- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 146. [ด่านที่ 5] ราชาแวมไพร์ (3)
◈บทที่ 146. [ด่านที่ 5] ราชาแวมไพร์ (3)
◈บทที่ 146. [ด่านที่ 5] ราชาแวมไพร์ (3)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 146. [ด่านที่ 5] ราชาแวมไพร์ (3)
(ขอแก้คุณสมบัติลบที่เวลาเห็นทองแล้ววิ่งใส่เป็น แสงทอง นะครับ)
หลังจากปลดล็อกคุณสมบัติแฝง [ถ้ำจิ้งจอก] และไม่ปิดบังความสามารถของตัวเองอีกแล้ว สถานะของจูเนียร์ก็เป็นดังต่อไปนี้
[จูปิเตอร์ จูเนียร์(SSR)]
- ระดับ : 50
- ฉายา: ไม่มี
- อาชีพ : ผู้วิเคราะห์รากฐานเวทมนตร์
- พละกำลัง 15 ความคล่องแคล่ว 17 ปัญญา 50 ความแข็งแกร่ง 13 พลังเวทมนตร์ 50 (ต่อจากนี้จะใช้คำแบบนี้นะครับ)
ใช่แล้ว ระดับ 50
จริง ๆ แล้ว จูเนียร์มีระดับมากกว่า 40 ในตอนที่มาร่วมรบที่นี่แล้ว
แค่เรียนรู้เวทมนตร์ด้วยตัวเองแบบเดี่ยว ๆ ก็ประสบความสำเร็จขนาดนี้ ความสามารถของเธอนี่เกินความคาดหมายของฉันไปมาก
และได้บรรลุระดับ 50 ในการเคลียร์ดันเจี้ยนครั้งสุดท้าย
ผ่านการเปลี่ยนอาชีพขั้นสูงสุดครั้งที่ 3 ได้รับอาชีพเฉพาะของตัวเอง - [ผู้วิเคราะห์รากฐานเวทมนตร์] พร้อมกับปลดปล่อยทักษะขั้นสูงสุด
[ทักษะที่ครอบครอง]
> ทักษะติดตัว : ผู้ควบคุมธาตุ
> ทักษะที่ 1 : ระเบิดพลังธาตุ
> ทักษะที่ 2 : หลอมรวมธาตุ
> ทักษะขั้นสูงสุด : [สลายธาตุ]
ทักษะขั้นสูงสุดที่จูเนียร์ปลดปล่อยออกมาคือ [สลายธาตุ]
หลังจากได้รับการสอนบทเรียนอย่างสาหัสจากการคำนวณย้อนกลับสูตรเวทมนตร์ของเซเลนดิออน
ได้รับแรงบันดาลใจจากตรงนั้น จูเนียร์จึงเปลี่ยนจากการ ‘เพิ่ม’ เวทมนตร์ มาเป็นการ ‘ลด’ เวทมนตร์แทน
วิเคราะห์สูตรเวทมนตร์ ลดทอนองค์ประกอบ คำนวณย้อนกลับลำดับการใช้เวทมนตร์แล้วพลิกกลับ
ลดแล้วลดไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ไปถึงจุดที่เรียกว่าอะไรนะ จากหยาง(陽) ไปยังหยิน(陰) จากความว่างเปล่า(空) ไปสู่ความว่างเปล่าลึกซึ้ง(虛)
จริง ๆ แล้วฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไร แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ผลของทักษะขั้นสูงสุดก็คือ
[สลายธาตุ] <ทักษะขั้นสูงสุดเฉพาะ ‘จูปิเตอร์ จูเนียร์’ >
- แทรกแซงธาตุเวทมนตร์ทั้งหมดรอบเป้าหมาย บังคับให้แยกตัวออกจากกัน
> เป้าหมายจะสูญเสียอำนาจควบคุมธาตุเวทมนตร์ ค่าสถานะพลังเวทมนตร์ของเป้าหมาย 1 ตัวจะลดลงต่ำกว่า 0 ลดลงได้สูงสุดถึง -99
เวทมนตร์ดีบัฟบ้า ๆ ที่ลดค่าสถานะพลังเวทมนตร์ของเป้าหมายให้ติดลบ
‘ค่าสถานะพลังเวทมนตร์คือค่าสถานะที่กำหนดปริมาณ MP สูงสุดและพลังป้องกันเวทมนตร์’
นั่นหมายความว่า ถ้าทักษะขั้นสูงสุดของจูเนียร์โดน ก็จะทำให้ MP ของศัตรูหมดลงพร้อมกับทำให้พลังป้องกันเวทมนตร์ติดลบด้วย
ถ้า MP หมดลง ก็จะถูกบังคับให้เข้าสู่สถานะ ‘ติดใบ้’ แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าไม่มี MP แล้วจะใช้ทักษะอะไรได้ล่ะ? เวทมนตร์และทักษะทั้งหมดจะถูกปิดผนึก
ถ้าพลังป้องกันเวทมนตร์ต่ำกว่า 0 ล่ะ? จะได้รับความเสียหายจริง + ความเสียหายเพิ่มเติมจากการโจมตีเวทมนตร์ทั้งหมดของฝ่ายเรา
นับว่าเป็นทักษะดีบัฟที่ใช้เฉพาะในศึกใหญ่กับบอส
‘เดิมทีวางแผนจัดการเซเลนดิออนด้วยวิธีที่ซับซ้อนและยุ่งยากกว่านี้มาก’
แต่พอจูเนียร์นำทักษะนี้มา เรื่องก็ง่ายขึ้นมาก แค่ซื้อเวลาจนจูเนียร์ใช้ทักษะนี้ก็จบ
‘แต่การซื้อเวลานั้นลำบากเหลือเกิน…….’
