เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 161. [ด่านที่ 6] มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง

◈บทที่ 161. [ด่านที่ 6] มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง

◈บทที่ 161. [ด่านที่ 6] มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 161. [ด่านที่ 6] มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง

“ฉันไม่ใช่แอช แต่เป็นคนอื่น นายรู้มาตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม ลูคัส?”

“…….”

ลูคัสทำหน้าเครียดขรึม เงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะตอบอย่างช้า ๆ

“ผมไม่เข้าใจที่ฝ่าบาทตรัส ฝ่าบาทคือ แอช บอนไฮเตอร์ เอเวอร์แบล็ก พระโอรสลำดับที่ 3 แห่งจักรวรรดิเอเวอร์แบล็กไม่ใช่เหรอ?”

“อย่ามาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้”

ฉันถอนหายใจพลางกอดอก

“รู้ใช่ไหม ฉันเป็นคนละคนกับแอชที่นายรับใช้มาตลอดชีวิต”

ลูคัสเป็นทหารคุ้มกันส่วนพระองค์ที่คอยปกป้องแอชมาตั้งแต่เด็ก

แล้วจู่ ๆ ฉันก็เข้าสิงร่างแอช

ไม่ต้องพูดถึง พฤติกรรม การพูด หรือแม้แต่ท่าทางเล็ก ๆ น้อย ๆ คงเปลี่ยนไปหมดแล้ว

แต่ลูคัสกลับไม่ซักไซ้ไต่ถามอะไร ฉันก็เลยไม่พูดอะไร

เพราะลูคัสแสดงความจงรักภักดีอย่างสุดซึ้งต่อฉัน ฉันเลยไม่พูดอะไรออกไป

เรารู้สึกเหมือนกันว่าไม่จำเป็นต้องทำลายความสัมพันธ์ในตอนนี้

แต่ตอนนี้ฉันกำลังจะไปเมืองหลวง

ทั้งที่ไม่รู้จักความสัมพันธ์ในครอบครัวของแอช หรือแม้แต่ว่าแอชเป็นคนยังไงด้วยซ้ำ

แบบนี้ไม่ได้แล้ว

คนในเมืองหลวงต้องจับผิดฉันแน่ ๆ

เลยต้องพูดตรง ๆ กับลูคัสแบบนี้ไง เพื่อถามเกี่ยวกับนิสัยเดิม ๆ ของแอช และความสัมพันธ์กับคนในเมืองหลวง

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

“ไม่ใช่ครับ ฝ่าบาทต้องเป็นเจ้าชายแอชที่ผมรับใช้มาตลอดชีวิตแน่ ๆ”

ลูคัสยังคงพูดแบบนี้

ฉันเบิกตาโพลง ไอ้หนุ่มนี่ ทำไมถึงยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้วะ คิดว่าเรารู้กันหมดแล้วนี่นา?

แล้วลูคัสก็มีเหตุผลที่พูดแบบนี้

“ในวันนั้น ฝ่าบาททรงตรัสกับผมไว้แล้วครับ”

“อะไรนะ?”

“วันไหนวะ? ฉันพูดเรื่องอะไร?”

“ในคืนวันที่สองที่เราโดนแมงมุมปีศาจล้อมในฐานปฏิบัติการแนวหน้า ฝ่าบาททรงเรียกผมไปแล้วตรัสว่า”

ฉันเข้าสิงร่างนี้ในวันที่สามที่โดนกองทัพแมงมุมปีศาจล้อม

ถ้าเป็นคืนก่อนหน้านั้น ก็คงเป็นวันก่อนที่ฉันจะเข้าสิงร่าง……

แอชพูดกับลูคัสว่า

“โฮ่ ฉันน่ะจะทำตัวเหมือนคนอื่นไปเลยตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป”

“……!”

“แต่ถึงจะยังไงก็ตาม ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือการกระทำยังไง ฉันก็คือฉัน ฉันคือแอชที่นายรับใช้มาตลอดชีวิตแน่ ๆ”

ลูคัสพูดคำพูดของแอชในตอนนั้นอย่างชัดเจน พร้อมกับมองฉันด้วยสายตาที่มั่นคง

“‘อย่าสงสัยอะไร และจงรับใช้ฉันต่อไปเหมือนเดิมด้วยนะ’……ท่านตรัสเช่นนั้น”

“…….”

“ตอนนั้นผมไม่เข้าใจว่าฝ่าบาทตรัสหมายความว่าอย่างไร แต่หลังจากวันรุ่งขึ้นพฤติกรรมของฝ่าบาทเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกับว่ากลายเป็นคนอื่นไปเลย”

ลูคัสยิ้มบาง ๆ ก้มหัวเล็กน้อยให้ฉัน

“แต่เนื่องจากฝ่าบาททรงตรัสไว้ล่วงหน้าแล้ว ความจงรักภักดีของผมต่อฝ่าบาทจึงไม่เปลี่ยนแปลง”

ฉันตกใจจนตัวแข็งทื่อ

นั่นหมายความว่า แอช……รู้ว่าฉันจะเข้าสิงร่างเขาอยู่แล้วงั้นเหรอ?

‘รู้ได้ยังไงวะ? รู้แล้วก็ยังยอมให้เข้าสิงร่างเฉย ๆ ? ทำไมวะ?’

บางทีแอชอาจจะไม่ใช่แค่เจ้าชายบ้าบิ่นที่บ้าคลั่งก็ได้

ลูคัสเรียกฉันอย่างระมัดระวังขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่

“ฝ่าบาท?”

“อ่า อ-อืม”

ฉันกลืนน้ำลายลงคอ

ตอนนี้บอกไปก็คงไม่เข้าใจหรอกว่าฉันมาจากโลกอื่น

งั้นก็รับลูกที่แอชโยนมาให้แล้วกัน

“ใช่ ตอนนั้นฉันพูดอย่างนั้นจริง ๆ ฉันจำอะไรไม่ได้เลยตั้งแต่วันนั้น เป็นแค่การแสร้งทำตัวเป็นเจ้าชายไปตามสถานการณ์”

โชคดีที่ลูคัสเข้าใจทันที

“ผมก็พอจะเดาได้อยู่แล้วครับ เพราะฝ่าบาทไม่ค่อยรู้เรื่องทั่วไปเท่าไหร่……”

“ฮ่า ๆ นายคอยอธิบายให้ฉันตลอดเลยนี่นา”

“แล้วเรื่องที่ฝ่าบาทรู้เรื่องสัตว์ประหลาดหรือดันเจี้ยนขึ้นมาล่ะครับ……?”

“อืม เรื่องนั้นนะ”

ฉันก็เลยบ่ายเบี่ยงไป

“ฉันลืมความทรงจำอื่น ๆ ไปหมด แต่กลับรู้วิธีจัดการกับสัตว์ประหลาดโดยสัญชาตญาณ บางทีตอนก่อนที่ฉันจะลืมความจำ ฉันอาจจะทำอะไรบางอย่างไว้ก็ได้……”

“…….”

แม้แต่ตัวฉันเองยังคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ลูคัสกลับพยักหน้าเข้าใจอย่างจริงจัง

ไอ้เด็กนี่มันเชื่อฉันขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย

“อะแฮ่ม! เอ่อ ลูคัส ฉันขอความช่วยเหลือหน่อย”

ฉันต้องรู้ความสัมพันธ์ของฉันกับคนอื่น ๆ ในเมืองหลวง และนิสัยใจคอเดิม ๆ ของฉัน

เมื่อฉันขอให้เขาบอกเรื่องพวกนี้ ลูคัสก็พยักหน้าอย่างเต็มใจ

“ครับ ผมจะบอกฝ่าบาททันทีเลยครับ เนื่องจากเหลือเวลาไม่มากแล้ว ผมต้องรีบครับ”

และแล้ว ‘หลักสูตรเร่งรัดเรื่องนิสัยและความสัมพันธ์ของแอช’ ก็เริ่มขึ้น

***

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย นิสัยของแอชนั้นแปรปรวนสุด ๆ อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ มากจนเหมือนเป็นคนละคนกันเลยก็ว่าได้

บางทีก็ใจดีเหมือนเทพเจ้า บางทีก็บ้าคลั่งเหมือนหมาบ้า

เพราะฉะนั้นถึงนิสัยฉันจะเป็นยังไง ก็คงไม่มีใครสงสัยว่าฉันเป็นคนอื่นหรอก

“แค่รักษาความ……หยิ่งยโสไว้ก็พอครับ ฝ่าบาท”

“โอเค แต่หยิ่งยโสหมายถึงอะไรวะ?”

“ก็คือ เอ่อ……ฝ่าบาท ขอทรงยกคางขึ้นเล็กน้อยได้ไหมครับ?”

ลูคัสจับคางฉันเบา ๆ แล้วปรับมุมเล็กน้อย

ฉันเงยหน้าขึ้น ทำให้มองลงไปที่ลูคัส

“ใช่ครับ มุมนี้พอดีเลยครับ ฝ่าบาททรงรักษามุมนี้เสมอ ไม่ว่าจะเจอใครก็ตาม แค่มองลงไปที่คนอื่นแบบนี้ก็พอแล้วครับ!”

“…….”

เฮ้ย ไอ้ความหนักที่มันมาอยู่ที่ต้นคอเนี่ย แอชทำหน้าแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?

ฉันมองกระจกข้าง ๆ

แค่ปรับมุมหน้าเล็กน้อยก็มองดูถูกคนอื่นแล้ว เหมือนไอ้เวรแอชที่ดูถูกคนอื่น

ไม่ว่าเจอใครก็ทำหน้าแบบนี้เหรอ? ไอ้บ้าเนี่ย

“คงไม่ต้องกังวลเรื่องคอแข็งหรอกมั้ง……”

ฉันปรับคอเข้าที่แล้วคลึงคอไปมา ท่านี้มันหนักเกินไปสำหรับฉัน

“ต่อไปนี้คือบุคคลสำคัญที่ฝ่าบาทจะได้พบในเมืองหลวง……ซึ่งไม่ง่ายเลยครับ”

ลูคัสลังเล

“เรื่องครอบครัวที่ซับซ้อนของฝ่าบาทคงอธิบายไม่หมดภายในเวลาที่เหลือครับ”

ซับซ้อนขนาดไหนวะ? จำได้ว่าเคยได้ยินคำพูดนี้มาแล้ว

“ผมจะบอกทีละคนว่าฝ่าบาทมีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญในเมืองหลวงอย่างไรครับ”

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย แต่ตำแหน่งของแอชก็คือเจ้าชายก่อเรื่องของราชวงศ์

เหมือนกับเจ้าชายจอมเกเรที่ถูกปล่อยปละละเลยนั่นแหละ

เลยไม่มีใครสนใจหรอก ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่ค่อยอยากสนใจมากกว่า

“สมเด็จพระจักรพรรดิทรงสนทนาส่วนพระองค์กับฝ่าบาทอยู่บ่อยครั้งครับ”

หลังจากอธิบายความสัมพันธ์ของฉันกับบุคคลสำคัญในเมืองหลวง ก็ถึงเวลาอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับจักรพรรดิ

ลูคัสเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง

“ตอนนั้นผมตามไปไม่ได้เลยไม่รู้ว่าทั้งสองพระองค์มีความสัมพันธ์กันอย่างไร แต่เพียงแต่ว่า”

“แต่ว่า?”

“ฝ่าบาททรงหวาดกลัวเสมอ ไม่ว่าจะตอนที่ถูกเรียกไปหาสมเด็จพระจักรพรรดิ หรือหลังจากที่กลับมา……”

“อืม”

แม้แต่แอชเจ้าชายจอมเกเรก็ยังกลัวจักรพรรดิงั้นเหรอ คนนั้นมันน่ากลัวแค่ไหนกันนะ

“เท่านี้ก็คงเรียบร้อยแล้ว……อ้อ!”

ลูคัสตบมือเบา ๆ เหมือนนึกอะไรออก

“ยังมีอีกคนสำคัญที่ต้องบอกด้วยครับ”

“ห้ะ? ใคร?”

“อืม……ผมจะไม่บอกเรื่องนี้ดีกว่าครับ เพราะถึงจะรู้มาก่อน ก็ต้องเจออยู่ดี”

“……?”

ลูคัสที่ดูจริงจังตลอดเวลา ยิ้มอย่างขมขื่น

“ได้เจอก็จะรู้เองครับ ว่าทำไมผมถึงไม่พูด”

“ใครวะ บอกมาเลย! หรือไม่ก็ใบ้มาหน่อยก็ได้!”

“อะแฮ่ม! งั้นครับรู้แค่นี้ก็พอแล้วครับ เมืองหลวง……”

ลูคัสทำหน้าลำบากใจเบี่ยงสายตาไปข้าง ๆ แล้วกระซิบเบา ๆ

“……มีคู่หมั้นของฝ่าบาทอยู่ครับ”

ฉันอ้าปากค้าง อะไรนะ?

โอ้โห คู่……

“คู่หมั้นนนนน?!”

โอ้……

โอ้เย้ ๆ ๆ ๆ ?!

***

ฉันเรียนพิเศษแบบเร่งรัดทั้งคืน จนฟ้าสางแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้ว

เรียนจนเสร็จแล้วก็ถึงเวลาออกเดินทาง ฉันเลยเก็บของ

อย่างเจ้าชายจะกลับไปวัง ก็ไม่ต้องขนของเยอะแยะ ฉันเลยเอาแค่ของที่จำเป็นสำหรับการทำงานในเมืองหลวง

พอออกจากประตูคฤหาสน์ของผู้ว่าเมือง พวกพรรคพวกของฉันก็มารออยู่ ฉันยิ้มแห้ง ๆ

“นี่จะมาส่งกันขนาดนี้เลยเหรอ……”

แต่ทุกคนก็ทำหน้าจริงจังเลยตามมาด้วย ฉันเลยปล่อยไปเถอะ มาส่งก็ดีนี่นา

ฉันพาพวกพรรคพวกไปทางกำแพงเมืองด้านใต้ ก็เห็นทหารของฉันยืนเรียงแถวอยู่บนกำแพงอย่างแน่นขนัด

“ว้าว”

พวกนี้จะเอาใจฉันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

ฉันยิ้มเบา ๆ แล้วเดินผ่านประตูเมืองออกไป ทหารบนกำแพงก็ยกมือคำนับพร้อมกัน

“ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ครับ!”

ฉันหันหลังจากการคำนับของทหารกว่าพันคนไว้ข้างหลัง แล้วไปยังเรือเหาะ

เรือเหาะทั้งสามลำติดเครื่องแล้ว เรน่าคอยฉันอยู่ที่ประตูเรือรบพิเศษ อัลคาทราซ

ข้างหลังเรน่ามีเจ้าหน้าที่ 4 คนและทหาร 50 คน พวกนี้จะเป็นกองกำลังสนับสนุนที่อยู่ที่นี่ ครอสโรด

พอฉันเดินไปหา เรน่าก็ยิ้ม

“ทรงเตรียมพร้อมแล้วหรือคะ?”

“ก็เสร็จแล้วล่ะ”

ฉันชี้ไปที่ลูคัสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

“ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ผู้บัญชาการรักษาการณ์แนวรบทางใต้จะเป็น ลูคัส แม็คเกรเกอร์”

สายตาของเรน่ากับลูคัสสบกัน เกิดประกายไฟเล็ก ๆ ระหว่างอัศวินกับแม่มด

ฉันพูดอย่างเคร่งขรึม

“ขอความร่วมมืออย่างเต็มที่ในฐานะกองกำลังสนับสนุนด้วย เรน่า”

“แน่นอนค่ะ ฉันจะร่วมมืออย่างเต็มที่”

“ฝากด้วยนะ แล้วก็”

ฉันกระซิบกับเรน่าเบา ๆ

“อย่าทำอะไรบ้า ๆ ล่ะ ไม่งั้นฉันจะฆ่าเธอซะ เพราะงั้นจัดการแค่สัตว์ประหลาดเถอะ”

“…….”

“เรน่า ตอบสิ”

เรน่าก้มหัวลง

“ค่ะ”

เรน่าชี้ไปที่ประตูเรืออัลคาทราซที่เปิดอยู่

“เชิญขึ้นมาเถอะค่ะ เราจะพาฝ่าบาทไปเมืองหลวงอย่างปลอดภัย”

ฉันหันหลังกลับไป

“เดี๋ยวกลับมา”

ฉันยิ้มให้พวกพรรคพวกที่มองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและความกังวล

“เดี๋ยวซื้อของอร่อย ๆ มาฝาก!”

ฉันโบกมือลาแล้วขึ้นอัลคาทราซ

ประตูค่อย ๆ ปิดลง เจ้าหน้าที่ที่ดูเหมือนอัศวินคนหนึ่งคอยนำทางฉันอย่างสุภาพ

“ทางนี้เลยครับ”

ภายในเรือเหาะที่หรูหราสมกับเป็นเรือเหาะของราชวงศ์ มีที่นั่งสำหรับเชื้อพระวงศ์เตรียมไว้ให้

บนโลกฉันนั่งเครื่องบินชั้นประหยัดแทบจะตลอดชีวิตเลย มาที่นี่ได้นั่งอย่างหรูหราเชียว

พอฉันนั่งลง เจ้าหน้าที่ก็คาดเข็มขัดนิรภัยให้ฉัน

แล้วก็รู้สึกตัวลอยขึ้นมา เสียงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ดังขึ้น เรือเหาะก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

มองเห็นพวกพรรคพวกและทหารผ่านหน้าต่างข้าง ๆ พวกเขายังคงยกมือคำนับฉันอยู่

‘เดี๋ยวกลับมา’

พอคิดเสร็จ เรือเหาะก็เร่งความเร็วขึ้น ภาพทุกอย่างเริ่มเลือนหายไป

ฉันกำลังออกจากครอสโรด เมืองที่ฉันเคยอาศัยมาตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันออกจากเมืองนี้ ฉันกำหมัดแน่น

พูดตามตรง ฉันก็รู้สึกกลัวเหมือนกัน

ทั้งการไปเมืองหลวง พบกับจักรพรรดิ เจรจากับพี่ชาย ดึงดูดคนสำคัญต่าง ๆ

แล้วก็……

‘คู่หมั้นนนนน?!’

…….

เรือเหาะพุ่งทะยานไปยังท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ

***

[ด่านที่ 6 - กวาดล้างเสร็จสิ้น]

[ผู้ทรงคุณค่าที่สุดของด่าน - เรน่า(SSR) <ตัวละครรับเชิญ>]

[ตัวละครเลเวลอัป]

- ไม่มี

[ตัวละครที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ]

- ไม่มี

[ไอเทมที่ได้รับ]

- อัญมณีเวทมนตร์กองทัพไวเวิร์น : 274 ชิ้น

- แกนพลังเวทตรีศูล(SR) : 3 ชิ้น

[ได้รับรางวัลการเคลียร์ด่านแล้ว โปรดตรวจสอบช่องเก็บของ]

- กล่องรางวัลระดับ N : 3 กล่อง

- กล่องรางวัลระดับ R : 3 กล่อง

>> เตรียมตัวสำหรับด่านต่อไป

>> [ด่านที่ 7 : ลูกชายที่กลับมา]

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 161. [ด่านที่ 6] มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว