- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 144. [ด่านที่ 5] ราชาแวมไพร์
◈บทที่ 144. [ด่านที่ 5] ราชาแวมไพร์
◈บทที่ 144. [ด่านที่ 5] ราชาแวมไพร์
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 144. [ด่านที่ 5] ราชาแวมไพร์
สิบสองชั่วโมงก่อน
คืนก่อนเริ่มด่านที่ 5
ตอนที่ฉันกำลังคิดกลยุทธ์อย่างหนัก จูเนียร์ก็มาหาฉันพร้อมกับบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะพูด
“ฝ่าบาท ฉันยังปิดบังบางเรื่องไว้... ฝ่าบาทรู้ไหมคะ?”
ฉันพยักหน้า
ความสามารถพิเศษของจูเนียร์ [ถ้ำจิ้งจอก]
ความสามารถพิเศษที่ปิดบังค่าสถานะของตัวเอง
[ถ้ำจิ้งจอก]
- มันจะสร้างทางหนีทีไล่เสมอ เพื่อเตรียมการรับมือสุดท้าย มันจะปกปิดความสามารถของตัวเองจากศัตรู
ตั้งแต่แรก จูเนียร์ก็มีคุณสมบัตินี้ ทำให้ยากที่จะประเมินค่าสถานะที่แท้จริงได้
“อย่างที่คิด ฝ่าบาทคงรู้แล้วล่ะค่ะ”
จูเนียร์ยิ้มอย่างขมขื่น แล้วค่อย ๆ ถอดถุงมือออกจากมือซ้าย
ฝ่ามือซ้ายที่เผยออกมาให้เห็นนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลไหม้จากตอนเด็ก และมีลวดลายเวทมนตร์ที่ชัดเจนปรากฏอยู่
ฉันเบิกตาโพลง
“นี่มัน……”
“ถ้าเป็นฝ่าบาท ก็คงรู้แล้วใช่ไหมคะ?”
ฉันพยักหน้าอย่างอึ้ง จูเนียร์สวมถุงมือกลับเข้าไป
“ครั้งก่อนฉันบอกฝ่าบาทว่าฉันแสดงความสามารถทั้งหมดแล้ว แต่เป็นคำโกหก ฉันยังปิดบังอีกขั้นไว้”
“…….”
“แต่ตอนนี้ฉันจะไม่ปิดบังอีกแล้วค่ะ”
ฉันเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ เพื่อตรวจสอบค่าสถานะของจูเนียร์
ระดับที่แท้จริงของจูเนียร์ ทักษะที่แท้จริง และความสามารถพิเศษที่แท้จริง……
ฉันถอนหายใจเบา ๆ
“……การที่เธอแสดงสิ่งที่เธอปกปิดไว้นี้ให้ฉันดู หมายความว่าเธอพร้อมแล้วใช่ไหม?”
“ค่ะ เพิ่งเสร็จเรียบร้อยค่ะ”
จูเนียร์ยิ้มบาง ๆ
“ทั้งทักษะที่จะทำให้ราชาแวมไพร์เจ็บตัว และความพร้อมของใจ ฉันพร้อมแล้วทุกอย่างค่ะ”
“…….”