และสิ่งสุดท้ายที่จูเนียร์ปิดบังเอาไว้ก็คือ
- คุณสมบัติที่ติดตั้ง (3/3)
> ถ้ำจิ้งจอก
> แสงทอง (ไม่สามารถปลดได้)
> ขีดจำกัดชีวิต (ไม่สามารถปลดได้)
นั่นแหละ
คุณสมบัติเชิงลบ [ขีดจำกัดชีวิต]
[ขีดจำกัดชีวิต]
- ชีวิตเหลือไม่มากแล้ว
- เวลาที่เหลือ : 1 ปีหรือน้อยกว่า
※ ยิ่งได้รับความเสียหายทางกายภาพ เวลาที่เหลือก็จะยิ่งลดลง
1 ปีหรือน้อยกว่า…….
จูเนียร์จะตายภายใน 1 ปีข้างหน้า ยิ่งกว่านั้น เวลาที่เหลือก็จะลดลงทุกครั้งที่เธอฝืนร่างกาย
ทักษะที่หนักหน่วงอย่างทักษะขั้นสูงสุดยิ่งจะกัดกร่อนชีวิตของเธอเข้าไปอีก
แต่ว่า
กว๊าาาาาา!
จูเนียร์กำลังใช้ทักษะขั้นสูงสุดอยู่
ฉันได้แต่เฝ้าดูเธอด้วยความภาคภูมิใจปนสงสาร
***
“ฮือ…….”
จูเนียร์ลืมตาขึ้น
ตัวละครที่ได้เลเวล 50 หรือที่เรียกกันว่า ‘ผู้รู้แจ้ง’ จะมีลวดลายเฉพาะตัวปรากฏขึ้นที่ไหนสักแห่งบนร่างกาย
และใช้ลวดลายนั้นแสดงทักษะขั้นสูงสุดของตัวเอง
ลวดลายของจูเนียร์ปรากฏขึ้นที่หลังมือซ้าย
เธอยกแขนซ้ายที่ถูกไฟไหม้ขึ้นมาอย่างเย่อหยิ่ง ผมถูกพายุพัดปลิวไปจนเห็นใบหน้าด้านซ้าย
“แกบอกว่าอยากตายใช่ไหม ราชาแวมไพร์?”
จูเนียร์กำลังปลดปล่อยท่าไม้ตายที่เธอปลดปล่อยออกมา
“เพราะมีชีวิตอมตะ? เพราะเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่? เฮ้ ฉันขอร้องจริง ๆ นะ อย่ามาทำตัวงี่เง่าเลย”
《……!》
แม่มดที่มีขีดจำกัดชีวิตตะคอกใส่ปีศาจอมตะ
“ฉันอยากมีชีวิตอยู่ อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปอีกสักวัน แต่ถ้าฉันนอนเฉย ๆ อยู่ในห้องแล้วรอวันตาย อะไรจะเปลี่ยนไปบ้างล่ะ?”
