- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 154. [เนื้อเรื่องเสริม] การค้นหา (2)
◈บทที่ 154. [เนื้อเรื่องเสริม] การค้นหา (2)
◈บทที่ 154. [เนื้อเรื่องเสริม] การค้นหา (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 154. [เนื้อเรื่องเสริม] การค้นหา (2)
“ท่านจะ……ฆ่าฉันเหรอคะ?”
ฉันพยักหน้ารับคำพูดของมาร์เกอริต้าอย่างเต็มใจ
“อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้”
“…….”
“พวกนักบวชของพวกเธอทุกคนก็เป็นพวกเดียวกันหมดนั่นแหละ ฉันจะกล่าวโทษในความผิดที่กล้าดูหมิ่นเชื้อพระวงศ์และจะแขวนคอพวกเธอทั้งหมดให้หมดก็ได้”
“……!”
สีหน้าของมาร์เกอริต้าซีดเผือดไป ฉันเห็นดาเมียนที่ยืนอยู่ด้านนั้นตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ
“แต่!”
ฉันหัวเราะเบา ๆ
“ฉันจะไม่ทำอย่างนั้น”
“ท่าน…พูดจริงเหรอ?”
“แน่นอน! ฉันหวังว่าต่อไปนี้เธอและเพื่อนร่วมงานของเธอจะยังคงดูแลผู้บาดเจ็บในแนวรบแห่งนี้ต่อไป อย่างที่เธอทำมาตลอดด้วยความจริงใจ”
ฉันเก็บไม้เท้าที่ถือไว้ขึ้นมาเหนือศีรษะลง
“ฉันเพียงแค่ต้องการความร่วมมือเล็กน้อยเท่านั้น”
ฉันสบตาและกระซิบเบา ๆ กับมาร์เกอริต้า
“เพื่อเมืองนี้ เพื่อวิหารของคุณ และในที่สุดก็เพื่อมนุษยชาติทั้งหมด ช่วยให้ความร่วมมือกับฉันสักเล็กน้อยเถอะ”
“…….”
“เธอจะทำใช่ไหม? อืม?”
สายลับมีประโยชน์
และสายลับที่เคยอยู่ฝ่ายศัตรูแล้วหันมาอยู่ฝ่ายเรา นั้นมีประโยชน์มากยิ่งกว่า
ฉันไม่ได้คิดจะฆ่าทั้งก็อตแฮนด์และมาร์เกอริต้า
ฉันตั้งใจจะดึงพวกเขาเข้ามาอยู่ฝ่ายเรา ใช้คำศัพท์ของพวกเราคือ ‘ล่อลวง’ แล้วใช้ประโยชน์จากพวกเขา
“……พระองค์”
มาร์เกอริต้าที่มองฉันด้วยดวงตาสั่นเทา เอ่ยปากด้วยความยากลำบาก
“ฉัน…จะทำอะไรให้ท่านบ้างเหรอคะ…?”
***
วิหาร
ฉัน ลูคัส และมาร์เกอริต้ากำลังเดินผ่านทางเดินของที่นี่
ฉันสั่งให้เอวานเจลีน ดาเมียน และจูเนียร์ไปเฝ้าดูกองกำลังเงา
พวกเขาคงนั่งอยู่รวมกันอย่างสงบในห้องรับแขกของคฤหาสน์ฉัน
ตุ้บ…ตุ้บ…
ขณะเดินไปตามทางเดินวิหาร ฉันคิดถึงเรื่องที่มาร์เกอริต้าสารภาพมาตลอดทาง
‘ใช้นักบวชเป็นสายลับนี่เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพจริง ๆ’
ลัทธิเทพธิดาเป็นศาสนาประจำชาติของจักรวรรดิ ดังนั้นวิหารของลัทธิเทพธิดาจึงถูกสร้างขึ้นอย่างน้อยหนึ่งแห่งในทุกเมืองทั่วจักรวรรดิ
วิหารแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นสถานพยาบาลสาธารณะ
นักบวชที่ทำงานที่นี่ได้รับการเคารพจากทุกคนและเดินไปมาในเมืองอย่างอิสระ
โดยไม่มีใครสงสัย
พวกเขามองเห็นและได้ยินทุกอย่างในเมือง
นักบวชเหล่านี้เป็นดวงตาและหูของจักรวรรดิ
‘พวกนักบวชที่ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากวิหารใหญ่ในเมืองหลวงทำเรื่องแบบนี้กันทั้งหมดงั้นเหรอ?’
