- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 136. [ด่านที่ 5] ทางแห่งน้ำแข็งและศพ
◈บทที่ 136. [ด่านที่ 5] ทางแห่งน้ำแข็งและศพ
◈บทที่ 136. [ด่านที่ 5] ทางแห่งน้ำแข็งและศพ
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 136. [ด่านที่ 5] ทางแห่งน้ำแข็งและศพ
ซากศพของผีดิบที่แหลกเหลวกระจัดกระจายไปทั่วทุ่งราวกับวัชพืช
ทั่วพื้นดินที่ถูกกระสุนถล่มเต็มไปด้วยไฟที่ลุกไหม้ ปล่อยควันเหม็นคลุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้า
บนเส้นทางของสมรภูมิที่ถูกทำลายราบคาบนี้
แวมไพร์สิบคนเดินมาอย่างเบาสบายราวกับกำลังเดินเล่น
ยังไกลอยู่แต่ก็มองเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า
‘พวกมันกำลังหัวเราะ’
พวกปีศาจพวกนี้ เดินผ่านซากศพของพวกเดียวกันที่กระจัดกระจายไปทั่ว พร้อมกับหัวเราะเยาะเย้ย
ฉันรู้ว่าการยิงปืนใหญ่และการยิงซุ่มยิงทั่วไปไม่มีประโยชน์กับพวกมัน จึงไม่ได้สั่งการยิง
แวมไพร์เข้ามาใกล้ขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อพวกมันเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงกัน ฉันตะโกน
“ฉันมีคำถาม ราชาแวมไพร์”
แวมไพร์ต่างหยุดลงพร้อมกัน
เซเลนดิออนที่นั่งอยู่บนเสลี่ยงเงยหน้าขึ้นมองฉันแล้วอมยิ้ม
รอยยิ้มบนใบหน้าที่ดูเหมือนเด็กหนุ่มบริสุทธิ์นั้นเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
《ตามสบาย แอช》
“ทำไมถึงปล่อยให้ผีดิบไปตายก่อนล่ะ?”
เซเลนดิออนขมวดคิ้วกับคำถามของฉัน
《ฉันไม่เข้าใจว่านายพูดถึงอะไร》
“ฉันหมายถึง ทำไมพวกแวมไพร์ถึงได้แต่ยืนดูอยู่ข้างหลัง ในขณะที่ผีดิบและลูกน้องสายเลือดต้องสาปของแกถูกกวาดล้างหมด”
ถึงจะเป็นเซเลนดิออน กับอัลฟ่า เบต้าก็เถอะ
แวมไพร์ทั่วไปก็ควรจะส่งเข้าไปปะปนกับลูกน้องได้ไม่ใช่เหรอ
ฉันถามเพราะไม่เข้าใจกลยุทธ์ของมัน แต่ว่า
《นายพูดอะไรแปลก ๆ มนุษย์》
คำตอบที่ได้กลับไม่ใช่สิ่งที่ฉันคาดคิดเอาไว้เลย
《นายกินข้าวกับสุนัขที่เลี้ยงไว้ด้วยเหรอ?》
“อะ…อะไรนะ?”
นี่มันอะไรกัน
《เหล่าผีดิบที่ถูกกวาดล้างไปนั้น สำหรับพวกแวมไพร์แล้ว…มันก็เหมือนกับสุนัขล่าเนื้อที่เลี้ยงไว้》
เซเลนดิออนอธิบายอย่างใจเย็น
《แน่นอนว่าฉันก็รักและหวงแหนมัน ถึงขั้นยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อมันก็ยอม มันคือกองทัพที่ภักดีและกล้าหาญที่ต่อสู้เคียงข้างฉัน แต่มันก็คือสุนัข》
“…….”
《มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะกินข้าวด้วยกันบนโต๊ะเดียวกันได้ไม่ใช่หรือไง?》
กร๊อบ!
ฟันฉันกระทบกัน
“……สิ่งที่แกเรียกว่า ‘อาหาร’ นั้น”
《นายก็รู้อยู่แล้ว》
เซเลนดิออนชี้มาทางพวกเรา
《พวกนั้น》
“…….”
《พวกนายมนุษย์ไงเล่าที่เป็น ‘อาหาร’ ของเรา แอช》
ฉันกำหมัดแน่น เซเลนดิออนยังคงพูดต่อ
《ฉันปล่อยสุนัขล่าเนื้อออกไปก่อน มนุษย์ที่อ่อนแอจนสุนัขสามารถฆ่าได้ ก็เป็นอาหารของสุนัข แต่ถ้าพวกมันรอดชีวิตจากสุนัขของฉันได้ นั่นก็ถือว่าพวกมันพิสูจน์คุณสมบัติขั้นต่ำได้แล้ว》
“คุณสมบัติ…เหรอ?”
《ถูกต้อง คุณสมบัติที่จะถูกแวมไพร์อย่างเราทานเข้าไป》
เซเลนดิออนยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางมองพวกเราบนกำแพง
《ฉันไม่ค่อยอยากจะกินมนุษย์ที่เป็นแค่เศษอาหารของสุนัข เลยปล่อยสุนัขออกไป ‘คัดเลือก’ ก่อนนั่นเอง》
“…….”
《พวกนายก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไง? พวกนายก็เลือกเนื้อที่ดีที่สุดจากสัตว์เลี้ยง ส่วนเศษที่เหลือก็ให้สุนัขและหมูไม่ใช่หรือไง มันก็หลักการเดียวกัน》
มันพูดเรื่องไร้สาระอย่างหน้าตาเฉย
ไอ้แวมไพร์ตัวนี้พูดออกมาอย่างนั้น
《ฉันคือแวมไพร์ แข็งแกร่ง มีเจตจำนง รู้จักต่อสู้ ฉันต้องการเลือดมนุษย์ที่สูงศักดิ์ เพราะมันอร่อยกว่า》
“…….”
《พวกนายที่รอดชีวิตจากการโจมตีของสุนัขของฉัน ก็ได้พิสูจน์นายสมบัติแล้วเช่นกัน》
มุมปากทั้งสองข้างของเซเลนดิออนยกขึ้นอย่างน่ากลัว
แวมไพร์ตัวอื่น ๆ ก็ยิ้มอย่างน่ากลัวเช่นกัน
《มาเถอะ จงยินดีเถิด มนุษย์》
พลางมองพวกเราอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนมองเนื้อที่วางเรียงรายอยู่ในร้านขายเนื้อ
《พวกนายทุกคน ต่างมีโอกาสที่จะได้เป็นอาหารของเรา》
เซเลนดิออนพูดจบ
“ฮึก….”
“ไอ้บ้า…”
ทหารที่หน้าซีดเผือกถอยหลังไปอย่างลังเล
แวมไพร์ยกเว้นเซเลนดิออนหัวเราะคิกคัก
พลางจ้องมองพวกเราด้วยสายตาของผู้ล่าอย่างชัดเจน
“……ดาเมียน”
ฉันกัดฟันแน่นแล้วหันไปมองข้าง ๆ
“กำจัดรอยยิ้มบนหน้าพวกมันให้หมดสิ”
“ครับ ฝ่าบาท”
ดาเมียนยกธนูขึ้นมาไว้หน้าอก
“ตามคำสั่งครับ”
ดาเมียนหยิบลูกศรเงินศักดิ์สิทธิ์จากกระบอกธนูแล้วบรรจุลงในธนู
หายใจเข้าลึก ๆ เล็งแล้วก็
ฟิ้ว!
ยิงออกไปเบา ๆ
***
วี๊ด-!
ลูกธนูหนึ่งดอกถูกยิงออกมาจากกำแพง
ลูกธนูพุ่งทะลุฟ้าอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าหาแวมไพร์
《อ๊ะ อ๊ะ》
อัลฟ่าที่เพิ่งกันลูกธนูเงินหลายร้อยดอกกลับไปได้ เยาะเย้ย
《พวกแกก็ยังจะทำเรื่องไร้สาระอยู่ได้》
มนุษย์ช่างโง่เขลาเสียจริง
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตกเป็นเหยื่อในใยแมงมุมอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะดิ้นรนแค่ไหนก็หนีไม่พ้น ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้จนถึงวินาทีสุดท้ายล่ะ
《พวกแกช่วยหยุดการต่อต้านไร้สาระนี้เสียทีเถอะ》
อัลฟ่าพูดพลางโบกมือ
พลังเวทย์มหาศาลไหลเวียนไปตามกระแสเลือด อัลฟ่าเอื้อมมือออกไปคว้าลูกธนูด้วยพลังเวทย์
《……?》
แต่ว่า
《ห๊ะ?》
บางอย่างผิดปกติ
ไม่ว่าจะใช้พลังเวทย์จับมันยังไง ลูกธนูก็เบี่ยงเบนเส้นทางไปอย่างแปลกประหลาด ราวกับมีจิตใจของมันเอง
‘นี่มันอะไรกัน…?’
อัลฟ่าที่ตกใจ สุดท้ายก็ใช้พลังเวทย์สร้างกำแพงป้องกัน แต่ว่า
แคร๊ง-!
ทะลุ
ลูกธนูทะลุผ่านกำแพงป้องกันอย่างง่ายดาย พุ่งเข้าไประหว่างคอและอกของอัลฟ่า
อัลฟ่ารู้ว่าตัวเองกันการโจมตีนี้ไม่ได้
《ครึก?!》
ในขณะนั้น
แกร่ก-!
เบต้าที่วิ่งเข้ามาฟันกลางลำลูกธนูด้วยขวาน ลูกธนูแตกเป็นเสี่ยง ๆ ก่อนจะถึงตัวอัลฟ่า
พลังลึกลับที่ติดมากับลูกธนูหายไป ลูกธนูก็แตกกระจายลงกับพื้น
《แฮ่ก ๆ …》
อัลฟ่าที่ขนลุกซู่ มองไปที่หัวลูกธนูที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น
เงินที่ลุ่มลึกด้วยพลังสีแดงเปล่งแสงอันน่ากลัว
《นายทำอะไรอยู่ อัลฟ่า》
เซเลนดิออนถามพร้อมรอยยิ้ม
《ถึงกับกันลูกธนูแค่นั้นไม่ได้》
ไม่ใช่การตำหนิ แตดูเหมือนจะสนุกกับความตกใจของอัลฟ่า แต่อัลฟ่าดูจริงจัง
《ไม่ใช่ครับ ท่านจ้าว นี่มัน…ไม่เหมือนกัน!》
《โฮ มันต่างกันยังไง?》
《ลูกธนูนี้…ไม่ใช่ลูกธนูเงินธรรมดา》
เวทมนตร์โลหิตของเขาถูกทำลายอย่างง่ายดาย อัลฟ่ารู้สึกได้
《ลูกธนูนี้ มันอันตราย!》
ในขณะที่อัลฟ่าเตือน
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว-!
ลูกธนูถูกยิงออกมาจากกำแพงอย่างต่อเนื่อง
การยิงซุ่มยิงระยะไกลที่พุ่งเป็นเส้นโค้ง เล็งไปที่แวมไพร์ทั่วไป
《อะไรกัน ลูกธนูเหรอ?》
《ต่ำต้อยเสียจริง…》
《แค่นี้เอง!》
แวมไพร์ต่างเยาะเย้ยการยิงซุ่มยิงเหมือนกับอัลฟ่า พยายามกันมันอย่างง่ายดาย
แต่ว่า
ปัก! ฟุบ! ปุ๊ก!
《อึก?!》
《เคอึก?!》
《อะ-》
กันไม่ได้
แวมไพร์ตัวแรก โล่แตกก่อนที่คอจะถูกแทงทะลุ
แวมไพร์ตัวที่สอง พยายามกันด้วยพลังเวทย์ แต่ก็ถูกแทงทะลุทั้งฝ่ามือและคอ
แวมไพร์ตัวที่สาม พยายามจะแปลงร่างเป็นหมอกเพื่อหลบ แต่ก็ถูกแทงทะลุคอ
แวมไพร์ทั้งสามที่ถูกแทงทะลุคอ ไอเป็นเลือดออกมา ดวงตาของเซเลนดิออนเปล่งประกาย
《ไม่ใช่ลูกธนูเงินธรรมดา นี่มัน…เงินจากโลกอื่นหรือ?》
อัลฟ่าที่ตรวจสอบเศษลูกธนูที่ตกลงบนพื้น เหงื่อออกพลั่ก
《ใช่ครับ เป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่ใช่แค่นั้นครับ ดูเหมือนจะใช้ไม้เลื้อยปีศาจเสริมพลังเวทย์อีกด้วย》
《ใช้เงินศักดิ์สิทธิ์ที่หายากกับไม้เลื้อยปีศาจเพื่อสร้างลูกธนูเหรอ? เยี่ยมไปเลย ดูเหมือนพวกมันจะเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อฆ่าเรา》
เซเลนดิออนเยาะเย้ย
《แต่แค่นี้ก็ยังไม่พอ…》
ในขณะนั้น
ตูม-!
เสียงปืนดังมาจากกำแพง
ทำไมกัน ในทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ขนคอของเซเลนดิออน จ้าวแห่งแวมไพร์ก็ชูชันขึ้น
《อะไรกัน?》
ดวงตาสีเลือดของเซเลนดิออนจ้องตามวิถีของสิ่งที่ถูกยิงออกมาจากกำแพง เซเลนดิออนรู้ตัวในทันที
《ลูกกระสุนเวทมนตร์?》
วี๊ด-!
ลูกกระสุนเวทมนตร์พุ่งตรงไปที่หัวของแวมไพร์ที่ถูกแทงทะลุคอก่อนหน้านี้
ปั้ง……!
ระเบิดหัวกระจุย
ร่างของแวมไพร์ที่พ่นเลือดกระเซ็น ล้มลงไปบนพื้นโดยไม่มีแรง และมันก็ไม่ได้เกิดใหม่หรือฟื้นขึ้นมาอีก
เพราะแกนวิญญาณถูกทำลาย
แต่เซเลนดิออนไม่สนใจเรื่องความตายของลูกน้อง
《…นี่มัน》
เซเลนดิออนที่มองไปที่หัวของลูกน้องที่ระเบิด เงยหน้าขึ้นอย่างรีบร้อน
ตูม-!
นัดที่สอง
ลูกกระสุนเวทมนตร์พุ่งเข้าหาแวมไพร์ที่คอและมือถูกแทงทะลุ แล้วไอออกมา มันหลบไม่พ้น
ปั้ง-!
ตายทันที
แม้จะเห็นหัวของลูกน้องระเบิด แต่เซเลนดิออนก็หัวเราะ
《ลูกกระสุนเวทมนตร์นี้…!!》
ตูม!
นัดที่สาม
แวมไพร์ตัวที่สามที่พยายามจะแปลงร่างเป็นหมอกเพื่อหลบ รู้ตัวว่าหลบไม่พ้น
มันรู้สึกถึงความตาย แล้วหลับตาลง
ตึง-!
ซี่ ๆ ๆ ……!
แต่ว่า มันไม่ตาย
เซเลนดิออนที่กระโดดลงจากเสลี่ยง เอื้อมมือไปคว้าลูกกระสุนเวทมนตร์ไว้
มือของเซเลนดิออนแตก เลือดกระเซ็นไปทั่ว เพราะรับลูกกระสุนเวทมนตร์ที่มีพลังมหาศาล
แต่เซเลนดิออนไม่สนใจ แล้วมองมือที่เปื้อนเลือดของตัวเอง
《พลังเวทย์ของลูกกระสุนเวทมนตร์นี้…เป็นของออลลอป!》
ถ้าอย่างนั้น ปืนที่ยิงลูกกระสุนเวทมนตร์นี้ ก็ต้องทำจากแกนพลังเวทย์ของออลลอป
《อาวุธที่สร้างจากแก่นแท้แห่งผู้บัญชาการกองพลแห่งฝันร้าย- เพชฌฆาตฝันร้าย (Nightmare Slayer)》
ใบหน้าของเซเลนดิออนเต็มไปด้วยความปีติ
《นี่มันเป็นอาวุธที่จะฆ่าฉันได้จริง ๆ !!》
***
ใช้เงินโจมตี ใช้เวทย์มนตร์กำจัด
นั่นคือพื้นฐานของกลยุทธ์การต่อสู้เผ่าพันธุ์โลหิตที่เราสร้างขึ้น
ดาเมียนกำลังทำมันคนเดียวกับแวมไพร์ ยิงลูกธนูเงินศักดิ์สิทธิ์ และยิงปืนใหญ่
ฆ่าแวมไพร์ไปสองตัวในพริบตา และในขณะที่กำลังจะจัดการตัวที่สาม เซเลนดิออนก็มาขัดขวาง
แต่การฆ่าไปสองตัวก็ถือว่าไม่เลว
“ฮ่า ๆ ๆ แฮ่ก!”
ดาเมียนที่ยิงลูกธนูเงินศักดิ์สิทธิ์และแบล็คควีนอย่างต่อเนื่อง หายใจหอบหนัก
เพราะต้องเล็งไปที่แกนวิญญาณจึงต้องใช้สมาธิมากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายอ่อนล้ามาก
แต่เขาก็ยังจะยิงต่อ ฉันจึงรีบคว้าไหล่ของดาเมียน
“หยุด ดาเมียน!”
“ครับ? แฮ่ก ๆ แต่ว่า! ยังไม่…”
“ทำได้ดีมากแล้ว ได้ทำลายความเย่อหยิ่งของพวกมันได้แล้ว”
ถึงฉันอยากให้ยิงต่อก็เถอะ
เซเลนดิออนเริ่มกันแล้ว ยิงต่อก็แค่เสียกระสุนและเสียแรงเปล่า
“พักสักหน่อย แล้วค่อยฟื้นกำลัง ยังมีงานต้องทำอีก”
“ครับ….”
ดาเมียนนั่งพิงกำแพง เริ่มหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ฉันมองไปทางทิศใต้
เมื่อการโจมตีจากฝั่งเราหยุดลง แวมไพร์ก็เริ่มเคลื่อนทัพอีกครั้ง
ทิ้งศพของพวกเดียวกันไว้ข้างหลัง เดินมาอย่างเบาสบายเหมือนเดิม
ตอนนี้พวกมันใกล้มากแล้ว เห็นริ้วรอยบนใบหน้าได้อย่างชัดเจน
และเซเลนดิออนก็หัวเราะ
《มาเถอะ มาเถอะ มาเถอะ! ต่อสู้เถอะ มนุษย์! พิสูจน์คุณค่าของพวกนาย!》
ด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัวกว่าที่เคย เหมือนจะดีใจจนตาย
《จะเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยง จะเป็นอาหารของแวมไพร์อย่างเรา หรือจะฆ่าฉันแล้วรอดชีวิต มาเถอะ! ต่อสู้! จงต่อสู้!》
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_