จูเนียร์หัวเราะเหมือนสุนัขจิ้งจอก ทั้งที่เลือดไหลออกจากจมูกและปากไม่หยุด
“เลยตัดสินใจแล้ว ถ้าชีวิตสั้นขนาดนี้ ก็จะเผาผลาญมันให้หมดไปจนถึงนาทีสุดท้าย”
ชีวิตเหมือนกับเปลวไฟ
ถึงแม้จะอาเจียนเลือด ถึงแม้จะกลิ้งไปในโคลน
ถึงแม้ใบหน้าซ้ายและร่างกายทั้งตัวจะถูกไฟไหม้ ถึงแม้จะถูกเผาจนเหลือแต่เถ้าถ่าน
ก็ยอม
“ฉันอยากมีชีวิตอยู่ถึงตาย! ฉันจะทิ้งหลักฐานที่ฉันมีชีวิตอยู่ไว้บนโลกใบนี้ ด้วยการฆ่าตัวฉันเอง!”
การมีชีวิตอยู่เป็นเรื่องที่ยากลำบาก
การมีชีวิตอยู่ด้วยการฝืนทนยิ่งยากลำบากกว่า
แต่ความเจ็บปวดที่เวทมนตร์เผาผลาญร่างกายนั้น กลับเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจูเนียร์มีชีวิตอยู่
เพราะฉะนั้น จูเนียร์จึงหัวเราะอย่างสดใส ขณะที่เธอเผาผลาญชีวิตตัวเองเพื่อสร้างเวทมนตร์ขั้นสูงสุด
“นี่แหละ ราชาแวมไพร์ แกอาศัยดูดเลือดคนอื่นเพื่อยืดชีวิตอันน่าเวทนาของตัวเองใช่ไหม?”
《ฮึ่ก…….》
“ฉันจะพิสูจน์ให้เห็น ถึงแม้เลือดหยดสุดท้ายในร่างกายนี้จะถูกอาเจียนออกมาหมดแล้วก็ตาม แม่มด จูปิเตอร์ จูเนียร์เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ และมีชีวิตอยู่สั้น ๆ แต่ก็ดีมากพอแล้ว”
แว๊บ-!
เวทมนตร์เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย จูเนียร์กัดฟันแล้วตะโกนอย่างยากลำบาก
“และนี่แหละคือหลักฐานแห่งชีวิตของฉัน-!”
เซเลนดิออนกัดฟันมองดูทักษะขั้นสูงสุดของจูเนียร์ที่กำลังก่อตัวขึ้นบนอากาศ
《อย่ามาตลก》
ระหว่างนี้ เซเลนดิออนก็ไม่ได้นิ่งดูดาย
เวทมนตร์โลหิตคือทักษะเด่นของเซเลนดิออน สามารถทำให้เวทมนตร์ของฝ่ายตรงข้ามเป็นโมฆะได้ด้วยการคำนวณย้อนกลับสูตรเวทมนตร์
แค่เห็นก็สามารถวิเคราะห์เวทมนตร์ของฝ่ายตรงข้ามแล้วเปลี่ยนให้เป็นศูนย์ได้
เซเลนดิออนพยายามทำแบบนั้นอยู่ตลอดเวลา
แต่ [สลายธาตุ] ที่จูเนียร์กำลังใช้ เป็นเวทมนตร์ที่ใช้หลักการคำนวณย้อนกลับถึงขีดจำกัด
การคำนวณย้อนกลับสูตรเวทมนตร์ของเซเลนดิออนใช้ไม่ได้ผล
เมื่อรู้ตัว เซเลนดิออนก็รีบยื่นแขนซ้ายออกไปข้างหน้า
《คนอย่างฉัน เซเลนดิออนผู้นี้ จะไปแสดงท่าทางอ่อนแอให้เวทมนตร์ที่ฉันคิดค้นขึ้นมาเห็นหรือไง-!》
ถึงแม้ร่างกายจะถูกเสาเหล็กตรึงอยู่ แต่ก็ยังสามารถใช้เวทมนตร์โจมตีได้
ลวดลายเวทมนตร์โลหิตปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเซเลนดิออน กระแสเลือดสีแดงที่เย็นยะเยือกพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของราชาแวมไพร์
กว๊าาาาา-!
แอช ผู้บัญชาการฝ่ายมนุษย์ที่กำลังเฝ้าดูอยู่ตะโกนขึ้น
“ป้องกัน! ใช้ทุกวิถีทางเพื่อปกป้องจูเนียร์!”
ตามคำสั่งนั้น เอวานเจลีนเป็นคนแรกที่ใช้ร่างกายตัวเองรับเวทมนตร์โลหิตของเซเลนดิออน
“อ๊ากกกก-!”