ฉันเลียริมฝีปากในใจ
‘ในฐานะลัทธิ ย่อมมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้นำนิกายและราชวงศ์…นี่พวกเขาทำแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน’
ขณะที่คิดไปด้วย ฉันก็เดินมาถึงห้องโถงกลางในไม่ช้า
มาร์เกอริต้ายืนอยู่ตรงหน้ารูปปั้นเทพธิดาด้วยสีหน้าซีดเผือดราวกับจะตาย
ลูคัสจับตามองมาร์เกอริต้าอย่างไม่วางตา กลัวว่าเธอจะทำอะไรบุ่มบ่าม
ส่วนฉัน? ฉันกำลังร้องเพลงเบา ๆ อย่างมีความสุข
ฉันตื่นเต้นและคาดหวังกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจนอดใจไม่ไหว หัวไหล่สั่นไหวด้วยความตื่นเต้น โอ้ สนุกจัง
มาร์เกอริต้าที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้ารูปปั้นเทพธิดา กลั้นใจแล้วพูดด้วยเสียงแหบแห้ง
“……ฉันขอรายงาน”
ทันใดนั้น ก็มีเสียงของกลไกเวทมนตร์ทำงานเบา ๆ ดังขึ้น
มันเป็นเสียงที่เบามาก หากไม่ตั้งใจฟังก็จะพลาดได้
หลังจากนั้น เสียงดังซ่า ๆ ก็ดังขึ้นตามมา และเสียงทุ้ม ๆ ก็ดังออกมาจากรูปปั้นเทพธิดา
「เรากำลังฟังอยู่ รายงานมา」
“…….”
มาร์เกอริต้าที่เงียบไป แอบมองฉัน ฉันยิ้มอย่างอ่อนโยนและพยักหน้าให้เธอ
ทำตามที่สั่ง
“……การกบฏเป็นเรื่องโกหก”
มาร์เกอริต้าพูดต่อพลางสั่นไหล่
“เป็นกับดักขององค์ชายเพื่อค้นหาสายลับอย่างฉัน”
「อะไรนะ? 」
“ฉันขอรายงานอีกครั้ง การกบฏเป็นเรื่องโกหก เป็นข่าวผิดพลาดเนื่องจากความผิดพลาดร้ายแรงของฉัน ขออภัย”
「นั่นมันเรื่องไร้สาระ…ไม่สิ เดี๋ยวนะ งั้นหมายความว่าเจ้าชายรู้ตัวตนของเธอแล้วเหรอ? 」
“ใช่ แล้ว”
มาร์เกอริต้าพูดตามที่ฉันสั่งอย่างถูกต้อง
“ฉันถูกจับได้ ขอโทษด้วย”
ถึงตอนนี้ ฉันก็เดินออกไปข้างหน้า
“นั่นแหละ สหายที่ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังรูปปั้นเทพธิดา!”
ฉันผลักมาร์เกอริต้าออกไปและยืนอยู่ตรงหน้ารูปปั้นเทพธิดา แล้วหัวเราะเบา ๆ
“โอ้โห~ การพูดแบบนี้ต่อหน้ารูปปั้นเทพธิดานี่ แม้แต่ฉันที่ศรัทธาอ่อนแอ ยังรู้สึกผิดเลยนะ แต่พวกนายกลับคิดที่จะให้นักบวชทำแบบนี้ รสนิยมของพวกนายแย่จริง ๆ”
「…….」
“อย่า ๆ ฉันรู้ว่านายฟังอยู่ อย่าดูถูกนายชายนะ? อืม? อย่าปิดบังสิ มาคุยกับฉันหน่อยสิ~”
เสียงที่เงียบไปก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด
「ฝ่าบาท ขออภัย แต่ช่องทางการสื่อสารนี้ไม่ใช่ช่องทางที่ฝ่าบาทมีสิทธิ์ใช้… 」
“งั้นก็เรียกคนที่มีอำนาจมา”
ฉันคำรามอย่างดุเดือด
“เรียกเขามา”
「…….」
“เรียกมาไม่ได้เหรอ? งั้นฉันจะลองทายดูว่าหัวหน้าของพวกนายเป็นใคร”
ฉันชี้มือไปทีละนิ้วพลางพูดต่อ
“คนที่เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับลัทธิเทพธิดาจนสามารถใช้นักบวชเป็นเครื่องมือได้ และยังเกี่ยวข้องกับเงามืดจนสามารถควบคุมสายลับทั่วจักรวรรดิได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นคนที่สามารถสร้างระบบเวทมนตร์สื่อสารแบบนี้และจ่ายค่าใช้จ่ายมหาศาลได้”
「…….」
“จะเป็นใครได้ล่ะ?”
