เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 138. [ด่านที่ 5] ระดับ N

◈บทที่ 138. [ด่านที่ 5] ระดับ N

◈บทที่ 138. [ด่านที่ 5] ระดับ N


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 138. [ด่านที่ 5] ระดับ N

ปกป้องจักรวรรดิเป็นเกมที่โหดร้ายเหลือเกิน

ไม่ใช่แค่เพราะความผิดพลาดที่แก้ไขไม่ได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแบ่งชนชั้นของมนุษย์ด้วย

ลำดับชั้น

ค่าของมนุษย์ถูกแบ่งออกเป็น SSR, SR, R, และ N

ทรัพยากรในเกมนี้มีอยู่อย่างจำกัด ทั้งอุปกรณ์ ไอเทม ประสบการณ์ ล้วนมีจำนวนจำกัด

เพื่อผ่านเกม เราต้องจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้ายแล้ว ทรัพยากรจึงมักถูกทุ่มเทให้กับตัวละครระดับสูงที่มีความสามารถเหนือกว่า

พวกเขาได้อุปกรณ์ที่ดีที่สุด ได้รับสิทธิ์ในการรับไอเทมก่อน และได้รับประสบการณ์แบบเข้มข้น

ช่องว่างจึงเกิดขึ้น

ระหว่างระดับสูงและระดับต่ำ เกิดช่องว่างที่ถมไม่เต็ม

ความแตกต่างของความสามารถมีอยู่จริง นั่นเป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

แต่สิ่งที่ทำให้ความแตกต่างนั้นกลายเป็นความแตกต่างอย่างเด็ดขาด ก็คือ การตัดสินใจของผู้เล่นนั่นเอง

ในขณะที่ตัวละครระดับสูงได้ขึ้นไปเป็นผู้กล้าบนเวที และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้กอบกู้โลก

ตัวละครระดับต่ำส่วนใหญ่ โดยเฉพาะตัวละครระดับ N ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด

ไม่ได้รับโอกาสที่ดีแม้แต่ครั้งเดียว พวกเขาถูกใช้เป็นเพียงโล่เนื้อ เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้แล้วทิ้ง เป็นเพียงกำบังกระสุน…… ถูกใช้แล้วก็ถูกทิ้ง

ตาย บาดเจ็บ หรือแม้แต่ในสภาพที่แย่กว่านั้น

พวกเขาจากไปอย่างเงียบเชียบในเงามืดหลังเวที

…….

นั่นเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของความโหดร้ายมากมายที่เกมนี้มี

***

ดังนั้น ระดับ N จึงต้องพิสูจน์ตัวเอง

โอกาสมีเพียงครั้งเดียว

ตัวละครระดับสูงอาจล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังคงได้รับโอกาสอยู่เสมอ แต่ระดับ N ไม่มีโอกาสแบบนั้น

ช่วงเวลาที่ถูกโยนลงสู่สนามรบ

พวกเขาต้องคว้าโอกาสแรกและครั้งสุดท้ายนั้นไว้ให้ได้

ต้องแสดงให้เห็นถึง

ประโยชน์ใช้สอย

ความมีประโยชน์

คุณค่าของชีวิต

ต้องแสดงให้ทั้งโลกเห็นว่าตนเองไม่ใช่แค่โล่เนื้อ ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ใช้แล้วทิ้ง ไม่ใช่แค่ที่กำบังกระสุน

เพื่อก้าวออกจากเงามืดไปสู่แสงสว่าง

ใคร ๆ ก็อยากได้รับแสงสปอตไลต์

ใคร ๆ ก็อยากเป็นผู้กล้า

ใคร ๆ ก็……

มีความฝันแบบนั้น และใช้ชีวิตอยู่กับมัน

***

ในสงครามกับแวมไพร์ จำนวนมนุษย์นั้นไม่มีความหมาย

ยิ่งไปกว่านั้น หากกลายเป็นเป้าหมายของแวมไพร์ พวกเขาก็จะกลายเป็นเพียงแค่แหล่งฟื้นฟูพลังให้เหล่าปีศาจเท่านั้น

