- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 145. [ด่านที่ 5] ราชาแวมไพร์ (2)
◈บทที่ 145. [ด่านที่ 5] ราชาแวมไพร์ (2)
◈บทที่ 145. [ด่านที่ 5] ราชาแวมไพร์ (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 145. [ด่านที่ 5] ราชาแวมไพร์ (2)
เซเลนดิออนใช้พลังชีวิตที่สะสมมาจากลูกน้องที่ตายไปหมดแล้ว
แต่กองทัพของมันก็เอาชีวิตทหารของเราไปพอสมควรบนกำแพง ประมาณร้อยห้าสิบกว่าคน
ฉันนึกถึงชื่อของคนที่ตายไป รวมถึงใบหน้าของโอลด์เกิร์ลและสกัลที่ตายไปเมื่อครู่ด้วย
ฉันกำหมัดแน่น
……ยังไงก็ตาม ตอนนี้เซเลนดิออนมีพลังชีวิตเหลือประมาณร้อยห้าสิบกว่าชีวิต
มันใช้พลังชีวิตนี่แหละ ชุบชีวิตตัวเองขึ้นมาใหม่
《นานแล้วนะที่ได้ไปเยือนนรก》
ร่างกายของมันไม่มีแผลเหลืออยู่เลย เซเลนดิออนขยับร่างกายไปมาอย่างคล่องแคล่ว
《ถึงจะเป็นที่ที่อยากกลับไปเยี่ยมเยียนเสมอ แต่ดูอย่างที่เห็นสิ มันก็ไม่ใช่ร่างกายที่ล้มง่าย ๆ หรอกนะ》
“พอได้แล้วเรื่องนรกน่ะ……”
ขณะที่มันฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างใจเย็นและเตรียมพร้อม
พวกเราก็เตรียมพร้อมเช่นกัน
ลูคัสและเอวานเจลีนยืนอยู่ข้างหน้าฉันอย่างมั่นคง ดาเมียนวางหน้าไม้และปืนคาบศิลาเรียงรายอยู่บนพื้น เตรียมพร้อมสำหรับการยิง
ศพของพวกเราที่ตายไปอยู่รายล้อม ฉันกัดฟันแน่น
เพื่อคนที่ตายเพื่อฉัน ฉันจะแพ้ไม่ได้
“ฉันมีคำถามเดียว ราชาแวมไพร์”
《หือ?》
“แกไม่ชุบชีวิตลูกน้องของแกเหรอ?”
ฉันถามเซเลนดิออนที่ยืนอยู่คนเดียว
“ด้วยจำนวนพลังชีวิตที่แกมีตอนนี้ น่าจะชุบชีวิตลูกน้องแกได้นะ”
《ตอนนี้ฉันเหลือพลังชีวิตอยู่ร้อยห้าสิบสามหน่วย》
มันพูดราวกับกำลังตรวจสอบสินค้าคงคลังในโกดัง หรือกำลังเขียนรายงานการรับ-จ่ายในเอกเซล
มันพูดถึงชีวิตที่มันแย่งมาอย่างไม่ใส่ใจ
《ถึงจะชุบชีวิตได้ แต่ก็ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ ที่สำคัญ พวกมันอ่อนแอเกินไป ใช้พลังชีวิตที่มีอยู่ทั้งหมดเป็นกำลังรบของฉันเอง มันจะแข็งแกร่งกว่า》
“……อย่างนั้นเหรอ ถ้าแกแข็งแกร่งถึงขั้นหยิ่งยโสโอหังขนาดนั้น ก็หมายความว่าการต่อสู้เพียงลำพังโดยปราศจากลูกน้องมันดีกว่าสินะ”
《ฉันรักกองทัพของฉัน รักจริง ๆ แต่ความรักกับประสิทธิภาพมันเป็นคนละเรื่องกัน ลูกน้องฉันร้อยห้าสิบสามคนกับฉันอีกหนึ่งร้อยห้าสิบสามคน น้ำหนักมันไม่เท่ากันหรอก》
ตุ้บ… ตุ้บ…
มันเดินเข้ามาหาฉันอีกครั้งด้วยร่างกายที่ฟื้นฟูสมบูรณ์แล้ว
《งั้นฉันก็จะสู้คนเดียว ฉันจะรอดคนเดียว และฉันจะทำลายโลกคนเดียว ค่อยมาชุบชีวิตพวกมันทีหลังก็ได้》
ฉันหยิบไม้เท้าจากอกเสื้อขึ้นมา
ดาบเวทมนตร์สามเล่มลอยขึ้นมาหมุนวนอยู่ด้านหลังฉัน
“การตัดสินใจครั้งนั้นจะเป็นจุดจบของแก ราชาแวมไพร์”
《โอ้ มนุษย์อย่างนายจะฆ่าฉันได้ถึงร้อยห้าสิบสามครั้งเชียวเหรอ?》
(ฮ่า ฮ่า)
จากนั้น ฉันก็เปลี่ยนเรื่องทันที
“ก่อนจะสู้กันใหม่ ฉันจะบอกแกไว้ก่อน เซเลนดิออน แกเป็นคนโกหก”
《หืม? ฉันน่ะเหรอ?》
“แกบอกว่าอยากตายมาหลายครั้งแล้ว แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องโกหกป่าว ๆ ใช่ไหม?”