จูเนียร์เล่าผลการวิจัยและความสำเร็จด้านเวทมนตร์ที่เธอทุ่มเทไปหลายวันให้ฉันฟัง
ฉันที่นั่งฟังพลางพิงคางอยู่ ก็ค่อย ๆ เอ่ยปากขึ้น
“ฉันก็มีทักษะใหม่ที่ได้มาในครั้งนี้เช่นกัน”
ตอนเคลียร์ดันเจี้ยนสุดท้าย ระดับของฉันอยู่ที่ 36 แล้ว
ฉันเพิ่งได้ทักษะมา 2 อย่าง
แต่เป็นทักษะที่ยากต่อการประยุกต์ใช้มาก จนฉันคิดว่าจะเก็บไว้ใช้ในด่านต่อไปดี
แต่ถ้าใช้ร่วมกับจูเนียร์ ก็สามารถใช้ได้ในด่านนี้เช่นกัน
ฉันอธิบายชุดทักษะของฉันให้จูเนียร์ฟัง จูเนียร์มองฉันด้วยสีหน้าตกตะลึง
“ถ้าอย่างนั้น ถ้าฝ่าบาทและฉันร่วมมือกัน……”
“ไม่ว่าจะเป็นแวมไพร์ที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน เราก็สามารถกำจัดมันได้อย่างแน่นอน”
หลังจากนั้นฉันส่ายหน้าเบา ๆ
“แต่คุณยายของเธอจะไม่ว่าอะไรเหรอ? ถ้าใช้เวทมนตร์นั้น เธอจะ……”
“ค่ะ ฉันแน่ใจค่ะ”
จูเนียร์ตอบเสียงหนักแน่น พร้อมยิ้มแบบเจ้าเล่ห์เฉพาะตัว
“ฝ่าบาท ฉันอยากเป็นนักเวทมาตลอดชีวิต”
“…….”
“และแนวรบที่นี่ คือที่แรกที่ให้การยอมรับฉันอย่างแท้จริง ในฐานะนักเวท และในขณะที่ฝ่าบาทประทานเงินเดือนให้ฉันเป็นครั้งแรก ฉันก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะแสดงความสามารถทั้งหมดของฉันที่นี่”
ถึงจะเป็นคำพูดที่น่ายินดีมาก…
ฉันถอนหายใจ
“แต่ยายของเธอคงเสียใจแน่”
“ฉันเคยบอกฝ่าบาทไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”
จูเนียร์พูดเสียงแข็ง
“ฉันไม่เคยคิดว่านั่นคือยายของฉันเลย”
“…….”
“งั้น…ฝ่าบาทคะ?”
จูเนียร์ยิ้มกริ่ม พร้อมสร้างเวทมนตร์ขึ้นด้านหลัง
“เพื่อทักษะการทำงานร่วมกันของเราในวันพรุ่งนี้ เราไปฝึกซ้อมแบบรวดเร็วกันทั้งคืนไหมคะ?”
***
ปัจจุบัน
บนกำแพงเมือง การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของด่านที่ 5
ต้าด-!
เซเลนดิออนบุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ความเร็วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อย่างที่เคยแสดงให้เห็นในเส้นทางแห่งผู้พิชิต
แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป ครั้งนี้พวกพ้องของฉันสามารถตอบสนองได้ทัน
คนที่ขวางเซเลนดิออนไว้ก่อนใครคือ เอวานเจลีน
ดวงตาของเอวานเจลีนเป็นประกายสีเขียวมรกตราวกับเปิดกล้องมองกลางคืน
ความสามารถพิเศษเฉพาะตัว [ครอสโรด]
สัญชาตญาณของเอวานเจลีนที่แสดงให้เห็นถึงเส้นทางการต่อสู้ที่ดีที่สุด!
มือที่ยื่นออกมาข้างหน้าของเซเลนดิออน และโล่ของเอวานเจลีนปะทะกัน
ในพริบตาปลายนิ้วของเซเลนดิออนเปล่งแสงสีแดงออกมา และโล่ของเอวานเจลีนเปล่งแสงสีขาวพยายามดูดซับการโจมตีนั้น
แต่ก็ถึงขีดจำกัดการดูดซับความเสียหายในทันที
หวืด!
แผ่นเหล็กที่เป็นโล่ก็ยับยู่ยี่เหมือนกระดาษ และโล่ที่เอวานเจลีนถืออยู่ก็เสียหาย
กำไลที่คลุมแขนซ้ายของเอวานเจลีนก็แตกละเอียด
ดวงตาของเซเลนดิออนเป็นประกาย
《หือ ตอบโต้การเคลื่อนไหวของฉันได้นี่》
ถึงแขนซ้ายจะถูกเหวี่ยงออกไปด้านหลัง แต่เอวานเจลีนก็ยิ้มเยาะแล้วตะโกน
“คิดว่าฉันได้แค่ตอบโต้ได้อย่างเดียวหรือไงไอ้สารเลว!”
