เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 137. [ด่านที่ 5] ทางแห่งน้ำแข็งและศพ (2)

◈บทที่ 137. [ด่านที่ 5] ทางแห่งน้ำแข็งและศพ (2)

◈บทที่ 137. [ด่านที่ 5] ทางแห่งน้ำแข็งและศพ (2)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 137. [ด่านที่ 5] ทางแห่งน้ำแข็งและศพ (2)

“ทานจ้าว”

กำแพงเมืองอยู่ใกล้เข้ามาทุกที

อัลฟ่าที่ตัดสินใจได้แล้วจึงก้มหัวคำนับเซเลนดิออน

“ผมจะเปิดทางขึ้นไปบนกำแพงเมืองของพวกมันครับ”

“อนุญาต”

เซเลนดิออนยิ้มแล้วพยักหน้า

“ไปเถอะ อัลฟ่า เบต้า”

“ครับ ท่านจ้าว”

อัลฟ่าก้มหัวคำนับอีกครั้ง เบต้าก็จับชายกระโปรงแล้วโค้งคำนับเงียบ ๆ

แล้วทั้งสองผู้บัญชาการกองทัพแวมไพร์ก็หันหลัง

ฉัวะ-!

พุ่งทะยานไปเหมือนกระสุน เริ่มวิ่งฝ่าไปยังกำแพงเมือง

เบต้าเป็นผู้นำ

สาวใช้ที่มีกระโปรงและลูกไม้พริ้วไหวราวกับผ้าคลุม เธอถือขวานขนาดมหึมา โบกไปมาอย่างรวดเร็วราวกับขนนกขณะวิ่ง

ฟู่ช! ฟู่ช!

บนกำแพงเมือง พลธนูบางส่วนใช้ทักษะยิงลูกธนูเงินใส่เธอ

ฟิ้ววว!

ไร้ประโยชน์

เพียงแค่เธอโบกขวานไปมาเหมือนพัด ลูกธนูเงินก็แตกกระจายไปในอากาศเหมือนฟางแห้ง

‘จะมาโดนการโจมตีไร้สาระแบบนี้ได้ยังไงกัน’

ริมฝีปากของแวมไพร์ที่มีใบหน้าเหมือนสาวใช้เยาะเย้ย

‘จะยิงก็ควรเอาลูกธนูเงินศักดิ์สิทธิ์แบบที่นักแม่นปืนคนนั้นยิงมาสิ!’

แต่นักแม่นปืนคนนั้นหายตัวไปจากแนวหน้าแล้ว อาจเพราะยิงไปเยอะจนเหนื่อย

งั้นก็หมายความว่า ไม่มีการโจมตีที่ทรงประสิทธิภาพอีกแล้ว

เหลือแค่การบุกยึดกำแพงเมืองเท่านั้น!

ฟุ้บ!

เบต้ามาถึงใต้กำแพงเมืองในพริบตา เธอกระโดดลงไปนั่งคุกเข่าลงกับพื้น

แคร๊ก……

ต้นขาและน่องที่เรียวสวยของเบต้าเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อ บวมขึ้นราวกับจะระเบิด

ฟิ้วว-!

ด้วยพละกำลังขาที่มหาศาล เธอยกพื้นแล้วพุ่งขึ้นไปเหมือนขีปนาวุธ

-ตุ้บ

ด้วยการกระโดดเพียงครั้งเดียว เบต้าก็ขึ้นไปบนกำแพงเมืองได้แล้ว

“อะไรกัน?!”

