- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 160. [ด่านที่ 6] กองกำลังเสริม (3)
◈บทที่ 160. [ด่านที่ 6] กองกำลังเสริม (3)
◈บทที่ 160. [ด่านที่ 6] กองกำลังเสริม (3)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 160. [ด่านที่ 6] กองกำลังเสริม (3)
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะสัมผัสได้
พวกเราในปาร์ตี้หลักกับเหล่าทหารที่มาจากเมืองหลวงต่างหันกระบอกปืนเข้าใส่กัน แลกเปลี่ยนสายตาที่ดุร้าย
ทหารของฉันบนกำแพงเมืองที่ตกใจกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็รีบคว้าปืนใหญ่และบัลลิสต้าหันไปทางพวกนั้นอย่างลนลาน
ถ้ามีใครสักคนกล้าดึงคันโยกขึ้นล่ะก็ ทั้งสองฝ่ายคงได้รับความเสียหายอย่างมหาศาลแน่
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่ว ทั้งสองฝ่ายยังคงจ้องมองกันโดยไม่ขยับเขยื้อน
คนแรกที่เอ่ยปากคือ เรน่า
“ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้หรอกค่ะ ฝ่าบาท”
“……”
“พวกเราแค่เป็นทหารที่ได้รับมอบหมายให้ส่งเสด็จพระองค์กลับเมืองหลวงอย่างปลอดภัยเท่านั้นค่ะ ไม่มีเจตนาจะทำร้ายแต่อย่างใด”
เรน่ายกไหล่ขึ้นเล็กน้อย
“พูดตามตรงเลยนะคะ ถ้าพวกเราคิดจะทำร้ายพระองค์ พวกเราก็แค่เผาที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลองด้วยเรือเหาะก็จบแล้วค่ะ”
“…….”
“ถ้าอย่างนั้น ที่นี่ก็คงกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วค่ะ ทั้งป้อมปราการแห่งนี้และผู้คนในที่แห่งนี้ด้วย”
เรน่าพูดราวกับว่าเป็นเรื่องที่เธอทำมาบ่อยครั้งแล้ว
“พวกเราเป็นพวกเดียวกันค่ะ ฝ่าบาท เป็นประชาชนของจักรวรรดิเอเวอร์แบล็กด้วยกัน และรับใช้จักรพรรดิองค์เดียวกัน”
“…….”
ฉันที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ ก็ค่อย ๆ เอ่ยปากขึ้น
“เก็บอาวุธเข้าไป ลูคัส”
“แต่ว่า ฝ่าบาท”
“พวกนายก็เหมือนกัน ถอยไปทั้งหมด”
ลูคัสลังเลเล็กน้อยก่อนจะเก็บดาบเข้าฝัก เอวานเจลีน ดาเมียน และจูเนียร์ก็ค่อย ๆ ปลดท่าทางเตรียมรบ
“เก็บอาวุธเข้าไปทั้งหมด อย่าได้ลบหลู่ต่อหน้าฝ่าบาท”
เมื่อเรน่าสั่งเสียงเบา เหล่าทหารที่กำลังชี้ปืนใส่กันอยู่ก็เก็บอาวุธเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ
ถึงแม้บรรยากาศจะยังตึงเครียดเหมือนเดินบนลานน้ำแข็ง แต่สถานการณ์ก็คลี่คลายลงบ้างแล้ว ฉันถอนหายใจยาว
“เธอพูดถูกแล้ว เรน่า ท่านพ่อทรงอยากพบกับลูกชายคนเล็กสุดที่น่ารัก เลยเรียกตัวฉันไป ฉันไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ”
“ถูกต้องแล้วค่ะ”
“ฉันจะไปเมืองหลวง แต่ขอเวลาเพียงแค่หนึ่งวัน”
ฉันกอดอก ยืนอยู่ต่อหน้าเรน่าที่หรี่ตาลง
“ฉันเป็นผู้บัญชาการแนวรบทางใต้แห่งนี้ ถ้าฉันหายไปอย่างกะทันหัน การดำเนินงานของแนวรบจะเสียหายอย่างมาก”
“…….”
“ฉันอยากจะสั่งการและเตรียมการให้เรียบร้อยก่อนไป เป็นยังไงล่ะ? ท่านพ่อคงจะเมตตาอนุญาตให้ฉันทำอย่างนี้แน่ ว่าไหม?”