หอกทหารม้าในมือขวาของเอวานเจลีนก็พุ่งออกไปข้างหน้า
ฟึบ!
แต่ก็หลบได้
เซเลนดิออนบิดตัวเล็กน้อยอย่างคล่องแคล่ว หลบคมหอกของเอวานเจลีนไปได้อย่างง่ายดาย
และเอวานเจลีนก็คาดการณ์ไว้แล้ว
“อันนี้หลบไม่ได้แล้วนะ!”
ปลายหอกทหารม้าของเอวานเจลีนลุกไหม้เป็นสีขาว
ตูม-!
[กรรมคืนสนอง] ที่รวมความเสียหายที่ดูดซับไว้ทั้งหมดระเบิดออกมาจากปลายหอก
《ไม่เลว…แต่…》
แต่เซเลนดิออนก็ใช้เวทมนตร์โลหิตสร้างกำแพงป้องกันเอาไว้
เซเลนดิออนปัดฝุ่นที่ปลายนิ้ว แล้วใช้เวทมนตร์ยกตัวเอวานเจลีนขึ้นไปในอากาศ แล้วเหวี่ยงไปข้าง ๆ
《มีวิธีรับมือแค่สามอย่างงั้นเหรอ จะมาหยุดฉันได้ยังไง!》
ทิศทางที่เซเลนดิออนเหวี่ยงเอวานเจลีนไปนั้น เป็นทิศทางที่ลูคัสกำลังวิ่งมาสมทบ
“ว๊าาาา?!”
“ฮึก?!”
โครม!
อัศวินทั้งสองล้มลงไปกับพื้น
ในจังหวะนั้น แนวหน้าว่างเปล่า
ลูคัสลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งกลับมา แต่ก็มีช่องว่างอยู่สองสามวินาที
สองสามวินาทีนั้น
สองสามวินาทีก็เพียงพอแล้ว เซเลนดิออนกระโจนไปข้างหน้าอีกครั้ง
เพื่อมุ่งหน้าไปหาฉัน
เพื่อดูดเลือดของฉันซึ่งเป็นเป้าหมายแรกอย่างตรงไปตรงมา
ดาเมียน โอลด์เกิร์ล และสกัลที่ยืนอยู่ด้านหลังและด้านข้างของฉันเริ่มยิงพร้อมกัน
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว ๆ -!
ลูกธนูที่พุ่งเข้าใส่เต็มไปด้วยลมพายุ การแช่แข็ง และเปลวไฟ
เป็นเพราะพวกเขาใช้ม้วนคัมภีร์คาถาเพิ่มธาตุ ที่ฉันมอบให้ดาเมียน
ตุบ ๆ ๆ ๆ !
แต่เซเลนดิออนจับลูกธนูศักดิ์สิทธิ์แต่ละดอกด้วยมือ และใช้เวทมนตร์สะท้อนลูกธนูศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ แล้ววิ่งต่อไป
มันคือจ้าวแวมไพร์
มันเป็นปีศาจที่เชี่ยวชาญทั้งการเสริมสร้างร่างกายและเวทมนตร์ ซึ่งเป็นทักษะของแวมไพร์
ถ้าไม่ทำให้ทั้งร่างกายและเวทมนตร์ของมันไร้ประโยชน์ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยุดมันไว้
‘ฉะนั้นต้องปิดกั้นทั้งสองอย่าง…’
ฉันรีบมองไปรอบ ๆ
แต่ ‘วิธีการ’ ในการปิดกั้นนั้น ยังไม่พร้อม!
ในพริบตา เซเลนดิออนก็มาถึงข้างหน้าฉันแล้ว
ฉันไม่มีทางนั่งรอตายอยู่หรอก! ฉันตะโกน
“อัญเชิญ-!”
[เวทมนตร์อัญเชิญ : คิเมร่าต้นกำเนิด]
- เวทมนตร์นี้ใช้ได้ครั้งเดียว หลังจากใช้แล้วจะหายไปจากรายการทักษะ
- ระดับการอัญเชิญจะเท่ากับระดับของตัวละครที่ถูกอัญเชิญมา สามารถรักษาการอัญเชิญได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
- โปรดระบุตำแหน่งที่จะอัญเชิญ
เป็นเวทมนตร์อัญเชิญคิเมร่าต้นกำเนิดที่ฉันได้มาจากการสำรวจโคลอสเซียมครั้งก่อน
ตำแหน่งที่จะอัญเชิญนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นด้านหน้า!
ฉึก-!
วงเวทปรากฏขึ้น แล้วสัตว์ประหลาดที่เป็นส่วนผสมของสิงโต แพะ งู และสัตว์อื่น ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉัน
ต้นกำเนิดของคิเมร่าทั้งหมด คิเมร่าต้นกำเนิด
นี่ก็เป็นสัตว์ประหลาดระดับบอสเช่นกัน มันจะช่วยฉันรับมือเซเลนดิออนได้บ้าง
แต่ฉันคิดผิด
《สนามรบนี้เป็นของฉันและมนุษย์เท่านั้น!》
เสียงคำรามของราชาแวมไพร์ดังขึ้นมาจากปากของมัน หลังจากที่พบคนทรยศ
《อย่ามายุ่ง ไอ้ลูกผสม-!》
ปัง!
เซเลนดิออนโบกมือ คิเมร่าต้นกำเนิดก็ระเบิดออก
สัตว์ประหลาดที่ถูกอัญเชิญมาซึ่งมีพิษนั้น ถูกทำลายไปอย่างง่ายดาย
และเซเลนดิออนก็ทะลุผ่านเศษเนื้อและเลือดนั้น เข้ามาหาฉัน-
ฉับ
มันคว้าคอเสื้อฉันไว้
ปากของเซเลนดิออนที่ยิ้มอยู่ก็เปิดออก
เขี้ยวสี่ซี่ที่แหลมคมเปล่งแสงน่ากลัว และพุ่งเข้าหาคอของฉัน-
ฟุบ!
กัดลงไป
ที่แขนที่เข้ามาขวาง
เมื่อฉันตกใจมองไป ก็พบว่า…คนที่ยื่นแขนเข้ามาขวางระหว่างเขี้ยวของเซเลนดิออนกับคอของฉัน คือ… โอลด์เกิร์ล
ขณะที่โดนแวมไพร์กัดแขน และถูกดูดเลือดอย่างรวดเร็ว โอลด์เกิร์ลก็ยังคงมองฉันด้วยสีหน้าสงบ แล้วชูมือขึ้น…แล้วโบกมือ
พร้อมกับยิ้มเหมือนทุกครั้ง
ในจังหวะถัดไป โอลด์เกิร์ลที่ถูกดูดพลังชีวิตจนหมด ก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างแรง
ถูกจ้าวแวมไพร์ดูดเลือดอย่างเต็มที่
ไม่มีทางรอด โอลด์เกิร์ลแห้งเหี่ยวตายไปเหมือนต้นไม้แก่
ขณะที่ฉันกำลังตกตะลึงกับเหตุการณ์นั้น
“เจ้าชาย!”
ปึก!
ดาเมียนที่ยืนอยู่ด้านหลังฉันคว้าไหล่ทั้งสองข้างของฉันไว้ แล้วดึงฉันไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว
พร้อมกับนั้น สกัลที่อยู่ทางขวาของฉันก็ชักดาบเงินออกมา แล้ววิ่งเข้าไปข้างหน้า
“ศัตรูของแกคือฉัน แวมไพร์-!”
ทหารธนูเข้าประชิดตัว นี่มันอะไรกัน
สกัล นายทำอะไรของนายเนี่ย ยิ่งกว่านั้นจุดเด่นของนายคือการยิงระยะไกลไม่ใช่เหรอ
ฉันอยากจะห้าม แต่มันไม่มีเวลาแล้ว สกัลพุ่งเข้าโจมตีศีรษะของศัตรู ตามชื่อรหัสและจุดเด่นของเขา และ
ปั๊ก ๆ ๆ ๆ -!
เซเลนดิออนที่ดูเหมือนจะรำคาญก็ใช้เวทมนตร์โลหิตฟาดฟันจนร่างกายของสกัลแตกละเอียด
หยดเลือดของสกัลที่กระจายไปในอากาศไม่ได้ตกลงมาที่พื้น แต่หยุดนิ่งไว้ แล้วถูกดูดเข้าไปในปากของเซเลนดิออนทั้งหมด
หลังจากฆ่าโอลด์เกิร์ลและสกัลภายในไม่กี่วินาที เซเลนดิออนก็ลิ้มรสเลือดในปาก แล้วเลียริมฝีปากเบา ๆ
《……เอลฟ์สินะ หือ อาหารมื้อแรกก็ไม่เลวนะ》
ปีศาจที่มีใบหน้าของเด็กหนุ่มยิ้มให้ฉัน
《สุดท้ายแล้วต้องกินนายถึงจะหายหิวแหละนะ แอช?》
ดาเมียนพยายามดึงฉันไปด้านหลังอย่างสุดความสามารถ แต่เซเลนดิออนเดินเข้ามาหาฉันเร็วกว่ามาก
เซเลนดิออนเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับอ้าปากกว้างราวกับจะล้อเล่น-
ฟุบ!
ในจังหวะถัดไป ดาบยาวของลูคัสก็พุ่งเข้าใส่ด้านหลังของเซเลนดิออน
《อะ?》
พร้อมกับเสียงครวญครางที่แสดงถึงความตกตะลึงที่ออกมาจากปากของเซเลนดิออน
ปัก! ฟุบ! ปึก! ฟุบ!
ดาบยาวของลูคัสฟาดฟันหลังและท้ายทอยของเซเลนดิออนอย่างโหดเหี้ยม
ดาบยาวที่ทำจากโลหะศักดิ์สิทธิ์ได้ทำลายแกนวิญญาณของเซเลนดิออน และเซเลนดิออนก็คุกเข่าลงไปข้างหน้า
ปัก-!
สุดท้าย ดาบยาวของลูคัสก็แทงทะลุอกของเซเลนดิออนไปข้างหน้า ทะลุแกนวิญญาณอย่างแม่นยำ
เพียงแค่ใช้ทักษะ [คมดาบแห่งเจตจำนง] กับดาบยาวเงินศักดิ์สิทธิ์ ก็สามารถเปิดเผยและทำลายแกนวิญญาณของราชาแวมไพร์ได้แล้ว
《…มันคือสถานะอะไรกัน อัศวิน?》
เซเลนดิออนที่กำลังไอเป็นเลือด ก็ค่อย ๆ หันหลังกลับ
《เหมือนไม่ใช่มนุษย์…เหมือนเข้ามาในอาณาเขตเดียวกับพวกเรา รู้สึกได้ถึงความรู้สึกเหมือนกันเลย》
“…….”
ลูคัสดูแตกต่างจากปกติเล็กน้อย
ท่าทางที่ค่อนข้างต่ำนั้นเหมือนกับหมาป่าที่กำลังคลานด้วยสี่ขา และดวงตาสีฟ้าที่อยู่ท่ามกลางผมสีทองที่ยุ่งเหยิงนั้นก็เปล่งประกายอันตรายเหมือนสัตว์ร้าย
ความร้อนที่พุ่งออกมาจากด้านหลังของเขากระเพื่อมราวกับภาพลวงตา
ฉันกลืนน้ำลายลงคอ
‘หรือว่าลูคัสคนนี้…’
ใช้ [กลายร่างอสูร] ใช่ไหม?
ฉันต้องหยุดมัน! ถ้าใช้ความสามารถพิเศษนี้…
《ขอบนายที่ทำให้ฉันรู้สึกตัว นี่มัน…》
ร่างของเซเลนดิออนล้มลงไปกับพื้นอย่างช้า ๆ
《…ทำให้ฉันต้องใช้ชีวิต ‘หนึ่ง’ ครั้งได้ นี่มันยอดเยี่ยมจริง ๆ 》
หลังจากนั้น มันก็ลุกขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_