โดยไม่สนใจบาดแผลที่ได้รับมา เอวานเจลีนยอมทุ่มเทร่างกายไปยังพายุเวทมนตร์โลหิต
โล่ของเธอรุ่งริ่งไปหมดแล้ว เลยต้องใช้โล่ของทหารคนอื่นที่เก็บมาจากพื้นแทน
ปั๊ก!
“อ๊ากกก!”
ทนได้เพียงชั่วครู่ โล่ก็แตกกระจาย
เอวานเจลีนกระเด็นไปหลายสิบเมตร แล้วไปกระแทกกับมุมกำแพง
เวทมนตร์โลหิตที่พุ่งตามมา ถูกหยุดไว้โดยลูคัส
“ฮึ่บ-!”
ลูคัสกลั้นหายใจแล้ววิ่งเข้าไป ยื่นดาบยาวเงินศักดิ์สิทธิ์ออกไปข้างหน้า
แคร๊ง-!
ดังเหมือนเสียงดาบชนดาบ
คมดาบยาวเงินศักดิ์สิทธิ์ฟันเวทมนตร์โลหิตออกเป็นสองข้าง ลูคัสกัดฟันรับเศษฝุ่นสีเลือดไว้ทั่วร่างกาย
แต่ดาบยาวไม่ใช่เกราะป้องกัน
ถึงจะป้องกันได้ชั่วครู่ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันเวทมนตร์ของศัตรูได้อย่างต่อเนื่อง สุดท้ายกระแสเลือดสีแดงก็ปกคลุมดาบและลูคัส
ฟิ้ววว!
“ครึก!”
ลูคัสทนรับความเสียหายที่เกือบถึงตาย แล้วจึงกลิ้งหลบไปข้าง ๆ
นั่นเป็นเพราะเขามีทักษะติดตัว [บุรุษเหล็ก] ที่ป้องกันการตายทันที
แคร๊ง!
พุช! พุช!
ในขณะนั้น ดาบเวทมนตร์ของแอชและลูกธนูของดาเมียนก็พุ่งเข้าใส่เซเลนดิออนพร้อมกัน
เลือดกระเซ็น แขนซ้ายของเซเลนดิออนถูกหั่นเป็นชิ้น ๆ
ไม่มีเวลาที่จะฟื้นฟู เซเลนดิออนกัดฟันแล้วยื่นแขนขวาไปข้างหน้า
《ยังไม่จบ-!》
กว๊าาาาา!
ลวดลายเวทมนตร์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง กระแสเลือดสีแดงพุ่งออกมา
เวทมนตร์โลหิตของเซเลนดิออนพุ่งเข้าใส่แอชและดาเมียนก่อน
แอชรีบอัญเชิญป้อมปืนป้องกันอัตโนมัติ เพื่อป้องกัน แต่ป้อมปืนก็ถูกเวทมนตร์ทำลายไประหว่างที่กำลังอัญเชิญ
ฟิ้วว!
แอชและดาเมียนที่ถูกแรงระเบิดกระแทก ก็ล้มลงไปโดยไม่ทันได้ร้องออกมาด้วยซ้ำ
เซเลนดิออนหันเป้าหมายไปที่จูเนียร์อีกครั้ง แต่มีคนอื่นมายืนขวางทางเอาไว้แล้ว
ฉึก! ฉึก!
ปาร์ตี้เสริมของลิลลี่และมาร์เกอริต้า 10 คน
พวกเขาจับถุงมือโกเลมไว้เป็นโล่ แล้วกางออกไปข้างหน้า
“ระบบป้องกันขีปนาวุธเวทมนตร์ สิ่งประดิษฐ์โบราณ เริ่มใช้งาน!”
ลิลลี่เปิดสิ่งประดิษฐ์โบราณป้องกัน พร้อมกับมาร์เกอริต้าที่ใช้เวทมนตร์โล่
“ขอพรแห่งแสงสว่างปกปักษ์แก่ทุกท่าน-!”
เวทมนตร์โล่หนา ๆ ปกคลุมร่างกายของปาร์ตี้เสริม 10 คน
เวทมนตร์โล่ ระบบป้องกันขีปนาวุธเวทมนตร์สิ่งประดิษฐ์โบราณ ทั้งยังโล่ถุงมือโกเลม
ปาร์ตี้เสริมเตรียมการป้องกันอย่างแน่นหนา แล้วเวทมนตร์โลหิตของราชาแวมไพร์ก็พุ่งเข้าใส่
คูวากว้าง-!
“เคอฮัก?!”
“กรี๊ด!”