คนที่ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลัทธิเทพธิดา
ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการลับไอกิส
คนที่แพร่กระจายสายลับไปทั่วทั้งทวีปเพื่อรวบรวมข้อมูล และเต็มใจที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายในกระบวนการนั้น
ฉันเอ่ยชื่อนั้นออกมา
“รัฐมนตรีกระทรวงการปกครองของจักรวรรดิเรา พี่ชายคนที่สองของฉัน! เฟอร์นานเดซ ‘แอมเบอร์คีเปอร์’ เอเวอร์แบล็ก! มีเพียงคนเดียวเท่านั้น~”
「…….」
“ในนามของเจ้าชายองค์ที่สาม แอช ‘บอนไฮเตอร์’ เอเวอร์แบล็ก ฉันสั่งให้เรียกพี่ชายฉันมาเดี๋ยวนี้”
ฉันส่งคำขาดไปพลางสบตาใบหน้าเทพธิดาที่แกะสลักอย่างประณีต
“ฉันไม่รออยู่นานนักหรอกนะ”
***
ผ่านไปประมาณ 10 นาที
เสียงซ่า ๆ ก็ดังขึ้นและการสื่อสารก็เชื่อมต่อ
「อ่า อ่า ได้ยินชัดไหม? 」
เสียงที่ดังออกมาเหมือนการทดสอบไมค์นั้น แม้จะผ่านคุณภาพเสียงที่แย่และซ่า ๆ ก็ยังคงความไพเราะชัดเจน
ฉันไม่เคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน แต่ก็รู้สึกได้ทันที
ว่าเจ้าของเสียงนี้คือ เจ้าชายองค์ที่สอง เฟอร์นานเดซ
「 ‘ศูนย์กลาง’ กำลังสื่อสารกับ ‘ปลายทางใต้’ สัญญาณดี รอคำตอบอยู่」
ในที่สุด- ฉันก็ได้พูดคุยกับไอ้หัวเถิกนี่โดยตรง
ฉันหัวเราะอย่างร่าเริงและพูดออกมา
“โอ้โห~ พี่ชาย! หายไปนานเลยนะ! นี่ฉันเอง แอช!”
แน่นอนว่าพวกเราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก แต่ลองมาผูกมิตรกันดูสิ
“นี่มันนานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ยินเสียง ดีใจจัง! พี่ชายได้ยินเสียงฉันแล้วรู้สึกดีใช่ไหม?”
「…….」
หลังจากความเงียบสั้น ๆ
เฟอร์นานเดซพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
「เวทมนตร์สื่อสารมีอันตรายจากการดักฟัง ไม่ควรใช้ชื่อส่วนตัว แต่ควรใช้รหัสแทนพื้นที่」
“ดักฟังอะไรกัน บ้าไปแล้ว ใครจะมาดักฟังการสื่อสารของรูปปั้นเทพธิดา พี่ชาย?”
ฉันพูดเยาะเย้ย
“ถ้ามีภัยคุกคามจากการดักฟังจริง ๆ ก็ควรใช้รหัสที่ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เลย แต่พวกนายแค่ใช้รหัสที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เพื่อจัดลำดับชั้นใช่ไหม?”
「…….」
“ช่างมันเถอะ มาคุยกันสบาย ๆ เถอะ คุณศูนย์กลาง!”
ได้ยินเสียงถอนหายใจยาว ๆ
「นาน ๆ ทีได้เจอกันนะ แอช」
“ฉันก็คิดเหมือนกัน พี่ชาย แค่ได้ยินเสียงก็รู้สึกสนิทสนมแล้ว”
「นายหาเส้นทางนี้เจอได้อย่างน่าทึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่มีหลักฐานแน่ชัดขนาดนี้ ในฐานะหัวหน้าหน่วยในเงามืด รู้สึก…อับอายจริง ๆ 」
ถึงแม้จะไม่ใช่เสียงที่อับอายเลย แต่ก็เข้าใจได้ว่าหมายถึง ‘ฉันจะจัดการกับลูกน้องพวกนั้นให้หมด’
“ฮ่า ๆ แต่ฉันก็ได้คุยกับพี่ชาย รู้สึกดีจริง ๆ ต่อไปนี้มาสื่อสารกันบ่อย ๆ นะ! กินข้าวดีไหม? ใบหน้าที่น่ารำคาญของนายยังคงเงางามเหมือนเดิมไหม?”