เรน่าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโค้งศีรษะลง
“ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอกค่ะ กำหนดการเดินทางคือพรุ่งนี้เที่ยงค่ะ”
“ขอบใจมาก”
“เรือเหาะเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องเมืองหลวงค่ะ พวกเราไม่สามารถทิ้งเมืองหลวงไว้ว่างเปล่าได้นาน ฉันขอแจ้งให้ทราบก่อนว่า หลังจากเที่ยงวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป พวกเราจะไม่สามารถรอได้อีกแล้วค่ะ”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะตรงต่อเวลานัด”
“อืม แต่จากข่าวลือที่ได้ยินมาในเมืองหลวง บอกว่าท่านชอบผิดนัดค่ะ……”
ไม่ใช่ฉันคนนั้น ไอ้เวรแอชต่างหาก ฉันไม่เหมือนเขา
“งั้นก็เจอกันพรุ่งนี้เที่ยง อืม… พวกเราคงเข้าเมืองไม่ได้ในคืนนี้แล้วล่ะมั้งค่ะ”
เรน่ามองขึ้นไปบนกำแพงเมือง ปืนใหญ่และบัลลิสต้ายังคงเล็งไปที่เรือเหาะของเรน่าอยู่
เรน่าก้มตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะถอยหลัง
“ไว้ค่อย ๆ สนิทกันนะคะ คืนนี้พวกเราจะค้างแรมนอกเมืองค่ะ”
“ตามสะดวกเลย”
เมื่อฉันอนุญาต เรน่าก็หันไปตะโกนบอกลูกน้องของเธอ
“คืนนี้พวกเราค้างที่นี่! เตรียมตั้งแคมป์!”
ขณะที่ทหารที่มาจากเมืองหลวงกำลังจัดเตรียมที่ตั้งแคมป์นอกกำแพงเมือง ฉันก็หันหลังกลับเข้าไปในประตูเมืองพร้อมกับพวกพ้อง
“เรียกสมาชิกปาร์ตี้ทุกคนมาพบ”
ฉันพูดกับพวกพ้องที่มองฉันด้วยสายตาที่สั่นเทาอย่างเรียบเฉย
“ฉันจะมอบหมายงานให้ทำในระหว่างที่ฉันไม่อยู่”
***
ตอนที่เฟอร์นานเดซส่งข้อความมาว่า ‘เดี๋ยวหาโอกาสมาเจอกัน’ ฉันก็เดาได้แล้วว่าเรื่องจะลงเอยแบบนี้
ฉันคาดการณ์ไว้ว่าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เขาจะลากฉันไปเมืองหลวง เพราะฉันพูดเรื่องที่เสี่ยง ๆ ไว้เยอะพอสมควร
“ฉันคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องถูกมัดแล้วลากไป แต่โชคดีที่ไม่ถึงขนาดนั้น”
คฤหาสน์ของเจ้าเมือง ห้องรับแขก
ฉันมองไปรอบ ๆ ที่ผู้คนมารวมตัวกัน แล้วพูดอย่างใจเย็น
“แต่เขาก็ส่งเรือเหาะมาให้ นี่ถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่เลวเลยนะสำหรับเชื้อพระวงศ์?”
“…….”
พวกพ้องจ้องมองฉันด้วยสายตาตกใจที่ฉันพูดเล่นอย่างใจเย็น พวกเขาทุกคนดูไม่สบายใจ
“ไม่ต้องห่วงมากนักหรอก อย่างที่เรน่าพูดนั่นแหละ ถ้าเขาคิดจะฆ่าฉัน เขาคงทำไปแล้ว แค่ไปคุยกันสักหน่อยก็กลับมาได้แล้ว”
ฉันเองก็มีคำถามมากมายอยากถามเฟอร์นานเดซ
ถึงแม้จะไม่ได้รับคำสั่งจากทางราชสำนัก ฉันก็ต้องไปเมืองหลวงสักวันอยู่ดี
งั้นก็ถือโอกาสนี้ไปเที่ยวสบาย ๆ ด้วยเรือเหาะซะเลย
ลูคัสถามฉันด้วยสีหน้ากังวล
“ฝ่าบาท ทรงมั่นใจได้จริงเหรอไม่ครับ? ผมควรจะไปคุ้มกันพระองค์ด้วยดีกว่าครับ”
“ไม่ต้อง จะให้มีคนมาคุ้มกันขณะที่เจ้าชายนั่งเรือเหาะไปเมืองหลวงได้ยังไงกัน”
เมื่อถึงเมืองหลวงแล้ว ชีวิตฉันจะไม่ขึ้นอยู่กับว่ามีคนมาคุ้มกันหรือไม่
ถ้าจักรพรรดิทรงต้องการ ฉันก็จะรอด ถ้าจักรพรรดิทรงต้องการ ฉันก็จะตาย
‘เหนือสิ่งอื่นใด ฉันไม่สามารถทำให้กำลังรบที่นี่อ่อนแอลงได้’
ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่ สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนที่เหลืออยู่ที่นี่มีความสำคัญต่อการป้องกันอย่างมาก
แทนที่จะให้พวกเขาตามฉันไปเมืองหลวง พวกเขาควรอยู่ที่นี่เฝ้าแนวรบเพื่อครอสโรดและเพื่อความสบายใจของฉันเองจะดีกว่า
ฉันชี้ไปที่สมาชิกปาร์ตี้หลักทีละคน แล้วมอบหมายงานให้พวกเขาทำในระหว่างที่ฉันไม่อยู่
“ลูคัส ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ให้นายทำหน้าที่ผู้บัญชาการรักษาการ นายรู้ทุกอย่างที่ฉันทำอยู่แล้ว ฉันเชื่อใจนาย”
ลูคัสเป็นตัวเอก เขาเป็นตัวละครที่ควรได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการแห่งนี้
ถึงฉันจะไม่อยู่ เขาก็ทำได้ดี ไม่สิ นอกจากลูคัสแล้ว ไม่มีใครสามารถทำหน้าที่นี้ได้อีกแล้ว
“กองกำลังเสริมที่เข้ามาประกอบด้วยเรน่า แม่มดลม และเหล่าทหารชั้นผู้นำอีก 5 นาย และทหารอีก 50 นาย จำนวนไม่มากนัก แต่เป็นพวกหัวกะทิ”
“…….”
“ถ้าใช้ได้อย่างเหมาะสม การป้องกันจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ลูคัส นายทำได้แน่”
“…….”
“ตรวจสอบการผลิตอุปกรณ์ สิ่งประดิษฐ์โบราณ และการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอย่างละเอียดด้วย”
“……รับทราบครับ ฝ่าบาท ผมจะทำอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้ฝ่าบาทต้องกังวล”
ลูคัสทำหน้าเหมือนลูกหมาโดนฝนสาด แล้วพูดเสียงแผ่วเบา ไอ้เด็กนี่อีกแล้ว
“เอวานเจลีน”
เมื่อฉันเรียก เอวานเจลีนก็พยักหน้าอย่างสง่างาม เธอเป็นผู้ใหญ่กว่านายอีกนะ
“ช่วยลูคัสด้วย เธอเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งมาร์คกราฟ ครอสโรดคือดินแดนที่จะเป็นของเธอในอนาคต เธอควรเรียนรู้การทำงานของผู้บัญชาการรักษาการด้วย”
“ค่ะรุ่นพี่ ไว้ใจได้เลยค่ะ หนูจะคอยปลอบลูคัสด้วยค่ะ”
เอวานเจลีนหัวเราะอย่างซุกซน แล้วปรบมือ
“อ้อ! แล้วก็……”
แล้วก็? ฉันมองด้วยความสงสัย เอวานเจลีนก็ยิ้มหวาน
“ถ้าไปถึงเมืองหลวง มีร้านขนมเล็ก ๆ อยู่ใกล้หอพักสถาบันจักรวรรดิค่ะ! ซื้อเซตของขวัญมาให้หน่อยนะคะ ตั้งแต่จบการศึกษาแล้วก็อยากกินตลอดเลยค่ะ”
“นี่มันยังไงกัน กล้าให้เจ้าชายไปซื้อขนมมาให้……”
ฉันบ่นพึมพำอย่างไม่พอใจ แต่ก็รู้สึกขอบคุณในความเอาใจใส่ของเอวานเจลีน
เอวานเจลีนเชื่อว่าฉันจะกลับมาอย่างปลอดภัย
เด็กดีจริง ๆ เดี๋ยวฉันจะซื้อขนมให้กินจนพุงกางเลย
“ดาเมียน จูเนียร์”
“รับคำสั่งครับ ฝ่าบาท!”
“ค่ะ ฝ่าบาท”
ฉันกระซิบกับมือยิงและแม่มดอย่างระมัดระวัง
“ดาเมียน สายตานายดี คอยจับตาพวกกองกำลังเสริมอยู่เสมอ ถ้าพบเห็นอะไรผิดปกติ ให้บอกลูคัสด้วย”
“รับทราบครับ!”
“จูเนียร์ เหมือนกัน โดยเฉพาะเรน่า เธอเป็นแม่มดที่ทรงพลัง ถ้าเธอคิดไม่ซื่อ มีแค่เธอเท่านั้นที่จะหยุดได้”
จูเนียร์ยิ้มบาง ๆ
“ฉันก็ตั้งใจจะจับตาผู้หญิงคนนั้นอยู่แล้วค่ะ”
“ดีมาก ฉันเชื่อใจเธอ”
ฉันหันไปมองลิลลี่ที่นั่งอยู่บนรถเข็น
“ลิลลี่ ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ให้ร่วมปาร์ตี้หลักกับจูเนียร์ด้วย”
“ค่ะ ฝ่าบาท…….”
ลิลลี่ดูอ่อนล้ามาตั้งแต่ช่วยกันจับสายลับครั้งที่แล้ว เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่หมดแรง
แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาใส่ใจรายละเอียดเหล่านั้น
“ลูคัส เอวานเจลีน ดาเมียน จูเนียร์ ลิลลี่ ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่ พวกนาย 5 คนคือปาร์ตี้หลัก คอยสำรวจดันเจี้ยนด้วย แต่ห้ามเข้าไปในพื้นที่ใหม่เด็ดขาด”
“รับทราบครับ ฝ่าบาท”
ดี ปาร์ตี้หลักจัดเสร็จแล้ว
“ก็อตแฮนด์ บอดี้แบ็ก เบิร์นเอาท์”
เมื่อฉันเรียก กองกำลังเงาทั้งสามก็หันมามองฉัน ก็อตแฮนด์ที่กำลังมองไปทางลิลลี่ก็หันมาสนใจฉัน
“พวกนายออกไปปฏิบัติภารกิจที่ฉันสั่งไว้ ทำได้ใช่ไหม?”
ฉันมอบหมายภารกิจที่หนักหน่วงให้พวกเขา ทั้งทางกายภาพและจิตใจ
แต่เป็นภารกิจที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อวางรากฐานในอนาคต
ทั้งสามพยักหน้าด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่น
“จะทำด้วยชีวิตของพวกเราครับ”
“ดี ขอให้โชคดี”
และตัวละครผู้กล้าประจำกลุ่มสุดท้าย
“ท่านนักบุญหญิง”
“…….”
มาร์เกอริต้าที่นั่งอยู่มุมห้องด้วยสีหน้าที่เหนื่อยล้า ฉันเลิกคิ้ว
“ในช่วงการป้องกัน ให้เธอควบคุมกองกำลังสำรอง แต่ห้ามเข้าไปข้างหน้า รักษาแค่คนเจ็บก็พอ ได้ไหม?”
“รับทราบค่ะ ฝ่าบาท”
คำตอบของเธอดูแน่วแน่ แต่สีหน้าไม่ไหวเลย หวังว่าจะฟื้นตัวเร็ว ๆ
***
งานต่าง ๆ จึงเสร็จสิ้นในตอนเช้าตรู่
“หาววว”
ฉันลากร่างกายที่เหนื่อยล้าไปยังห้องนอน ลูคัสคอยคุ้มกันอย่างเงียบ ๆ
เดินมาจนถึงประตูห้องนอนของฉัน
ฉันวางมือบนลูกบิดประตู แล้วพูดออกมา
“ลูคัส”
“ครับ ฝ่าบาท”
“ฉันมีอะไรจะถามนาย”
“โปรดรับสั่งเลยครับ”
ฉันถามคำถามอย่างกะทันหันต่อหน้าอัศวินที่คอยติดตามฉันมาโดยตลอด
“จริง ๆ แล้ว นายรู้ใช่ไหม?”
“ครับ? รู้เรื่องอะไรครับ?”
“ฉันไม่ใช่แอช แต่เป็นคนอื่น”
“…….”
ฉันจ้องมองลูคัสที่ทำหน้าแข็งกร้าว แล้วถามอย่างหนักแน่น
“นายรู้มาตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม ลูคัส?”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_