การใช้ทหารชั้นยอดจำนวนน้อยแทนการใช้ทหารธรรมดาจำนวนมากน่าจะดีกว่า

แอชสั่งการเช่นนั้น และลูคัสก็เห็นด้วย

ในขณะที่แอชกำลังพูดคุยกับราชาแวมไพร์อยู่ อำนาจการบัญชาการในแนวหน้าจึงตกอยู่ที่ลูคัส

ลูคัสพยายามที่จะถอนทหารธรรมดาไปยังแนวหลัง และเตรียมการต่อสู้กับกลุ่มผู้กล้า ในขณะที่แวมไพร์กำลังปีนกำแพงขึ้นมา

แต่ก่อนที่ทหารธรรมดาจะถอนตัวเสร็จ แวมไพร์ก็มาถึงกำแพงแล้ว

《เยอะจัง》

เหล่าแวมไพร์ หรือจะเรียกว่าผู้ล่าต่างกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเห็นมนุษย์จำนวนมากบนกำแพง

《นานแค่ไหนแล้วนะ กับมื้ออาหารแบบนี้》

《มนุษย์ในอาณาจักรทะเลสาบเน่าเสียจนไม่อร่อยเลย》

《งั้นก็มาดูดเลือดสด ๆ กันให้เต็มที่เลย》

“…….”

กึด

ลูคัสกำดาบแน่น เมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าปีศาจที่กำลังลิ้มรสชาติอาหารอยู่

ห้ามปล่อยให้พวกมันโจมตีทหารธรรมดาเด็ดขาด

เลือดและชีวิตของมนุษย์คือเสบียงสำหรับแวมไพร์

ความเสียหายที่ฝั่งเราได้รับ จะกลายเป็นผลประโยชน์ของพวกมัน เราต้องลดความสูญเสียของทหารธรรมดาให้มากที่สุด

แต่ว่า

‘……แต่ก็ไม่สามารถรับมือได้พร้อมกันทุกตัว’

ลูคัสเหลือบมองแวมไพร์สองตัวที่แต่งตัวเป็นพ่อบ้านและสาวใช้

อัลฟ่าและเบต้า

ผู้บัญชาการกองทัพแวมไพร์ ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดรองจากจ้าวแวมไพร์

‘กำลังหลักของเราต้องรับมือกับสองคนนั้น’

พวกเขามีการฝึกฝนล่วงหน้าเพื่อรับมือกับอัลฟ่าและเบต้าอยู่แล้ว ตอนนี้คงเปลี่ยนทีมไม่ได้

สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องรับมือกับแวมไพร์ธรรมดาห้าตัวก็คือ

“ท่านอัศวิน! ฝากพวกเราได้เลย!”

“……ดิออน”

พวกเขา

เป็นกำลังเสริมที่ไม่สามารถเป็นกำลังหลักได้

ลูคัสถอนหายใจ เมื่อเห็นดิออนและลูกทีมห้าคนวิ่งออกไปก่อน

ดิออนตะโกนเสียงดัง

“ตั้งแต่แรกแล้ว หน้าที่ของพวกเราก็คือการใช้เวลาในการรับมือกับแวมไพร์ธรรมดานี่แหละ!”

“…….”

“ทำได้แน่นอน! พวกเราฝึกฝนอย่างหนักเลยล่ะ!”

นั่นถูกต้อง แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว

‘ไม่ใช่แค่ต้องรับมือกับแวมไพร์ห้าตัว แต่ยังต้องปกป้องทหารธรรมดาที่กำลังถอนตัวอยู่ด้วย’

ความยากลำบากของภารกิจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

การมอบหมายงานแบบนี้ให้กับดิออนและกองกำลังทหารรับจ้างดิออนที่ยังขาดประสบการณ์ เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่?

‘ถ้าท่านแอชอยู่ที่นี่ เขาจะตัดสินใจอย่างไร?’

ลูคัสส่ายหัวแรง ๆ

แอชไว้วางใจและมอบอำนาจการบัญชาการให้กับลูคัส นั่นหมายความว่าลูคัสไม่ควรจะงอแงเหมือนเด็ก ๆ กับแอชอีกต่อไป

แวมไพร์กำลังเข้ามาใกล้แล้ว ถึงเวลาตัดสินใจ

“ฉันในฐานะผู้บัญชาการรักษาการณ์ สั่งการว่ากลยุทธ์ใหญ่จะดำเนินการตามที่ฝ่าบาทได้สั่งการไว้”

ลูคัสจ้องเบต้าที่กำลังลากขวานเข้ามาอย่างช้า ๆ

“ก่อนอื่น ฉันจะรับมือกับสาวใช้ปีศาจตัวนั้น”

อัลฟ่ากำลังตามมาพร้อมกับการร่ายเวทมนตร์โลหิตอยู่ข้าง ๆ

“เอวานเจลีน เธอรับมือกับพ่อบ้านปีศาจที่ใช้เวทมนตร์โลหิตคนนั้น”

“ได้เลยค่ะ~!”

เอวานเจลีนยิ้มอย่างมั่นใจ ขณะที่ดันโล่เข้าที่

“ก็อตแฮนด์ บอดี้แบ็ก ช่วยสนับสนุนพวกเราสองคนด้วย”

ก็อตแฮนด์และบอดี้แบ็กพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น

“จูปิเตอร์ จูเนียร์ ดาเมียน โอลด์เกิร์ล สกัล นี่คือทีมโจมตี ให้เลือกเป้าหมายที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละช่วงเวลา”

จัดกลุ่มนักเวทสองคนและมือปืนสามคนเป็นทีมโจมตี

ในขณะที่สมาชิกที่เหลือสร้างแนวป้องกัน พวกเขาจะจัดการกับแวมไพร์ทีละตัว

ทุกคนเงียบและตรวจสอบพลังเวทและอุปกรณ์ของตนเอง

“ที่เหลือทั้งนักล่ารุ่นเก๋าและกองกำลังทหารรับจ้างดิออนทั้งหมด”

ลูคัสหันไปมองสมาชิกทุกคนและพยักหน้า

“ไปรับมือกับแวมไพร์ธรรมดา แต่ห้ามทะนงตนเกินไป”

เหล่านักรบฝึกหัดพยักหน้าพร้อมเพรียง และดิออนกับเหล่าทหารรับจ้างต่างยิ้มและตีอาวุธลงบนโล่

ปังปัง!

“สถานการณ์แตกต่างจากที่วางแผนไว้ พวกมันจะไม่โจมตีพวกนาย แต่จะพุ่งเป้าไปที่ทหารธรรมดาที่ยังกำลังถอนตัวอยู่ก่อน”

พวกมันจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับตัวละครระดับผู้กล้าและจะเลือกโจมตีทหารธรรมดาที่อ่อนแอแทน

“พวกนายต้องปกป้องทหารธรรมดาในระหว่างที่พวกเขากำลังถอนตัว ……แต่จำไว้ ชีวิตของพวกนายสำคัญที่สุด”

ลูคัสพูดซ้ำ ๆ กับทีมรับมือแวมไพร์ธรรมดา

“แวมไพร์ไม่เหมือนกับสัตว์ประหลาดทั่วไป พวกมันฉลาดมาก……และชั่วร้ายมาก ถ้าเห็นช่องโหว่ พวกมันจะฆ่าพวกนายก่อน”

ลูคัสหันไปมองทุกคนและพยักหน้า

“ทำการขัดขวางพวกมันให้มากที่สุดและรับมือกับสถานการณ์ให้เหมาะสม”

“ครับ!”

“ดีมาก ทุกคน ออกไป!”

ลูคัสสวมหมวกเหล็ก สายตาสีฟ้าสดใสปรากฏอยู่เหนือหน้ากาก

“แค่จัดการพวกนี้ให้ได้ เราก็ชนะแล้ว! ไปกัน!”

ตัวละครระดับผู้กล้าต่างกำอาวุธของตนเองแน่น และวิ่งไปยังเป้าหมายของตนเอง

ดิออนและกองกำลังทหารรับจ้างดิออนตะโกนว่า อูว้าาาา-! และวิ่งเข้าใส่แวมไพร์ธรรมดาห้าตัวที่กำลังเข้ามา

***

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องรักษาแนวรบไว้ให้ได้! ถ้าพวกเราแตกแถว ก็หมายความว่าเราตาย!”

ดิออนตะโกน ขณะที่กำกริชเงินไว้ในมือทั้งสองข้าง กองกำลังทหารรับจ้างดิออนพยักหน้าพร้อมเพรียงกัน

พวกเขาฝึกฝนกันมานานแค่ไหนแล้ว เพื่อที่จะเคลื่อนไหวราวกับเป็นหนึ่งเดียวกัน

ดิออนและหน่วยทหารรับจ้างรู้ดีว่า พวกเขาแต่ละคนนั้นอ่อนแอเพียงใด

แต่เมื่อทั้งห้าคนรวมกัน พวกเขาสามารถสร้างพลังที่เหนือกว่าผลรวมของแต่ละคนได้

พวกเขามั่นใจว่าสามารถรับมือกับแวมไพร์ที่แข็งแกร่งเหล่านั้นได้

แต่ว่า อย่างที่ลูคัสบอก

แวมไพร์นั้นฉลาดและชั่วร้าย

พวกมันไม่สนใจแนวป้องกันของกองกำลังทหารรับจ้างดิออนเลย

พวกมันหลบแนวป้องกัน และพุ่งเข้าใส่ทหารธรรมดาที่อยู่ด้านหลัง

“ไม่!”

“ต้องขัดขวาง……!”

พวกมันกระโดดข้ามเสียงกรีดร้องที่สิ้นหวังของมนุษย์ไปอย่างง่ายดาย

แวมไพร์ห้าตัวพุ่งเข้าใส่ทหารธรรมดาที่ยังคงถอนตัวอยู่ด้านล่างกำแพง

ฟุ่บ-!

เลือดกระเซ็นไปทั่ว

ทหารธรรมดาเหล่านี้ก็ผ่านประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างโชกโชนเช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหล่าทหารที่เหลืออยู่ด้านหลังสุด คือ กองทัพสนธยา

พวกเขาไม่ใช่แค่ทหารผ่านศึก แต่เป็นเหล่าทหารผ่านศึกที่เคยต่อสู้กับเหล่าปีศาจมาหลายร้อยครั้ง

ปั๊ก!

แต่โล่ก็บิดเบี้ยวไปราวกับขนมหวาน

ฉึก!

เกราะก็ฉีกขาดราวกับกระดาษ

กรอบ-!

และแล้วก็ถูกกัดที่ต้นคอ

แวมไพร์ห้าตัวฝังหัวลงไปที่ต้นคอของมนุษย์ และดูดเลือดอย่างตะกละตะกลาม

ทหารธรรมดาห้าคนที่กลายเป็นเหยื่อ ตายไปโดยไม่ทันได้กรีดร้อง

《อ้า…….》

แวมไพร์ตัวหนึ่งที่เลือดไหลออกจากปาก พึมพำเบา ๆ

《ไม่พอ ยังไม่พอ…….》

มันโยนศพที่แห้งผอมเหมือนต้นไม้เก่าลงกับพื้น และหันไปหาเหยื่อตัวต่อไป

“ช่วยด้วย……!”

“ฉันจะถ่วงเวลาให้ รีบถอนตัวไปซะ!”

ผู้บัญชาการกองทัพสนธยาชูคทาขึ้นมา และนั่นคือคำพูดสุดท้ายของชายชราคนนี้

ฉึก-!

แวมไพร์ตัวหนึ่งที่สวมเกราะ ฟันดาบลงมา

คทาของผู้บัญชาการกองทัพสนธยาแตกเป็นเสี่ยง ๆ

ยิ่งกว่านั้น ไหล่ถึงเอวของเขาก็ถูกฟันเป็นทางยาว

“ครึ……หึ๊ก”

การตายของทหารผ่านศึกผู้ซึ่งรับหน้าที่บัญชาการทหารธรรมดามาตลอดสี่การป้องกันตั้งแต่ด่านที่ 2 นั้นไร้ค่าและโหดร้าย

ร่างกายที่ถูกแยกออกเป็นสองท่อนล้มลงไป แวมไพร์ที่ฆ่าทหารผ่านศึกนั้น ฝังหน้าลงไปบนพื้นและดูดเลือดอย่างมีความสุข

“ฉันจะแก้แค้น!”

“ไอ้ปีศาจสารเลวพวกนี้ กล้าดียังไงถึงได้ฆ่าท่านผู้บัญชาการ……!”

ทหารของกองทัพสนธยาคนอื่น ๆ ตาแดงก่ำเมื่อเห็นภาพนี้

เหล่าทหารที่กำลังถอนตัว ต่างชักอาวุธออกมาและหันหลังกลับ

“ไม่ใช่ตอนนี้! ถอนตัว! ต้องถอนตัว! เวรเอ๊ย!”

ดิออนตะโกนจนเสียงแหบแห้ง

“ถอนตัวซะ-!”

แต่คำพูดนั้นไปไม่ถึงแล้ว เหล่าทหารที่โกรธแค้นต่อการตายของผู้บัญชาการ ยอมแพ้การถอนตัวและกลับไปโจมตีแวมไพร์

แน่นอน พวกทหารผ่านศึกก็รู้ดี

พวกเขาผ่านการต่อสู้มากมาย พวกเขารู้ดีว่าการโจมตีแวมไพร์พวกนี้ไม่มีทางชนะ

แต่ต่อหน้าความตายของผู้บัญชาการที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอดชีวิต

พวกเขาแก่เกินกว่าจะหันหลังให้กับความตาย และหนีไปสู่ชีวิต

และพวกเขาต้องจ่ายราคา

ผุบ! ฟุบ! ฟุ่บ……!

การสังหารหมู่จึงเกิดขึ้น

เหล่าทหารผ่านศึกที่เคยอาบกำแพงแห่งนี้ด้วยเลือดปีศาจมานานหลายสิบปี อาบกำแพงแห่งนี้ด้วยเลือดของตนเอง

ในพริบตา กำแพงก็กลายเป็นสุสาน และแวมไพร์ก็จัดงานฉลองอยู่บนนั้น

เลือด

เนื้อ

พวกมันกลืนและเคี้ยวอย่างตะกละตะกลาม และดูดซับมัน

“นี่ ๆ ๆ ……!”

ต่อหน้าความตายของเพื่อนร่วมรบที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเมื่อวานนี้

ความเยือกเย็นของกองกำลังทหารรับจ้างดิออนกำลังจะหายไป เฮสเซน นักรบแนวหน้าเป็นคนแรกที่สูญเสียการควบคุมอารมณ์

“ไอ้เวร แวมไพร์สารเลว!”

“อย่า เฮสเซน! ถ้าเดี่ยวตัวออกไป……!”

เฮสเซนวิ่งเข้าใส่แวมไพร์ที่อยู่ใกล้ที่สุด

“รักษาแนวรบ! ใจเย็นเอาไว้! ไอ้บ้า เฮสเซน!”

ดิออนพยายามจะคว้าต้นคอของเฮสเซนไว้ แต่สายเกินไป

“อ้าาาาาา-!”

เฮสเซนถือดาบเงิน และวิ่งไปฟันแวมไพร์ตรงหน้า

เลเวลของเฮสเซนคือ 25

เขาเคยฆ่าปีศาจมากมายในดันเจี้ยนนรกนั้นมาแล้ว

บางทีเขาอาจจะมั่นใจในตัวเอง ถึงแม้ว่าจะเป็นแวมไพร์ เขาก็มั่นใจว่าสามารถฟันได้อย่างน้อยหนึ่งที

แปะ-!

แต่ดาบเงินไม่ได้ฟันโดนแวมไพร์ แต่ไปโดนพื้นว่างเปล่า

‘ห๊ะ?’

เมื่อเฮสเซนเงยหน้าขึ้น แวมไพร์ก็ล้อมรอบเขาไว้แล้ว

นั่นเป็นคำอธิบายที่เหมาะสมที่สุด

พวกมันล้อมเขาไว้ทันทีที่เฮสเซนวิ่งเข้ามา และหัวเราะเยาะ

พวกมันเผยเขี้ยวแหลมคมที่เปื้อนเลือด

“นี่ นี่มัน……”

ผุบ! ฟุบ!

ดาบและเล็บของแวมไพร์แทงทะลุเกราะของเฮสเซน

เฮสเซนไอเลือดออกจากปาก หันไปหาดิออนและเพื่อน ๆ และพึมพำเบา ๆ

“ขอโทษนะ พวกเรา”

ในทันใดนั้น เขี้ยวของแวมไพร์ห้าตัวก็แทงเข้าไปที่ต้นคอของเฮสเซนพร้อมกัน

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 138. [ด่านที่ 5] ระดับ N

คัดลอกลิงก์แล้ว