แน่นอนว่าฉันไม่เคยเห็นหน้าเขาสักครั้ง
เฟอร์นานเดซเป็นตัวละครที่ปรากฏอยู่ในเกมเท่านั้น ฉันเลยพูดอะไรตามใจชอบแบบ ‘แอช’
เฟอร์นานเดซถอนหายใจอีกครั้ง
「นายรู้ไหมว่าเวทมนตร์สื่อสารใช้เงินเท่าไหร่ต่อหนึ่งวินาที แอช? มันไม่ใช่ของที่ใช้คุยกันเล่น ๆ แบบนี้」
“ค่าใช้จ่ายเหรอ? ก็ไม่รู้สิ แต่ที่แน่ ๆ ฉันไม่จ่ายหรอก นี่แหละถึงได้บอกว่าการโทรแบบเก็บเงินปลายทางมันดีนี่นา?”
「อะไรนะ? เก็บเงิน…ปลายทาง? นั่นมันอะไร? 」
มีอยู่นะ โทรศัพท์แบบเรียกเก็บเงินจากผู้รับ สมัยนี้ที่โลกก็แทบไม่ใช้กันแล้ว
「พอแล้ว พูดเรื่องสำคัญมาเลย ไอ้น้อง ทางนี้ไม่ว่าง」
“โอ้โห? ฝังสายลับไว้แล้วก็ถูกจับได้ ยังไม่รู้สึกเสียใจเลยเหรอ?”
「ทำไมต้องเสียใจด้วย? 」
เฟอร์นานเดซพูดอย่างไม่เกรงใจ
「ฉันทำไปเพื่อความสงบสุขของราชวงศ์และจักรวรรดิ ฉันไม่จำเป็นต้องเสียใจกับนาย」
“หน้าด้านจริง ๆ พี่ชายฉัน”
「อยู่ในตำแหน่งแบบนี้ หน้าหนาเป็นเรื่องธรรมดา พวกเราเหมือนกันไม่ใช่เหรอ น้องชาย? 」
ฉันกอดอก การโต้เถียงกันดูเหมือนจะไม่ได้อะไร
“ช่างมันเถอะ พูดแต่เรื่องสำคัญดีกว่า”
ถึงตอนนี้ก็ถึงเรื่องสำคัญแล้ว
“ส่งกองกำลังเสริมมา ภายในหนึ่งสัปดาห์ ถ้าไม่งั้นแนวรบทางใต้ก็จะพัง และสัตว์ประหลาดจะบุกเข้ามาในแผ่นดินใหญ่ของจักรวรรดิ”
「นายพูดถึงการกบฏเพื่อครับกองกำลังเสริมงั้นเหรอ? น้องชายของฉัน เป็นผู้บัญชาการที่เลวทรามจริง ๆ 」
“คนที่ปฏิเสธที่จะส่งกำลังเสริมจนถึงขั้นทำให้เลวทรามขนาดนี้ กลับมาพูดแบบนี้ ฉันรู้สึกแย่มากเลยนะ”
ฉันกัดฟันและพูดอย่างดุเดือด
“ทางนี้รายงานสถานการณ์ผ่านการสื่อสารของรูปปั้นเทพธิดาตลอดมานะ ที่นี่ลำบากมากจริง ๆ ถ้าส่งกำลังเสริมมาสักนิด เราทั้งสองก็คงมีความสุข ฉันขออะไรที่ยากเกินไปหรือเปล่า?”
「…….」
เฟอร์นานเดซพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย
「ยากที่จะส่งกำลังเสริมมา สงครามกับราชรัฐบริงเกอร์ยังไม่จบ」
“เผาเมืองหลวงราชรัฐจนหมดแล้ว ยึดครองเมืองหลวงได้แล้ว ไม่จบแล้วเหรอ?”
ถึงแม้ว่าฉันจะไม่มีวิธีรับรู้ข่าวสารจากภายนอกมากนัก แต่การล่มสลายของราชรัฐบริงเกอร์เป็นเหตุการณ์สำคัญในเกมด้วย
ฉันจึงประมาณช่วงเวลาได้คร่าว ๆ ตอนนี้คงยึดครองเมืองหลวงได้แล้ว
「ถึงจะยึดครองเมืองหลวงได้ แต่สงครามก็ยังไม่จบ มีการต่อต้านอย่างกระจัดกระจายทั่วราชรัฐ กองทัพจักรวรรดิของเราก็กำลังต่อสู้เต็มกำลัง」
น้ำเสียงของเฟอร์นานเดซเข้มขึ้น
「ต้องกำจัดสายเลือดมังกรที่ฝังอยู่ในราชรัฐบริงเกอร์ให้หมด เพื่อความปลอดภัยของจักรวรรดิ พระราชบิดาตัดสินใจเช่นนั้น」
“…….”
「ตอนนี้ยังส่งกำลังเสริมไม่ได้ แอช ช่วยอดทนอีกสักหน่อยได้ไหม? 」
“อดทนอีกหน่อย อดทนอีกหน่อย จนแนวรบพังหมดเลยเหรอ?”
「ถึงแนวรบทางใต้จะพัง ก็ยังมีโอกาสสร้างแนวรบขึ้นมาใหม่ แต่แนวรบตะวันตกนั้น…ปฏิบัติการทำลายล้างราชรัฐบริงเกอร์ มีแค่ตอนนี้เท่านั้นที่ทำได้」
เฟอร์นานเดซพูดอย่างตัดบท ราวกับว่าไม่ได้คิดที่จะส่งกำลังเสริมมาตั้งแต่แรก
「วิกฤตที่ใหญ่กว่าของจักรวรรดิอยู่ทางตะวันตก ขอให้เข้าใจด้วย」
“อ่อ เหรอ?”
ฉันบ่นพึมพำ นั่นมันคำตอบที่คาดไว้สินะ?
“งั้นก็ช่วยไม่ได้ ทางนี้ก็ต้องใช้มาตรการอื่น”
「…อย่าบอกนะ ว่านายจะประกาศกบฏจริง ๆ 」
“ทำไมต้องทำอย่างนั้นล่ะ~ ฉันเสียใจนะ ฉันคือใคร? แอช! ลูกที่ดีที่สุด! ฉันจะไปทำอะไรบ้าบิ่นอย่างกบฏ ซึ่งจะทำให้พระราชบิดาเสียใจหรอกเหรอ?”
กึก
รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“ฉันแค่จะไม่ขอความช่วยเหลือจาก ‘ศูนย์กลาง’ แต่จะไปหาทหารจากที่อื่น”
「ที่อื่น? 」
เฟอร์นานเดซดูเหมือนจะรู้สึกถึงความไม่ดี น้ำเสียงของเขาจึงหยุดชะงัก
「ที่อื่น ที่ไหน」
“จักรวรรดิเอเวอร์แบล็กครองโลกครึ่งหนึ่ง แต่จักรวรรดิกลับไม่ยอมให้ฉันยืมทหารเหรอ?”
ฉันยกไหล่ขึ้น
“งั้นก็ต้องไปยืมจากอีกครึ่งหนึ่ง จะทำยังไงได้?”
「…อย่าบอกนะ」
“ใช่ ฉันจะรวบรวมทหารตกค้างจากทุกประเทศที่จักรวรรดิเราทำลายล้าง ไปที่แนวรบทางใต้”
เฟอร์นานเดซพยายามจะพูดอะไร แต่ฉันก็ไม่ให้โอกาสเขา
“และ! โอ้ พระเจ้า! ที่น่าตื่นเต้นก็คือ! ใกล้กับแนวรบทางใต้ มีราชรัฐบริงเกอร์อยู่ไม่ไกล แค่ขี่ม้า 3 วันก็ถึงแล้วนะ?”
「……!」
“สำหรับคนที่สูญเสียเมืองหลวงไปแล้วและยังต่อสู้กันอย่างหนัก บางทีอาจจะมีใครบางคน มอบเงิน อุปกรณ์ และที่พักที่สะดวกสบายให้โดยบังเอิญก็ได้~?”
ฉันจะไม่ก่อกบฏ เพราะมันเสี่ยงเกินไป
แทนที่จะทำอย่างนั้น ฉันจะทำลายป้อมปราการที่ราชวงศ์สร้างมาอย่างแข็งขันหลายปี นั่นก็คือปฏิบัติการทำลายล้างราชรัฐบริงเกอร์
นี่คือแผนการก่อความวุ่นวายของฉัน
「แอช นาย…!」
“อยู่เฉย ๆ ก็ต้องตายอยู่แล้ว”
มันคือความคิดที่ซื่อสัตย์ที่สุด
“เพราะงั้นมีแต่ต้องทำทุกสิ่งเท่าที่ทำได้สิ”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_