ฉันตำหนิมันอย่างรุนแรง
“แกแค่ต้องการความตื่นเต้นที่ใกล้เคียงกับความตายในที่ปลอดภัยเท่านั้น…… จริง ๆ แล้วแกเป็นคนขี้ขลาดที่กลัวความตายมากที่สุดต่างหาก ไม่ใช่เหรอ?”
แม้จะกระโดดจากที่สูง แต่ถ้ามีเชือกนิรภัยอยู่ นั่นก็ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แต่เป็นบันจี้จัมป์
ไอ้พวกนี้ก็เหมือนกัน มันแค่ต้องการความตื่นเต้นจากความตาย แต่จริง ๆ แล้วมันยึดติดกับชีวิตมากกว่าใคร ๆ
“แกกักตุนชีวิตไว้หลายร้อยหน่วย ใช้ชีทโค้ด เล่นเกมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความตาย แล้วก็พูดว่า เบื่อเกมแล้วอยากเลิกเล่น~ ฉันโมโหจริง ๆ นะ”
คนที่เอาเลือดของคนอื่นมาต่อชีวิตตัวเอง มันไม่มีทางอยากตายหรอก
แวมไพร์โดยธรรมชาติแล้ว คือเทพแห่งความรักตัวเอง
“แกน่ะยึดติดกับชีวิตมากกว่าใคร ๆ นั่นแหละคือพวกแก แวมไพร์ ไม่ใช่เหรอ?”
《…….》
ถึงจะไม่ได้เข้าใจทุกคำที่ฉันพูด แต่ดูเหมือนมันจะเข้าใจความหมายโดยประมาณ
สีหน้าของเซเลนดิออนแสดงความไม่พอใจเป็นครั้งแรก
《พูดไปเถอะมนุษย์ มนุษย์ผู้มีอายุขัยจำกัดอย่างแกจะเข้าใจความทุกข์ทรมานจากการมีชีวิตอมตะได้ยังไงกัน?》
“ฉันไม่รู้หรอก ฉันก็ไม่สนใจ แต่ฉันรู้เรื่องนึง”
ฉันโบกไม้เท้าที่ถืออยู่ ตีไหล่ลูคัส เอวานเจลีน และดาเมียนคนละที
[ได้รับบัฟขั้นสูง!]
[ลูคัส(SSR) ได้รับบัฟ ‘ลดความเสียหายทั้งหมดลง 25% เป็นเวลา 3 นาที’ ]
[ได้รับบัฟขั้นสูงสุด!]
[เอวานเจลีน (SSR) ได้รับบัฟ ‘ฟื้นฟูพลังชีวิต 3% ต่อวินาที เป็นเวลา 3 นาที’ ]
[ได้รับบัฟขั้นต่ำ!]
[ดาเมียน(N) ได้รับบัฟ ‘เพิ่มอัตราการทะลุทะลวงทางกายภาพ 10% เป็นเวลา 3 นาที’ ]
“แกมันน่ารำคาญ วันนี้ไม่ว่าจะร้อยห้าสิบครั้งหรือพันห้าร้อยครั้งก็ตาม แกจะต้องตายที่นี่ และจะได้พบกับจุดจบที่แกปรารถนานั่นแหละ”
ฉันยิ้มเยาะ หลังจากดูรายการบัฟแบบสุ่มที่โผล่มา
“ขอบคุณล่วงหน้าก็ได้นะ เซเลนดิออน”
ฉันชี้ไม้เท้าไปข้างหน้า
“ไม่รู้ว่าวันเกิดแกเป็นวันไหน แต่ฉันจะเตรียมของขวัญวันตายให้แกอย่างเต็มที่วันนี้!”
ดาบเวทมนตร์ของฉันพุ่งออกไป และในขณะเดียวกัน พวกเราและเซเลนดิออนก็ปะทะกันอีกครั้ง
***
ปาร์ตี้หลักของฉัน ประกอบไปด้วยเหล่าตัวละครผู้กล้าที่แข็งแกร่งที่สุดที่ฉันมีอยู่
พวกเขาแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีกจากการฝึกฝนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงขั้นที่สามารถต่อกรกับเซเลนดิออนได้ด้วยปาร์ตี้เดียว
แต่ก็มีข้อจำกัด
ไม่ว่าจะอัพเกรดค่าสถานะแค่ไหน การฆ่าปีศาจระดับจ้าวให้ได้ถึงร้อยห้าสิบครั้งมันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
ไม่ใช่แค่ร้อยห้าสิบ หลังจากนั้นก็ฆ่าไม่ได้อีกเลย
สุดท้ายกลยุทธ์ของเราจึงเน้นไปที่การยืดเวลา แต่เมื่อบัฟหมดลงในอีก 3 นาที เราก็ถึงขีดจำกัด
ที่สำคัญ เซเลนดิออนมุ่งเป้ามาที่ฉันโดยเฉพาะ
พวกพ้องในทีมต้องต่อสู้เพื่อปกป้องฉัน และกลยุทธ์นี้จะทำให้จุดอ่อนปรากฏขึ้น
ฉับ-!
เซเลนดิออนยิงเวทมนตร์โลหิตใส่ฉัน
“ฮึก?!”
ฉันเหนื่อยล้า หลบไม่ทัน เอวานเจลีนยกโล่ขึ้นมาบังฉันไว้
กึก ๆ ๆ !
“อาาาาา!”
เอวานเจลีนร้องด้วยความเจ็บปวด หลังจากถูกเวทมนตร์โลหิตโจมตี และล้มลงไปกองกับพื้น
เนื่องจากการป้องกันไม่สำเร็จ เซเลนดิออนจึงกระโจนใส่ฉัน
ฟุช! ฟุช!
ลูกธนูเงินศักดิ์สิทธิ์พุ่งเข้ามาทันที
ตุบ!
เซเลนดิออนหมุนตัวกลางอากาศ ใช้มือข้างเดียวจับธนูสองดอก แล้วชูมืออีกข้างขึ้น
《นักแม่นปืน นายนี้ช่างกวนประสาทจริง ๆ !》
เวทมนตร์โลหิตพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของมัน ดาเมียนเหนื่อยล้าจากการยิงต่อเนื่อง ไม่มีทางหลบได้
“เซฟ…… !”
เอวานเจลีนที่ล้มลงไป กระโจนขึ้นมาอีกครั้ง ใช้โล่รับเวทมนตร์โลหิตเอาไว้
ท่าทางคล้ายกับลิเบอโร่ในกีฬาวอลเลย์บอลที่รับลูก
กึก ๆ ๆ !
ควันเลือดพวยพุ่งออกมา เอวานเจลีนก็ร่วงลงไปเหมือนลูกโป่งที่เชือกขาด
ดาเมียนที่โดนแรงระเบิดไปด้วย ก็ร้องโหยหวนแล้วล้มลงไป
“แฮ่กกก-!”
ลูคัสพุ่งเข้าใส่เซเลนดิออนอย่างดุร้าย
ดาบยาวฟาดฟันอย่างดุเดือด
เซเลนดิออนหลบคมดาบได้อย่างหวุดหวิด และทำหน้าราวกับรำคาญ
ฟุบ!
