- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 143. [ด่านที่ 5] อัลฟ่า & เบต้า (3)
◈บทที่ 143. [ด่านที่ 5] อัลฟ่า & เบต้า (3)
◈บทที่ 143. [ด่านที่ 5] อัลฟ่า & เบต้า (3)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 143. [ด่านที่ 5] อัลฟ่า & เบต้า (3)
“ฝันร้าย… นายมักฝันร้ายบ่อยใช่ไหม แอช?”
เซเลนดิออนถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน ขณะที่ฉันเฝ้ามองดูสมรภูมิรบที่กำลังจะจบลง
หันไปมองอีกที เขายังคงยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ว่าลูกน้องของเขาจะกำลังตายไปทีละคนก็ตาม
“…….”
ฉันไม่ชอบใจเลย
แต่หน้าที่ของฉันคือซื้อเวลาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เซเลนดิออนเข้าร่วมสมรภูมิรบ ขณะที่ลูกน้องของเขากำลังถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
ฉันจึงตัดสินใจทำเป็นตั้งใจฟังคำพูดของเขา ไม่รู้ว่าไอ้หมอนี่จะพูดอะไรบ้า ๆ ออกมาอีกหรือเปล่า
“ฝันร้ายเหรอ?”
“ใช่ ฝันร้ายนั่นแหละ”
“ก็คนเรามันก็ต้องฝันร้ายกันบ้างแหละเนอะ?”
รอยยิ้มของเซเลนดิออนยิ่งยกสูงขึ้น
ไอ้หนุ่มนี่ ตอนแรกที่เจอกันก็ทำเป็นหน้านิ่ง ๆ เย็นชา แต่พอเข้าใกล้สมรภูมิรบเข้าไปทุกที ใบหน้าก็เริ่มผ่อนคลายลงทุกที
เหมือนมันมีความสุขกับสงคราม กับความตายเหลือเกิน
ความรู้สึกนั้นมันเหมือนกับเป็นการเผยให้เห็นถึงสัญชาตญาณดิบของพวกปีศาจ ฉันได้แต่รู้สึกกลัวขึ้นมาหน่อย ๆ
“ฝันร้ายมันจะเปิดเผยความกลัวที่ซ่อนอยู่ในจิตใจมนุษย์ลึกที่สุด มันจะทำให้เห็นสิ่งที่นายกลัวที่สุดในรูปลักษณ์ที่เป็นรูปธรรม”
ฉันขมวดคิ้ว
อยู่ ๆ มันก็มาพูดเรื่องจิตวิทยาเกี่ยวกับความฝันซะงั้น
อยากจะส่งตำราของฟรอยด์ไปให้มันอ่านสักเล่มจริง ๆ เลยนะ
“แต่ลองคิดดูสิ ถ้าฝันร้ายนั้นไม่ใช่แค่ความฝัน แต่กลายเป็นความจริงขึ้นมาล่ะ?”
“……?”
“ในฐานะปีศาจที่มีรูปร่างเป็นรูปธรรม มีชีวิต และคลานออกมาจากปรโลก ถ้าปีศาจตัวนั้นยืนอยู่ตรงหน้านาย จ้องมองนายอยู่ล่ะ?”
เซเลนดิออนจ้องมองแก้วเหล้าในมืออย่างแผ่วเบา
“นายจะรู้สึกอย่างไรล่ะ?”
“แก… แกพูดอะไรบ้า ๆ เนี่ย?”
“ฝันร้ายไม่ใช่แค่ความฝันธรรมดาหรอก มันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น”
เซเลนดิออนดื่มเหล้าในแก้วหมดลงไปในอึกเดียว
ขวดเหล้าว่างเปล่าแล้ว นี่คือเหล้าที่เหลืออยู่แก้วสุดท้าย
“ถ้านายตั้งใจจริงที่จะทำลายล้างพวกเรา ปกป้องโลกมนุษย์ งั้นนายก็ควรคิดถึงเรื่องนี้ให้ดี ๆ”
นี่มันคำถามไร้สาระหรือเปล่า หรือว่าเป็นคำใบ้ที่จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์
ฉันไม่รู้ เลยรู้สึกงุนงง
กึก!
เซเลนดิออนวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะ ดวงตาสีแดงของเขามองมาที่ฉันราวกับดวงจันทร์
“เอาล่ะ เด็กน้อย ฉันขอถามอีกครั้ง… นายฝันร้ายบ่อยไหม?”
“…….”
“สิ่งที่นายกลัวที่สุดคืออะไร?”
สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดเหรอ?
ฉันนิ่งคิดไปโดยไม่รู้ตัว นั่นมัน…
“หวังว่ามันคงไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวเกินไปนะ”
เซเลนดิออนค่อย ๆ หันไปมองกำแพง
“ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม ถ้านายจ้องมองมันลึกเกินไป มันก็จะกลายเป็นความจริง”
***
กร๊าซซซ-!
การต่อสู้กับบอสกลางของอัลฟ่าและเบต้า ระยะที่ 2
แวมไพร์ทั้งสองที่แกนวิญญาณถูกทำลาย ล้มลงไปแล้ว กลับลุกขึ้นมาอีกครั้งด้วยสายเลือดต้องสาป
พวกมันสูญเสียสติปัญญาไป แต่พละกำลังในการต่อสู้กลับเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
อัลฟ่าปล่อยเวทมนตร์โลหิตออกมาปริมาณมหาศาลกว่าตอนแรก เบต้าตัวใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่า ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
อัลฟ่าและเบต้ากำลังบีบเอาพลังชีวิตที่เหลืออยู่ในร่างกายออกมาใช้ให้หมดหยดสุดท้าย
ถึงเวลาจะสั้น แต่ค่าสถานะก็เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
“ฮิ๊ยยยย! นี่มันรับไม่ไหวแล้วนะเนี่ย?!”
ฟู่มมม!
เอวานเจลีนร้องเสียงหลง ขณะที่เธอหลบการโจมตีด้วยเวทมนตร์โลหิตที่ถาโถมเข้ามาอย่างหวุดหวิด
“…….”
ลูคัสจ้องมองเบต้าด้วยแววตาที่เย็นชา หลบการโจมตีด้วยขวานของมันได้ทั้งหมด
ถึงจะหลบได้ แต่ต่างจากระยะที่ 1 เขาไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้เลย
“ก็อตแฮนด์! บอดี้แบ็ก! ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?!”
เอวานเจลีนกระโดดขึ้น กำแพงที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่พังเป็นจุลไปกับเวทมนตร์โลหิต
“เริ่มถึงขีดจำกัดแล้ว! รีบทำอะไรสักอย่าง… อุ๊คยาาาาาาค!”
ฟู่มมม-!
ในที่สุด เอวานเจลีนก็หลบไม่ไหว โดนเวทมนตร์โลหิตถล่มอย่างไม่ปราณี
ถึงจะใช้โล่รับไว้ แต่ก็รับแรงกระแทกทั้งหมดไม่ไหว
เอวานเจลีนกระเด็นไปกระแทกกับซากกำแพง
ปัง!
ลูคัสก็เช่นกัน ถึงขีดจำกัดแล้ว
ฉับ-
รอยแผลยาวปรากฏขึ้นที่แก้มของลูคัส นี่เป็นครั้งแรกที่ขวานของเบต้าได้สัมผัสร่างกายเขา
ฉับ ฉับ ฉับ ฟึบ-
เมื่อโดนโจมตีครั้งเดียว ต่อจากนั้นก็ราบรื่น รอยแผลปรากฏขึ้นทั่วร่างกายลูคัส
แคร๊ง!
เกราะอกของลูคัสแตกละเอียด หลังจากโดนขวานฟาด
ลูคัสกระโดดถอยหลัง ขวานของเบต้าที่ตามมาฟาดลงไปบนอากาศ
การโจมตีครั้งต่อไปจะไม่ใช่เกราะ แต่เป็นคอของเขาแน่ ๆ
ในขณะที่อัลฟ่าและเบต้าก้าวเข้ามาหาเอวานเจลีนและลูคัสที่ถูกต้อนจนมุม
“โธ่… นี่…”
เอวานเจลีนยิ้ม ใบหน้าเปื้อนฝุ่นและรอยแผล
“ลำบากจริง ๆ นะ พวกปีศาจ”
ฉ่าาาาา!
ตาข่ายเงินโผล่ขึ้นมาจากพื้น อยู่ใต้เท้าของอัลฟ่าและเบต้า
เป็นก็อตแฮนด์ที่รวบรวมเงินก้อนแล้วสร้างมันขึ้นมา
ถึงจะเป็นช่างโลหะที่เชี่ยวชาญการควบคุมโลหะ แต่ก็ยังห่างไกลจากงานแกะสลักที่ละเอียดอ่อน
สิ่งที่สร้างได้ก็คือรูปทรงที่หยาบ ๆ เท่านั้น
แต่ถ้ามันเป็นรูปตาข่าย ก็สามารถใช้ขังแวมไพร์ได้
บอดี้แบ็กปรับเปลี่ยนตำแหน่งตาข่ายที่ก็อตแฮนด์สร้างขึ้นมา แล้วจับพวกมันได้ในจังหวะสำคัญ
เฮ้อ!
เอวานเจลีนร้องออกมา เมื่อเห็นปีศาจที่ติดอยู่ในตาข่ายเงิน
“ทำไมมันช้าจัง! ฉันเกือบตายแล้วนะ!”
ก็อตแฮนด์ที่กำลังหอบเหนื่อย กำลังหายใจเข้าออกอย่างหนักอยู่ไกลออกไป
ก็อตแฮนด์กลืนน้ำลายลงคอไปพลาง หน้าตาเหมือนจะตายอยู่แล้ว
“เงินก้อนขนาดนี้… แฮ่ก ก็ไม่ได้เตรียมไว้ล่วงหน้า แล้วก็ให้แปลงเป็นตาข่ายในสนามรบอีก แฮ่ก มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยนะนี่… แฮ่ก…”
ถ้าทำตาข่ายเงินขนาดใหญ่ไว้ล่วงหน้า มันก็จะถูกแวมไพร์ตรวจจับได้แน่นอน
พวกมันจะไม่เข้าใกล้
นี่เป็นกับดักที่ใช้ได้หลังจากจัดการพวกที่เหลือ และรอจนกว่าอัลฟ่าและเบต้าจะกลายเป็นสายเลือดต้องสาป
ดังนั้นการสร้างและติดตั้งตาข่ายจึงต้องทำในที่เกิดเหตุ
อ๊ากกก-!
อัลฟ่าและเบต้าที่ติดอยู่ในตาข่าย ขยับตัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง
อัลฟ่าพยายามใช้เวทมนตร์ เบต้าพยายามใช้กำลังฉีกตาข่าย
แคร๊ง!
ฟูฟูฟุก-!
แต่ก่อนที่พวกมันจะทำอะไรได้ จูเนียร์ก็เข้าไปทำลายเวทมนตร์ของอัลฟ่า และใช้เวทมนตร์ธาตุของตัวเองแทงเข้าไปที่แกนวิญญาณของอัลฟ่า
ลูกศรเงินศักดิ์สิทธิ์อีกสามดอกถูกยิงเข้าที่หัว คอ และอกของเบต้า ดาเมียนที่เข้ามาใกล้จัดการเบต้าอย่างรวดเร็วด้วยการยิงสามดอกติดต่อกัน
พวกแวมไพร์ไม่สามารถทนต่อการถูกโจมตีที่แกนวิญญาณที่ถูกเปิดเผยออกมาในขณะที่ถูกมัด ทั้งสองตัวเงียบลงไป
“ฮู๊~!”
เอวานเจลีนลุกขึ้นจากซากกำแพง ปัดฝุ่นออกจากตัว
“ต้องพยายามจับมันอย่างลำบากขนาดนี้เลยเหรอคะ…?”
ลูคัสที่อยู่บนกำแพงอีกด้านหนึ่ง จัดผมตัวเอง แล้วตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“เราต้องหยุดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างครั้งต่อไปของพวกมัน”
อัลฟ่าและเบต้ามีทั้งหมด 3 เฟส
ถ้าลดพลังชีวิตของพวกมันลงครึ่งหนึ่งในขณะที่เป็นสายเลือดต้องสาป พวกมันจะ ‘รวมร่าง’ กัน
แล้วกลายเป็นปีศาจที่ใช้ทั้งการโจมตีทางกายภาพของเบต้าและเวทมนตร์ของอัลฟ่า
ตามคำพูดของแอช คือ ‘คู่หูที่น่ารำคาญสุด ๆ’
แต่ถ้าเราใช้เงินขังและฆ่าพวกมันได้ ก็จะสามารถข้ามเฟสที่ 3 ไปได้เลย
‘ไม่สิ แต่จริง ๆ แล้ว รุ่นพี่รู้พฤติกรรมของพวกปีศาจได้ละเอียดขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย?’
เอวานเจลีนเหลือบมองลงไปข้างล่าง
แอชผู้บัญชาการมนุษย์ และเซเลนดิออนผู้เป็นจ้าวปีศาจ ยังคงคุยกันอยู่
……มันไม่สมจริงเลย
ภาพของแอชที่กำลังคุยกับราชาแวมไพร์ที่แข็งแกร่งกว่าปีศาจตัวอื่น ๆ ที่เคยเจอมา ขณะที่กำลังดื่มเหล้าอย่างสบาย ๆ มันไม่สมจริงเลย
‘ถ้าปีศาจตัวนั้นแค่ขยับนิ้ว รุ่นพี่ก็ตายแน่ ๆ …’
ถึงมันจะมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาทำอย่างนั้น แต่ว่า…
ความกล้าหาญนั้นอยู่เหนือความเข้าใจของคนธรรมดาไปมาก
ถ้าลองนึกดูดี ๆ แอชก็เป็นแบบนี้มาตลอด ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีความต้องการที่จะปกป้องตัวเองเท่าที่ควร
เพราะเขาเป็นผู้บัญชาการที่เยือกเย็นงั้นเหรอ?
หรือไม่ก็…
“เอาล่ะ ทุกคนเหนื่อยกันแน่ แต่เตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกันเถอะ”
เอวานเจลีนสะดุ้ง เมื่อได้ยินคำพูดของลูคัส
ลูคัสจัดทรงผม และตรวจสอบเกราะ เขากลับมาเป็นหนุ่มรูปงามเหมือนเดิมแล้ว
ด้วยใบหน้าที่ดูอ่อนล้าเล็กน้อย ลูคัสหันไปมองสมาชิกในทีม
“……นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายแล้ว”
***
การต่อสู้บนกำแพงจบลงแล้ว
“อัลฟ่าและเบต้าก็พ่ายแพ้ลงแล้วสินะ”
เซเลนดิออนปรบมือเบา ๆ มองดูลูกน้องทั้งสองที่ตายอย่างน่าอนาถ ติดอยู่ในตาข่ายเงิน
แปะ แปะ แปะ
“ยอดเยี่ยมจริง ๆ มนุษย์เอ๋ย”
“…….”
ฉันจ้องมองราชาแวมไพร์อย่างไม่วางตา
ฉันไม่พอใจเลย
ลูกน้องถึง 999 ตัวตายหมดแล้ว แต่ไอ้ปีศาจตัวนี้มันยังคงวางเฉย หน้าตาแบบนี้มันน่ารำคาญจริง ๆ
“เอาล่ะ พูดมากไปแล้ว”
เซเลนดิออนหันมามองฉัน ยิ้มอย่างเยือกเย็น แล้วชูมือขึ้น
“งั้นเรามาเริ่มสงครามจริง ๆ กันเถอะ?”
ตุ๊บ!
“ฮึก?!”
“งั้นเราไปบนเวทีกันเถอะ”
พลังที่มองไม่เห็นคว้าคอฉันไว้ ฉันหายใจไม่ออก ร่างกายลอยขึ้นไปบนอากาศ
“ฉันจะไปส่งนายเองนะ ลูกนายะน้อย”
เซเลนดิออนพูดจบก็เหยียบพื้น แล้วพุ่งขึ้นไปบนอากาศ
แอ๊ก-!
รู้สึกเหมือนโลกพลิกคว่ำ ฉันร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว
“นี่มันการส่งยังไงกัน ไอ้บ้าาาา!”
ฉันถูกพลังเวทมนตร์ของเซเลนดิออนรัดคอ ถูกดึงขึ้นไปบนอากาศ ขณะที่มันกำลังเหยียบย่ำบนเส้นทางแห่งน้ำแข็งและศพอย่างสบาย ๆ
แค่ไม่กี่วินาที เราก็ขึ้นไปถึงกำแพงแล้ว
สมาชิกในทีมของฉันหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ
“อะไรกัน?!”
“เมื่อไหร่กันเนี่ย…!”
“ฝ่าบาท! ท่าน… ปลอดภัยดีไห-”
เซเลนดิออนโยนฉันลงไปทันทีที่ขึ้นไปถึงกำแพง
คุดังทังทัง!
ฉันถูกโยนไปทางเหล่าพลธนู กลิ้งไปกับพื้นอย่างน่าเกลียด
โอ๊ย!
“ฝ่าบาท!”
“เจ้าชาย! พระองค์ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ดาเมียน สกัล และโอลด์เกิร์ลรีบรับฉันไว้ โอ๊ย หลังฉัน…
“มารยาท… ไอ้เวรนี้… แย่กว่าที่คิดไว้อีกนะ! ราชาแวมไพร์!”
ฉันทำเป็นยิ้ม แล้วเงยหน้ามองเซเลนดิออน
“เรายังคุยกันไม่จบไม่ใช่เหรอ?”
“การสนทนาระหว่างมนุษย์กับปีศาจมันจะมีประโยชน์อะไรกัน มันก็เป็นแค่การพูดเปล่า ๆ เท่านั้น นายก็คิดแบบนั้นไม่ใช่เหรอ?”
เขี้ยวแหลมยาวของราชาแวมไพร์โผล่พ้นริมฝีปาก ใบหน้าเหมือนเด็กน้อยของมันดูน่ากลัว
“ฉันอดทนมาพอแล้ว ถึงเวลา… กินแล้วสินะ?”
“…….”
“ฉันหิวจนทนไม่ไหวแล้ว”
โกอออออ-!
บรรยากาศรอบข้างปั่นป่วน กลิ่นเลือดที่ทำให้หายใจไม่ออกแผ่กระจายไปทั่ว
บอสของด่านที่ 5
เผ่าพันธุ์โลหิต ผู้ครองสีชาด
ราชาผู้ไม่รู้จักความตาย นอสเฟอราตู แดรคคิวลา-
จ้าวแวมไพร์ ราชาแห่งแวมไพร์ เซเลนดิออน ปีศาจที่มีชื่อเสียง มีฉายาหลายสิบชื่อ ดวงตาสีแดงฉานเปล่งแสงเลือดอันน่ากลัว
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
สมาชิกในทีมของฉันเข้ามาขวางเซเลนดิออน รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของราชาแวมไพร์
“ฉันสังเกตการต่อสู้ของพวกนายมาตลอด แล้วก็คิดอยู่ว่าใครคือศัตรูที่อันตรายที่สุด”
นิ้วมือเรียวเล็กของแวมไพร์หนุ่มชี้ไปที่สมาชิกในทีมของฉันทีละคน
“พลแม่นปืน? นักเวท? อัศวิน? พวกนายทุกคนล้วนมีความเป็นไปได้ แต่…”
สุดท้ายนิ้วของเขาก็ชี้มาที่ฉัน
“นายคือคนที่อันตรายที่สุด แอช”
“……!”
“นายไม่เพียงแต่สามารถนำทัพมาถึงที่นี่ได้ แต่ยังสามารถพูดคุยกับฉันได้โดยไม่เสียสติอีกด้วย”
มันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปถูกพลังอำนาจชั่วร้ายของบอสปีศาจทำลายเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในสถานการณ์แบบตัวต่อตัว ก็จะต้องเสียสติไป
แต่ฉันไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลย เพราะทักษะติดตัว ทักษะ [ผู้บัญชาการที่ไม่ย่อท้อ]
“นายช่างคล้ายกับมนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ฉันเคยต่อสู้ด้วยเมื่อนานมาแล้ว… ฉันยอมรับ นายคืออันตรายต่อเส้นทางราชาของฉัน”
“ชมเกินไปแล้วนะ… แล้วไงต่อ?”
“งั้นฉันจะจัดการนายก่อนเป็นคนแรก”
เซเลนดิออนจ้องมองฉันด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย เต็มไปด้วยความชั่วร้าย แล้วก้าวเข้ามาหาฉัน
“จงถือว่าเป็นเกียรติเถิด ที่ได้เป็นอาหารมื้อแรกของราชาแวมไพร์”
ทันใดนั้น
ฟึบ-!
เซเลนดิออนกระโจนเข้าหาฉัน และสมาชิกในทีมของฉันทุกคนก็ถืออาวุธของตัวเองวิ่งเข้าใส่เซเลนดิออน
ด่านที่ 5 ซึ่งถือได้ว่าเป็นด่านสุดท้ายของช่วงต้นเกม ปกป้องจักรวรรดิ
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายได้เริ่มขึ้นแล้ว
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_