“เป็นไปไม่ได้……”

มนุษย์บนกำแพงเมืองที่สบตากับเธอก็หน้าซีดเผือด พูดอะไรออกมาไม่รู้

เมื่อพวกเขาต้องสบตากับปีศาจที่มีความสูงเท่ากัน อารมณ์ต่าง ๆ ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนก็พลุ่งพล่านออกมา

ความประหลาดใจ ความตกตะลึง ความหวาดกลัว และ……

ความหวาดผวา

ความหวาดกลัวอันเป็นต้นกำเนิดต่อความตาย

‘อ้า’

เบต้าใช้มือซ้ายลูบที่คอตัวเอง คอซีดเผือดที่มีแผลเป็นยาวตามแนวนอน

‘ถ้าคอฉันไม่เป็นอะไร ฉันคงจะเยาะเย้ยพวกนายได้’

ความสุขที่ได้รุกรานมนุษย์นั้นอยู่ที่เลือดที่ดูดมา และไขกระดูกที่ดูดออกมา

แต่ความสุขนั้นก็ยังอยู่ที่การเยาะเย้ยมนุษย์ที่หวาดกลัว และรสชาติของน้ำตาที่มนุษย์ร้องไห้ขอชีวิตด้วย

น่าเสียดายที่เบต้าเสียการพูดไปตั้งแต่ถูกตัดหัวในอดีตอันไกลโพ้น

‘แต่ตอนนี้มันก็พอแล้ว’

เบต้าหัวเราะด้วยริมฝีปากสีแดง

สงครามเพิ่งจะเริ่มต้น

เวลายังเหลือเฟือ สำหรับการลิ้มลองเลือด ไขกระดูก และน้ำตาของมนุษย์

ดังนั้นตอนนี้

ฟึบ!

เธอจะทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด!

เบต้ายกขวานขึ้นเหนือศีรษะ เสียงดังก้องกังวานราวกับจะฉีกแก้วหู

ทันใดนั้นขวานก็ฟาดลงไปบนกำแพงเมือง

ฉับบบบ!

พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นตลบขึ้นมา พลังทำลายล้างมหาศาลที่ทำให้กำแพงเมืองทั้งหลังสั่นสะเทือน

“อ๊ากกก!”

“ช่วยด้วย!”

ทหารต่างร้องกรี๊ดแล้วล้มลง

ตู้มมมม

เมื่อแรงสั่นสะเทือนหยุดลง ฝุ่นก็จางหายไป เผยให้เห็นกำแพงเมืองด้านนอกที่พังยับเยินตรงกลาง

อิฐและเหล็กที่แตกหักกระจัดกระจายตกอยู่บนพื้น

ป้อมปืนอัตโนมัติที่ติดตั้งไว้ตรงกลางก็แตกกระจายตกอยู่บนพื้นเช่นกัน

“ยอดเยี่ยมมาก เบต้า”

ในขณะเดียวกัน อัลฟ่า แวมไพร์ผู้เป็นพ่อบ้านที่มายืนอยู่ใต้กำแพงเมืองก็ยิ้ม

“ถึงตาผมบ้างแล้ว”

อัลฟ่ายกมือขึ้นสองข้างราวกับกำลังควบคุมวงออเคสตรา

ครืด…… ครืด…….

ซากศพผีดิบฤดูหนาวที่กองอยู่เป็นเนินอยู่ใต้กำแพงเมืองก็เริ่มแข็งตัว

ไม่เพียงแต่ตรงนั้น ศพที่กระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ ก็มารวมกัน สร้างเป็นทางขึ้น

จากใต้กำแพงเมือง ไปจนถึงกลางกำแพงเมืองที่อัลฟ่าเปิดทางด้วยขวาน

อัลฟ่าค่อย ๆ เดินขึ้นไป ใช้เวทมนตร์สร้างทางขึ้นจากซากศพผีดิบที่แข็งเป็นน้ำแข็ง

ทหารบนกำแพงเมืองอ้าปากค้างมองดูเหตุการณ์นี้

“ใช้ศพ……สร้างทางขึ้นเหรอ?”