มันรับดาบเอาไว้ด้วยตัวเอง
เลือดไหลทะลักออกมาจากหน้าอกที่ถูกแทงด้วยดาบ คมดาบของลูคัสสร้างบาดแผลแกนวิญญาณของมันอีกครั้ง
แต่เซเลนดิออนไม่สนใจ มันวางมือลงบนหน้าอกของลูคัส
หลังจากต่อสู้กับเบต้า เกราะอกของลูคัสแตกเสียหาย ตอนนี้มันชำรุดยับเยินมากแล้ว
เมื่อมือของเซเลนดิออนแตะต้องหน้าอกของมัน ใบหน้าของลูคัสแสดงความสิ้นหวัง
“เวร ซวยแล้ว-”
ปังงงง-!
เกิดการระเบิดครั้งใหญ่
เป็นการโจมตีระยะประชิดด้วยเวทมนตร์โลหิต ลูคัสอาเจียนเลือดแล้วล้มลงไปไกล
《ก็ใช้ได้อยู่นะ……》
เนื่องจากใช้การโจมตีระยะประชิด แขนของเซเลนดิออนแหลกเหลว เมื่อครู่แกนวิญญาณถูกดาบเงินศักดิ์สิทธิ์บาด
แต่แค่นั้นเอง มันใช้พลังชีวิตอีกหน่วยแล้วฟื้นฟูตัวเอง
เซเลนดิออนที่ฟื้นตัวจากบาดแผลทันที ทำท่าสงสัยแล้วเดินเข้ามาหาฉัน
《แค่เนี่ยเองเหรอ ถึงกับตะโกนลั่นขนาดนั้นเชียว?》
“…….”
《ถ้ายังมีอะไรเหลือ รีบเอามาโชว์เลยสิ ตอนนี้ไม่มีใครคอยปกป้องนายแล้ว》
เซเลนดิออนเผยเขี้ยวออกมา คุกเข่าลงตรงหน้าฉัน
ดูเหมือนมันอยากดื่มเลือดฉันมาก ๆ น้ำลายไหลออกมาจากเสียงของมัน
“อยากดูโชว์งั้นเหรอ?”
ฮึ
ฉันยิ้มขึ้น
“รอแค่ 3 วินาที มันกำลังตกลงมาจากฟ้าอยู่”
《ฉันเริ่มเบื่อความโอ้อวดของนายแล้ว แอช……》
เซเลนดิออนไม่สนใจแล้ว มันยื่นหน้าไปที่คอของฉัน
《ฉันจะกินนายให้หมด นายจะกลายเป็นบริวารของฉัน》
***
แวมไพร์ใช้พลังชีวิตที่แย่งมาจากผู้อื่นเป็นพลังงาน
ถ้าไม่ฆ่าศัตรูในสนามรบเพื่อดูดเลือด พลังของแวมไพร์ที่ใช้พลังงานมหาศาลก็จะหมดลงในไม่ช้า
ดังนั้นแวมไพร์จึงต้องเปลี่ยนเป้าหมายให้เป็นแวมไพร์ให้ได้เสมอ
นั่นคือรูปแบบของมันตามปกติ
***
ปั๊วะ-!
《……?》
เซเลนดิออนก้มลงมองหน้าอกของตัวเองอย่างงง ๆ หลังจากได้ยินเสียงทื่อ ๆ
เสาเงิน…… ทะลุหน้าอกของมันออกมา
《หะ?》
เซเลนดิออนหันหลังกลับไปช้า ๆ
นั่นคือเสาเงินขนาดใหญ่
เสาเงินที่ตกลงมาจากฟ้า แทงทะลุคอ หลัง และหน้าอกของมัน จนฝังลงไปในพื้น
“โทษทีนะครับ……”
ก็อตแฮนด์หอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า พูดกับฉันอย่างยากลำบาก
บอดี้แบ็กที่ดูเหมือนจะตายอยู่แล้ว นอนอยู่ข้าง ๆ
โดยใช้เงินที่ได้จากการทำเป็นตาข่าย และอาวุธเงินที่รวบรวมมาจากสนามรบ
ก็อตแฮนด์ทำเป็นเสาเงินขนาดใหญ่ และบอดี้แบ็กใช้พลังจิตยกมันขึ้นไปบนอากาศ แล้วโยนลงมาในจังหวะที่เหมาะสม
แวมไพร์จะประมาทในช่วงเวลาก่อนที่จะทำให้คนอื่นกลายเป็นแวมไพร์ เหมือนกับสุภาษิตที่ว่า "ถึงแม้จะเป็นหมา ก็จะไม่กัดตอนกินข้าว"
ถึงจะเป็นจังหวะที่หวุดหวิด แต่สุดท้ายก็สามารถจับมันได้
“นี่แหละคือวิธีรับมือแวมไพร์แบบดั้งเดิม ปักเสาลงในอก โล่งใจไหมล่ะ?”
