโต๊ะตัวเล็ก ๆ และบนโต๊ะมีกรอบรูปวางอยู่มากมาย
ส่วนใหญ่เป็นรูปของแอช เป็นเชื้อพระวงศ์นี่นา ถึงกับวาดรูปไว้เยอะขนาดนี้
มีกรอบรูปใบหนึ่งวางคว่ำอยู่ ฉันเลยหยิบขึ้นมาตั้งตรง
‘หืม?’
ในกรอบรูปนั้น มีภาพวาดแอชตอนเด็ก ๆ ที่นั่งอยู่ในอ้อมแขนของหญิงสาวคนหนึ่ง
ใบหน้าของหญิงสาวนั้นคล้ายกับแอชมาก อาจจะเป็นแม่ของแอชก็ได้
‘ลูคัสบอกว่าแม่ของแอชเสียไปแล้ว’
ลูคัสไม่กล้าพูดอะไรเพิ่มเติม ฉันคิดว่ามันคงมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่บอกไม่ได้……
“…….”
ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของฉัน แต่ฉันก็รู้สึกแปลก ๆ เมื่อมองดูรูปภาพนี้
ฉันค่อย ๆ วางกรอบรูปลงบนโต๊ะตามเดิม
***
ห้องอาหาร เวลาอาหารเย็น
อัลเบอร์โตคอยเสิร์ฟอาหารด้วยตัวเอง ดูแลฉันราวกับเด็กเล็ก ๆ แทบจะป้อนข้าวให้ฉันเลยทีเดียว
เชื้อพระวงศ์ก็กินข้าวแบบนี้กันเหรอ? หรือว่าแอชเป็นกรณีพิเศษ?
อย่างไรก็ตาม ฉันบอกว่าจะกินเองดีกว่า เพราะไม่สามารถทำแบบนี้ตลอดเวลาได้ อัลเบอร์โตก็หน้าตื้นตัน ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาอีกแล้ว
“ได้เห็นองค์ชายที่เจริญวัยขนาดนี้ ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจนัก…… อัลเบอร์โตผู้นี้ ขอขอบพระคุณฟ้าดินที่ได้มีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้…….”
ไม่นะ ถึงแม้ว่าจะเป็นเจ้าชายเด็กก็เถอะ! โตขนาดนี้แล้วก็ต้องกินข้าวด้วยตัวเองสิ! ทำไมถึงต้องตื้นตันใจกับเรื่องธรรมดาขนาดนี้ด้วย! ฉันโตแล้วนะ หยุดซะที!
อาหารอร่อยมาก
แม้ว่าพ่อครัวประจำตัวของฉันที่ครอสโรดจะทำอาหารได้ดี แต่ฝีมือของพ่อครัวประจำพระราชวังนั้นก็อยู่ในระดับที่เหนือกว่า อืม อร่อย~ หืม~
และในระหว่างที่กินข้าว ฉันได้คุยกับอัลเบอร์โต และได้ยินเรื่องที่คาดไม่ถึง
“งานเลี้ยงฉลองชัยหลังศึกงั้นเหรอ……?!”
“ครับ เป็นงานเฉลิมฉลองเพื่อเป็นการระลึกถึงการสิ้นสุดสงครามกับราชรัฐบริงเกอร์ครับ”
อัลเบอร์โตมองฉันด้วยสายตาที่ดูสับสนเล็กน้อย
“ฝ่าบาทไม่ได้เสด็จกลับมาเพราะงานนี้หรืออย่างไรครับ……?”
เปล่า ฉันไม่รู้ ฉันถูกบังคับให้มาอย่างช่วยไม่ได้นี่นา
งานใหญ่ที่พระราชวังเตรียมไว้ ก็คืองานเลี้ยงฉลองชัยหลังศึกเนื่องในโอกาสสิ้นสุดสงครามกับราชรัฐบริงเกอร์
เหตุผลอย่างเป็นทางการที่ฉันถูกเรียกตัวเข้ามาในเมืองหลวง ก็เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้
ฉันเอามือลูบคางอย่างไม่เชื่อ
ยังไม่สิ้นสุดสงครามเลยนี่นา? ยังจับไม่ได้ทั้งดยุค และกองโจรก็ยังคงปะปนกันอยู่ ทำไมถึงจัดงานเลี้ยงฉลองชัยหลังศึกได้ล่ะ?
‘สรุปแล้วก็คงเป็นแบบนี้’
คงมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องประกาศต่อสาธารณชนว่าสงครามสิ้นสุดลงแล้ว
และก็จำเป็นต้องคลี่คลายบรรยากาศที่ตึงเครียดลง เนื่องจากสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นพันธมิตรกันมายาวนาน
จึงเตรียมงานอย่างยิ่งใหญ่ แต่ฉันกลับติดต่อไปทางราชรัฐบริงเกอร์ ประกาศอย่างกะทันหันว่าจะให้การสนับสนุนพวกเขา เลยถือเป็นการโทรลล์อย่างเต็มรูปแบบ
เจ้าชายเฟอร์นานเดซ รัฐมนตรีกระทรวงการปกครอง จึงรีบดึงฉันไว้ พร้อมกับส่งกำลังเสริมไปช่วย และเพื่อไม่ให้ฉันทำอะไรที่ไม่คาดฝัน ก็เลยจับฉันมาเสียเลย
‘ตอนนี้ฉันก็เริ่มเข้าใจแล้ว…….’
ฉันบ่นพึมพำ แล้วชี้นิ้วไปที่อัลเบอร์โต
“แล้วงานเลี้ยงจะจัดเมื่อไหร่?”
“อีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าครับ กำหนดวันไว้ให้ตรงกับวันที่องค์ชายลาร์คเสด็จกลับครับ”
องค์ชายลาร์ค ‘อาวาลันเช’ เอเวอร์แบล็ก
เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการฝ่ายตะวันตก และเป็นอัศวินผู้ไร้พ่ายที่บัญชาการปฏิบัติการทำลายราชรัฐบริงเกอร์ครั้งนี้
‘ฉันจะได้เจอกับองค์ชายลำดับที่ 1 ด้วยเหรอ?’
ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้พบกับสมาชิกราชวงศ์ทุกคน และดูเหมือนว่าจะต้องมาร่วมประชุมพูดคุยกันเสียแล้ว
ฉันกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อรู้สึกว่าสถานการณ์มันใหญ่โตกว่าที่คิด
ฉันไม่ได้คิดจะทำขนาดนี้ ฉันแค่ต้องการพบกับเจ้าชายเฟอร์นานเดซเท่านั้น
‘คิดในแง่ดีก็แล้วกัน’
ถ้ามีคนมารวมตัวกันเยอะ ก็จะยิ่งมีคนมากขึ้นที่จะให้การสนับสนุนแนวรบทางใต้
ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทหาร หรือผู้กล้า ครอสโรดก็ต้องการความช่วยเหลือเสมอ
‘นี่มันงานเลี้ยงนี่นา…….’
ฉันถือถ้วยชาที่อัลเบอร์โตนำมาให้ ดื่มด่ำกับกลิ่นหอม แล้วคิดในใจ
‘ฉันไม่รู้มารยาทในการเข้าร่วมงานเลี้ยงเลย ฉันจะไหวไหมเนี่ย……?!’
จะทำยังไงได้ล่ะ เอาเป็นว่าฉันจะใช้ความบ้าบิ่นของแอช ฝ่าฟันไปให้ได้!
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_