- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 161. [ด่านที่ 6] มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
◈บทที่ 161. [ด่านที่ 6] มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
◈บทที่ 161. [ด่านที่ 6] มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 161. [ด่านที่ 6] มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
“ฉันไม่ใช่แอช แต่เป็นคนอื่น นายรู้มาตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม ลูคัส?”
“…….”
ลูคัสทำหน้าเครียดขรึม เงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะตอบอย่างช้า ๆ
“ผมไม่เข้าใจที่ฝ่าบาทตรัส ฝ่าบาทคือ แอช บอนไฮเตอร์ เอเวอร์แบล็ก พระโอรสลำดับที่ 3 แห่งจักรวรรดิเอเวอร์แบล็กไม่ใช่เหรอ?”
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้”
ฉันถอนหายใจพลางกอดอก
“รู้ใช่ไหม ฉันเป็นคนละคนกับแอชที่นายรับใช้มาตลอดชีวิต”
ลูคัสเป็นทหารคุ้มกันส่วนพระองค์ที่คอยปกป้องแอชมาตั้งแต่เด็ก
แล้วจู่ ๆ ฉันก็เข้าสิงร่างแอช
ไม่ต้องพูดถึง พฤติกรรม การพูด หรือแม้แต่ท่าทางเล็ก ๆ น้อย ๆ คงเปลี่ยนไปหมดแล้ว
แต่ลูคัสกลับไม่ซักไซ้ไต่ถามอะไร ฉันก็เลยไม่พูดอะไร
เพราะลูคัสแสดงความจงรักภักดีอย่างสุดซึ้งต่อฉัน ฉันเลยไม่พูดอะไรออกไป
เรารู้สึกเหมือนกันว่าไม่จำเป็นต้องทำลายความสัมพันธ์ในตอนนี้
แต่ตอนนี้ฉันกำลังจะไปเมืองหลวง
ทั้งที่ไม่รู้จักความสัมพันธ์ในครอบครัวของแอช หรือแม้แต่ว่าแอชเป็นคนยังไงด้วยซ้ำ
แบบนี้ไม่ได้แล้ว
คนในเมืองหลวงต้องจับผิดฉันแน่ ๆ
เลยต้องพูดตรง ๆ กับลูคัสแบบนี้ไง เพื่อถามเกี่ยวกับนิสัยเดิม ๆ ของแอช และความสัมพันธ์กับคนในเมืองหลวง
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ
“ไม่ใช่ครับ ฝ่าบาทต้องเป็นเจ้าชายแอชที่ผมรับใช้มาตลอดชีวิตแน่ ๆ”
ลูคัสยังคงพูดแบบนี้
ฉันเบิกตาโพลง ไอ้หนุ่มนี่ ทำไมถึงยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้วะ คิดว่าเรารู้กันหมดแล้วนี่นา?
แล้วลูคัสก็มีเหตุผลที่พูดแบบนี้
“ในวันนั้น ฝ่าบาททรงตรัสกับผมไว้แล้วครับ”
“อะไรนะ?”
“วันไหนวะ? ฉันพูดเรื่องอะไร?”
“ในคืนวันที่สองที่เราโดนแมงมุมปีศาจล้อมในฐานปฏิบัติการแนวหน้า ฝ่าบาททรงเรียกผมไปแล้วตรัสว่า”
ฉันเข้าสิงร่างนี้ในวันที่สามที่โดนกองทัพแมงมุมปีศาจล้อม
ถ้าเป็นคืนก่อนหน้านั้น ก็คงเป็นวันก่อนที่ฉันจะเข้าสิงร่าง……
แอชพูดกับลูคัสว่า
“โฮ่ ฉันน่ะจะทำตัวเหมือนคนอื่นไปเลยตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป”
“……!”
“แต่ถึงจะยังไงก็ตาม ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือการกระทำยังไง ฉันก็คือฉัน ฉันคือแอชที่นายรับใช้มาตลอดชีวิตแน่ ๆ”
ลูคัสพูดคำพูดของแอชในตอนนั้นอย่างชัดเจน พร้อมกับมองฉันด้วยสายตาที่มั่นคง
“‘อย่าสงสัยอะไร และจงรับใช้ฉันต่อไปเหมือนเดิมด้วยนะ’……ท่านตรัสเช่นนั้น”
“…….”
“ตอนนั้นผมไม่เข้าใจว่าฝ่าบาทตรัสหมายความว่าอย่างไร แต่หลังจากวันรุ่งขึ้นพฤติกรรมของฝ่าบาทเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกับว่ากลายเป็นคนอื่นไปเลย”
ลูคัสยิ้มบาง ๆ ก้มหัวเล็กน้อยให้ฉัน
“แต่เนื่องจากฝ่าบาททรงตรัสไว้ล่วงหน้าแล้ว ความจงรักภักดีของผมต่อฝ่าบาทจึงไม่เปลี่ยนแปลง”
ฉันตกใจจนตัวแข็งทื่อ
นั่นหมายความว่า แอช……รู้ว่าฉันจะเข้าสิงร่างเขาอยู่แล้วงั้นเหรอ?
‘รู้ได้ยังไงวะ? รู้แล้วก็ยังยอมให้เข้าสิงร่างเฉย ๆ ? ทำไมวะ?’
บางทีแอชอาจจะไม่ใช่แค่เจ้าชายบ้าบิ่นที่บ้าคลั่งก็ได้
ลูคัสเรียกฉันอย่างระมัดระวังขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่
“ฝ่าบาท?”
“อ่า อ-อืม”
ฉันกลืนน้ำลายลงคอ
ตอนนี้บอกไปก็คงไม่เข้าใจหรอกว่าฉันมาจากโลกอื่น
งั้นก็รับลูกที่แอชโยนมาให้แล้วกัน
“ใช่ ตอนนั้นฉันพูดอย่างนั้นจริง ๆ ฉันจำอะไรไม่ได้เลยตั้งแต่วันนั้น เป็นแค่การแสร้งทำตัวเป็นเจ้าชายไปตามสถานการณ์”
โชคดีที่ลูคัสเข้าใจทันที
“ผมก็พอจะเดาได้อยู่แล้วครับ เพราะฝ่าบาทไม่ค่อยรู้เรื่องทั่วไปเท่าไหร่……”
“ฮ่า ๆ นายคอยอธิบายให้ฉันตลอดเลยนี่นา”
“แล้วเรื่องที่ฝ่าบาทรู้เรื่องสัตว์ประหลาดหรือดันเจี้ยนขึ้นมาล่ะครับ……?”
“อืม เรื่องนั้นนะ”
ฉันก็เลยบ่ายเบี่ยงไป
“ฉันลืมความทรงจำอื่น ๆ ไปหมด แต่กลับรู้วิธีจัดการกับสัตว์ประหลาดโดยสัญชาตญาณ บางทีตอนก่อนที่ฉันจะลืมความจำ ฉันอาจจะทำอะไรบางอย่างไว้ก็ได้……”
“…….”
แม้แต่ตัวฉันเองยังคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ลูคัสกลับพยักหน้าเข้าใจอย่างจริงจัง
ไอ้เด็กนี่มันเชื่อฉันขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย
“อะแฮ่ม! เอ่อ ลูคัส ฉันขอความช่วยเหลือหน่อย”
ฉันต้องรู้ความสัมพันธ์ของฉันกับคนอื่น ๆ ในเมืองหลวง และนิสัยใจคอเดิม ๆ ของฉัน
เมื่อฉันขอให้เขาบอกเรื่องพวกนี้ ลูคัสก็พยักหน้าอย่างเต็มใจ
“ครับ ผมจะบอกฝ่าบาททันทีเลยครับ เนื่องจากเหลือเวลาไม่มากแล้ว ผมต้องรีบครับ”
และแล้ว ‘หลักสูตรเร่งรัดเรื่องนิสัยและความสัมพันธ์ของแอช’ ก็เริ่มขึ้น
***
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย นิสัยของแอชนั้นแปรปรวนสุด ๆ อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ มากจนเหมือนเป็นคนละคนกันเลยก็ว่าได้
บางทีก็ใจดีเหมือนเทพเจ้า บางทีก็บ้าคลั่งเหมือนหมาบ้า
เพราะฉะนั้นถึงนิสัยฉันจะเป็นยังไง ก็คงไม่มีใครสงสัยว่าฉันเป็นคนอื่นหรอก
“แค่รักษาความ……หยิ่งยโสไว้ก็พอครับ ฝ่าบาท”
“โอเค แต่หยิ่งยโสหมายถึงอะไรวะ?”
“ก็คือ เอ่อ……ฝ่าบาท ขอทรงยกคางขึ้นเล็กน้อยได้ไหมครับ?”
ลูคัสจับคางฉันเบา ๆ แล้วปรับมุมเล็กน้อย
ฉันเงยหน้าขึ้น ทำให้มองลงไปที่ลูคัส
“ใช่ครับ มุมนี้พอดีเลยครับ ฝ่าบาททรงรักษามุมนี้เสมอ ไม่ว่าจะเจอใครก็ตาม แค่มองลงไปที่คนอื่นแบบนี้ก็พอแล้วครับ!”
“…….”
เฮ้ย ไอ้ความหนักที่มันมาอยู่ที่ต้นคอเนี่ย แอชทำหน้าแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?
ฉันมองกระจกข้าง ๆ
แค่ปรับมุมหน้าเล็กน้อยก็มองดูถูกคนอื่นแล้ว เหมือนไอ้เวรแอชที่ดูถูกคนอื่น
ไม่ว่าเจอใครก็ทำหน้าแบบนี้เหรอ? ไอ้บ้าเนี่ย
“คงไม่ต้องกังวลเรื่องคอแข็งหรอกมั้ง……”
ฉันปรับคอเข้าที่แล้วคลึงคอไปมา ท่านี้มันหนักเกินไปสำหรับฉัน
“ต่อไปนี้คือบุคคลสำคัญที่ฝ่าบาทจะได้พบในเมืองหลวง……ซึ่งไม่ง่ายเลยครับ”
ลูคัสลังเล
“เรื่องครอบครัวที่ซับซ้อนของฝ่าบาทคงอธิบายไม่หมดภายในเวลาที่เหลือครับ”
ซับซ้อนขนาดไหนวะ? จำได้ว่าเคยได้ยินคำพูดนี้มาแล้ว
“ผมจะบอกทีละคนว่าฝ่าบาทมีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญในเมืองหลวงอย่างไรครับ”
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย แต่ตำแหน่งของแอชก็คือเจ้าชายก่อเรื่องของราชวงศ์
เหมือนกับเจ้าชายจอมเกเรที่ถูกปล่อยปละละเลยนั่นแหละ
เลยไม่มีใครสนใจหรอก ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่ค่อยอยากสนใจมากกว่า
“สมเด็จพระจักรพรรดิทรงสนทนาส่วนพระองค์กับฝ่าบาทอยู่บ่อยครั้งครับ”
หลังจากอธิบายความสัมพันธ์ของฉันกับบุคคลสำคัญในเมืองหลวง ก็ถึงเวลาอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับจักรพรรดิ
ลูคัสเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง
“ตอนนั้นผมตามไปไม่ได้เลยไม่รู้ว่าทั้งสองพระองค์มีความสัมพันธ์กันอย่างไร แต่เพียงแต่ว่า”
“แต่ว่า?”
“ฝ่าบาททรงหวาดกลัวเสมอ ไม่ว่าจะตอนที่ถูกเรียกไปหาสมเด็จพระจักรพรรดิ หรือหลังจากที่กลับมา……”
“อืม”
แม้แต่แอชเจ้าชายจอมเกเรก็ยังกลัวจักรพรรดิงั้นเหรอ คนนั้นมันน่ากลัวแค่ไหนกันนะ
“เท่านี้ก็คงเรียบร้อยแล้ว……อ้อ!”
ลูคัสตบมือเบา ๆ เหมือนนึกอะไรออก
“ยังมีอีกคนสำคัญที่ต้องบอกด้วยครับ”
“ห้ะ? ใคร?”
“อืม……ผมจะไม่บอกเรื่องนี้ดีกว่าครับ เพราะถึงจะรู้มาก่อน ก็ต้องเจออยู่ดี”
“……?”
ลูคัสที่ดูจริงจังตลอดเวลา ยิ้มอย่างขมขื่น
“ได้เจอก็จะรู้เองครับ ว่าทำไมผมถึงไม่พูด”
“ใครวะ บอกมาเลย! หรือไม่ก็ใบ้มาหน่อยก็ได้!”
“อะแฮ่ม! งั้นครับรู้แค่นี้ก็พอแล้วครับ เมืองหลวง……”
ลูคัสทำหน้าลำบากใจเบี่ยงสายตาไปข้าง ๆ แล้วกระซิบเบา ๆ
“……มีคู่หมั้นของฝ่าบาทอยู่ครับ”
ฉันอ้าปากค้าง อะไรนะ?
โอ้โห คู่……
“คู่หมั้นนนนน?!”
โอ้……
โอ้เย้ ๆ ๆ ๆ ?!
***
ฉันเรียนพิเศษแบบเร่งรัดทั้งคืน จนฟ้าสางแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้ว
เรียนจนเสร็จแล้วก็ถึงเวลาออกเดินทาง ฉันเลยเก็บของ
อย่างเจ้าชายจะกลับไปวัง ก็ไม่ต้องขนของเยอะแยะ ฉันเลยเอาแค่ของที่จำเป็นสำหรับการทำงานในเมืองหลวง
พอออกจากประตูคฤหาสน์ของผู้ว่าเมือง พวกพรรคพวกของฉันก็มารออยู่ ฉันยิ้มแห้ง ๆ
“นี่จะมาส่งกันขนาดนี้เลยเหรอ……”
แต่ทุกคนก็ทำหน้าจริงจังเลยตามมาด้วย ฉันเลยปล่อยไปเถอะ มาส่งก็ดีนี่นา
ฉันพาพวกพรรคพวกไปทางกำแพงเมืองด้านใต้ ก็เห็นทหารของฉันยืนเรียงแถวอยู่บนกำแพงอย่างแน่นขนัด
“ว้าว”
พวกนี้จะเอาใจฉันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
ฉันยิ้มเบา ๆ แล้วเดินผ่านประตูเมืองออกไป ทหารบนกำแพงก็ยกมือคำนับพร้อมกัน
“ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ครับ!”
ฉันหันหลังจากการคำนับของทหารกว่าพันคนไว้ข้างหลัง แล้วไปยังเรือเหาะ
เรือเหาะทั้งสามลำติดเครื่องแล้ว เรน่าคอยฉันอยู่ที่ประตูเรือรบพิเศษ อัลคาทราซ
ข้างหลังเรน่ามีเจ้าหน้าที่ 4 คนและทหาร 50 คน พวกนี้จะเป็นกองกำลังสนับสนุนที่อยู่ที่นี่ ครอสโรด
พอฉันเดินไปหา เรน่าก็ยิ้ม
“ทรงเตรียมพร้อมแล้วหรือคะ?”
“ก็เสร็จแล้วล่ะ”
ฉันชี้ไปที่ลูคัสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ผู้บัญชาการรักษาการณ์แนวรบทางใต้จะเป็น ลูคัส แม็คเกรเกอร์”
สายตาของเรน่ากับลูคัสสบกัน เกิดประกายไฟเล็ก ๆ ระหว่างอัศวินกับแม่มด
ฉันพูดอย่างเคร่งขรึม
“ขอความร่วมมืออย่างเต็มที่ในฐานะกองกำลังสนับสนุนด้วย เรน่า”
“แน่นอนค่ะ ฉันจะร่วมมืออย่างเต็มที่”
“ฝากด้วยนะ แล้วก็”
ฉันกระซิบกับเรน่าเบา ๆ
“อย่าทำอะไรบ้า ๆ ล่ะ ไม่งั้นฉันจะฆ่าเธอซะ เพราะงั้นจัดการแค่สัตว์ประหลาดเถอะ”
“…….”
“เรน่า ตอบสิ”
เรน่าก้มหัวลง
“ค่ะ”
เรน่าชี้ไปที่ประตูเรืออัลคาทราซที่เปิดอยู่
“เชิญขึ้นมาเถอะค่ะ เราจะพาฝ่าบาทไปเมืองหลวงอย่างปลอดภัย”
ฉันหันหลังกลับไป
“เดี๋ยวกลับมา”
ฉันยิ้มให้พวกพรรคพวกที่มองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและความกังวล
“เดี๋ยวซื้อของอร่อย ๆ มาฝาก!”
ฉันโบกมือลาแล้วขึ้นอัลคาทราซ
ประตูค่อย ๆ ปิดลง เจ้าหน้าที่ที่ดูเหมือนอัศวินคนหนึ่งคอยนำทางฉันอย่างสุภาพ
“ทางนี้เลยครับ”
ภายในเรือเหาะที่หรูหราสมกับเป็นเรือเหาะของราชวงศ์ มีที่นั่งสำหรับเชื้อพระวงศ์เตรียมไว้ให้
บนโลกฉันนั่งเครื่องบินชั้นประหยัดแทบจะตลอดชีวิตเลย มาที่นี่ได้นั่งอย่างหรูหราเชียว
พอฉันนั่งลง เจ้าหน้าที่ก็คาดเข็มขัดนิรภัยให้ฉัน
แล้วก็รู้สึกตัวลอยขึ้นมา เสียงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ดังขึ้น เรือเหาะก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
มองเห็นพวกพรรคพวกและทหารผ่านหน้าต่างข้าง ๆ พวกเขายังคงยกมือคำนับฉันอยู่
‘เดี๋ยวกลับมา’
พอคิดเสร็จ เรือเหาะก็เร่งความเร็วขึ้น ภาพทุกอย่างเริ่มเลือนหายไป
ฉันกำลังออกจากครอสโรด เมืองที่ฉันเคยอาศัยมาตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันออกจากเมืองนี้ ฉันกำหมัดแน่น
พูดตามตรง ฉันก็รู้สึกกลัวเหมือนกัน
ทั้งการไปเมืองหลวง พบกับจักรพรรดิ เจรจากับพี่ชาย ดึงดูดคนสำคัญต่าง ๆ
แล้วก็……
‘คู่หมั้นนนนน?!’
…….
เรือเหาะพุ่งทะยานไปยังท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ
***
[ด่านที่ 6 - กวาดล้างเสร็จสิ้น]
[ผู้ทรงคุณค่าที่สุดของด่าน - เรน่า(SSR) <ตัวละครรับเชิญ>]
[ตัวละครเลเวลอัป]
- ไม่มี
[ตัวละครที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ]
- ไม่มี
[ไอเทมที่ได้รับ]
- อัญมณีเวทมนตร์กองทัพไวเวิร์น : 274 ชิ้น
- แกนพลังเวทตรีศูล(SR) : 3 ชิ้น
[ได้รับรางวัลการเคลียร์ด่านแล้ว โปรดตรวจสอบช่องเก็บของ]
- กล่องรางวัลระดับ N : 3 กล่อง
- กล่องรางวัลระดับ R : 3 กล่อง
>> เตรียมตัวสำหรับด่านต่อไป
>> [ด่านที่ 7 : ลูกชายที่กลับมา]
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_