《ทำได้น่ารักดีนะ…… แล้วไงต่อ?》
ถึงแม้จะถูกเสามัดไว้ แต่แน่นอนว่า ราชาแวมไพร์ยังไม่ตาย
《นี่มันแค่เกมเด็ก ๆ จะทำอะไรได้ล่ะ?》
เปรี๊ยะ… เปรี๊ยะ
เสาเงินกำลังแตกร้าวอยู่ ไม่นานเซเลนดิออนก็จะทำลายเสาแล้วออกมา
ฉันลุกขึ้นอย่างยากลำบาก แล้วคำรามใส่หน้ามัน
“ใช่ นี่มันแค่เกมเด็ก ๆ …… แต่ทั้งหมดนี้เป็นแผนเพื่อยืดเวลา”
《อะไรนะ?》
นั่นคือจังหวะนั้น
หวูวววว-!
อากาศรอบตัวเปลี่ยนไป พลังเวทมนตร์มหาศาลพุ่งเข้ามาที่กำแพงด้านหนึ่ง เกิดพายุหมุนขนาดใหญ่
เซเลนดิออนมองไปทางนั้นด้วยความตกใจ ฉันก็ยิ้มมุมปากมองไปทางนั้นเช่นกัน
จูเนียร์ยืนอยู่ที่นั่น
ยกมือขึ้น ยกพลังเวทมนตร์หลายสีไว้เหนือหัว
“จูเนียร์!”
ฉันตะโกนเสียงดัง
“ฉันรอจนจะตายอยู่แล้ว! ยังไม่เสร็จอีกเหรอ-!”
“……เสร็จแล้วค่ะ อีก 30 วินาที”
ดูเหมือนจะเป็นเวทมนตร์ที่ซับซ้อนมาก รูนเวทมนตร์ที่พันกันยุ่งเหยิง แค่ดูก็เวียนหัวแล้ว
จูเนียร์พยักหน้า ขณะกำลังเสร็จเวทมนตร์
“30 วินาที ฉันจะกำจัดปีศาจตัวนั้นได้”
เซเลนดิออนที่รู้ตัวว่าเป็นเวทมนตร์อะไร เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ
《เวทมนตร์นั่น……!》
เซเลนดิออนตะโกนเสียงดัง
《……มันเป็นของฉันไม่ใช่เหรอ?!》
จูเนียร์พยักหน้าอย่างยินดี
“หลังจากโดนเวทมนตร์ของแกสวนกลับในวันนั้น ฉันก็พยายามทำให้มันเป็นของฉัน สุดท้ายก็สำเร็จ ยังไม่ได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์กับสมาคมเวทมนตร์แห่งทวีป แต่ฉันจะทำเร็ว ๆ นี้”
ใบหน้าของเซเลนดิออนบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ
《แก ไอ้คนต่ำต้อย! กล้าดียังไงมาขโมยเวทมนตร์ลับของเผ่าพันธุ์โลหิตเรา!》
“ค่ะ ๆ ไม่ใช่การให้เกียรติ เป็นการลอกเลียนแบบ แต่ฉันต้องพูดอย่างนี้”
จูเนียร์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ขณะที่เลือดไหลออกมาจากจมูกและปาก
“เวทมนตร์ของแกเจ๋งมากนะ ไอ้ยุงตัวน้อย”
เซเลนดิออนอ้าปากค้าง
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_