สมาชิกปาร์ตี้เสริมอาเจียนเลือดแล้วกระเด็นออกไปเหมือนหมุดโบว์ลิ่ง
เมื่อควันเลือดจางหายไป สมาชิกปาร์ตี้เสริมที่เหลือก็ล้มลงหมดแล้ว เหลือเพียงลิลลี่คนเดียวที่ยืนอยู่โดยยกแขนทั้งสองข้างขึ้น
ด้านหน้าลิลลี่มีกำแพงไฟที่กำลังจะดับอยู่
“หมด…แล้ว……”
ตุบ!
แต่หลังจากนั้นลิลลี่ก็หมดสติแล้วล้มลงไปข้างหน้า
เหลือเวลาไม่ถึงสิบวิแล้ว เวทมนตร์ของจูเนียร์จะเสร็จสมบูรณ์
เซเลนดิออนพังเสาเหล็กครึ่งหนึ่งแล้วลุกขึ้น แล้วเตรียมจะใช้เวทมนตร์ด้วยแขนขวาอีกครั้ง
ในขณะนั้น
“รอจังหวะนี้มานานแล้ว ไอ้แวมไพร์-!”
นักล่ารุ่นเก๋าสามคน ที่รอโอกาสอยู่ พุ่งเข้าใส่เซเลนดิออน
พวกเขาเป็นทหารผ่านศึกที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เซเลนดิออนพยายามจะไม่สนใจ
แต่ว่า
《……!》
เมื่อเห็นอาวุธที่พวกเขาถืออยู่ เซเลนดิออนก็ต้องป้องกัน
นักล่ารุ่นเก๋าสามคน ถือมีดเงินสีเขียวอมฟ้า เปลวไฟสีเขียวอมฟ้า และแผ่นหินจารึกอักษรโบราณ
“หน้าคุ้น ๆ นะ ไอ้ปีศาจตัวน้อย!”
“เงินจันทรา เปลวไฟที่ชำระล้างความชั่วร้าย และคำสาปเวทมนตร์โบราณ!”
“เราเอามาเพื่อฆ่าแก-!”
เป็นอาวุธที่มนุษย์โบราณใช้ต่อสู้กับแวมไพร์
เป็นอาวุธที่เซเลนดิออนเคยกังวลว่าอาจจะมี ตอนที่เห็นกำแพงครอสโรดครั้งแรก
นักล่ารุ่นเก๋าเป็นกลุ่มทหารรับจ้างที่แค้นแวมไพร์ พวกเขาเตรียมอาวุธนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว
《ฮึ่ก-?!》
เซเลนดิออนไม่มีทางเลือก ต้องใช้เวทมนตร์ที่กำลังก่อตัวขึ้นที่มือขวาโจมตีพวกเขา
เปรี้ยงงง!
นักล่ารุ่นเก๋าทั้งสามคนถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ พร้อมกับการระเบิดที่น่าสยดสยอง
เซเลนดิออนเบิกตาโพลง เวทมนตร์ของจูเนียร์จะเสร็จสมบูรณ์ในอีกไม่กี่วินาที
‘ฉันสามารถหยุดได้!’
ไม่มีเวลาที่จะลังเลแล้ว เซเลนดิออนเบิกตาโพลง แล้วสร้างลวดลายเวทมนตร์ขึ้นมาตรงหน้า
ฉ่าาาา-!
ลวดลายเวทมนตร์โลหิตหลายสิบอันปรากฏขึ้นตรงหน้าเซเลนดิออนในทันที แล้วกระสุนโลหิตหลายร้อยนัดก็พุ่งออกมา
ด้านหน้าจูเนียร์ว่างเปล่า ไม่มีใครมาปกป้องจูเนียร์อีกแล้ว
เซเลนดิออนยิ้มอย่างที่ได้เปรียบ
***
‘แสงทอง’ มักจะไล่ตามสิ่งที่เปล่งประกาย
***
เลยทำให้จูปิเตอร์วิ่งเข้าไป
เพราะสิ่งที่เปล่งประกายที่สุดในโลกใบนี้ อยู่ที่นั่น
***
“อย่าแตะต้อง…….”
ฉ่าก-!
จูปิเตอร์ที่เข้ามาขวางหน้าจูเนียร์ตะโกน พร้อมกับปล่อยสายฟ้าลงมา
“อย่าแตะต้องสมบัติของฉัน-!”
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว เปรี้ยงงง!
กระสุนโลหิตหลายร้อยนัดและสายฟ้าชนกัน เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_