ในพริบตา ทางขึ้นที่ทำจากน้ำแข็งและศพก็เสร็จสมบูรณ์

อัลฟ่าขึ้นมาถึงบนกำแพงเมือง มองดูเหล่ามนุษย์แล้วหัวเราะ แล้วพูดเสียงเย็นชา

“หลีกไป สวะทั้งหลาย”

“ขบวนเสด็จของท่านจ้าวมาถึงแล้ว”

อย่างที่พูดจริง ๆ

ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ

เซเลนดิออนนั่งเสลี่ยง มีแวมไพร์ 5 คนคอยคุ้มกัน มาหยุดอยู่หน้าทางขึ้นที่ทำจากน้ำแข็งและศพ

“งดงามจริง ๆ เส้นทางแห่งราชันย์ของฉัน”

เซเลนดิออนพึมพำด้วยความพึงพอใจ มองดูทางที่สร้างจากชีวิตของลูกน้อง

“งั้นก็ขึ้นไปกันเถอะ”

ข้ามกำแพงเมืองของมนุษย์

ถึงเวลาทำลายล้างโลกมนุษย์แล้ว

***

ในขณะที่เสลี่ยงของเซเลนดิออนกำลังจะขึ้นไปบนทางแห่งน้ำแข็งและศพ

ตุ๊ม!

แอ๊ดดด……!

ทันใดนั้น

ประตูเมืองที่ปิดสนิทก็ค่อย ๆ เปิดออก อยู่ข้าง ๆ ทางแห่งน้ำแข็งและศพ

“……?”

เซเลนดิออนและแวมไพร์คนอื่น ๆ ต่างเบิกตากว้างมองไปทางนั้น ตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้

จะเปิดประตูเมือง?

ตอนนี้?

ในระหว่างการต่อสู้ป้องกัน?

“อ๊ะ? หือ ๆ ?”

อัลฟ่าและเบต้าที่ยืนอยู่บนกำแพงเมือง เฝ้ารอขบวนเสด็จของพระราชา ก็เบิกตากว้างมองลงไปด้านล่าง

แล้วสิ่งที่ออกมาจากประตูเมืองที่เปิดออกก็คือ……แอช ผู้บัญชาการฝ่ายมนุษย์

แอชเดินออกมาจากประตูเมืองอย่างสง่างาม มองแวมไพร์ด้วยสายตาเย็นชา แล้วหันไปตะโกน

“จัดโต๊ะเหล้ามา!”

“ครับ!”

ทหารที่อยู่ข้างหลังแอชวิ่งออกมา วางโต๊ะ แล้ววางกับแกล้มและเหล้าลงบนโต๊ะ

ปั๊ก…….

แอ๊ดดด!

ทหารรีบวิ่งกลับเข้าไปในประตูเมือง ประตูเมืองก็ปิดลง

ตอนนี้เหลือแค่โต๊ะเหล้า เก้าอี้ 2 ตัว และแอชเท่านั้น

ครืดด!

แอชลากเก้าอี้มาไว้ข้างหลังโต๊ะ นั่งลงอย่างสบายอารมณ์

แล้วชี้มือไปทางเซเลนดิออน

“มานั่งนี่สิ ราชาแวมไพร์ จ้าวแห่งเผ่าโลหิต”

ริมฝีปากของเขามีรอยยิ้มที่แสดงถึงความมั่นใจ

“เรามานั่งดื่มคุยกันสักหน่อยดีกว่า”

***

……ติ้ง ๆ

ติ้ง ๆ ๆ ๆ ๆ

เหงื่อเริ่มไหลออกมา

ถึงจะแสร้งทำเป็นสบาย ๆ จัดโต๊ะเหล้าแล้วนั่งลง แต่ในใจฉันนั้นกลัวอย่างมาก

‘จะสำเร็จไหม? จะสำเร็จไหม? มันต้องสำเร็จใช่ไหม? อืม?’

ฉันเลียริมฝีปากที่แห้งกร้าน มองดูแวมไพร์ที่ไม่ขยับเขยื้อน เร็วเข้า! อย่ามัวแต่รอ!

ฉันสั่งลูกทีมไปชัดเจนแล้วในการวางแผนครั้งก่อน

- เซเลนดิออนจะถูกกักตัวไว้โดยวิธีการลับของฉัน ฉันจะทำให้มันติดกับ ในระหว่างนั้นพวกนายและทหารจะกำจัดกองทัพแวมไพร์ให้หมด

วิธีการลับเพื่อกักตัวเซเลนดิออน นั่นคืออะไร?

‘มันก็คือกลไกพิเศษของด่านบอสน่ะสิ!’

ด่านที่เป็นตัวเลขที่หารด้วย 5 ลงตัวเป็นด่านบอส

และมีคำสั่งพิเศษที่ใช้งานได้เฉพาะในด่านบอสเท่านั้น - ‘[การประชุมผู้บัญชาการ]’

ในด่านบอสจะมีหัวหน้ากองทัพปีศาจ และปีศาจผู้เป็นราชาที่โดดเด่นออกมาทีละตัว

สามารถขอเจรจากับตัวละครผู้บัญชาการได้ ในเกมมีอัตราความสำเร็จ 100 %

เมื่อใช้คำสั่งการเจรจา ผลคือตัวละครผู้บัญชาการทั้งสองจะใช้ไม่ได้ 10 เทิร์น

ตัวละครผู้บัญชาการทั้งสองจะนั่งคุยกัน พูดคุยกันไปมา 10 เทิร์น

ในการสนทนานี้ จะได้รับเบาะแสเกี่ยวกับความลับของโลก หรือการต่อสู้จะเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด ตามคำอธิบาย

‘แต่ในเกมแทบไม่ได้ใช้คำสั่งนี้เลย’

ก็เพราะว่าผู้บัญชาการฝ่ายเราคือลูคัสไง

ถึงแม้จะมีผลทำให้ผู้นำฝ่ายศัตรูติดอยู่ในสนามรบ 10 เทิร์น แต่ฝ่ายเราก็จะไม่มีอัศวินระดับ SSR ในสนามรบด้วย

ช่องว่างนั้นใหญ่มาก เลยไม่ได้ใช้กลไกนี้

แต่ตอนนี้ผู้บัญชาการคือฉัน

แน่นอน บทบาทของฉันในสนามรบไม่ได้น้อย แต่ฉันไม่ใช่ทหารล้วน ๆ

ถ้าฉันจะสามารถกักตัวเซเลนดิออน ผู้นำฝ่ายศัตรูไว้ได้ถึง 10 เทิร์น มันจะเป็นผลดีมหาศาล

‘1 เทิร์นในเกม คือประมาณ 3 นาทีในความเป็นจริง’

นั่นคือ 10 เทิร์นก็เท่ากับ 30 นาที

สามารถดึงราชาแวมไพร์ออกจากสนามรบได้ 30 นาที ถ้ามันสำเร็จ ผลดีจะมากกว่าผลเสียอย่างแน่นอน

‘แต่ในเกมมันยอมรับเงื่อนไขทันทีเลย!’

ทำไมถึงยืนนิ่ง ๆ อยู่แบบนั้น มองฉันเหมือนคนบ้า? ฉันบอกให้มาเร็ว ๆ ไง!

ฉันแสร้งทำเป็นสบาย ๆ เทเหล้าลงในแก้ว

จริง ๆ แล้วฉันตั้งใจจะเทลงไปเรื่อย ๆ แต่เพราะกลัวมือเลยสั่น เลยเทออกมาเยอะ ชิบหาย! ต้องรักษาท่าทีให้ได้ ไอ้เวรแอช!

แล้ว

ตุ้บ ตุ้บ

เซเลนดิออนลงจากเสลี่ยงอย่างเบา ๆ เดินมาหาฉันจริง ๆ

สนามรบเงียบกริบ

ทหารทุกนายเฝ้าดูเหตุการณ์บ้า ๆ นี้

ครืด

เสียงลากเก้าอี้ดังขึ้น

ฟุ้บ

นั่งลงเบา ๆ

เซเลนดิออนนั่งตรงข้ามฉัน ไม่พูดอะไร ยกแก้วขึ้น ฉันยิ้มแล้วเทเหล้าใส่แก้วของมัน

เซเลนดิออนหมุนแก้วไปมา แล้วถาม

“จะยกแก้วด้วยกันไหม?”

“เราไม่ใช่พวกเดียวกันซะหน่อย”

“เชิญแล้วทว่ากลับมาเย็นชาใส่ แต่ฉันชอบนะ”

เซเลนดิออนมองไปทางทางแห่งน้ำแข็งและศพที่สร้างขึ้นข้าง ๆ

“เหล้าที่ได้ดื่มขณะดูชีวิตที่ดับสูญไปเหมือนดอกไม้…….”

ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ

แวมไพร์ที่เหลือเริ่มเดินขึ้นทางนั้น

เซเลนดิออนมองดูการเดินทัพของลูกน้อง แล้วยกแก้วขึ้นจิบ

“บรรยากาศดีทีเดียว”

“จริงด้วย”

ฉันพ่นลมหายใจ แล้วยกแก้วขึ้นจิบ

“ไม่มีอะไรอร่อยไปกว่าการดื่มเหล้าขณะดูพวกปีศาจพวกแกตายไป”

“หือ”

เซเลนดิออนหัวเราะเบา ๆ หันมามองฉัน

“ดูเหมือนนายจะไว้ใจกองทัพของนายมากนะ”

“แน่นอน นั่นแหละถึงได้มานั่งดื่มกันอยู่ที่นี่ไง? ลูกน้องฉันไม่ต้องมีฉันก็สามารถกำจัดปีศาจพวกแกได้อย่างง่ายดาย”

“มาเดิมพันกันไหม?”

“เดิมพันอะไร?”

“มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว เมื่อเหล้าหมดขวดนี้……จะดูว่าใครจะเป็นผู้ชนะบนกำแพงเมืองนั่น”

ฉันขมวดคิ้ว

“จะเดิมพันอะไร?”

“ถ้านายชนะ ฉันจะปล่อยนายไป”

เซเลนดิออนยังคงยิ้มอยู่

“แล้วจะให้นายดูการล่มสลายของโลกจนถึงวินาทีสุดท้าย”

“…….”

อะไรกันเนี่ย

นั่นหมายความว่า ถึงแม้ลูกน้องจะตายหมด มันก็ยังมีกำลังที่จะทำลายล้างโลกอยู่ หมายความอย่างนั้นเหรอ?

ฉันจ้องมันอย่างโมโห แล้วถามช้า ๆ

“ถ้าแกชนะล่ะ?”

“ค่อยมาคิดกันก็ได้ ยังมีเวลาเหลือเฟืออยู่”

ฉันชี้นิ้วไปที่เซเลนดิออน ที่กำลังจิบเหล้าแล้วดมกลิ่น

“ท่าทีเยือกเย็นแบบนั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหน เซเลนดิออน”

ด้วยหัวใจและความปรารถนา ฉันตะโกน

“ลูกน้องฉันแข็งแกร่ง สามารถฆ่าพวกแกทั้งหมด และเอาหัวแกมาได้ด้วย!”

***

“อ่อนแอจัง”

แวมไพร์คนหนึ่งพึมพำอย่างไม่ใส่ใจ

มือของมันถือศีรษะมนุษย์ที่ถูกตัดขาด

ฟิ้ว-

พลั่ก ปั๊ก

มันขว้างศีรษะลงไปบนกำแพงเมือง เลือดกระเด็นไปทั่ว

แวมไพร์นั้นเลียเลือดที่ติดมือ จากนั้นก็ได้แต่บ่นพึมพำอย่างไม่พอใจ

“รสชาติก็แย่อีก”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 137. [ด่านที่ 5] ทางแห่งน้ำแข็งและศพ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว