- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 138. [ด่านที่ 5] ระดับ N
◈บทที่ 138. [ด่านที่ 5] ระดับ N
◈บทที่ 138. [ด่านที่ 5] ระดับ N
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 138. [ด่านที่ 5] ระดับ N
ปกป้องจักรวรรดิเป็นเกมที่โหดร้ายเหลือเกิน
ไม่ใช่แค่เพราะความผิดพลาดที่แก้ไขไม่ได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแบ่งชนชั้นของมนุษย์ด้วย
ลำดับชั้น
ค่าของมนุษย์ถูกแบ่งออกเป็น SSR, SR, R, และ N
ทรัพยากรในเกมนี้มีอยู่อย่างจำกัด ทั้งอุปกรณ์ ไอเทม ประสบการณ์ ล้วนมีจำนวนจำกัด
เพื่อผ่านเกม เราต้องจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
สุดท้ายแล้ว ทรัพยากรจึงมักถูกทุ่มเทให้กับตัวละครระดับสูงที่มีความสามารถเหนือกว่า
พวกเขาได้อุปกรณ์ที่ดีที่สุด ได้รับสิทธิ์ในการรับไอเทมก่อน และได้รับประสบการณ์แบบเข้มข้น
ช่องว่างจึงเกิดขึ้น
ระหว่างระดับสูงและระดับต่ำ เกิดช่องว่างที่ถมไม่เต็ม
ความแตกต่างของความสามารถมีอยู่จริง นั่นเป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
แต่สิ่งที่ทำให้ความแตกต่างนั้นกลายเป็นความแตกต่างอย่างเด็ดขาด ก็คือ การตัดสินใจของผู้เล่นนั่นเอง
ในขณะที่ตัวละครระดับสูงได้ขึ้นไปเป็นผู้กล้าบนเวที และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้กอบกู้โลก
ตัวละครระดับต่ำส่วนใหญ่ โดยเฉพาะตัวละครระดับ N ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด
ไม่ได้รับโอกาสที่ดีแม้แต่ครั้งเดียว พวกเขาถูกใช้เป็นเพียงโล่เนื้อ เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้แล้วทิ้ง เป็นเพียงกำบังกระสุน…… ถูกใช้แล้วก็ถูกทิ้ง
ตาย บาดเจ็บ หรือแม้แต่ในสภาพที่แย่กว่านั้น
พวกเขาจากไปอย่างเงียบเชียบในเงามืดหลังเวที
…….
นั่นเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของความโหดร้ายมากมายที่เกมนี้มี
***
ดังนั้น ระดับ N จึงต้องพิสูจน์ตัวเอง
โอกาสมีเพียงครั้งเดียว
ตัวละครระดับสูงอาจล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังคงได้รับโอกาสอยู่เสมอ แต่ระดับ N ไม่มีโอกาสแบบนั้น
ช่วงเวลาที่ถูกโยนลงสู่สนามรบ
พวกเขาต้องคว้าโอกาสแรกและครั้งสุดท้ายนั้นไว้ให้ได้
ต้องแสดงให้เห็นถึง
ประโยชน์ใช้สอย
ความมีประโยชน์
คุณค่าของชีวิต
ต้องแสดงให้ทั้งโลกเห็นว่าตนเองไม่ใช่แค่โล่เนื้อ ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ใช้แล้วทิ้ง ไม่ใช่แค่ที่กำบังกระสุน
เพื่อก้าวออกจากเงามืดไปสู่แสงสว่าง
ใคร ๆ ก็อยากได้รับแสงสปอตไลต์
ใคร ๆ ก็อยากเป็นผู้กล้า
ใคร ๆ ก็……
มีความฝันแบบนั้น และใช้ชีวิตอยู่กับมัน
***
ในสงครามกับแวมไพร์ จำนวนมนุษย์นั้นไม่มีความหมาย
ยิ่งไปกว่านั้น หากกลายเป็นเป้าหมายของแวมไพร์ พวกเขาก็จะกลายเป็นเพียงแค่แหล่งฟื้นฟูพลังให้เหล่าปีศาจเท่านั้น
การใช้ทหารชั้นยอดจำนวนน้อยแทนการใช้ทหารธรรมดาจำนวนมากน่าจะดีกว่า
แอชสั่งการเช่นนั้น และลูคัสก็เห็นด้วย
ในขณะที่แอชกำลังพูดคุยกับราชาแวมไพร์อยู่ อำนาจการบัญชาการในแนวหน้าจึงตกอยู่ที่ลูคัส
ลูคัสพยายามที่จะถอนทหารธรรมดาไปยังแนวหลัง และเตรียมการต่อสู้กับกลุ่มผู้กล้า ในขณะที่แวมไพร์กำลังปีนกำแพงขึ้นมา
แต่ก่อนที่ทหารธรรมดาจะถอนตัวเสร็จ แวมไพร์ก็มาถึงกำแพงแล้ว
《เยอะจัง》
เหล่าแวมไพร์ หรือจะเรียกว่าผู้ล่าต่างกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเห็นมนุษย์จำนวนมากบนกำแพง
《นานแค่ไหนแล้วนะ กับมื้ออาหารแบบนี้》
《มนุษย์ในอาณาจักรทะเลสาบเน่าเสียจนไม่อร่อยเลย》
《งั้นก็มาดูดเลือดสด ๆ กันให้เต็มที่เลย》
“…….”
กึด
ลูคัสกำดาบแน่น เมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าปีศาจที่กำลังลิ้มรสชาติอาหารอยู่
ห้ามปล่อยให้พวกมันโจมตีทหารธรรมดาเด็ดขาด
เลือดและชีวิตของมนุษย์คือเสบียงสำหรับแวมไพร์
ความเสียหายที่ฝั่งเราได้รับ จะกลายเป็นผลประโยชน์ของพวกมัน เราต้องลดความสูญเสียของทหารธรรมดาให้มากที่สุด
แต่ว่า
‘……แต่ก็ไม่สามารถรับมือได้พร้อมกันทุกตัว’
ลูคัสเหลือบมองแวมไพร์สองตัวที่แต่งตัวเป็นพ่อบ้านและสาวใช้
อัลฟ่าและเบต้า
ผู้บัญชาการกองทัพแวมไพร์ ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดรองจากจ้าวแวมไพร์
‘กำลังหลักของเราต้องรับมือกับสองคนนั้น’
พวกเขามีการฝึกฝนล่วงหน้าเพื่อรับมือกับอัลฟ่าและเบต้าอยู่แล้ว ตอนนี้คงเปลี่ยนทีมไม่ได้
สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องรับมือกับแวมไพร์ธรรมดาห้าตัวก็คือ
“ท่านอัศวิน! ฝากพวกเราได้เลย!”
“……ดิออน”
พวกเขา
เป็นกำลังเสริมที่ไม่สามารถเป็นกำลังหลักได้
ลูคัสถอนหายใจ เมื่อเห็นดิออนและลูกทีมห้าคนวิ่งออกไปก่อน
ดิออนตะโกนเสียงดัง
“ตั้งแต่แรกแล้ว หน้าที่ของพวกเราก็คือการใช้เวลาในการรับมือกับแวมไพร์ธรรมดานี่แหละ!”
“…….”
“ทำได้แน่นอน! พวกเราฝึกฝนอย่างหนักเลยล่ะ!”
นั่นถูกต้อง แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว
‘ไม่ใช่แค่ต้องรับมือกับแวมไพร์ห้าตัว แต่ยังต้องปกป้องทหารธรรมดาที่กำลังถอนตัวอยู่ด้วย’
ความยากลำบากของภารกิจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
การมอบหมายงานแบบนี้ให้กับดิออนและกองกำลังทหารรับจ้างดิออนที่ยังขาดประสบการณ์ เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่?
‘ถ้าท่านแอชอยู่ที่นี่ เขาจะตัดสินใจอย่างไร?’
ลูคัสส่ายหัวแรง ๆ
แอชไว้วางใจและมอบอำนาจการบัญชาการให้กับลูคัส นั่นหมายความว่าลูคัสไม่ควรจะงอแงเหมือนเด็ก ๆ กับแอชอีกต่อไป
แวมไพร์กำลังเข้ามาใกล้แล้ว ถึงเวลาตัดสินใจ
“ฉันในฐานะผู้บัญชาการรักษาการณ์ สั่งการว่ากลยุทธ์ใหญ่จะดำเนินการตามที่ฝ่าบาทได้สั่งการไว้”
ลูคัสจ้องเบต้าที่กำลังลากขวานเข้ามาอย่างช้า ๆ
“ก่อนอื่น ฉันจะรับมือกับสาวใช้ปีศาจตัวนั้น”
อัลฟ่ากำลังตามมาพร้อมกับการร่ายเวทมนตร์โลหิตอยู่ข้าง ๆ
“เอวานเจลีน เธอรับมือกับพ่อบ้านปีศาจที่ใช้เวทมนตร์โลหิตคนนั้น”
“ได้เลยค่ะ~!”
เอวานเจลีนยิ้มอย่างมั่นใจ ขณะที่ดันโล่เข้าที่
“ก็อตแฮนด์ บอดี้แบ็ก ช่วยสนับสนุนพวกเราสองคนด้วย”
ก็อตแฮนด์และบอดี้แบ็กพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น
“จูปิเตอร์ จูเนียร์ ดาเมียน โอลด์เกิร์ล สกัล นี่คือทีมโจมตี ให้เลือกเป้าหมายที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละช่วงเวลา”
จัดกลุ่มนักเวทสองคนและมือปืนสามคนเป็นทีมโจมตี
ในขณะที่สมาชิกที่เหลือสร้างแนวป้องกัน พวกเขาจะจัดการกับแวมไพร์ทีละตัว
ทุกคนเงียบและตรวจสอบพลังเวทและอุปกรณ์ของตนเอง
“ที่เหลือทั้งนักล่ารุ่นเก๋าและกองกำลังทหารรับจ้างดิออนทั้งหมด”
ลูคัสหันไปมองสมาชิกทุกคนและพยักหน้า
“ไปรับมือกับแวมไพร์ธรรมดา แต่ห้ามทะนงตนเกินไป”
เหล่านักรบฝึกหัดพยักหน้าพร้อมเพรียง และดิออนกับเหล่าทหารรับจ้างต่างยิ้มและตีอาวุธลงบนโล่
ปังปัง!
“สถานการณ์แตกต่างจากที่วางแผนไว้ พวกมันจะไม่โจมตีพวกนาย แต่จะพุ่งเป้าไปที่ทหารธรรมดาที่ยังกำลังถอนตัวอยู่ก่อน”
พวกมันจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับตัวละครระดับผู้กล้าและจะเลือกโจมตีทหารธรรมดาที่อ่อนแอแทน
“พวกนายต้องปกป้องทหารธรรมดาในระหว่างที่พวกเขากำลังถอนตัว ……แต่จำไว้ ชีวิตของพวกนายสำคัญที่สุด”
ลูคัสพูดซ้ำ ๆ กับทีมรับมือแวมไพร์ธรรมดา
“แวมไพร์ไม่เหมือนกับสัตว์ประหลาดทั่วไป พวกมันฉลาดมาก……และชั่วร้ายมาก ถ้าเห็นช่องโหว่ พวกมันจะฆ่าพวกนายก่อน”
ลูคัสหันไปมองทุกคนและพยักหน้า
“ทำการขัดขวางพวกมันให้มากที่สุดและรับมือกับสถานการณ์ให้เหมาะสม”
“ครับ!”
“ดีมาก ทุกคน ออกไป!”
ลูคัสสวมหมวกเหล็ก สายตาสีฟ้าสดใสปรากฏอยู่เหนือหน้ากาก
“แค่จัดการพวกนี้ให้ได้ เราก็ชนะแล้ว! ไปกัน!”
ตัวละครระดับผู้กล้าต่างกำอาวุธของตนเองแน่น และวิ่งไปยังเป้าหมายของตนเอง
ดิออนและกองกำลังทหารรับจ้างดิออนตะโกนว่า อูว้าาาา-! และวิ่งเข้าใส่แวมไพร์ธรรมดาห้าตัวที่กำลังเข้ามา
***
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องรักษาแนวรบไว้ให้ได้! ถ้าพวกเราแตกแถว ก็หมายความว่าเราตาย!”
ดิออนตะโกน ขณะที่กำกริชเงินไว้ในมือทั้งสองข้าง กองกำลังทหารรับจ้างดิออนพยักหน้าพร้อมเพรียงกัน
พวกเขาฝึกฝนกันมานานแค่ไหนแล้ว เพื่อที่จะเคลื่อนไหวราวกับเป็นหนึ่งเดียวกัน
ดิออนและหน่วยทหารรับจ้างรู้ดีว่า พวกเขาแต่ละคนนั้นอ่อนแอเพียงใด
แต่เมื่อทั้งห้าคนรวมกัน พวกเขาสามารถสร้างพลังที่เหนือกว่าผลรวมของแต่ละคนได้
พวกเขามั่นใจว่าสามารถรับมือกับแวมไพร์ที่แข็งแกร่งเหล่านั้นได้
แต่ว่า อย่างที่ลูคัสบอก
แวมไพร์นั้นฉลาดและชั่วร้าย
พวกมันไม่สนใจแนวป้องกันของกองกำลังทหารรับจ้างดิออนเลย
พวกมันหลบแนวป้องกัน และพุ่งเข้าใส่ทหารธรรมดาที่อยู่ด้านหลัง
“ไม่!”
“ต้องขัดขวาง……!”
พวกมันกระโดดข้ามเสียงกรีดร้องที่สิ้นหวังของมนุษย์ไปอย่างง่ายดาย
แวมไพร์ห้าตัวพุ่งเข้าใส่ทหารธรรมดาที่ยังคงถอนตัวอยู่ด้านล่างกำแพง
ฟุ่บ-!
เลือดกระเซ็นไปทั่ว
ทหารธรรมดาเหล่านี้ก็ผ่านประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างโชกโชนเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหล่าทหารที่เหลืออยู่ด้านหลังสุด คือ กองทัพสนธยา
พวกเขาไม่ใช่แค่ทหารผ่านศึก แต่เป็นเหล่าทหารผ่านศึกที่เคยต่อสู้กับเหล่าปีศาจมาหลายร้อยครั้ง
ปั๊ก!
แต่โล่ก็บิดเบี้ยวไปราวกับขนมหวาน
ฉึก!
เกราะก็ฉีกขาดราวกับกระดาษ
กรอบ-!
และแล้วก็ถูกกัดที่ต้นคอ
แวมไพร์ห้าตัวฝังหัวลงไปที่ต้นคอของมนุษย์ และดูดเลือดอย่างตะกละตะกลาม
ทหารธรรมดาห้าคนที่กลายเป็นเหยื่อ ตายไปโดยไม่ทันได้กรีดร้อง
《อ้า…….》
แวมไพร์ตัวหนึ่งที่เลือดไหลออกจากปาก พึมพำเบา ๆ
《ไม่พอ ยังไม่พอ…….》
มันโยนศพที่แห้งผอมเหมือนต้นไม้เก่าลงกับพื้น และหันไปหาเหยื่อตัวต่อไป
“ช่วยด้วย……!”
“ฉันจะถ่วงเวลาให้ รีบถอนตัวไปซะ!”
ผู้บัญชาการกองทัพสนธยาชูคทาขึ้นมา และนั่นคือคำพูดสุดท้ายของชายชราคนนี้
ฉึก-!
แวมไพร์ตัวหนึ่งที่สวมเกราะ ฟันดาบลงมา
คทาของผู้บัญชาการกองทัพสนธยาแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ยิ่งกว่านั้น ไหล่ถึงเอวของเขาก็ถูกฟันเป็นทางยาว
“ครึ……หึ๊ก”
การตายของทหารผ่านศึกผู้ซึ่งรับหน้าที่บัญชาการทหารธรรมดามาตลอดสี่การป้องกันตั้งแต่ด่านที่ 2 นั้นไร้ค่าและโหดร้าย
ร่างกายที่ถูกแยกออกเป็นสองท่อนล้มลงไป แวมไพร์ที่ฆ่าทหารผ่านศึกนั้น ฝังหน้าลงไปบนพื้นและดูดเลือดอย่างมีความสุข
“ฉันจะแก้แค้น!”
“ไอ้ปีศาจสารเลวพวกนี้ กล้าดียังไงถึงได้ฆ่าท่านผู้บัญชาการ……!”
ทหารของกองทัพสนธยาคนอื่น ๆ ตาแดงก่ำเมื่อเห็นภาพนี้
เหล่าทหารที่กำลังถอนตัว ต่างชักอาวุธออกมาและหันหลังกลับ
“ไม่ใช่ตอนนี้! ถอนตัว! ต้องถอนตัว! เวรเอ๊ย!”
ดิออนตะโกนจนเสียงแหบแห้ง
“ถอนตัวซะ-!”
แต่คำพูดนั้นไปไม่ถึงแล้ว เหล่าทหารที่โกรธแค้นต่อการตายของผู้บัญชาการ ยอมแพ้การถอนตัวและกลับไปโจมตีแวมไพร์
แน่นอน พวกทหารผ่านศึกก็รู้ดี
พวกเขาผ่านการต่อสู้มากมาย พวกเขารู้ดีว่าการโจมตีแวมไพร์พวกนี้ไม่มีทางชนะ
แต่ต่อหน้าความตายของผู้บัญชาการที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอดชีวิต
พวกเขาแก่เกินกว่าจะหันหลังให้กับความตาย และหนีไปสู่ชีวิต
และพวกเขาต้องจ่ายราคา
ผุบ! ฟุบ! ฟุ่บ……!
การสังหารหมู่จึงเกิดขึ้น
เหล่าทหารผ่านศึกที่เคยอาบกำแพงแห่งนี้ด้วยเลือดปีศาจมานานหลายสิบปี อาบกำแพงแห่งนี้ด้วยเลือดของตนเอง
ในพริบตา กำแพงก็กลายเป็นสุสาน และแวมไพร์ก็จัดงานฉลองอยู่บนนั้น
เลือด
เนื้อ
พวกมันกลืนและเคี้ยวอย่างตะกละตะกลาม และดูดซับมัน
“นี่ ๆ ๆ ……!”
ต่อหน้าความตายของเพื่อนร่วมรบที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเมื่อวานนี้
ความเยือกเย็นของกองกำลังทหารรับจ้างดิออนกำลังจะหายไป เฮสเซน นักรบแนวหน้าเป็นคนแรกที่สูญเสียการควบคุมอารมณ์
“ไอ้เวร แวมไพร์สารเลว!”
“อย่า เฮสเซน! ถ้าเดี่ยวตัวออกไป……!”
เฮสเซนวิ่งเข้าใส่แวมไพร์ที่อยู่ใกล้ที่สุด
“รักษาแนวรบ! ใจเย็นเอาไว้! ไอ้บ้า เฮสเซน!”
ดิออนพยายามจะคว้าต้นคอของเฮสเซนไว้ แต่สายเกินไป
“อ้าาาาาา-!”
เฮสเซนถือดาบเงิน และวิ่งไปฟันแวมไพร์ตรงหน้า
เลเวลของเฮสเซนคือ 25
เขาเคยฆ่าปีศาจมากมายในดันเจี้ยนนรกนั้นมาแล้ว
บางทีเขาอาจจะมั่นใจในตัวเอง ถึงแม้ว่าจะเป็นแวมไพร์ เขาก็มั่นใจว่าสามารถฟันได้อย่างน้อยหนึ่งที
แปะ-!
แต่ดาบเงินไม่ได้ฟันโดนแวมไพร์ แต่ไปโดนพื้นว่างเปล่า
‘ห๊ะ?’
เมื่อเฮสเซนเงยหน้าขึ้น แวมไพร์ก็ล้อมรอบเขาไว้แล้ว
นั่นเป็นคำอธิบายที่เหมาะสมที่สุด
พวกมันล้อมเขาไว้ทันทีที่เฮสเซนวิ่งเข้ามา และหัวเราะเยาะ
พวกมันเผยเขี้ยวแหลมคมที่เปื้อนเลือด
“นี่ นี่มัน……”
ผุบ! ฟุบ!
ดาบและเล็บของแวมไพร์แทงทะลุเกราะของเฮสเซน
เฮสเซนไอเลือดออกจากปาก หันไปหาดิออนและเพื่อน ๆ และพึมพำเบา ๆ
“ขอโทษนะ พวกเรา”
ในทันใดนั้น เขี้ยวของแวมไพร์ห้าตัวก็แทงเข้าไปที่ต้นคอของเฮสเซนพร้อมกัน
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_